wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เหตุการณ์5

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างภาวะโลกร้อนกับ climate change ได้ถูกต้องที่สุด

a)

อากาศคงเดิมทำให้ภูมิอากาศไม่เปลี่ยน

b)

อุณหภูมิโลกสูงขึ้นทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงถาวร

c)

อุณหภูมิลดลงทำให้พายุลดจำนวนทันที

d)

อากาศเย็นลงทำให้ฤดูฝนยาวนานเสมอ

2.

ปัจจัยมนุษย์ใดเป็นแหล่งสำคัญของก๊าซเรือนกระจกในศตวรรษที่ 21

a)

การตัดไม้ทำลายป่าอย่างต่อเนื่อง

b)

การคมนาคมขนส่งใช้น้ำมันจำนวนมาก

c)

การทำการเกษตรเชิงอุตสาหกรรม

d)

อุตสาหกรรมปล่อยควันและความร้อน

e)

การอนุรักษ์ป่าไม้เข้มงวด

3.

ข้อใดเป็นผลโดยตรงจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศ

a)

เมฆทุกชนิดหายไปจากท้องฟ้า

b)

อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเรื่อย ๆ

c)

แรงลมทั่วโลกหยุดนิ่งทันที

d)

รังสีดวงอาทิตย์ลดลงถาวร

4.

การตัดไม้ทำลายป่าส่งผลต่อภาวะโลกร้อนอย่างไร

a)

ลดการดูดซับคาร์บอนของระบบนิเวศ

b)

เพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในดินทันที

c)

ลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากสัตว์เลี้ยง

d)

ทำให้ความชื้นบรรยากาศสูงขึ้นถาวร

5.

อุตสาหกรรมและการคมนาคมมีบทบาทต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างไร

a)

ผลิตออกซิเจนมากกว่าคาร์บอน

b)

ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์มาก

c)

ใช้พลังงานสะอาดทั้งหมด

d)

เผาเชื้อเพลิงฟอสซิลจำนวนมาก

6.

ผลกระทบใดเกี่ยวข้องกับหมีขั้วโลกในภาพ

a)

น้ำแข็งขั้วโลกละลายและระดับน้ำทะเลสูง

b)

ทะเลทรายกลายเป็นป่าฝนพื้นเมือง

c)

ภูเขาไฟดับสนิททั่วโลก

d)

ชั้นบรรยากาศหนาขึ้นป้องกันความร้อน

7.

ข้อใดเป็นผลกระทบด้านทรัพยากรน้ำจากภาวะโลกร้อน

a)

ธารน้ำแข็งเหือดแห้งและแม่น้ำสำคัญแห้ง

b)

น้ำพุร้อนปะทุทั่วทุกเมือง

c)

ทะเลน้ำจืดเกิดขึ้นกลางมหาสมุทร

d)

ฝนตกเพิ่มขึ้นเท่ากันทุกภูมิภาค

8.

เหตุการณ์ใดมักเกิดถี่ขึ้นเมื่อภูมิอากาศแปรปรวนรุนแรง

a)

ดาวเคราะห์วงโคจรเปลี่ยนทิศทาง

b)

ภัยธรรมชาติรุนแรงบ่อยครั้งขึ้น

c)

การเกิดรุ้งกินน้ำยาวนานขึ้น

d)

แรงโน้มถ่วงโลกอ่อนลงทันที

9.

การขยายตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสัมพันธ์กับโลกร้อนอย่างไร

a)

เพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

b)

ลดความต้องการพลังงานทั้งหมด

c)

เพิ่มพื้นที่ป่าอย่างรวดเร็ว

d)

หยุดกิจกรรมมนุษย์ทันที

10.

มาตรการระดับโลกที่มักถูกเรียกร้องเพื่อลดโลกร้อนคือข้อใด

a)

เพิ่มการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล

b)

ขยายพื้นที่รถยนต์ส่วนบุคคล

c)

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

d)

หยุดพลังงานหมุนเวียนถาวร

11.

สาขาใดต่อไปนี้สร้างผลกระทบก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม

a)

อุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิล

b)

การคมนาคมทางถนนหนาแน่น

c)

การเกษตรเชิงพาณิชย์สมัยใหม่

d)

การปลูกป่าทดแทนอย่างยั่งยืน

12.

ข้อสรุปเชิงระบบใดสะท้อนห่วงโซ่ผลกระทบของโลกร้อน

a)

ภูมิอากาศแปรปรวน ภัยธรรมชาติถี่และรุนแรงขึ้น

b)

อุณหภูมิลดลง พายุหยุดเกิดทันที

c)

ธารน้ำแข็งหายไป แม่น้ำแห้ง ความขาดแคลนน้ำ

d)

อุณหภูมิสูงขึ้น น้ำแข็งละลาย ระดับน้ำทะเลเพิ่ม

13.

อะไรเป็นชนวนให้เกิดวิกฤตการณ์น้ำมันในทศวรรษ 1970 ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นทั่วโลก?

a)

การประกาศขึ้นราคาน้ำมันและลดการผลิตของโอเปก

b)

การอ่อนค่าของเงินสกุลเยนอย่างรุนแรง

c)

การขยายตัวของเหมืองถ่านหินในยุโรปตะวันออก

d)

การค้นพบแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ในอเมริกาเหนือ

14.

ผลโดยตรงของการลดการผลิตน้ำมันดิบในตลาดโลกคืออะไร?

a)

ความต้องการน้ำมันลดลงทันทีและราคาตก

b)

ปริมาณน้ำมันคงคลังลดลงทำให้ราคาสูงขึ้น

c)

การส่งออกน้ำมันของทุกประเทศเพิ่มขึ้น

d)

ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าทันทีโดยอัตโนมัติ

15.

ผลกระทบทางเศรษฐกิจสำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงวิกฤตการณ์น้ำมันคือข้อใด

a)

ภาวะเงินเฟ้อและความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์

b)

ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคลดลงอย่างมาก

c)

การเติบโตทางเศรษฐกิจเร่งตัวในประเทศผู้นำเข้า

d)

การว่างงานลดลงอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

16.

กลุ่มประเทศโอเปกใช้ประเด็นน้ำมันอย่างไรในบริบทความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ

a)

เป็นเครื่องมือกดดันทางการทูตและความมั่นคง

b)

เป็นวิธีเพิ่มการท่องเที่ยวในตะวันออกกลาง

c)

เป็นกลไกลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้โลก

d)

เป็นทุนสนับสนุนโครงการสาธารณสุขข้ามชาติ

17.

ความขัดแย้งระหว่างอิรัก–อิหร่านสัมพันธ์กับราคาน้ำมันโลกอย่างไร

a)

ความตึงเครียดทำให้ความเสี่ยงเพิ่มและราคาสูงขึ้น

b)

สงครามทำให้การผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ

c)

วิกฤตลดลงทันทีเพราะเส้นทางส่งออกปลอดภัย

d)

การสู้รบช่วยสร้างเสถียรภาพให้กำลังการผลิต

18.

ประเทศต่างๆ รับมือกับวิกฤตน้ำมันด้วยวิธีใดเพื่อ ลดการพึ่งพาน้ำมัน นำเข้า

a)

เพิ่มการเผาไหม้เชื้อเพลิงน้ำมันให้เข้มข้นขึ้น

b)

ค้นหาและพัฒนาแหล่งพลังงานทดแทนภายในประเทศ

c)

ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานสำหรับยานยนต์

d)

ส่งเสริมพลังงานน้ำ ลม แสงอาทิตย์ และนิวเคลียร์

19.

ข้อใดจัดเป็นพลังงานทางเลือกที่ถูกผลักดันมากขึ้นหลังวิกฤตการณ์น้ำมัน

a)

การเผาถ่านหินแบบดั้งเดิมเข้มข้น

b)

การผลิตกระแสไฟฟ้าจากชีวมวลน้ำมันดิบ

c)

พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานนิวเคลียร์

d)

พลังงานน้ำและพลังงานลม

20.

เหตุผลหลักที่หลายประเทศหันมาลงทุนพลังงานทดแทนคืออะไร

a)

เพิ่มการพึ่งพาตลาดน้ำมันโลกมากขึ้น

b)

ลดการส่งออกน้ำมันให้คู่ค้าหลัก

c)

สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงพลังงาน

d)

ลดต้นทุนการนำเข้าน้ำมันและเพิ่มความมั่นคง

21.

การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับภาคขนส่งสะท้อนแนวคิดใดในการจัดการพลังงาน

a)

ดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศด้านน้ำมันดิบ

b)

กระจายเชื้อเพลิง เปลี่ยนไปใช้ทางเลือกที่ปล่อยมลพิษต่ำ

c)

ลดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด

d)

เพิ่มการใช้เชื้อเพลิงหนักในเมืองอุตสาหกรรม

22.

ข้อใดเป็นความเชื่อมโยงระหว่างภูมิรัฐศาสตร์กับตลาดน้ำมันในยุควิกฤต 1970

a)

การแยกน้ำมันออกจากประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ

b)

การตัดลดกำลังการผลิตใช้เป็นเครื่องต่อรองทางการเมือง

c)

การตรึงราคาโดยรัฐทำให้ตลาดโลกไร้ผลกระทบ

d)

การเพิ่มกำลังการผลิตช่วยลดความตึงเครียดทุกกรณี

23.

ข้อใดอธิบายสาเหตุหลักของวิกฤตปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันได้ใกล้เคียงที่สุด

a)

การย้ายถิ่นฐานของสัตว์ทะเลครั้งใหญ่

b)

การลดลงของภูเขาไฟทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

c)

การเพิ่มขึ้นของแผ่นดินไหวทุกภูมิภาค

d)

การเติบโตของประชากรและเศรษฐกิจโลก

24.

ข้อใดเป็นผลกระทบสำคัญจากการใช้ทรัพยากรมากเกินไปต่อระบบนิเวศ

a)

ทำให้ระบบนิเวศเสียความสมดุล

b)

ทำให้ธารน้ำแข็งขยายตัวรวดเร็ว

c)

ทำให้ชั้นบรรยากาศหนาขึ้นสม่ำเสมอ

d)

ทำให้แผ่นดินไหวหยุดเกิดชั่วคราว

25.

ในภาพแสดงหมอกควันและการจราจรหนาแน่น สาเหตุหลักที่เชื่อมโยงคือข้อใด

a)

การระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเล

b)

การเกิดหิมะตกหนักผิดฤดูกาล

c)

การพัดพาอากาศบริสุทธิ์จากชายฝั่ง

d)

การปล่อยควันพิษจากยานยนต์และโรงงาน

26.

กระแสน้ำอุ่นไหลย้อนกลับจากบริเวณศูนย์สุริยศทางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเกิดอ่อนลง เป็นสาเหตุของปรากฏการณ์ใด

a)

ไซโคลนเขตร้อน

b)

มรสุมเอเชียใต้

c)

ลานีญา

d)

เอลนีโญ

27.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับผลกระทบจากเอลนีโญต่อภูมิภาคต่าง ๆ

a)

พายุหมุนเขตร้อนลดลงทั้งหมดทุกมหาสมุทร

b)

บางพื้นที่ฝนตกชุกผิดปกติจนเกิดอุทกภัย

c)

บางพื้นที่แห้งแล้งรุนแรงและเสี่ยงไฟป่า

d)

ทุกพื้นที่มีอุณหภูมิลดลงพร้อมกันทั่วโลก

28.

ภาพน้ำท่วมในประเทศปากีสถานสอดคล้องกับผลกระทบแบบใดของเอลนีโญ

a)

น้ำทะเลลดระดับทั่วโลกพร้อมกัน

b)

ธารน้ำแข็งก่อตัวหนาแน่นทันที

c)

ความดันอากาศสูงคงที่ตลอดปี

d)

ฝนตกชุกผิดปกติจนเกิดอุทกภัย

29.

คำอธิบายใดตรงกับลานีญามากที่สุด

a)

สภาวะเย็นของเอนโซ ตรงข้ามเอลนีโญ

b)

สภาวะอุ่นของเอนโซ เหมือนเอลนีโญ

c)

กระบวนการแผ่นดินไหวตามฤดูกาล

d)

วัฏจักรดวงอาทิตย์เพิ่มความร้อน

30.

ข้อใดเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเอลนีโญกับลานีญาได้ถูกต้อง

a)

ทั้งสองไม่เกี่ยวกับมหาสมุทรแปซิฟิก

b)

เอลนีโญคือสภาวะอุ่น ส่วนลานีญาคือสภาวะเย็น

c)

ทั้งสองคือสภาวะอุ่นเหมือนกันทุกปี

d)

เอลนีโญคือฝนลดลง ส่วนลานีญาคือหิมะตก

31.

ทรัพยากรถูกบริโภคจำนวนมากจากการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อสังคมและเศรษฐกิจในเชิงลบอย่างไร

a)

ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทั่วโลกทันที

b)

ทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้นทันที

c)

ทำให้การผลิตอาหารเพิ่มขึ้นทุกพื้นที่

d)

เกิดผลกระทบด้านพลังงานและสภาพเศรษฐกิจ

32.

สถานการณ์ภัยแล้งในออสเตรเลียที่ปรากฏในภาพสัมพันธ์กับเอลนีโญอย่างไร

a)

เป็นสาเหตุให้ภูเขาไฟสงบชั่วคราว

b)

เป็นหลักฐานฝนตกเพิ่มขึ้นทุกภูมิภาค

c)

เป็นตัวอย่างพื้นที่แห้งแล้งมากขึ้น

d)

เป็นผลให้ธารน้ำแข็งขยายตัวกว้าง

33.

ข้อใดอธิบายจุดมุ่งหมายหลักของพิธีสารเกียวโตได้ถูกต้องที่สุด

a)

จัดการขยะอันตรายระหว่างประเทศให้ปลอดภัย

b)

คุ้มครองสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ทั่วโลก

c)

เพิ่มการค้าเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

d)

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายประเทศพัฒนาแล้ว

34.

อนุสัญญาไซเตส (CITES) มีบทบาทหลักด้านใด

a)

ควบคุมการค้าสัตว์ป่าและพืชใกล้สูญพันธุ์

b)

กำหนดโควตาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

c)

สร้างกองทุนช่วยเหลือเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนา

d)

กำกับดูแลการขนส่งขยะอันตรายข้ามแดน

35.

ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับปีที่เกิดกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)

a)

เริ่มใช้เมื่อปี ค.ศ. 1992 ที่ริโอเดจาเนโร

b)

เริ่มใช้เมื่อปี ค.ศ. 2012 ที่โดฮา

c)

เริ่มใช้เมื่อปี ค.ศ. 2013 ที่กรุงเทพฯ

d)

เริ่มใช้เมื่อปี ค.ศ. 2005 ที่เกียวโต

36.

ข้อตกลงด้านสารเคมีและของเสียอันตรายที่เน้นผลกระทบระยะยาวคือข้อใด

a)

อนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษตกค้างยาวนาน

b)

พิธีสารเกียวโตว่าด้วยการลดคาร์บอน

c)

อนุสัญญาบาเซลว่าด้วยขยะอันตราย

d)

อนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท

37.

การประชุมรัฐภาคี UNFCCC ที่ประเทศกาตาร์ ปี ค.ศ. 2012 มีความสำคัญอย่างไร

a)

เป็นที่ประกาศบัญชีชนิดพันธุ์แนบท้ายของ CITES

b)

เป็นเวทีทบทวนความคืบหน้าการลดก๊าซเรือนกระจก

c)

เป็นการกำหนดมาตรฐานการขนส่งขยะอันตราย

d)

เป็นการลงนามข้อตกลงการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก

38.

ข้อใดจัดอยู่ในหมวดความร่วมมือสำคัญด้านเศรษฐกิจตามภาพ

a)

องค์การการค้าโลกและความร่วมมือเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก

b)

อนุสัญญาไซเตสและกรอบ UNFCCC

c)

พิธีสารเกียวโตและอนุสัญญาสตอกโฮล์ม

d)

บาเซล มินามาตะ และรอเทอร์ดัม

39.

เลือกคำตอบที่เป็นผลลัพธ์ตั้งใจไว้ของ CITES และพิธีสารเกียวโต (เลือกหลายข้อ)

a)

เพิ่มความเร็วโลจิสติกส์ขยะอันตรายข้ามแดน

b)

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั่วโลก

c)

ส่งเสริมการล่าเชิงพาณิชย์ในพื้นที่คุ้มครอง

d)

ลดแรงกดดันต่อชนิดพันธุ์เสี่ยงจากการค้า

40.

ปี ค.ศ. 2013 ที่ประเทศไทยมีเหตุการณ์สำคัญใดในประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพ

a)

การประชุมอนุสัญญาไซเตสครั้งที่ 16 จัดที่กรุงเทพฯ

b)

การจัดตั้งองค์การการค้าโลกสาขาประเทศไทย

c)

การประกาศใช้พิธีสารเกียวโตฉบับใหม่ในไทย

d)

การลงนามอนุสัญญาสตอกโฮล์มครั้งแรกในไทย