wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทดสอบการวิเคราะห์ข้อมูลและการนำเสนอข้อมูล

Total questions: 60

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

"ข้อความที่เกี่ยวข้องกับปริมาณหรือไม่เกี่ยวข้องกับปริมาณก็ได้" คือความหมายของข้อใด

a)

ตัวอักษร

b)

ข้อมูล

c)

สารสนเทศ

d)

การประมวลผล

2.

ข้อมูลแบ่งออกเป็นกี่ลักษณะ

a)

2 ลักษณะ

b)

3 ลักษณะ

c)

4 ลักษณะ

d)

5 ลักษณะ

3.

"ข้อมูลที่แสดงขนาดหรือปริมาณซึ่งวัดออกมาเป็นค่าของตัวเลขที่สามารถใช้เปรียบเทียบขนาดได้โดยตรง" คือความหมายของข้อใด

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ

b)

ข้อมูลทุติยภูมิ

c)

ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ

4.

"ข้อมูลที่แสดงขนาดหรือปริมาณซึ่งวัดออกมาเป็นค่าของตัวเลขที่สามารถใช้เปรียบเทียบขนาดได้โดยตรง แต่วัดออกมาเพื่อบ่งบอกคุณลักษณะบางอย่าง" คือความหมายของข้อใด

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ

b)

ข้อมูลทุติยภูมิ

c)

ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ

5.

"น้ำหนัก" เป็นข้อมูลในข้อใด

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ

b)

ข้อมูลทุติยภูมิ

c)

ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ

6.

"สถานภาพสมรส" เป็นข้อมูลในข้อใด

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ

b)

ข้อมูลทุติยภูมิ

c)

ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ

7.

ข้อมูลแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

a)

2 ประเภท

b)

3 ประเภท

c)

4 ประเภท

d)

5 ประเภท

8.

"ข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องเก็บรวบรวมจากแหล่งที่มาของข้อมูลโดยตรง" คือข้อมูลประเภทใด

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ

b)

ข้อมูลทุติยภูมิ

c)

ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ

9.

"ข้อมูลที่หน่วยงานหรือผู้อื่นเก็บไว้แล้ว เพื่อการวางแผนหรือการบริการ" คือข้อมูลประเภทใด

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ

b)

ข้อมูลทุติยภูมิ

c)

ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ

10.

"ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์" คือข้อมูลประเภทใด

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ

b)

ข้อมูลทุติยภูมิ

c)

ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ

11.

"หนังสือพิมพ์" คือข้อมูลประเภทใด

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ

b)

ข้อมูลทุติยภูมิ

c)

ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ

12.

ข้อใดคือ"การรวบรวมข้อมูล"

a)

สัมภาษณ์

b)

การนับ

c)

วัด

d)

รายงาน

13.

ข้อใด ไม่ใช่ เครื่องมือในการสร้างแบบสอบถามออนไลน์

a)

Google Forms

b)

surveyplanet.com

c)

Facebook

d)

typeform.com/surveys/

14.

"แบบฟอร์มกระดาษ" เป็นการประมวลผลข้อมูลข้อใด

a)

การประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

b)

การประมวลผลข้อมูลด้วยมือ

c)

การประมวลผลข้อมูลโดยใช้ซอฟต์แวร์

d)

การประมวลผลข้อมูลด้วยแอพพลิเคชั่น

15.

"Google Sheets" เป็นการประมวลผลข้อมูลข้อใด

a)

การประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

b)

การประมวลผลข้อมูลด้วยมือ

c)

การประมวลผลข้อมูลโดยใช้ซอฟต์แวร์

d)

การประมวลผลข้อมูลด้วยแอพพลิเคชั่น

16.

"การประมวลผลแบบก้อนข้อมูล" เป็นการประมวลผลข้อมูลข้อใด

a)

การประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

b)

การประมวลผลข้อมูลด้วยมือ

c)

การประมวลผลข้อมูลโดยใช้ซอฟต์แวร์

d)

การประมวลผลข้อมูลด้วยแอพพลิเคชั่น

17.

"ข้อใดไม่ใช่ประเภทของการนำเสนอ" เป็นการประมวลผลข้อมูลข้อใด

a)

การนำเสนอเพื่อชักชวน

b)

การนำเสนอเพื่อให้ความรู้

c)

การนำเสนอเพื่ออธิบาย

d)

การนำเสนอเพื่อสอบ

18.

"รณรงค์" เป็นกานนำเสนอประเภทใด

a)

การนำเสนอเพื่อชักชวน

b)

การนำเสนอเพื่อให้ความรู้

c)

การนำเสนอเพื่ออธิบาย

d)

การนำเสนอเพื่อสอบ

19.

การนำเสนอโดยใช้สื่อคอมพิวเตอร์ควรมีลักษณะในข้อใด

a)

สื่อมีความเรียบง่ายเข้าใจได้ง่าย

b)

ไม่ควรใช้ฟอนต์หลายรูปแบบ

c)

ระยะเวลาในการนำเสนอไม่ควรเกิน 15 นาที

d)

ควรมีทุกข้อที่กล่าวมา

20.

ข้อใด ไม่ใช่ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการนำเสอน ที่ทำให้งานนำเสนอมีความน่าสนใจ

a)

Powtoon

b)

Piktochart

c)

Facebook

d)

Focusky

21.

การวิเคราะห์ข้อมูลคืออะไร

a)

การรวบรวมข้อมูล

b)

การความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับข้อมูล

c)

การเตรียมข้อมูล

d)

การตั้งคำถาม

22.

การวิเคราะห์ข้อมูลมีกี่ประเภท

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

23.

ข้อใดไม่ใช่ประเภทของการการวิเคราะห์ข้อมูล

a)

การวิเคราะห์เชิงพรรณา

b)

การวิเคราะห์เชิงทำนาย

c)

การวิเคราะห์เชิงเส้น

d)

การวิเคราะห์เชิงแนะแนว

24.

การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่ออธิบายลักษณะของข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยใช้งานคำนวณทางคณิตศาสตร์และสถิติพื้นฐานคือการวิเคราะห์ข้อมูลประเภทใด

a)

การวิเคราะห์เชิงพรรณา

b)

การวิเคราะห์เชิงทำนาย

c)

การวิเคราะห์เชิงเส้น

d)

การวิเคราะห์เชิงแนะแนว

25.

จากภาพคือกราฟประเภทใด

a)

กราฟภูมิแท่ง

b)

กราฟฮิสโตแกรม

c)

กราฟเชิงเส้น

d)

กราฟแผนภาพการกระจาย

26.

จากภาพคือกราฟประเภทใด

a)

กราฟภูมิแท่ง

b)

กราฟฮิสโตแกรม

c)

กราฟเชิงเส้น

d)

กราฟแผนภาพการกระจาย

27.

ข้อใดเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ

a)

อายุ

b)

รายได้

c)

น้ำหนัก

d)

เพศ

28.

การวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งตามลักษณะของข้อมูล คือข้อใด

a)

ประชากร , กลุ่มตัวอย่าง

b)

วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ, วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ

c)

สถิติอนุมาน, สถิติพรรณนา

d)

แผนภูมิ,แผนภาพการกระจาย

29.

ข้อใดกล่าว "ไม่ถูกต้อง" เกี่ยวกับการวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง

a)

ค่ามัธยฐานจะเป็นค่ากลางที่ดีที่สุด เมื่อชุดข้อมูลมีค่าซ้ำกันมากๆ

b)

ค่าเฉลี่ยจะเป็นค่ากลางที่ดีที่สุดในกรณีที่มีค่าการกระจายของข้อมูลต่ำ

c)

ค่ามัธยฐานและฐานนิยม เป็นค่ากลางที่คำนวณจากบางค่าของข้อมูลเท่านั้น

d)

ค่าเฉลี่ย มัธยฐาน และฐานนิยม สามารถใช้เป็นตัวแทนเพื่อบอกถึงคุณลักษณะของชุดข้อมูลได้

30.

ข้อใดเป็นวิธีในการทำนาย

a)

ใช้ข้อมูลสถิติ , ใช้การวิเคราะห์

b)

ใช้ค่าความสัมพันธ์ และคำนวณหาความคลาดเคลื่อน

c)

ไม่มีข้อใดถูก

d)

อ่านค่าจากเส้นแนวโน้ม , ทำนายโดยใช้สมการเชิงเส้น

31.

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ มีกี่แนวทาง

a)

1 แนวทาง

b)

2 แนวทาง

c)

3 แนวทาง

d)

4 แนวทาง

32.

ข้อใดเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ

a)

เพศ

b)

รายได้

c)

ทัศนคติ

d)

สี

33.

การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยรูปแบบใดที่มีความเหมาะสมกับข้อมูลจำนวนมากและคำนวณซับซ้อน

a)

Manual Data Analysis

b)

Computer Data Analysis

c)

AI Data Analysis

d)

Descriptive Statistics Data Analysis

34.

ข้อใดคือการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเบื้องต้นหรือสถิติอย่างง่ายในการวิเคราะห์ข้อมูล

a)

Manual Data Analysis

b)

Computer Data Analysis

c)

AI Data Analysis

d)

Descriptive Statistics Data Analysis

35.

สถิติเชิงพรรณา นับว่าเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลรูปแบบใด

a)

Manual Data Analysis

b)

Computer Data Analysis

c)

AI Data Analysis

d)

Descriptive Statistics Data Analysis

36.

ข้อใดคือขั้นตอนแรกของการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ

a)

ลงรหัสข้อมูล

b)

ตรวจสอบความครบถ้วนและความสมบูรณ์ของข้อมูล

c)

เลือกโปรแกรมสำเร็จรูปที่จะใช้วิเคราะห์ข้อมูล

d)

บันทึกข้อมูล

37.

ข้อใด ไม่ใช่ โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติที่จะใช้วิเคราะห์ข้อมูล

a)

SAS (Statistical Analysis System)

b)

LISREL (Linear Structural Relations)

c)

SPSS (Statistical Package for the Social Sciences)

d)

Microsoft Access

38.

ข้อใด "ไม่ใช่" สถิติเชิงพรรณา (Descriptive Statistics) ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ

a)

ความถี่ (Frequency)

b)

ร้อยละ

(Percentage)

c)

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

d)

การทดสอบค่าที (t-test)

39.

การแสดงข้อมูลโดยการเปรียบเทียบจำนวนข้อมูลที่ต้องการทราบกับจำนวนข้อมูลทั้งหมด (ความถี่ทั้งหมด) จากข้อความดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยการหาค่าใด

a)

ความถี่ (Frequency)

b)

ร้อยละ

(Percentage)

c)

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

d)

การทดสอบค่าที (t-test)

40.

การวัดการกระจายของข้อมูลรูปแบบหนึ่ง โดยจะวัดว่าข้อมูลชุดนั้นมีการกระจายมากหรือน้อยเพียงใด จากข้อความดังกล่าว หมายถึงการการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณาตามข้อใด

a)

ความถี่ (Frequency)

b)

ร้อยละ

(Percentage)

c)

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

d)

การทดสอบค่าที (t-test)

41.

ข้อใดหมายถึง การใช้สถิติที่ใช้หาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัว เป็นต้นไป เพื่อทดสอบตัวแปรเหล่านั้นมีความสัมพันธ์มากน้อยเพียงใดและมีทิศทางของความสัมพันธ์ไปในทิศทางใด

a)

การทดสอบไค-สแควร์ (chi-square test)

b)

การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation analysis)

c)

การทดสอบค่าที (t-test)

d)

การวิเคราะห์ความแปรปรวน (analysis of variance - anova)

42.

"ผู้วิจัยต้องการทดสอบว่าค่าเฉลี่ยระดับความชื่นชอบอาหารไทยของนักท่องเที่ยวเพศชายและเพศหญิงมีความแตกต่างกันหรือไม่" ในกรณีนี้ผู้วิจัยสามารถใช้การทดสอบด้วยวิธีใดเพื่อหาความแตกต่างดังกล่าวได้

a)

การทดสอบไค-สแควร์ (chi-square test)

b)

การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation analysis)

c)

การทดสอบค่าที (t-test)

d)

การวิเคราะห์ความแปรปรวน (analysis of variance - anova)

43.

สถิติที่ใช้ทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ย (mean difference) ของประชากรหรือกลุ่มตัวอย่าง ตั้งแต่ 3 กลุ่มขึ้นไป หมายถึงข้อใด

a)

การทดสอบไค-สแควร์ (chi-square test)

b)

การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation analysis)

c)

การทดสอบค่าที (t-test)

d)

การวิเคราะห์ความแปรปรวน (analysis of variance - anova)

44.

สถิติที่ใช้ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นเหตุกับตัวแปรตามในลักษณะของการทำนายอิทธิพลของตัวแปรต้นเหตุที่มีต่อตัวแปรตาม ซึ่งจะเป็นสถิติที่ช่วยวิเคราะห์ว่าตัวแปรต้นเหตุมีอิทธิพลต่อตัวแปรตามมากน้อยเพียงใดและมีทิศทางของความสัมพันธ์ไปในทิศทางใด หมายถึงข้อใด

a)

การทดสอบไค-สแควร์ (chi-square test)

b)

การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation analysis)

c)

การวิเคราะห์การถดถอย (regression analysis)

d)

การวิเคราะห์ความแปรปรวน (analysis of variance - anova)

45.

การวิเคราะห์ข้อมูลโดยแยกแยะแจกแจงเนื้อหาหรือสิ่งที่ปรากฏในเอกสาร การวิเคราะห์ด้วยวิธีนี้สามารถกระทำได้ด้วยวิธีเชิงปริมาณหรือวิธีเชิงคุณภาพ กล่าวถึงการวิเคราะห์ข้อมูลรูปแบบใด

a)

การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างข้อสรุป (summative analysis)

b)

การวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis)

c)

การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างข้อสรุป (summative analysis)

d)

การวิเคราะห์เส้นทาง (path analysis)

46.

การวิเคราะห์ข้อมูลโดยที่ผู้วิจัยจะต้องนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากภาคสนาม เช่น การสัมภาษณ์ หรือ การสังเกต มาจัดข้อมูลให้เป็นระบบเพื่อการวิเคราะห์ โดยแยกแยะประเด็นหรือส่วนย่อยต่าง ๆ จากนั้นพิจารณาหาประเด็นหรือส่วนย่อยที่คล้ายคลึง นำมารวมกันหรือจัดเป็นหมวดหมู่ และวิเคราะห์หาความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ของข้อมูล

จนได้แบบแผนเพื่อนำไปสู่ข้อสรุป กล่าวถึงการวิเคราะห์ข้อมูลรูปแบบใด

a)

การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างข้อสรุป (summative analysis)

b)

การวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis)

c)

การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างข้อสรุป (summative analysis)

d)

การวิเคราะห์เส้นทาง (path analysis)

47.

ข้อใด "ไม่ใช่" องค์ประกอบของการแปลความหมายและการนำเสนอข้อมูล

a)

ส่วนหัวเรื่อง

b)

ส่วนแสดงผล

c)

ส่วนเนื้อหา

d)

ส่วนบทสรุปผล

48.

องค์ประกอบของการแปลความหมายและการนำเสนอข้อมูล ข้อใดที่แสดงถึงส่วนที่ระบุชื่อตาราง แผนภูมิ กราฟ ที่ผู้วิจัยต้องการนำเสนอ

a)

ส่วนหัวเรื่อง

b)

ส่วนแสดงผล

c)

ส่วนเนื้อหา

d)

ส่วนบทสรุปผล

49.

องค์ประกอบของการแปลความหมายและการนำเสนอข้อมูลข้อใดหมายถึง ส่วนที่แปลความหมายข้อมูล โดยเขียนเป็นข้อความเพื่อบรรยายข้อมูลที่แสดงในตาราง แผนภูมิ กราฟ เป็นต้น

a)

ส่วนหัวเรื่อง

b)

ส่วนแสดงผล

c)

ส่วนเนื้อหา

d)

ส่วนบทสรุปผล

50.

การแปลความหมายและการนำเสนอข้อมูลเชิงปริมาณ ควรกระทำสิ่งใดบ้าง

a)

องค์ประกอบของการแปลความหมายและการนำเสนอข้อมูล

b)

ลักษณะการนำเสนอข้อมูล

c)

ความชัดเจนในการนำเสนอ

d)

ถูกทุกข้อ

51.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการนำเสนอข้อมูล

a)
  1. ใช้งานโปรแกรม Microsoft PowerPoint

b)
  1. พูดคุยกับผู้ชมโดยตรง

c)
  1. เขียนเอกสารสรุปผลการวิจัย

d)
  1. ส่งอีเมล์ข้อมูล

52.

การนำเสนอข้อมูลให้ผู้ชมเข้าใจง่ายและจำได้ดีสามารถทำได้โดย

a)
  1. ใช้ภาพประกอบที่มีความสวยงาม

b)
  1. ใช้ภาพประกอบที่เหมาะสมกับเนื้อหา

c)
  1. ใช้ภาพประกอบที่มีขนาดใหญ่

d)
  1. ใช้ภาพประกอบที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

53.

การแบ่งปันข้อมูลให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายสามารถทำได้โดย

a)
  1. ส่งข้อมูลผ่านทางอีเมล์

b)
  1. โพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย

c)
  1. ส่งข้อมูลผ่านทางไลน์

d)
  1. ทำฟอลโล่สินค้า

54.

การนำเสนอข้อมูลให้ผู้ชมเข้าใจง่ายและจำได้ดีสามารถทำได้โดย

a)
  1. ใช้คำศัพท์ที่ยากเข้าใจ

b)
  1. ใช้สีที่สดใส

c)
  1. ใช้คำอธิบายอย่างละเอียด

d)
  1. ใช้ภาษาคำพูดที่ง่ายและเข้าใจง่าย

55.

การแบ่งปันข้อมูลผ่านทางโซเชียลมีเดียสามารถเพิ่มโอกาสในใดมากที่สุด

a)
  1. ได้รับความชื่นชอบจากผู้ชม

b)
  1. ได้รับเงินจากผู้ชม

c)
  1. สร้างความสนใจในสินค้าหรือบริการ

d)
  1. ส่งเสริมการขายสินค้าหรือบริการ

56.

การแชร์ข้อมูลส่วนตัวของตนเองกับบุคคลอื่นเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี?

a)

ดีเสมอ

b)

ดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับประเภทของข้อมูล

c)

ไม่ดีเลย

d)

ไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะตอบข้อนี้

57.

การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบการบรรยายสามารถทำได้โดย

a)
  1. ใช้สไลด์โชว์

b)
  1. ใช้ภาพนิ่ง

c)
  1. ใช้ภาพนิ่ง

  2. ใช้ภาพเคลื่อนไหว

d)
  1. ใช้เสียงเพื่อช่วยในการบรรยาย

58.

การแบ่งปันข้อมูลผ่านทางโซเชียลมีเดียสามารถทำได้โดย

a)
  1. สร้างความสนใจในสินค้าหรือบริการ

b)
  1. ส่งเสริมการขายสินค้าหรือบริการ

c)
  1. ส่งอีเมล์ข้อมูล

d)
  1. จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าหรือบริการ

59.

ข้อมูลส่วนตัวของบุคคลใดควรถูกปกป้อง

a)

ของบุคคลที่มีตนเอง

b)

ของบุคคลที่มีความสำคัญ

c)

ของบุคคลที่มีความลับ

d)

ทุกข้อมูลส่วนตัวควรถูกปกป้อง

60.

การนำเสนอข้อมูลให้ผู้ชมเข้าใจง่ายและจำได้ดีสามารถทำได้โดย

a)
  1. ใช้ภาษาที่ซับซ้อน

b)
  1. ใช้ข้อความเยอะเกินไป

c)
  1. ใช้ตัวอักษรขนาดเล็ก

d)
  1. ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่และชัดเจน