WorksheetsPISA การนำทางของดวงดาว
Total questions: 10
Worksheet time: 26mins
หินในอวกาศ ที่ผ่านเข้ามายังชั้นบรรยากาศของโลกถูกเรียกว่า สะเก็ดดาว สะเก็ดดาวเกิดความร้อนและลุกติดไฟได้เมื่อพวกมันตกลงผ่านชั้นบรรยากาศของโลก สะเก็ดดาวส่วนใหญ่ถูกเผาไหม้หมดก่อนในชั้นบรรยากาศก่อนที่จะพุ่งชนพื้นผิวของโลก เมื่อสะเก็ดดาวพุ่งชนโลก สามารถทําให้เกิดหลุมที่เรียกว่า “หลุมอุกกาบาต”
จงพิจารณาว่าเมื่อสะเก็ดดาวเข้าใกล้โลกและชั้นบรรยากาศของโลก จะมีความเร็วเพิ่มขึ้นเพราะเหตุใด
สะเก็ดดาวถูกดึงเข้ามาโดยการหมุนของโลก
สะเก็ดดาวถูกผลักออกโดยแสงของดวงอาทิตย์
สะเก็ดดาวถูกดึงดูดจากมวลของโลก
สะเก็ดดาวถูกผลักออกโดยภาวะสูญญากาศในอวกาศ
หินในอวกาศ ที่ผ่านเข้ามายังชั้นบรรยากาศของโลกถูกเรียกว่า สะเก็ดดาว สะเก็ดดาวเกิดความร้อนและลุกติดไฟได้เมื่อพวกมันตกลงผ่านชั้นบรรยากาศของโลก สะเก็ดดาวส่วนใหญ่ถูกเผาไหม้หมดก่อนในชั้นบรรยากาศก่อนที่จะพุ่งชนพื้นผิวของโลก เมื่อสะเก็ดดาวพุ่งชนโลก สามารถทําให้เกิดหลุมที่เรียกว่า “หลุมอุกกาบาต”
ถ้าชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์หนาขึ้น ทำให้พื้นผิวของดาวเคราะห์มีหลุมอุกกาบาตน้อยลงหรือมากขึ้น เพราะเหตุใด
จากปรากฏการณ์สะเก็ดดาวตก ก่อให้เกิดหลุมอุกกาบาต 3 หลุม คือ หลุม A, B และ C ดังภาพ
จงเรียงลำดับขนาดของสะเก็ดดาวที่ทำให้เกิดหลุมอุกกาบาต A, B และ C จากขนาดใหญ่ที่สุดไปยังเล็กที่สุด
(a)
จากปรากฏการณ์สะเก็ดดาวตก ก่อให้เกิดหลุมอุกกาบาต 3 หลุม คือ หลุม A, B และ C ดังภาพ
จงเรียงลำดับการเกิดหลุมอุกกาบาต A, B C ว่าหลุมใดมีอายุเก่าแก่ที่สุดไปยังอายุน้อยที่สุด
(a)
จากปรากฏการณ์สะเก็ดดาวตกลงสู่พื้นโลก เกิดหลุมอุกกาบาตดังนี้
หลุมอุกกาบาต A มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 42 กิโลเมตร
หลุมอุกกาบาต B มีรัศมียาว 1 ใน 6 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของหลุมอุกกาบาต A
หลุมอุกกาบาต C ที่ปรากฏดังภาพ มีพื้นที่เป็น 2.5 เท่าของหลุมอุกกาบาต B
จงหาพื้นที่ของหลุมอุกกาบาต B
จากปรากฏการณ์สะเก็ดดาวตกลงสู่พื้นโลก เกิดหลุมอุกกาบาตดังนี้
หลุมอุกกาบาต A มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 42 กิโลเมตร
หลุมอุกกาบาต B มีรัศมียาว 1 ใน 6 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของหลุมอุกกาบาต A
หลุมอุกกาบาต C ที่ปรากฏดังภาพ มีพื้นที่เป็น 2.5 เท่าของหลุมอุกกาบาต B
จากภาพ หลุมอุกกาบาตที่เกิดจากสะเก็ดดาวตก
มีพื้นที่ทั้งหมดเท่าใด
1,540 ตร.กม.
1,771 ตร.กม.
1,925 ตร.กม.
2,002 ตร.กม.
ใส่ตัวเลขตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องให้ถูกต้อง
1. ซึ่งนางฟ้ามีหน้าที่ทำให้ดวงดาวสว่างไสวอยู่เสมอ
2. นางฟ้าองค์น้อยกำลังสนุกสนานกับการกำกับดวงดาวพร้อมกันสองดวง
3. เหล่านางฟ้าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
4. เหล่านางฟ้าเตือนสตินางฟ้าองค์น้อย
5. บนท้องฟ้ามีดวงดาวสว่างไสวเพิ่มขึ้นหนึ่งดวง และดาวอีกดวงที่เคยสดใสเริ่มริบหรี่ลง
6. เหล่านางฟ้าน้อยตั้งใจศึกษาและฝึกฝนวิชาเพื่อเป็นนางฟ้าที่สมบูรณ์
7. นางฟ้าองค์น้อยสำนึกได้ และกลับไปร่ายมนตรากำกับดวงดาวของตน
(a)
ทุกครั้งที่มีดาวดวงใหม่สว่างไสวเพิ่มขึ้น จะมีดาวหนึ่งดวงริบหรี่ลงเสมอ
ใช่
ไม่ใช่
จากประโยคที่ว่า "ดวงดารา คือ ภาระ หาใช่ ทรัพย์สิน "
นักเรียนคิดว่า "ดวงดารา" เปรียบได้กับสิ่งใดในชีวิตจริง
วาดดวงดาวให้สวยงาม และอธิษฐานขอพรให้ไวที่สุด

