wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา

Total questions: 40

Worksheet time: 28mins

Name
Class
Date
1.

๑. เสภาคืออะไร

a)

ก. การขับลำนำเป็นเรื่องราว ใช้กรับเป็นเครื่องประกอบจังหวะ

b)

ข. การร้องเป็นทำนองสรภัญญะ ใช้กลองรำมะนาเป็นเครื่องประกอบจังหวะ

c)

ค. การร้องเป็นทำนองแหล่  ใช้ระนาดเป็นเครื่องประกอบจังหวะ

d)

ง. การร้องเป็นทำนองไทยเดิม ใช้ฉิ่งเป็นเครื่องประกอบจังหวะ

2.

๒. “ทุกวันนี้ลูกชายสบายยศ        พร้อมหมดเมียมิ่งก็มีสอง

มีบ่าวไพร่ใช้สอยทั้งเงินทอง          พี่น้องข้างพ่อก็บริบูรณ์”  คำที่ขีดเส้นใต้หมายถึงผู้ใด

a)

ก. นางสร้อยทองและนางสายทอง    

b)

ข. นางแก้วกิริยาและนางลาวทอง

c)

ค. นางสร้อยฟ้าและนางศรีมาลา             

d)

ง.  นางสายทองและนางลาวทอง

3.

๓. เมื่อขุนช้างถวายฎีกาต่อสมเด็จพระพันวษาทำไมต้องถูกเฆี่ยนถึง๓๐ ที

a)

ก. ขุนช้างละเมิดกฎหมายในการรักษาความปลอดภัยแก่พระมหากษัตริย์

b)

ข. ขุนช้างสร้างความรำคาญในการเสด็จประพาส

c)

ค. ขุนช้างไม่รู้จักกาลเทศะความเหมาะสม

d)

ง. ขุนช้างชอบฟ้องร้องเรื่องไร้สาระ

4.

๔. “อีแสนถ่อยจัญไรใจทมิฬ       ดังเพชรนิลเกิดขึ้นในอาจม” ผู้ประพันธ์ใช้โวหารใดในการประพันธ์

a)

ก. อุปลักษณ์

b)

ข. อุปมา

c)

ค. สัทพจน์

d)

ง. พรรณนาโวหาร

5.

๕. ข้อใดไม่ใช่ลางสังหรณ์ที่เกิดแก่นางวันทอง

a)

ก. ดุเหว่าเร้าเสียงสำเนียงก้อง               

ระฆังฆ้องขานแข่งในวังหลวง

b)

ข. ฝันว่าพลัดไปในไพรเถื่อน                 

เลื่อนเปื้อนไม่รู้ที่จะกลับหลัง

c)

ค. ลดเลี้ยวเที่ยวหลงในดงรัง                 

ยังมีพยัคฆ์ร้ายมาราวี

d)

ง. ใต้เตียงสียงหนูก็กุกกก                    

แมงมุงทุ่มอกที่ริมฝา

6.

๖.  “ว่าตั้งแต่วันนี้สืบต่อไป                   หน้าที่ของผู้ใดให้รักษา

ถ้าประมาทราชการไม่นำพา                  ปล่อยให้ใครเข้ามาในล้อมวง”  คำว่า “ราชการ” หมายถึงเรื่องใด

a)

ก. การอารักขาพระมหากษัตริย์  

b)

ข. การแสดงความเคารพต่อพระมหากษัตริย์

c)

ค. การตัดสินคดีความ

d)

ง. การดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

7.

๗. การกราบบังคมทูลเป็นกลางของนางวันทองทำให้ส่งผลอย่างไร

a)

ก. ที่รูปรวยสวยสมมีถมไป

b)

ข. ให้ฟันฟาดเสียให้เป็นผี 

c)

ค. เอาใบตองรองไว้ให้หมากิน

d)

ง. อกเอาขวานผ่าอย่าปรานี

8.

๘. ข้อใดไม่มีสำนวนไทย

a)

ก. เหมือนแมลงวันว่อนเคล้าที่เน่าชั่ว        

มาเกลือกลั้วปทุมมาลย์ที่หวานหอม

b)

ข. ดอกมะเดื่อหรือจะเจือดอกพะยอม       

ว่านักแม่จักตรอมระกำใจ

c)

ค. สองมือปิดขาเหมือนท่าเปรต             

ใครมาเทศน์เอาผ้ากูไปไหน

d)

ง. ดังทองคำทำเลี่ยมปากกะลา              

หน้าตาดำเหมือนมินหม้อมอม

9.

๙. “เจ้าเป็นถึงหัวหมื่นมหาดเล็ก         มิใช่เด็กดอกจงฟังคำแม่ว่า

จงเร่งกลับไปคิดกับบิดา                     ฟ้องหากราบทูลพระทรงธรรม์” คำประพันธ์นี้นางวันทองต้องการบอกอะไรให้พลายงาม

a)

ก. ดุด่าว่ากล่าว  

b)

ข. พร่ำสอน  

c)

ค. เตือนสติ

d)

ง. ชักชวน

10.

๑๐. “ครานั้นจึงโฉมเจ้าวันทอง               เศร้าหมองด้วยลูกเป็นหนักหนา

พ่อพลายงามทรามสวาทของแม่อา           แม่โศกาเกือบเจียนจะบรรลัย

ใช่จะอิ่มเอิบอาบด้วยเงินทอง                 มิใช่ของตัวทำมาแต่ไหน

ทั้งผู้คนช้างม้าแลข้าไท                        ไม่รักใคร่เหมือนกับพ่อพลายงาม

ทุกวันนี้ใช่แม่จะผาสุก                         มีแต่ทุกข์ใจเจ็บดังเหน็บหนาม

ต้องจำจนทนกรรมที่ติดตาม                  จะขืนความคิดไปก็ใช่ที”

คำประพันธ์นี้นางวันทองต้องการบอกให้รู้อะไร

a)

ก. บอกถึงความวิตกกังวล

b)

ข. รำพันถึงความทุกข์ใจ    

c)

ค. ให้คำแนะนำ     

d)

ง. แสดงความท้อใจ

11.

๑๑. ข้อใดมีน้ำเสียงเชิงตัดพ้อ

a)

ก. มีธุระสิ่งไรในใจเจ้า                       

  พ่อจงเล่าแก่แม่แล้วกลับบ้าน

b)

ข. เมื่อพ่อเจ้ากลับมาแต่เชียงใหม่            

ไม่เพ็ดทูลสิ่งไรแต่สักอย่าง

c)

ค. เล่าความบอกผัวด้วยกลัวภัย             

ประหลาดใจน้องฝันพรั่นอุรา

d)

ง. มาอยู่ไยกับอ้ายหินชาติ                   

แสนอุบาทว์ใจจิตริษยา

12.

๑๒. “พี่ผิดจริงแล้วเจ้าวันทอง        เหมือนลืมน้องหลงเลือนทำเชือนเฉย” ข้อความนี้ใครสำนึกผิดในเรื่องใด

a)

ก. ขุนช้างสำนึกผิดในเรื่องที่หึงหวงนางวันทองมากเกินไป

b)

ข. ขุนช้างสำนึกผิดในเรื่องไม่ดูแลนางวันทองให้จนถูกพลายงามมาลักตัวไป

c)

ค. ขุนแผนสำนึกผิดในเรื่องที่มีภรรยาหลายคน

d)

ง. ขุนแผนสำนึกผิดในเรื่องที่ไม่ได้ทูลขอนางวันทองคืนจากขุนช้าง หลังจากรบชนะเจ้าเชียงใหม่

13.

๑๓. ข้อใดไม่มีภาพสะท้อนทางวัฒนธรรม

a)

ก. ถ้ารักน้องป้องปิดให้มิดอาย              

  ฉันกลับกลายแล้วหม่อมจงฟาดฟัน

b)

ข. พระจันทรจรแจ่มกระจ่างดี               

พระพายพัดมาลีตรลบไป

c)

ค. ไปเพ็ดทูลเสียให้ทูลกระหม่อมแจ้ง        

น้องจะแต่งบายศรีไว้เชิญขวัญ

d)

ง. หญิงเดียวชายครองเป็นสองมิตร

ถ้ามิปลิดเสียให้เปลื้องไม่ตามใจ

14.

๑๔. การกระทำของขุนช้างที่ฉุดนางวันทองซึ่งเป็นภรรยาของขุนแผนมาเป็นภรรยาตนนั้นถือว่าผิดศีลข้อใด

a)

ก. ข้อ ๑. ปาณาติปาตา เวรมณี  

b)

ข. ข้อ ๒. อทินนาทานา เวรมณี

c)

ค. ข้อ ๓. กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี 

d)

ง. ข้อ ๔. มุสาวาทา เวรมณี

15.

๑๕.  “พลางเรียกหาข้าไทอยู่ว้าวุ่น           อีอุ่นอีอิ่มอีฉิมอีสอน

อีมีอีมาอีสาคร         นิ่งนอนไยหวามาหากู”

คำประพันธ์นี้ขุนช้างเรียกคนใช้ทั้งหมดกี่คน

a)

ก. ๖ คน

b)

ข. ๗ คน

c)

ค. ๘ คน  

d)

ง. ๙ คน

16.

๑๖. “พี่ผิดพี่ก็มาลุแก่โทษ           จะคุมโกรธคุมแค้นไปถึงไหน

ความรักพี่ยังรักระงมใจ              อย่าตัดไมตรีตรึงให้ตรอมตาย”  คำประพันธ์นี้ใช้โวหารข้อใด

a)

ก. เสาวรจนี

b)

ข. นารีปราโมทย์

c)

ค. พิโรธวาทัง 

d)

ง. สัลลาปังคพิสัย

17.

๑๗.  “คิดคะนึงตะลึงตะลานอก       ดังตัวตกพระสุเมรุภูผา” คำประพันธ์ข้างต้นมีลักษณะดีเด่นอย่างไร

a)

ก. มีการใช้โวหารภาพพจน์  

b)

ข. มีการเล่นสัมผัส

c)

ค. ใช้การบรรยายให้เห็นภาพ

d)

ง. ทุกข้อที่กล่าวมา

18.

๑๘.  เรื่องขุนช้างขุนแผนมีเนื้อหาสาระที่คนชอบเพราะเหตุผลใดเป็นสำคัญ

a)

ก. เรื่องที่มีหลายรส หลายอารมณ์

b)

ข. เรื่องที่ไม่เป็นไปตามใจหวัง

c)

ค. เรื่องที่ไม่สมหวังของตัวละคร

d)

ง. เรื่องที่สะท้อนชีวิตของคนสมัยก่อน

19.

๑๙. ข้อใดไม่มีอุปมาโวหาร

a)

ก. หญิงเดียวชายครองเป็นสองมิตร         

ถ้ามิปลิดเสียให้เปลืองไม่ตามใจ

b)

ข. คราวนั้นเมื่อตามไปกลางป่า              

หน้าดำเหมือนหนึ่งทามินหม้อไหม้

c)

ค. ชนะความงามหน้าดังเทียนชัย            

เขาฉุดไปเหมือนลงทะเลลึก

d)

ง. คิดคะนึงตะลึงตะลานอก                   

ดังตัวตกพระสุเมรุภูผา

20.

๒๐. คำประพันธ์ในข้อใดไม่เข้าลักษณะพิโรธวาทัง

a)

ก. ไม่มีอาญาสิทธิ์คิดดึงโดน       

  เที่ยวทำใจคะนองจองหองครัน

เลี้ยงมึงไม่ได้อ้ายใจร้าย                      

ชอบแต่เฆี่ยนสองหวายตลอดหลัง

b)

ข. ถ้าฉวยเกิดฆ่าฟันกันล้มตาย     

อันตรายไพร่เมืองก็เคืองกู

อีวันทองกูให้อ้ายแผนไป                     

อ้ายช้างบังอาจใจทำจู่ลู่

c)

ค. ฉุดมันขึ้นช้างอ้างถึงกู 

          ตะคอกขู่อีวันทองให้ตกใจ

ชอบตบให้สลบลงกับที่                       

เฆี่ยนตีเสียให้ยับไม่นับได้

d)

ง. จะรักชู้ชังผัวมึงกลัวอาย         

จะอยู่ด้วยลูกชายก็ไม่

ว่าตามใจกูจะให้ดังวาจา                       

  แต่นี้เบื้องหน้าขาดเด็ดไป

21.

๒๑. ข้อใดไม่แสดงอาการเคลื่อนไหว

a)

ก. ย่างท้าวก้าวไปในทันที

   มิได้มีใครทักแต่สักคน     

b)

ข.โอ้แม่เจ้าประคุณของลูกเอ๋ย              

  ไม่ควรเลยจะพรากจากคุณพ่อ

c)

ค. ชมพลางย่างเยื้องชำเลืองมา             

  เปิดมุ้งเห็นหน้าแม่วันทอง

d)

ง. พลางนั่งลงนอบนบอภิวันท์             

   สะอื้นอั้นอกแค้นน้ำตาคลอ

22.

๒๒. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์

a)

ก. ดูเวลาปลอดห่วงทักทิน 

b)

ข. เสกขมิ้นว่านยาเข้าทาตัว

c)

ค. เงียบสัตว์จัตุบททวิบาท 

d)

ง. ลงยันต์ราชะเอาปะอก

23.

๒๓. “อึดอัดฮึดฮัดด้วยขัดใจ” คำประพันธ์ที่ยกมานี้มีลักษณะเด่นในเรื่องใด

a)

ก. ความล้มเหลว  

b)

ข. การเล่นอักษร 

c)

ค. การเล่นคำ 

d)

ง. การเล่นสัมผัส

24.

๒๔. ข้อใดคือเหตุผลที่วันทองต้องถูกลงพระอาญารุนแรงถึงขั้น

                   “อกเอาขวานผ่าอย่าปรานี          อย่าให้มีโลหิตติดตีนกู

เอาใบตองรองไว้ให้หมากิน          ตกดินจะอัปรีย์กาลีอยู่”

a)

ก. ว่าหญิงชั่วผัวยังคราวละคนเดียว         

หาตอมกันเกลียวเหมือนมึงไม่

b)

ข. กูเลี้ยงมึงให้ถึงเป็นหัวหมื่น                

คนอื่นรู้ว่าแม่ก็ขายหน้า

c)

ค. ที่รูปรวยสวยสมมีถมไป                   

มึงตัดใจเสียเถิดอีคนนี้

d)

ง. รูปงามนามเพราะน้อยไปหรือ             

ใจไม่ซื่อสมศักดิ์เท่าเส้นผม

25.

๒๕. “ได้ยินเสียงฆ้องย่ำประจำวัง            ลอยลมล่องดังถึงเคหา

คะเนนับย่ำยามได้สามครา          ดูเวลาปลอดห่วงทักทิน” เวลาที่ปรากฏคือเวลาใด

a)

ก. บ่าย ๓ โมง (๑๕.๐๐ น.)

b)

ข.  สามโมงเช้า (๙.๐๐ น.)

c)

ค. สามทุ่ม (๒๑.๐๐ น.)

d)

ง. ตีสาม (๓.๐๐ น.)

26.

๒๖. “เงียบสัตว์จัตุบททวิบาท       ดาวดาษเดือนสว่างกระจ่างไข” ข้อใดคือสัตว์ทวิบาท

a)

ก. ไก่

b)

ข. งู

c)

ค. สุนัข

d)

ง. เรไร

27.

๒๗. “ใต้เตียงเสียงหนูก็กุกกก แมงมุมทุ่มอกที่ริมฝา” สะท้อนความเชื่อในเรื่องใด

a)

ก. เคราะห์

b)

ข. โชค

c)

ค. กรรม

d)

ง. ลาง

28.

๒๘. “จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม           เมื่อเป็นความชนะขุนช้างนั่น

กลับมาอยู่บ้านสำราญครัน                   เกษมสันต์สองสมภิรมย์ยวน”

ตามเนื้อความในคำประพันธ์ข้างต้นนี้พระไวยหรือพลายงามกับขุนช้างเป็นความกันด้วยเรื่องใด

a)

          ก. ขุนช้างทูลฟ้องว่าพระไวยทำร้ายร่างกาย

b)

          ข. พระไวยทูลฟ้องว่าขุนช้างใส่ความให้เสียชื่อเสียง

c)

          ค. พระไวยทูลฟ้องว่าขุนช้างให้บ่าวไพร่ทำร้ายร่างกาย

d)

          ง. ขุนช้างทูลฟ้องว่าพระไวยลักพานางวันทองไปจากเรือน

29.

๒๙. “มาอยู่ไยกับอ้ายหินชาติ             แสนอุบาทว์ใจจิตริษยา

ดังทองคำทำเลี่ยมปากกะลา              หน้าตาดำเหมือนมินหม้อมอม” ใครเป็นผู้กล่าวข้อความข้างต้นนี้

a)

ก. สมเด็จพระวันวษา

b)

ข. พระไวย      

c)

ค. ขุนแผน

d)

ง. นางวันทอง

30.

๓๐. ข้อใดไม่ใช้ “วัจนภาษา”

a)

          ก. ฉุดมันขึ้นช้างอ้างถึงกู           

ตะคอกขู่อีวันทองให้ตกใจ

b)

          ข. ตะโกนเรียกในห้องวันทองเอ๋ย  

หาขานรับเช่นเคยสักคำไม่

c)

          ค. จงไปบ้านขุนช้างด้วยทันใด     

ไกล่เกลี่ยเสียอย่าให้มันโกรธา

d)

          ง. พระหมื่นไวยใช้ใบ้ให้แม่ว่า       

บุ้ยปากตรงบิดาเป็นหลายหน

31.

๓๑. “ละโมบมากตัณหาตาเป็นมัน           สักร้อยพันให้มึงไม่ถึงใจ”

ข้อความข้างต้นนี้เป็นคำพูดของใครพูดกับใคร

a)

ก. สมเด็จพระพันวษาตรัสบริภาษนางวันทอง

b)

ข.  ขุนแผนบริภาษขุนช้าง

c)

ค. สมเด็จพระพันวษาตรัสบริภาษขุนช้าง   

d)

ง.  ขุนแผนบริภาษนางวันทอง

32.

๓๒. เมื่อสมเด็จพระพันวษามีรับสั่งให้นางวันทองตัดสินใจว่าจะเลือกไปอยู่กับขุนช้าง  ขุนแผน  หรือไปอยู่กับพระไวย  คำกราบทูล “เป็นกลาง” ของนางวันทองเข้าลักษณะสำนวนข้อใดมากที่สุด

a)

ก. น้ำท่วมปาก

b)

ข.  กลืนไม่เข้า คายไม่ออก

c)

ค. เอาข้างเข้าถู  

d)

ง. เลือกนักมักได้แร่

33.

๓๓. สมเด็จพระพันวษาทรงพิจารณาว่าขุนแผนนั้น “ข้อผิดมีติดตัวหมองมัวมลทินอยู่หนักหนา” ข้อใดคือ “ข้อผิดของขุนแผน” ตามที่ทรงพิจารณา

a)

ก. รู้เห็นเป็นใจกับลูก

b)

ข. มีภรรยาหลายคน

c)

ค. ไม่เลิกราในเรื่องช่วงชิงนางวันทอง

d)

ง.  ละเลยไม่ติดตามทวงนางวันทองคืนจากขุนช้าง   

34.

๓๔. ข้อใดมิใช่พระลักษณะของสมเด็จพระพันวษาตามที่ปรากฏในเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนที่เรียน

a)

ก. ทรงพระราชอำนาจสูงสุดในบ้านเมือง

b)

ข. ทรงเป็นที่เคารพยำเกรงของพสกนิกร

c)

ค. ทรงใฝ่พระทัยในทางธรรม

d)

ง.  ทรงความยุติธรรม

35.

๓๕. ข้อใดคือความดีของขุนช้างตามทัศนะของนางวันทอง

a)

ก. ไม่เคยขัดใจนางวันทองเลย               

b)

ข. เป็นคู่ทุกข์คู่ยากของนางวันทอง

c)

ค. ให้เงินนางวันทองใช้จ่ายโดยไม่ขาดมือ

d)

ง. ยกย่องให้เกียรตินางวันทองในฐานะภรรยาอย่างเต็มที่

36.

๓๖. คำประพันธ์ข้อใดไม่ใช่บทนารีปราโมทย์

a)

          ก. จะเป็นความอีกก็ตามแต่ทำนอง

จึงให้ลูกรับน้องมาร่วมเรือน

b)

          ข. จะเป็นตายง่ายยากไม่จากรัก             

จะฟูมฟักเหมือนเมื่ออยู่ในกลางเถื่อน

c)

          ค. ความรักพี่ยังรักระงมใจ                   

อย่าตัดไมตรีตรึงให้ตรอมตาย

d)

          ง. ถ้าตัดรักหักใจแล้วไม่มา                   

หม่อมอย่าว่าเลยฉันไม่คืนคิด

37.

๓๗. บทประพันธ์ในข้อใดที่แสดงถึงลักษณะนิสัยที่มุทะลุดุดันของพลายงามได้เด่นชัดที่สุด

a)

          ก. แม่อย่าเจรจาช้าที                        

จวนแจ้งแสงศรีจะรีบไป

b)

          ข. จะตัดเอาศีรษะของแม่ไป                 

ทิ้งแต่ตัวไว้ให้อยู่นี่

c)

          ค. แม้นมิไปให้งามก็ตามใจ                  

จะบาปกรรมอย่างไรก็ตามที

d)

          ง. เสียแรงเป็นลูกผู้ชายไม่อายเพื่อน

จะพาแม่ไปเรือนให้จงได้

38.

๓๘. ข้อใดมีคำศัพท์แสดงถึงวัฒนธรรมการแต่งกายในสมัยก่อน

a)

          ก. ผ้าผ่อนล่อนแก่นไม่ติดกาย      

เห็นม่านขาดเรี่ยรายประหลาดใจ

b)

          ข. พระสูตรรูดกร่างกระจ่างองค์    

ขุนนางกราบลงเป็นขนัด

c)

          ค. ลุกขึ้นถกเขมรร้องเกณฑ์ไป      

ทุดอ้ายไพร่ขี้ครอกหลอกผู้ดี

d)

          ง. เสกกระแจะจวงจันทน์น้ำมันทา 

เสร็จแล้วก็พาวันทองไป  

39.

๓๙. คำประพันธ์ข้อใดเป็นการคิดโดยไม่มีอคติ

a)

          ก. จงครวญใคร่ให้เห็นข้อสำคัญ    

แม่นี้พรั่นกลัวแต่จะเกิดความ

ด้วยเป็นข้าลักไปไทลักมา                    

เห็นเบื้องหน้าจะอึงแม่จึงห้าม

b)

          ข. บ่าวผู้หญิงวิ่งไปอยู่งกงัน        

เห็นนายนั้นแก้ผ้ากางขาอยู่

ต่างคนทรุดนั่งบังประตู                      

ตกตะลึงแลดูไม่เข้ามา

c)

          ค. มันก็จะสอดแนมแกมเท็จ       

ไปกราบทูลสมเด็จพระพันวษา

ดูจะระแวงผิดในกิจจา                       

มารดาก็ต้องซึ่งโทษภัย

d)

          ง. บอกว่าเราจับไข้มาหลายวัน     

เกรงแม่จะไม่ทันมาเห็นหน้า

เมื่อคืนนี้ซ้ำมีอันเป็นมา                      

เราใช้คนไปหาแม่วันทอง

40.

๔๐. คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดหมายถึงจมื่นไวย

a)

          ก.  วันนั้นแพ้กูเมื่อดำน้ำ                     

ก็กริ้วซ้ำจะฆ่าให้เป็นผี

b)

          ข.  เอาเถิดเป็นไรก็เป็นไป                    

ไม่เอากลับมาได้มิใช่กู

c)

          ค.  แล้วกลับความถามข้างวันทองพลัน 

    เออเมื่อมันฉุดคร่าพามึงไป

d)

          ง.  ฉุดมันขึ้นช้างอ้างถึงกู                     

ตะคอกขู่อีวันทองให้ตกใจ