wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 บทละครพูดคำฉันท์ มัทนะพาธา

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.
มัทนะพาธา แปลว่าอะไร
a)
ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์
b)
ความรักทำให้คนตาบอด
c)

ความหลงในความรัก

d)
ความเจ็บปวดเพราะความรัก
2.
คำประพันธ์ในข้อใดสะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลในความรัก
a)
พี่จวนจะคลั่งไคล้ สติเพื่อพะวงอนงค์
b)
ยิ่งขัดก็ยิ่งพูน ทุกขะท่วมระทมหทัย
c)
ยิ่งฟังพะจีศรี ก็ระตีประมวลประมูล
d)
ทั้งสองจะสุขนาน มนะจ่อ บ จืด บ จาง
3.
ข้อใดแสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้กล่าวข้อความต่างจากข้ออื่น
a)
อ้าเจ้าลำเพาพักตร์ สิริลักษณาวิไล
b)
พี่นี้นะรักเจ้า และจะเฝ้าประคับประคอง
c)
พี่รักและกอบอภิระตี บมิเว้นสิเนห์หนัก
d)
อ้ายอดสิเน่หา มะทะนาวิสุทธิศรี
4.

คำว่า “มัทนะพาธา” มาจากภาษาอะไร

a)

ภาษาบาลี

b)

ภาษาอินเดีย

c)

ภาษาสันสกฤต

d)

ภาษาเบงกอล

5.
เรื่อง“มัทนะพาธา” เป็นงานเขียนชนิดใด
a)
บทละคร
b)
บทละครรำ
c)
บทละครร้อง
d)
บทละครพูด
6.
คำคู่ใดมีความหมายต่างกัน
a)
กษัตริย์-พระฦๅสาย
b)
มนัส-กมล
c)
โฉมเฉลา-ประติชญา
d)
มาลี-บุปผา
7.

ข้อใดไม่ใช่ คำที่หมายถึงหญิงสาว

"ดนุถามก็เจ้าไซร้ บมิตอบณคำถาม

วนิดาพยายาม กะละเล่นสำนวนหวน

ก็และเจ้ามิเต็มจิต จะสดับดนูชวน

ผิวะให้อนงค์นวล ชนะหล่อนทะนงใจ

บ่มิยอมจะร่วมรัก และสมัครสมรไซร้

ก็ดนูจะยอมให้ วนิดานิวาสสวรรค์

a)

ดนุ

b)

สมร

c)

อนงค์

d)

วนิดา

8.
คำในวงเล็บข้อใดไม่ได้หมายถึงมัทนา
a)
พี่รักและกอบ(อภิระตี) บ มิเว้นสิเน่ห์หนัก
b)
มิให้(นงรัตน์) ดื้อดึงขึ้งขัด ซึ่งพระอัชฌา
c)
ขอ(โฉมเฉลา)ปลง พระฤดีประนีประนอม
d)
มีสาว(สุรางค์นาง)ใน มากมวลแล้วไซร้ ในพระพิมานมณี
9.
แก่นเรื่องของมัทนะพาธาคือข้อใด
a)
พิษของความรัก
b)
ความรักคือยาพิษ
c)
ความรักเหมือนโรคา
d)
ความเจ็บปวดหรือความเดือดร้อนแห่งความรัก
10.

"ดนูถามก็เจ้าไซร้ บมิตอบณคำถาม

วนิดาพยายาม กะละเล่นสำนวนหวน

ก็และเจ้ามิเต็มจิต จะสดับดนูชวน

ผิวะให้อนงค์นวล ชนะหล่อนทะนงใจ

บ่มิยอมจะร่วมรัก และสมัครสมรไซร้

ก็ดนูจะยอมให้ วนิดานิวาสสวรรค์”

บทร้อยกรองนี้ ผู้พูดแสดงอารมณ์ใด

a)

ตัดพ้อ

b)

บีบบังคับ

c)

คับแค้น

d)

น้อยอกน้อยใจ

11.
มัทนาถูกสาปให้จุติลงไปเกิดที่ใด
a)
ป่าหิมะวัน
b)
สวนมิสกวัน
c)
นันทะโนทะยาน
d)
เขาวงกต
12.


ข้อใดเป็นไม่ใช่ คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านเรื่องมัทนะพาธา

a)

ใช้คำฉันท์หลากหลายชนิดในการแต่ง

b)

ใช้ภาพพจน์ทำให้เกิดความงามทางวรรณศิลป์

c)

สะท้อนภาพสังคมที่ผู้ชายสามารถบังคับให้ผู้หญิงทำตามที่ตนต้องการ

d)

นำเค้าโครงเนื้อหามาจากมหากาพย์ปุราณะของอินเดีย

13.

“หม่อมฉันนี้เป็นผู้ถือ สัจจาหนึ่งคือ

ว่าแม้มิรักจริงใจ

ถึงแม้จะเป็นชายใด ขอสมพาศไซร้

ก็จะมิยอมพร้อมจิต”

บทร้อยกรองนี้ มีความหมายว่าอะไร

a)

นางตั้งสัจวาจาว่าจะไม่รักชายใด

b)

นางตั้งสัจวาจาว่านางจะรับรักเฉพาะคนที่นางรักเท่านั้น

c)

นางสัญญาว่าถ้าชายใดขัดใจนาง นางพร้อมที่จะสละชีวิต

d)

นางสัญญาว่านอกจากสุเทษณ์แล้วนางจะไม่รักชายใดอีกเลย

14.
“ความรักทำให้คนตาบอด” คำนี้ตรงกับคำประพันธ์ข้อใด
a)
ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน
b)
ไม่ยินและไม่ยล อุปสรรคะใดใด
c)
ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้
d)
ก็โลดจากคอกไป บ ยอมอยู่ ณ ที่ขัง
15.

ในเรื่องมัทนะพาธา เหตุใดที่สุเทษณ์ไม่พอใจคำตอบของมัทนาขณะที่นางถูกมายาวินร่ายมนตร์สะกด

a)

คำตอบของนางก้าวร้าว และไม่เกรงใจ

b)

คำตอบของนางฟังเหมือนกับยอกย้อนและไม่มีชีวิตจิตใจ

c)

ทรรศนะของนางขัดแย้งกับความคิดของสุเทษณ์

d)

นางเน้นความต้องการของตนเองมากเกินไป

16.
รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์บทละครพูดคำฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา ด้วยวิธีการอย่างไร
a)
แปลจากวรรณคดีภาษาอังกฤษ
b)
ค้นคว้าตำนานดอกกุหลาบ
c)
จากโครงเรื่องโรมิโอและจูเลียต
d)
วางโครงเรื่องด้วยพระองค์เอง
17.
อ่านข้อความด้านล่างและตอบคำถาม
a)

คุณและโทษของสมุนไพรดอกกุหลาบ

b)
สรรพคุณทางยาของดอกกุหลาบ
c)
ลักษณะของดอกกุหลาบ
d)
วิธีปลูกต้นกุพชกะ
18.
ข้อใดไม่ใช่ข้อกำหนดของสุเทษณ์เมื่อสาปมัทนาเป็นกุพชก
a)
ให้ลงไปรับใช้ฤๅษีกาละทรรศิน
b)
ให้กลายเป็นมนุษย์เฉพาะวันเพ็ญ
c)
เมื่อมีความรักจะพ้นสภาพจากการถูกสาป
d)
หากทุกข์เพราะความรักให้วิงวอนขอความช่วยเหลือจากสุเทษณ์
19.

“อ๊ะ เราไม่ขอ ได้นางละหนอ ด้วยวิธีนั้น เสียแรงเรารัก สมัครใจครัน อยากให้นางนั้น สมัครรักตอบ

ผูกจิตด้วยมนตร์แล้วตามใจตน ฝ่ายเดียวมิชอบ เราใฝ่ละโบม ประโลมใจปลอบ ให้นางนึกชอบ นึกรักจริงใจ”

จากบทร้อยกรองนี้ แสดงให้เห็นว่าผู้พูดเป็นคนเช่นไร

a)

มีความเป็นสุภาพบุรุษ

b)

ผูกใจเจ็บ

c)


เห็นแก่ได้ฝ่ายเดียว

d)

หลงตัวเอง

20.

คำว่า กุพชกา นอกจากแปลว่ากุหลาบแล้วแปลว่าอะไรได้อีก

a)

ดอกมะลิ

b)

นางค่อม

c)

นางฟ้า

d)

นางสนม