wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การแยกสาร

Total questions: 50

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการระเหยแห้ง

a)

ใช้สำหรับแยกสารละลายทุกชนิด

b)

สารที่เหลือจากการระเหยแห้งเป็นของแข็ง

c)

สารที่มีจุดเดือดสูงจะระเหยก่อนสารอื่น

d)

ถูกทุกข้อ

2.

สารในข้อใดไม่สามารถแยกสารด้วยวิธีระเหยแห้ง

a)

น้ำทะเล

b)

สารละลายโซเดียมคลอไรด์

c)

สารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต

d)

สารละลายเอทิลแอลกอฮอลล์

3.

เมื่อนำสารชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นของเหลวใส มาใส่ในภาชนะ จากนั้นนำไปให้ความร้อนจนของเหลวระเหยหมดเหลือของแข็ง อยู่ก้นภาชนะ ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง

a)

สารดังกล่าวเป็นสารละลายที่มีตัวละลายเป็นของแข็งและ ตัวทำละลายเป็นของเหลว

b)

สารดังกล่าวประกอบด้วยของเหลวที่มีจุดเดือดสูงและ ของแข็งที่มีจุดเดือดต่ำ

c)

สารดังกล่าวจัดเป็นสารบริสุทธิ์ที่มีจุดเดือดต่ำ

d)

สารดังกล่าวจัดเป็นสารละลายที่มีตัวละลายมีจุดเดือดต่ำ กว่าตัวทำละลาย

4.

เมื่อนำของเหลวเนื้อเดียวชนิดหนึ่งมาระเหยแห้งโดยใช้ความ ร้อน ปรากฏว่าไม่มีสารใดเหลือก้นภาชนะ ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง

a)

ของเหลวชนิดนี้เป็นสารละลาย

b)

ของเหลวชนิดนี้เป็นสารบริสุทธิ์

c)

ของเหลวชนิดนี้เป็นของผสม

d)

ไม่สามารถสรุปได้

5.

ของเหลวชนิดหนึ่งมองด้วยตาเปล่าเห็นเป็นเนื้อเดียวกัน แต่เมื่อนำไปต้มจนของเหลวเดือดและกลายเป็นไอจนหมด ปรากฏว่าเหลือสารที่ก้นภาชนะ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

a)

ของเหลวดังกล่าวเป็นสารละลายที่มีตัวละลายเป็นของแข็ง

b)

วิธีการดังกล่าวเรียกว่าการตกผลึก

c)

ของเหลวที่เป็นตัวทำละลายมีจุดเดือดสูง

d)

สารที่เหลือติดก้นภาชนะเกิดจากการตกตะกอน

6.

หากนำของเหลวชนิดหนึ่งมาระเหยแห้ง พบว่า มีของแข็ง เหลืออยู่ในภาชนะ ข้อใดสรุปเกี่ยวกับของเหลวชนิดนี้ได้ถูกต้อง

a)

เป็นสารบริสุทธิ์

b)

เป็นสารละลายที่มีตัวทำละลายเป็นของแข็ง

c)

เป็นสารละลายที่มีตัวทำละลายเป็นของเหลว

d)

เป็นสารละลายที่มีตัวทำละลายมากกว่า 1 ชนิด

7.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ผ��ึกของเกลือสมุทรได้จากการระเหยมีตัวทำละลาย คือ โซเดียมคลอไรด์ และตัวละลายคือ น้ำ

b)

น้ำมีจุดเดือดต่ำกว่าโซเดียมคลอไรด์ ทำให้น้ำระเหยออกมาก่อนเหลือเฉพาะผลึกโซเดียมคลอไรด์

c)

เมื่อให้ความร้อนกับน้ำทะเล ตัวทำละลาย มีจุดเดือดสูงกว่าตัวละลายเกิดการตกผลึกของเกลือ

d)

วิธีที่ใช้ในการผลิตเกลือสมุทรคือการระเหยแห้ง และการตกผลึก

8.

สารที่มีจุดเดือดต่ำระเหยกลายเป็นไอ คือ ข้อใด

a)

ตัวละลาย

b)

ตัวทำละลาย

c)

สารละลาย

d)

ถูกทุกข้อ

9.

ของแข็งที่เหลืออยู่การการระเหยแห้ง คือ ข้อใด

a)

ตัวละลาย

b)

ตัวทำละลาย

c)

สารละลาย

d)

ถูกทุกข้อ

10.

การเปลี่ยนสถานะของสารจากของเหลวกลายเป็นไอ อย่างช้าๆ เรียกว่าข้อใด

a)

การระเหิด

b)

การระเหย

c)

การละลาย

d)

การหลอมเหลว

11.

การนำของแข็งไปละลายในของเหลวจนได้สารละลายอิ่มตัวที่ อุณหภูมิสูงจากนั้นลดอุณหภูมิลงตัวละลายที่เป็นของแข็งจะแยก ตัวออกจากสารละลาย การแยกสารวิธีนี้ตรงกับข้อใด

a)

การระเหยแห้ง

b)

การตกผลึก

c)

การตกตะกอน

d)

การกลั่น

12.

การตกผลึกเหมาะสำหรับการแยกสารในข้อใด

a)

สารละลายอิ่มตัว

b)

สารละลายที่มีตัวทำละลายเป็นน้ำ

c)

สารละลายที่ประกอบด้วยตัวละลายหลายชนิด

d)

สารละลายที่มีตัวทำละลายเป็นของแข็ง

13.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการตกผลึก

a)

ผลึกของสารจัดเป็นสารบริสุทธิ์

b)

อาศัยหลักการละลายในตัวทำละลาย ของสารละลายอิ่มตัว

c)

เมื่ออุณหภูมิของสารละลายอิ่มตัวลดลง ตัวทำละลายที่เป็น ของแข็งจะตกผลึก

d)

เป็นการแยกสารที่เป็นของแข็งออกจาก สารละลายที่เป็นของเหลว

14.

สารละลายในข้อใด ไม่ สามารถใช้วิธีการตกผลึกในการ แยกสารได้

a)

น้ำผสมแอลกอฮอล์

b)

น้ำผสมเกลือ

c)

น้ำผสมจุนสี

d)

น้ำผสมน้ำตาล

15.

จากภาพขั้นตอนการทำผลึกสารส้ม

เมื่อจอยทำตามขั้นตอนดังกล่าว และตั้งบีกเกอร์ทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ พบว่า ยังไม่มีผลึกของสารส้มเกิดขึ้น จอยควรแก้ไขการปฏิบัติในขั้นตอนใด อย่างไร

a)

ขั้นตอนที่ 1 ควรบดสารส้มให้ละเอียดมากขึ้น

b)

ขั้นตอนที่ 2 ใช้เวลาต้มน้ำให้นานขึ้นหรือเพิ่มอุณหภูมิของน้ำ

c)

ขั้นตอนที่ 3 ต้องเพิ่มปริมาณสารส้มจนกระทั่งสารส้มไม่ สามารถละลายได้อีก

d)

ขั้นตอนที่ 4 ควรตั้งบีกเกอร์ทิ้งไว้อีก 1-2 วัน

16.

ผลึกสารที่ได้จากการตกผลึกเกิดจากสารประเภทใด

a)

คอลลอยด์

b)

สารแขวนลอย

c)

สารละลายอิ่มตัว

d)

สารละลายเข้มข้น

17.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับกรรมวิธี A

a)

ใช้วิธีการแยกสารละลาย โดยการลดอุณหภูมิของ สารละลายอิ่มตัว จนเกิดการตกผลึกเป็นน้ำตาลทราย

b)

ใช้วิธีการแยกสารละลายที่ประกอบด้วยของเหลว 2 ชนิด ที่มีจุดเดือดแตกต่างกัน โดยใช้ความร้อน

c)

ใช้วิธีการแยกสารละลายที่ประกอบด้วยตัวทำละลายที่มี จุดเดือดต่ำออกจากตัวละลายที่มีจุดเดือดสูง

d)

ใช้วิธีการแยกตัวละลายที่เป็นของแข็งในตัวทำละลาย ของเหลว โดยใช้ความร้อนทำให้ได้น้ำตาลทราย

18.

ลักษณะผลึกของสารเป็นรูปร่างแบบใด

a)

หกเหลี่ยม

b)

สี่เหลี่ยม

c)

ทรงกลม

d)

ทรงก้อนเมฆ

19.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นผลึกที่สามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน

a)

น้ำตาล

b)

เกลือ

c)

หิมะ

d)

ถูกทุกข้อ

20.

ข้อใดต่อไปนี้เกิดเป็นผลึก

a)

ตัวทำละลาย

b)

ตัวละลาย

c)

สารละลาย

d)

ถูกเฉพาะ ก และ ข

21.

ร a, b และ c ผสมกันอยู่ เมื่อนำมากลั่นลำดับส่วนพบว่า สาร c แยกออกมาก่อน ตามด้วยสาร a และสาร b ตามลำดับ ข้อใดมีโอกาสเป็นจุดเดือดของสาร a, b และ c ตามลำดับ

a)

95°c 108°c และ 70°c

b)

108°c 95°c และ 70°c

c)

70°c 95°c และ 108°c

d)

95°c 70°c และ 108°c

22.

บอยต้องการสกัดแยกน้ำมันหอมระเหยจากมะกรูด บอยควรเลือกใช้วิธีการใด

a)

การกลั่นลำดับส่วน

b)

การระเหยแห้ง

c)

การกลั่นแบบธรรมดา

d)

การสกัดด้วยไอน้ำ

23.

การทำน้ำจืดจากน้ำทะเล สามารถทำได้โดยใช้วิธีการใด

a)

การกรอง

b)

การตกผลึก

c)

การกลั่น

d)

การระเหยแห้ง

24.

สารผสมในข้อใดไม่เหมาะกับการแยกองค์ประกอบโดยใช้วิธี การกลั่นแบบธรรมดา

a)

น้ำมันดิบ

b)

น้ำทะเล

c)

น้ำเกลือ

d)

น้ำเชื่อม

25.

ตุ้มต้องการทดลองการกลั่นแบบธรรมดาโดยจัดอุปกรณ์ดังรูป ข้อใดกล่าวถึงขั้นตอนการทดลองไม่ถูกต้อง

a)

ใส่สารละลายที่ต้องการแยกสารลงใน A

b)

ต่อท่อใส่น้ำร้อนเข้าไปในหลอดควบแน่นที่ B

c)

ต่อท่อให้น้ำไหลเข้าจากหลอดควบแน่นที่ C

d)

ของเหลวที่มีจุดเดือดต่ำกว่าจะถูกควบแน่นและไหลลงใน D

26.

สารละลายชนิดหนึ่งประกอบด้วยสาร a, b, c และ d ผสมกันอยู่ ซึ่งสารแต่ละชนิดมีจุดเดือด 180°c, 200°c, 100°c และ 280°c ตามลำดับ ถ้านำสารละลายมากลั่นลำดับส่วน ข้อใดเรียงลำดับสารที่ถูกแยกออกมาเรียงลำดับก่อนหลังได้ถูกต้อง

a)

a , b , c , d

b)

d , c , b , a

c)

c , a , b , d

d)

d , b , a , c

27.

เพราะเหตุใดจึงใช้การกลั่นลำดับส่วนในการแยกสาร ในน้ำมันดิบ

a)

ทำได้ง่าย และได้ผลิตภัณฑ์ที่มีองค์ประกอบเหมือนเดิม

b)

น้ำมันดิบมีองค์ประกอบที่มีจุดเดือดแตกต่างกันมาก

c)

น้ำมันดิบมีองค์ประกอบที่มีจุดเดือดใกล้เคียงกันมาก

d)

ส่วนประกอบในน้ำมันดิบสามารถละลายในตัวทำละลายที่ แตกต่างกัน

28.

ในการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากพืช ควรใช้วิธีการใด จึงเหมาะสม

a)

การกลั่นลำดับส่วน

b)

การกลั่นด้วยไอน้ำ

c)

การกลั่นแบบธรรมดา

d)

การระเหยแห้ง

29.

สารละลายชนิดหนึ่งประกอบด้วยตัวละลายที่มีจุดเดือด 120 °c และตัวทำละลายที่มีจุดเดือด 100 °c ข้อใดกล่าวได้ ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการแยกตัวละลายออกจากตัวทำละลายนี้

a)

ควรใช้การกลั่นแบบไอน้ำ

b)

สามารถแยกตัวทำละลายออกมาเป็นของแข็ง

c)

ตัวทำละลายจะถูกกลั่นออกมาก่อนตัวละลาย

d)

ไม่สามารถแยกสารได้เนื่องจากมีจุดเดือดใกล้เคียงกัน

30.

โบว์วาดแผนผังอุปกรณ์ที่ใช้ในการกลั่นแบบธรรมดา ดังภาพ โดยนำสารละลาย X ใส่ในภาชนะปิด A ซึ่งต่อท่อมายัง หลอดทดลอง B ที่วางอยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าภาชนะ A ถ้าต้องการให้เกิดการกลั่นแบบธรรมดา จะต้องดำเนินการ ตามข้อใด

a)

ลดอุณหภูมิที่ภาชนะ A และหลอดทดลอง B

b)

ให้ความร้อนที่ภาชนะ A และหลอดทดลอง B

c)

ลดอุณหภูมิที่ภาชนะ A และให้ความร้อนที่หลอดทดลอง B

d)

ให้ความร้อนที่ภาชนะ A และลดอุณหภูมิที่หลอดทดลอง B

31.

ผลผลิตที่เราจะพบบริเวณยอดของหอกลั่นคือข้อใด

a)

น้ำมันเตา

b)

น้ำมันดีเซล

c)

น้ำมันเบนซิน

d)

แก๊สปิโตรเลียม

32.

ถ้าต้องการแยกสารผสมในบีกเกอร์ทั้งสองใบ เพื่อนำสารไปใช้ประโยชน์ ควรใช้วิธีการใด ตามลำดับ

a)

ใช้วิธีการระเหยแห้ง และวิธีการกลั่นแบบธรรมดา

b)

ใช้วิธีการตกผลึก และวิธีการกลั่นลำดับส่วน

c)

ใช้วิธีการกลั่นธรรมดา และวิธีการกลั่นลำดับส่วน

d)

ใช้วิธีการกลั่นแบบไอน้ำและวิธีการกลั่นแบบธรรมดา

33.

แก้วพบว่ากลิ่นของตะไคร้สามารถไล่ยุงได้ และต้องการสร้าง ผลิตภัณฑ์จากตะไคร้เพื่อไล่ยุง การแยกสารผสมวิธีใด ที่แก้วจะต้องนำมาใช้เพื่อทำผลิตภัณฑ์นี้

a)

การกลั่นแบบธรรมดา

b)

การระเหยแห้ง

c)

การกลั่นแบบไอน้ำ

d)

การสกัดด้วยตัวทำละลาย

34.

ข้อใดใช้วิธีการกลั่นแบบไอน้ำ

a)

การแยกน้ำมันยูคาลิปตัสออกจากใบยูคาลิปตัส

b)

การแยกเอทิลแอลกอฮอล์ออกจากน้ำ

c)

การแยกน้ำตาลออกจากน้ำ

d)

การต้มใบชา

35.

พิจารณาภาพการกลั่นน้ำมันดิบโดยการกลั่นลำดับส่วน ต่อไปนี้ ในการกลั่นลำดับส่วนของน้ำมันดิบได้ผลผลิตที่มีจุดเดือดแตกต่างกัน เมื่อเรียงลำดับจุดเดือดของผลผลิตจากมากไปน้อยจะได้ ดังนี้ น้ำมันเตา น้ำมันหล่อลื่น น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด น้ำมันเบนซิน แนฟทา และแก๊สปิโตรเลียม ตามลำดับ ซึ่งจะบรรจุอยู่ในหอกลั่น ผลผลิตที่เราจะพบบริเวณ B ของหอกลั่นคือข้อใด

a)

แก๊สปิโตรเลียม

b)

น้ำมันเบนซิน

c)

น้ำมันดีเซล

d)

น้ำมันเตา

36.

ในการทดลองแยกหมึกชนิดหนึ่งด้วยวิธีโครมาโทกราฟี พบว่ามีสีปรากฏบนกระดาษ 3 สีที่ระยะต่างกัน ดังรูป ข้อใดสรุปถูกต้อง

a)

หยดหมึกเป็นหมึกสีน้ำเงิน

b)

สารสีน้ำเงินเป็นองค์ประกอบที่มีปริมาณมากที่สุด ในหยดหมึก

c)

หยดหมึกนี้ประกอบด้วยสารอย่างน้อย 3 ชนิด

d)

สารสีแดงละลายในตัวทำละลายได้ดีที่สุด

37.

ข้อใดคือการแยกสารละลายโดยอาศัยความแตกต่างของ ความสามารถในการละลายในตัวทำละลายของสาร

a)

การระเหยแห้ง

b)

โครมาโทกราฟี

c)

การกลั่นลำดับส่วน

d)

การกรอง

38.

หญิงต้องการทราบว่าในหมึกปากกาเคมีที่คุณครูใช้ประกอบ ไปด้วยสารสีชนิดใดบ้าง หญิงควรเลือกใช้วิธีการแยกสารในข้อใด

a)

โครมาโทกราฟี

b)

การกลั่นลำดับส่วน

c)

การระเหยแห้ง

d)

การสกัดด้วยตัวทำละลาย

39.

นิดเคลื่อนที่บนกระดาษ ได้แก่ สาร X เคลื่อนที่ได้เป็นระยะทาง 8.5 เซนติเมตร สาร y เคลื่อนที่ได้ เป็นระยะทาง 6.5 เซนติเมตร และสาร z เคลื่อนที่ได้เป็นระยะทาง 5 เซนติเมตร ข้อใดสรุปไม่ถูกต้อง

a)

สาร A เป็นสารละลาย

b)

สาร X เป็นตัวทำละลายที่ดีที่สุด

c)

สาร Y เป็นตัวละลายที่ดีที่สุด

d)

สาร Z ถูกดูดซับได้น้อยที่สุด

40.

จุ๋มต้องการศึกษาสีที่เป็นองค์ประกอบในสีเมจิกแต่ละสีควร เลือกใช้วิธีการแยกสารแบบใด

a)

การกลั่นแบบธรรมดา

b)

การระเหยแห้ง

c)

โครโมโทกราฟี

d)

การตกผลึก

41.

ในการทดลองแยกสารผสมชนิดหนึ่ง ด้วยวิธีโครมาโทกราฟี พบว่ามีการแยกสารได้ 4 ชนิด คือ สาร A สาร B สาร C และสาร D ที่ระยะต่างกัน ดังรูป ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

สาร A มีความสามารถในการละลายในตัวทำละลายน้อย

b)

สาร B มีค่าอัตราการเคลื่อนที่ของสารน้อยกว่าสาร A อยู่ 0.25

c)

สาร C มีความสามารถในการถูกดูดซับจากตัวดูดซับ มากกว่าสาร D

d)

สาร D เป็นสารที่เคลื่อนที่ได้ช้าเพราะถูกดูดซับด้วย ตัวดูดซับได้ไม่ดี

42.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นหลักการของตัวทำละลาย

a)

สารที่ดูดซับได้ดีจะเคลื่อนที่ได้เร็ว ส่วนสารที่ดูดซับได้ไม่ดี จะเคลื่อนที่ได้ช้า

b)

สารที่ดูดซับได้ดีจะเคลื่อนที่ได้ช้า ส่วนสารที่ดูดซับได้ไม่ดี จะเคลื่อนที่ได้เร็ว

c)

สารที่ละลายในตัวทำละลายได้ดีจะแยกออกมาทีหลัง ส่วนที่ละลายได้ไม่ดีจะออกมาก่อน

d)

สารที่ละลายในตัวทำละลายได้ดีจะแยกออกมาก่อน ส่วนที่ละลายได้ไม่ดีจะออกมาทีหลัง

43.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นหลักการของตัวดูดซับ

a)

สารที่ดูดซับได้ดีจะเคลื่อนที่ได้เร็ว ส่วนสารที่ดูดซับได้ไม่ดี จะเคลื่อนที่ได้ช้า

b)

สารที่ดูดซับได้ดีจะเคลื่อนที่ได้ช้า ส่วนสารที่ดูดซับได้ไม่ดี จะเคลื่อนที่ได้เร็ว

c)

สารที่ละลายในตัวทำละลายได้ดีจะแยกออกมาทีหลัง ส่วนที่ละลายได้ไม่ดีจะออกมาก่อน

d)

สารที่ละลายในตัวทำละลายได้ดีจะแยกออกมาก่อน ส่วนที่ละลายได้ไม่ดีจะออกมาทีหลัง

44.

ข้อใดเรียงลำดับสารสีทั้ง 4 ชนิด จากสารสีที่มีความสามารถในการละลายในเอทิลแอลกอฮอล์มากที่สุดไปหาน้อยที่สุดตามลำดับได้ถูกต้อง

a)

คลอโรฟิลล์ B คลอโรฟิลล์ A แซนโทฟิลล์ แคโรทีนอยด์

b)

คลอโรฟิลล์ B แซนโทฟิลล์ คลอโรฟิลล์ A แคโรทีนอยด์

c)

แคโรทีนอยด์ คลอโรฟิลล์ A แซนโทฟิลล์ คลอโรฟิลล์ B

d)

แคโรทีนอยด์ แซนโทฟิลล์ คลอโรฟิลล์ A คลอโรฟิลล์ B

45.

ข้อใดเลือกใช้วิธีการแยกสารผสมได้เหมาะสมกับความต้องการ

a)

แยกสารส้มออกจากสารละลายสารส้มอิ่มตัว การระเหยแห้ง

b)

แยกสารในหมึกปากกาเคมี การกลั่นลำดับ ส่วน

c)

แยกน้ำออกจากน้ำเกลือ การกลั่นแบบ ธรรมดา

d)

สกัดน้ำมันหอมระเหยจากพืช สมุนไพร การสกัดด้วย ตัวทำละลาย

46.

ปัจจุบันมีการใช้น้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดดอกทานตะวัน กันอย่างแพร่หลาย กรรมวิธีในการทำน้ำมันจากเมล็ดดอก ทานตะวันสามารถใช้น้ำเป็นตัวทำละลายได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ได้ เพราะน้ำมีจุดเดือดต่ำกว่าน้ำมัน

b)

ได้ เพราะน้ำและน้ำมันเป็นของเหลวเหมือนกัน

c)

ไม่ได้ เพราะน้ำมันไม่ละลายน้ำ

d)

ไม่ได้ เพราะเมล็ดดอกทานตะวันไม่ละลายน้ำ

47.

ข้อใดไม่ใช่หลักการเลือกตัวทำละลายที่ดีในการสกัดด้วย ตัวทำละลาย

a)

ในการสกัดสีจากพืช ต้องเลือกใช้ตัวทำละลายที่ไม่มีสี

b)

การสกัดกลิ่นโดยใช้วิธีสกัดด้วยตัวทำละลาย ต้องใช้ตัวทำละลายที่มีกลิ่น

c)

ควรเลือกใช้ตัวทำละลายที่ไม่ทำปฏิกิริยากับสารที่จะสกัด

d)

ตัวทำละลายต้องสามารถแยกออกจากสารที่จะสกัดได้ง่าย

48.

ข้อใดเลือกใช้วิธีการแยกสารผสมได้เหมาะสมที่สุด

a)

แยกสีจากดอกไม้ด้วยวิธีการระเหยแห้ง

b)

แยกเกลือออกจากน้ำทะเลด้วยวิธีการตกตะกอน

c)

แยกส่วนประกอบในทองเหลืองด้วยวิธีการกลั่นด้วยไอน้ำ

d)

แยกน้ำมันจากเมล็ดดอกทานตะวันด้วยวิธีการสกัดด้วยตัวทำละลาย

49.

เพราะเหตุใดในการสกัดน้ำมันจากพืชต่าง ๆ จึงไม่นิยม ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย

a)

เพราะน้ำเป็นของเหลวเช่นเดียวกับน้ำมัน

b)

เพราะน้ำมันไม่ละลายน้ำ

c)

เพราะไม่สามารถแยกน้ำออกจากน้ำมัน

d)

เพราะน้ำมันเป็นตัวทำละลายได้ดีกว่าน้ำ

50.

จากข้อมูล สารในข้อใดสามารถสกัดสีเขียวจากพืชชนิดนี้ได้ดีที่สุด

a)

น้ำเย็นจัด

b)

น้ำที่อุณหภูมิห้อง

c)

น้ำร้อน

d)

สารสีเขียวจากพืชชนิดนี้ไม่สามารถสกัดโดยใช้น้ำได้