wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบกลางภาคภาษาไทย 4 ท32102

Total questions: 45

Worksheet time: 23mins

Name
Class
Date
1.

ผู้แต่งมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี คือใคร

a)

สำนักวัดถนน

b)

พระเทพโมลี (กลิ่น)

c)

สำนักวัดสังข์กระจาย

d)

เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

2.

ข้อใดกล่าวผิด

a)

ชาลีกลับชาติมาเกิดเป็นพระราหุล

b)

กัณหากลับชาติมาเกิดเป็นพระนางสิริมหามายา

c)

พระเวสสันดรกลับชาติมาเกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ

d)

พระนางมัทรีกลับชาติมาเกิดเป็นพระนางยโสธราพิมพา

3.

เพราะเหตุใดเทวดาจึงเนรมิตเป็นพระยาพาฬมฤคราชขวางพระนางมัทรี

a)

ทดลองใจพระนางมัทรี

b)

เป็นที่สถิตประจำของเทวดา

c)

แสดงอิทธิฤทธิ์ให้พระนางมัทรีเกรงกลัว

d)

ขัดขวางพระนางมัทรีไม่ให้กลับยังอาศรม

4.

จุดมุ่งหมายในการแต่งมหาเวสสันดรชาดก คืออะไร

a)

เพื่อใช้เป็นบทเทศน์

b)

เพื่อให้เป็นวรรณคดีฉบับรัตนโกสินทร์

c)

เพื่อใช้สั่งสอนประชาชนให้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา

d)

เพื่อใช้เป็นตำราให้ภิกษุสามเณรในสมัยนั้นใช้ฝึกเทศน์

5.

เทศน์มหาชาติภาคเหนือ มีชื่อเรียกว่าอย่างไร

a)

คาถาพัน

b)

บุญผะเหวด

c)

ตั้งธรรมหลวง

d)

มหาชาติกลอนเทศน

6.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทร

a)

มีทั้งหมด 92 พระคาถา

b)

จุดมุ่งหมายในการแต่งเพื่อใช้เทศนา

c)

เป็นกัณฑ์ที่เทศน์ด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า

d)

เนื้อหาหลักใช้สอนการกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ

7.

ข้อใดไม่ใช่คุณค่าด้านสังคมของร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี

a)

สะท้อนความเชื่อของคนไทยเรื่องโชคลาง

b)

สะท้อนประเพณีไทยในการเทศน์มหาชาติ

c)

สะท้อนค่านิยมของสังคมในอดีต การเป็นเมียและแม่ที่ดี

d)

สะท้อนความเชื่อเรื่องเวรกรรม การเวียนว่ายตายเกิด และการกลับชาติมาเกิด

8.

ขณะที่พระนางมัทรีจะกลับจากป่านั้น เทวดาได้ลงมาขัดขวางและจำแลงแปลงกายเป็นอะไร

a)

เสือโคร่ง เสือเหลือง ราชสีห์

b)

ราชสีห์ พญานาค คชสาร

c)

ราชสีห์ อาชาไนย เสือโคร่ง

d)

อาชาไนย คชสีห์ เสือเหลือง

9.

พระนางมัทรีทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าพระเวสสันดร ทรงยกสองกุมารให้แก่ชูชก

a)

ทรงอนุโมทนาทาน

b)

ทรงเสียใจจนเสียสติ

c)

ทรงโกรธแค้นชูชกมาก

d)

ทรงโกรธพระเวสสันดรมาก

10.

คุณลักษณะที่เด่นที่สุดของพระนางมัทรีคือข้อใด

a)

เลี้ยงดูบุตรทั้งสอง

b)

ทรงบำเพ็ญทานสม่ำเสมอ

c)

จงรักภักดีต่อสามี เป็นแม่ที่ประเสริฐ

d)

ปรนนิบัติสวามีด้วยความวิริยะอุตสาหะ

11.

รสทางวรรณคดีที่เด่นที่สุดในมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์มัทรีคือข้อใด

a)

เสาวรจนี

b)

พิโรธวาทัง

c)

นารีปราโมทย์

d)

สัลลาปังคพีสัย

12.

กัณฑ์ใดที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงพระนิพนธ์

a)

กัณฑ์มัทรี

b)

กัณฑ์กุมาร

c)

กัณฑ์ทศพร

d)

กัณฑ์มหาพน

13.

ข้อใดมีการใช้สัทพจน์

a)

แต่ย่างเหยียบเกรียบกรอบก็เหลียวหลัง

b)

น้ำพระอัสสุชลนาเธอไหลนองคลองพระเนตร

c)

ให้ลายเลื่อมเห็นเป็นรูปคนตะคุ่มๆ อยู่คล้ายๆ แล้วหายไป

d)

มัทรีนี้เป็นข้าเก่าแต่ก่อนมาดั่งเงาตามพระบาทาก็เหมือนกัน

14.

“ฝ่ายฝูงอมรเทเวสทุกวิมานมนเทียรทุกหมู่ไม้ ก็ยิ้มแย้มพระโอษฐ์ ตบพระหัตถ์อยู่ฉาดฉาน” ข้อความ ดังกล่าวเกิดขึ้นในตอนใด

a)

พระนางมัทรีทรงคร่ำครวญถึงสองกุมาร

b)

พระนางมัทรีทรงพบสัตว์ป่ามาขวางทางไว้

c)

พระนางมัทรีทรงสิ้นสติไปด้วยความโศกเศร้า

d)

พระนางมัทรีทรงอนุโมทนาการทำทานของพระเวสสันดร

15.

“โถ แม่มัทรีเพื่อนยาก เจ้ามาตายลงในขณะลำบาก ที่เป็นเวลาไม่สมควรแล้วพี่จะทำอย่างไร”ข้อความนี้ใช้ รสทางวรรณคดีใดในการแต่ง

a)

เสาวรจนี

b)

พิโรธวาทัง

c)

นารีปราโมทย์

d)

สัลลาปังคพิสัย

16.

“สุดสายนัยนาที่แม่จะตามไปเล็งแล สุดโสตแล้วแม่ซับทราบสำเนียงสุดฝีเท้าที่แม่จะเยื้องย่องยกย่างลง เหยียบดิน” ข้อความนี้ดีเด่นในด้านใด

a)

การเล่นสัมผัสสระ

b)

การใช้อุปมาโวหาร

c)

การพรรณนาโวหาร

d)

การเล่นสัมผัสอักษร

17.

“(1) เสียงเนื้อนกนี่ร่ำร้องสำราญรังเรียกคู่คูขยับขัน (2) ทั้งจักจั่นพรรณลองไนเรไรร้องอยู่หริ่งๆ (4) ระเรื่อยโรย โหยสำเนียงดั่งเสียงสังคีตขับประโคมไพร (4) โอ…เหตุไฉนเหงาเงียบเมื่อยามนี้” ข้อความใดใช้ภาพพจน์อุปมา

a)

ข้อความที่ 1

b)

ข้อความที่ 2

c)

ข้อความที่ 3

d)

ข้อความที่ 4

18.

“(1) เสียงเนื้อนกนี่ร่ำร้องสำราญรังเรียกคู่คูขยับขัน (2) ทั้งจักจั่นพรรณลองไนเรไรร้องอยู่หริ่งๆ (4) ระเรื่อยโรย โหยสำเนียงดั่งเสียงสังคีตขับประโคมไพร (4) โอ…เหตุไฉนเหงาเงียบเมื่อยามนี้” ข้อใดไม่ปรากฏในข้อความดังกล่าว

a)

สัทพจน์

b)

อุปลักษณ์

c)

การใช้คำซ้ำ

d)

สัมผัสพยัญชนะ

19.

“(1) เสียงเนื้อนกนี่ร่ำร้องสำราญรังเรียกคู่คูขยับขัน (2) ทั้งจักจั่นพรรณลองไนเรไรร้องอยู่หริ่งๆ (4) ระเรื่อยโรย โหยสำเนียงดั่งเสียงสังคีตขับประโคมไพร (4) โอ…เหตุไฉนเหงาเงียบเมื่อยามนี้” ข้อความดังกล่าวเด่นในด้านใด

a)

ก. ให้ภาพที่มีเสียง

b)

ให้อารมณ์โศกเศร้า

c)

ให้เห็นภาพเคลื่อนไหว

d)

ให้เห็นธรรมชาติที่งดงาม

20.

ข้อใดไม่ใช่การใช้โวหารบุคลวัต

a)

สมเด็จอรไทเธอเที่ยวตะโกนกู่กู๋ก้อง

b)

ได้ยินแต่เสียงดุเหว่าละเมอร้องก้องพนาเวศ

c)

เสียงเนื้อนกนี่ร่ำร้องสำราญรังเรียกคู่คูขยับขัน

d)

ทั้งพื้นป่าพระหิมพานต์ก็ผิดผันหวั่นไหวอยู่วิงเวียน

21.

ข้อใดกล่าวถึง "ชาดก" ไม่ถูกต้อง

a)

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับพระโพธิสัตว์

b)

เรื่องทศชาติอยู่ในนิบาตชาดก

c)

ปัญญาสชาดกแต่งขึ้นจากประสบการณ์ของภิกษุ

d)

ตอนท้ายของชาดกกล่าวถึงการกลับชาติมาเกิดของตัวละคร

22.

ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ให้ข้อคิดแก่ผู้อ่านตามข้อใดเด่นชัดที่สุด

a)

ลูกที่ดีต้องเคารพการตัดสินใจของพ่อแม่

b)

ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยานำมาซึ่งความสุข

c)

ไม่มีความรักใดที่ยิ่งใหญ่เท่ากับความรักของพ่อแม

d)

มนุษย์ต้องรู้จักระมัดระวังตนให้รอดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง

23.

“…เหตุไฉนไม้ที่มีผลเป็นพุ่มพวง ก็กลับกลายเป็นดอกดวงเดียรดาษอนาถเนตร แถวโน้มก็แก้วเกดพิกุลแกม กับกาหลง ถัดนั่นก็สายหยุดประยงค์และยมโดย พระพายก็พัดร่วงโรยรายดอกลงมูนมอง แม่ยังได้เก็บเอาดอก มาร้อยกรองไปฝากลูกเมื่อวันวาน ก็เพี้ยนผิดพิสดารเป็นพวงผลผิดวิกลแต่ก่อนมา...” คำประพันธ์ข้างต้นสะท้อนความเชื่อด้านใด

a)

ความเชื่อเรื่องเทวดา

b)

ความเชื่อเรื่องโชคลาง

c)

ความเชื่อเรื่องความฝัน

d)

ความเชื่อเรื่องการเกิดและการตาย

24.

เรื่องลิลิตตะเลงพ่ายเป็นผลงานการประพันธ์ของผู้ใด

a)

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

b)

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตวโรรส

c)

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรเรศวริยาลงกรณ์

d)

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

25.

ผู้ประพันธ์เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย มีความเกี่ยวข้องอะไรกับพระพุทธศาสนา

a)

เคยออกบวชเป็นพระภิกษุ

b)

เป็นผู้อุปถัมภ์บำรุงพระศาสนา

c)

มีผลงานการประพันธ์เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา

d)

เป็นพระภิกษุ เป็นสมเด็จพระสังฆราชและเป็นเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ

26.

ลิลิต คือคำประพันธ์ประเภทใด

a)

คำประพันธ์ที่แต่งสลับกันระหว่างร่ายย่าวและโคลงสุภาพ

b)

คำประพันธ์ที่แต่งสลับกันระหว่างร่ายสุภาพและกลอนสุภาพ

c)

คำประพันธ์ที่แต่งสลับกันระหว่างร่ายสุภาพและโคลงสุภาพ

d)

คำประพันธ์ที่แต่งสลับกันระหว่างร่ายย่าวและกลอนสุภาพ

27.

ข้อใดเป็นจุดประสงค์สำคัญในการแต่งเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย

a)

เพื่อยกย่องสถาบันกษัตริย์

b)

เพื่อแสดงความสามารถของกวี

c)

เพื่อให้มีวรรณคดีประวัติศาสตร์

d)

เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

28.

คำประพันธ์ข้อใดใช้อุปมาภาพพจน์ดังตัวอย่างต่อไปนี้

“ พระตรีโลกนาถแผ้ว เผด็จมาร

เฉกพระราชสมภาร พี่น้อง ”

a)

เห็นประภาพเจ้าช้าง เชี่ยวกว่าเชี่ยวเหลืออ้าง

เอิกเอื้ออัศจรรย์ ยิ่งนา

b)

สองฝ่ายหาญใช่ช้า คือสีหสู้สีหกล้า

ต่อแกล้วในกลาง สมรนา

c)

กองทัพตามกันเต้า เสียงสนั่นลั่นเท้า

พ่างพื้นไพรพัง เพิกฤา

d)

ดังตรลบโลกแล้ ฤาบ่ร้างรู้แพ้

ชนะผู้ใดดาล ฉงนนา

29.

พ.ศ. 2532 องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ได้ประกาศยกย่องสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสให้เป็นบุคคลสำคัญด้านใด

a)

เป็นบุคคลดีเด่นทางด้านการศึกษาระดับโลก

b)

เป็นบุคคลดีเด่นทางด้านภาษาไทยระดับโลก

c)

เป็นบุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมระดับโลก

d)

เป็นบุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมระดับชาติ

30.

กวีได้เปรียบเทียบการทำยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาเป็นเหมือนการทำสงครามระหว่างใครกับใคร

a)

ระหว่างเทวดากับอสูร

b)

ระหว่างขงเบ้งกับสุมาอี้

c)

ระหว่างระหว่างพระรามกับทศกัณฐ์

d)

ระหว่างขุนแผนกับขุนช้าง

31.

สองโจมสองจู่จ้วง บำรู

สองขัตติยสองขอชู เชิดด้ำ

กระลึงกระลอกดู ไวว่อง นักนา

ควาญขับคชแข่งค้ำ เข่นเขี้ยวในสนาม

คำว่า “โจม” “จู่” และ “จ้วง” ในบทประพันธ์ให้ความหมายว่าอย่างไร

a)

กระทำด้วยกำลังแรง

b)

กระทำด้วยกำลังกาย

c)

โถมเข้าใส่อย่างเต็มกำลัง

d)

ทำจนสุดแขนด้วยกำลังแรง

32.

อ่านโคลงบทต่อไปนี้

พระที่พระผู้ผ่านภพอุต- ดมเอย

ไป่ชอบเชษฐ์ยืนหยุด ร่มไม้

เชิญราชร่วมคชยุทธ์ เผยอเกียรติ ไว้แฮ

สืบกว่าสองเราไสร้ สุดสิ้นฤๅมี

โคลงบทนี้เป็นการพูดแบบใด

a)

ท้าทาย

b)

เชิญชวน

c)

ถากถาง

d)

แดกดัน

33.

กวีนำสิ่งใดมาพรรณนาเชื่อมโยงกับอารมณ์ความรู้สึกของพระมหาอุปราชา

a)

นกชนิดต่างๆ

b)


สายลมแสงแดด

c)

ดอกไม้ต้นไม้

d)

แม่น้ำลำคลอง

34.

ข้อใดแสดงให้เห็นคุณลักษณะเด่นของสมเด็จพระนเรศวรขณะที่พระองค์ตกอยู่ในวงล้อมของพม่า แล้วตรัสเชิญพระมหาอุปราชาเสด็จออกมาทำยุทธหัตถีกัน

a)


ฝีมือการรบ

b)

ความกล้าหาญ

c)


ไหวพริบปฏิภาณ

d)

ความมีอารมณ์ขัน

35.

คำกล่าวว่า “เอาพัสตราสตรี สวมอินทรีย์สร่างเคราะห์” หมายความตรงกับข้อใด

a)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วเคราะห์จะได้ลดน้อยลง

b)


จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วจะได้ไม่ต้องไปรบ

c)


จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วจะเป็นการสะเดาะเคราะห์

d)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วจะได้ป้องกันเคราะห์ร้าย

36.

"นฤบดีโถมถีบสู้ ศึกธาร

ฟอนฟาดสุงสุมาร มอดม้วย

สายสินธุ์ซึ่งนองพนานต์ หายเหือด แห้งแฮ

พระเร่งปรีดาด้วย เผด็จเสี้ยนเศิกกษัย "

โคลงลิลิตตะเลงพ่ายนี้กล่าวถึงเรื่องใด เรื่องนั้นมีความสำคัญอย่างไร

a)

นิมิตบอกเหตุ - ความมีชัยต่อศัตรู

b)

การปราบจระเข้ - ความพ่ายแพ้ของข้าศึก

c)

น้ำป่าหลากท่วมทับข้าศึก - การไม่ต้องเสียกำลังรบ

d)

การต่อสู้ชนะของสมเด็จพระนเรศวรฯ - พระมหาอุปราชาขาดคอช้าง

37.

ข้อใดตีความผิด

a)

ยลแต่เหย้าเรือนร้าง อยู่ไร้ใครแรม = เห็นแต่บ้านเรือนที่ร้างเพราะไม่มีคนอาศัยอยู่

b)

มาเดียวเปลี่ยวอกอ้า อายสู = เมื่อเรามาคนเดียวไม่มีคู่ก็รู้สึกเปลี่ยวใจและอายคนอื่นที่มีคู่

c)

สละสละสมร เสมอชื่อ ไม้นา = การที่พี่จากน้องมานั้นเหมือนกับชื่อต้นสละที่มองเห็นอยู่ตรงหน้า

d)

แสนเศิกห่อนหาญราญ รอฤทธิ์ พระฤๅ = ข้าศึกยกทัพมานับแสนก็ไม่กล้าออกไปสู้ศึกเพราะต้องการ อยู่รอพระองค์มาแสดงฤทธิ์

38.

ข้อใดสะท้อนอัจฉริยภาพด้านการศึกสงครามครั้งนี้ของสมเด็จพระนเรศวรฯ ได้เด่นชัดที่สุด

a)

ความรอบคอบในการจัดทีม

b)

ความรอบรู้ในยุทธวิธีการศึก

c)

ความรับผิดชอบในการสงคราม

d)

ความเข้าใจลักษณะของผู้นำแม่ทัพ

39.

ข้อใดคือข้อควรปฏิบัติสำหรับแม่ทัพในยามสงคราม

a)

จงพ่ออย่ายินยล แต่ตื้น

อย่าลองคะนองตน ตามชอบ ทำนา

b)

สระเทินสระทกแท้ ไทถวิลอยู่เฮย

ฤาใคร่คลายใจจินต์ จืดสร้อย

c)

อย่าขุ่นอย่าลำเค็ญ ใจเจ็บ พระเอย

พระจักลุลาภได้ เผด็จเสี้ยนศึกสยาม

d)

ภูบาลอื้นอำนวย อวยพระพร เลิศล้น

จงอยุธย์อย่าพ้น แห่งเงื้อมมือเทอญ พ่อนา

40.

คำประพันธ์ในข้อใดใช้คำว่า “ฉัตร” ต่างจากข้ออื่น

a)

ซึ่งแสร้งรังสฤษฎ์ให้ มาอุบัติ

ในประยูรเศวตฉัตร สืบเชื้อ

b)

บัด ธ เห็นขุนกรี หนึ่งไสร้

เถลิงฉัตรจัตุรพิรีย์ เรียงคั่ง ขู่เฮย

c)

ภูธรเมิลอมิตรไท้ ธำรง สารแฮ

ครบสิบหกฉัตรทรง เทริดเกล้า

d)

อลงกตแก้วแกมกาญจน์ เครื่องพุดตานตกแต่ง

แข่งสีทองทอเนตร ปักเศวตรฉัตรฉานฉา

41.

“เจ้าอยุธยามีบุตร ล้วนยงยุทธ์เชี่ยวชาญ หาญหักศึก บ มิย่อ ต่อสู้ศึก บ มิหย่อน ไปพักวอนว่าใช้ ให้ ธ หวงห้าม แม้นเจ้าคร้ามเคราะห์กาจ จงอย่ายาตรยุทธนา เอาพัสตราสตรี สวมอินทรีย์สร่างเคราะห์" บทประพันธ์นี้มีน้ำเสียงเป็นอย่างไร

a)

ตัดพ้อ

b)

เคียดแค้น

c)

น้อยเนื้อต่ำใจ

d)

ประชดประชัน

42.

สายหยุดหยุดกลิ่นฟุ้ง ยามสาย

สายบ่หยุดเสน่ห์หาย ห่างเศร้า

กี่คืนกี่วันวาย วางเทวษ ราแม่

ถวิลทุกขวบค่ำเช้า หยุดได้ฉันใด

จากคำประพันธ์ข้างต้น กวีใช้กลวิธีในการเขียนอย่างไร

a)

เล่นเสียงสระ

b)

การเล่นคำ

c)

การซ้ำคำ

d)

เล่นสัมผัสอักษร

43.

“....ด้าวศึกสู้สองสาร ราญศึกสู้สองไท้ ไร้พิริยะแห่ห้อม พร้อมแต่กลางควาญคช กำหนดสี่โดยเสร็จ เห็จเข้าใกล้กองหน้า ข้าศึกดูดาษเดียร ธระเมียรหมู่ดัสกร มอญพม่าดาดื่น เดินดุจคลื่นคลาฟอง นองน่านในอรรณเวศ ตรัสทอดพระเนตรเนืองบร โล่โรมรอนทวยสยาม...” คำประพันธ์ข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งใดเด่นชัดที่สุด

a)

สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์

b)

สะท้องให้เห็นถึงการปกป้องกองทัพ

c)

สะท้อนให้เห็นถึงกลศึกสงครามตามตำราพิชัยสงคราม

d)

สะท้อนให้เห็นถึงผู้นำที่มีความกล้าหาญ เป็นวีรบุรุษนักรบ

44.

วรรณคดีเรื่องลิลิตตะเลงพ่ายไม่สะท้อนคุณค่าด้านสังคมในข้อใด

a)

ความเชื่อโชคลาง

b)

ตำราพิชัยสงคราม

c)

การประกาศชัยชนะเหนือพม่า

d)

พรรณนาพรรณพฤษาป่าไม้

45.

ข้อใดสะท้อนข้อคิดจากเรื่อง ลิลิตตะเลงพ่ายได้น้อยที่สุด

a)

เราต้องช่วยกันรักษาและปกป้องชาติไทยไว้ให้ลูกหลานต่อไป

b)

คำพูดที่ไพเราะอันออกมาจากความคิดที่เฉียบคม สามารถโน้มน้าวให้ผู้ฟังให้ปฏิบัติตามได้

c)

เมื่อพบปัญหาต้องมีสติ จะสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยปัญญา

d)

การทำศึกสงครามต้องมีจิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มีไหวพริบ พร้อมท้าชนทุกสถานการณ์