wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ลิลิตตะเลงพ่าย

Total questions: 19

Worksheet time: 19mins

Name
Class
Date
1.

ใครเป็นผู้ประพันธ์ลิลิตตะเลงพ่าย

a)

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 

b)

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  

c)

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

d)

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกและเจ้าจอมมารดาจุ้ย 

2.

ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นบทประพันธ์ประเภทลิลิต ประพันธ์ขึ้นเพื่ออะไร

a)

ทรงสักการะบูชาบรรพบุรุษ

b)

ทรงสถาปนางานประพันธ์ของไทย

c)

พระราชทานพระกฐินที่วัดพระเชตุพน 

d)

สดุดีวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

3.

สงครามยุทธหัตถี  หมายถึงข้อใด

a)

การรบบด้วยหอก ดาบ

b)

การรบของคนสมัยก่อน

c)

การรบที่ใช้กำลังคนมากมาย

d)

การต่อสู้กันด้วยอาวุธบนหลังช้าง

4.

 คนที่นั่งกลางอยู่บนกูบมีหน้าที่อะไร

a)

คอยวางแผนและจัดทัพเมื่อเผชิญหน้ากับข้าศึก

b)

ควาญช้างคอยบังคับช้างให้ไปในทิศทางที่ต้องการ

c)

คอยดูแลทัพ  คอยสั่งเดินหน้าและถอยทัพขณะรบกับข้าศึก

d)

ถือหางนกยูงซ้ายขวาโบกเป็นสัญญาณ และคอยส่งอาวุธให้แม่ทัพ

5.

ช้างที่เข้ากระบวนทัพจะสวมเกราะใส่เกือกหรือรองเท้าเหล็กเพื่ออะไร

a)

ป้องกันหอก ดาบ

b)

เพื่อเป็นศิริมงคล

c)

เพื่อเป็นสัญลักษณ์

d)

ป้องกันขวากหนาม

6.

 ความในข้อใดแสดงถึงการสู้รบกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย  ฝุ่นตลบคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

a)

  พวกพลทัพรามัญ  เห็นไทยผันหนีหน้า ไป่หยุดยั้งช้า ตื่นต้อนแตกฉาน น่านนา

b)

ว่องต่อว่องชิงชัย  ไวต่อไวชิงชนะ   ม้าไทยพะม้ามอญ   ต่างเข้ารอนเข้าโรม

c)

 ธก็ไสสองสารทรง ตรงเข้าถีบเข้าแทง ด้วยแรงมันแรงกาย  หงายงาเสยสารเศิก

d)

 ธุมาการเกิดกระลบ  อบอลเวงฟากฟ้า   ดูบ่รู้จักหน้า  หนึ่งสิ้นแสงไถง  แลนา

7.

คำประพันธ์ข้อใดมีความหมายถึงการสู้รบกันเสียงดังกึกก้องจนไม่รู้ว่าผู้ใดแพ้

หรือชนะ

a)

เห็นประภาพเจ้าช้าง เชี่ยวกว่าเชี่ยวเหลืออ้าง    

เอิกเอื้ออัศจรรย์                  ยิ่งนา

b)

สองฝ่ายหาญใช่ช้า     คือสีหสู้สีหกล้า     ต่อแกล้วในกลาง                สมรนา

c)

กองทัพตามกันเต้า    เสียงสนั่นลั่นเท้า     พ่างพื้นไพรพัง                    เพิกฤา

d)

ดังตรลบโลกแล้     

ฤาบ่ร้างรู้แพ้   

ชนะผู้ใดดาล                       ฉงนนา

8.

 คำประพันธ์ในข้อใดมีความหมายถึงการข่มขวัญคู่ต่อสู้โดยใช้เสียง

a)

ดูคะคลำคะคล่ำ         บ่รู้กี่ส่ำสับสน

b)

 ศรต่อศรยิงยืน           ปืนต่อปืนยิงยัน

c)

อุดอึงโห่เอาฤกษ์        เอิกอึงโห่เอาชัย

d)

เงื้อดาบฟันฉะฉาด     ง่าง้าวฟาดฉะฉับ

9.

พระมหาอุปราชาไม่อยากยกทัพไปรบกับพระนเรศวรฯ เพราะเหตุผลในข้อใด

a)

องค์บิดาชราแล้ว ควรฤาแคล้วไกลห่าง

b)

โหรควงคงทำนาย ทายพระเคราะห์ถึงฆาต

c)

คะเนนึกแสยงฤทธิ์ บพิตรไปเทียบทัพหลวง

d)

ก่อนออกรบตริตรอง กลัวจะต้องเสียศักดิ์ศรี

10.

ว่านครรามินทร์ ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราช เยียววิวาทชิงฉัตร เพื่อกษัตริย์สองสู้……..” คำว่า“กษัตริย์สอง” หมายถึงบุคคลในข้อใด

a)

พระเจ้าบุเรงนองกับพระมหาอุปราชา

b)

พระเจ้านันทบุเรงกับพระเจ้าตะเบงชะเวตี้

c)

สมเด็จพระนเรศวรฯกับสมเด็จพระเอกาทศรถ

d)

พระมหาอุปราชากับสมเด็จพระนเรศวรฯ

11.

คำกล่าวว่า “เอาพัสตราสตรี สวมอินทรีย์สร่างเคราะห์” หมายความตรงกับข้อใด

a)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วจะได้ไม่ต้องไปรบ

b)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วเคราะห์จะได้ลดน้อยลง

c)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วจะได้ป้องกันเคราะห์ร้าย

d)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วจะเป็นการสะเดาะเคราะห์

12.

ลักษณะที่เด่นที่สุดของสมเด็จพระนเรศวรฯที่ปรากฏในลิลิตตะเลงพ่ายคือข้อใด

a)

ทรงกอปรด้วยขัตติยมานะ

b)

ทรงยึดมั่นในพระพุทธศาสนา

c)

ทรงรักชาติยิ่งกว่าพระชนม์ชีพ

d)

ทรงเป็นกษัตริย์นักรบที่กล้าหาญ

13.

คำประพันธ์ต่อไปนี้แสดงความรู้สึกอย่างไรในเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย

“สงครามครานี้หนัก ใจเจ็บ ใจนา

เรียมเร่งแหนงหนาวเหน็บ อกโอ้

ลูกตายฤใครเก็บ ผีฝาก พระเอย

ผีจักเท้งที่โพล้ ที่เพล้ใครเผา”

a)

ความคับแค้นใจ

b)

ความเปล่าเปลี่ยว

c)

ความโศกเศร้า

d)

ความหวาดหวั่น

14.

คำว่า "ตะเลง" ในลิลิตตะเลงพ่ายหมายถึงชนชาติใด

a)

พม่า

b)

มอญ

c)

ยวน

d)

เขมร

15.

ลิลิต คือคำประพันธ์ประเภทใด

a)

คำประพันธ์ที่แต่งสลับกันระหว่างกาพย์และโคลง

b)

คำประพันธ์ที่แต่งสลับกันระหว่างกลอนและกาพย์

c)

คำประพันธ์ที่แต่งสลับกันระหว่างร่ายและกลอน

d)

คำประพันธ์ที่แต่งสลับกันระหว่างร่ายและโคลง

16.

"ขุนเสียมสามรรถต้าน ขุนตะเลง

ขุนต่อขุนไป่เยง หย่อนห้าว

ยอหัตถ์เทิดลบองเลบง อังกุศ ไกวแฮ

งามเร่งงามโทท้าว ท่านสู้ศึกสาร"

การใช้คำ “ขุนต่อขุน” ในโคลงบทนี้มีความหมายว่าอย่างไร

a)

เป็นการรบกันอย่างแข็งขัน

b)

เป็นการรบกันระหว่างขุนศึก

c)

ป็นการรบกันระหว่างกษัตริย์

d)

เป็นการรบกันตัวต่อตัว

17.

คำเชิญชวนให้กระทำยุทธหัตถีที่สมเด็จพระนเรศวรฯ ตรัสกับพระมหาอุปราชาที่ว่า

หัสดีรณเรศอ้างอวสาร นี้นา

นับอนาคตกาล ห่อนพ้อง

ขัตติยายุทธ์บรรหาร คชคู่ กันแฮ

คงแต่เผือพี่น้อง ตราบฟ้าดินกษัย

เป็นการกล่าวในทำนองใด

a)

ท้าท้าย

b)

พยาการณ์

c)

รู้การณ์ไกล

d)

ชักจูงโดยโวหาร

18.

ข้อใดแสดงลักษณะที่ขาดความมีระเบียบวินัยของกองทัพ

a)

คลื่อนพลตามเกล็ดนาค ตามเต็มท่งแถวเถื่อน เกลื่อนกล่นแสนยาทัพ กับปะทะไพรินทร์

b)

ขุนคชขับช้างเทียบ ทวยหาญเพียบแผ่นภู ดูมหิมาดาดาษ สระพราศพร้อมโดยขบวน

c)

ไล่โรมรอนทวยสยาม หลามเหลือหลั่งคั่งคับ ซับซ้อนแทรกสับสน ยล บ เป็นทัพกอง

d)

ปานทัพปลูกค่ายสร้าง กลางสมร ภูมิพยุหไกรสร ศึกตั้ง เสนาพลากรต่างรื่น เริงแฮ คอยจักยอยุทธ์ยั้งอยู่ ทางเข็ญ

19.

ว่านครรามินทร์ ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราช เยียววิวาทชิงฉัตร เพื่อกษัตริย์สองสู้……..” คำว่า“กษัตริย์สอง” หมายถึงบุคคลในข้อใด

a)

พระเจ้าบุเรงนองกับพระมหาอุปราชา

b)

พระเจ้านันทบุเรงกับพระเจ้าตะเบงชะเวตี้

c)

สมเด็จพระนเรศวรฯกับสมเด็จพระเอกาทศรถ

d)

พระมหาอุปราชากับสมเด็จพระนเรศวรฯ