wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบ การใช้งานโปรแกรมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

Total questions: 60

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นนิยามของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

a)

การเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน

b)

การสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล

c)

การใช้ซอฟต์แวร์เพื่อสร้างเอกสาร

d)

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสายโทรศัพท์

2.

ข้อใดเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุด

a)

WAN

b)

MAN

c)

LAN

d)

VPN

3.

ข้อใดเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือข่าย LAN

a)

Router

b)

Switch

c)

Modem

d)

Firewall

4.

ข้อใดเป็นมาตรฐานเครือข่ายไร้สายที่ใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน

a)

IEEE 802.3

b)

IEEE 802.11

c)

IEEE 802.5

d)

IEEE 802.15

5.

ข้อใดเป็นโปรโตคอลหลักที่ใช้ในระบบอินเทอร์เน็ต

a)

HTTP

b)

FTP

c)

TCP/IP

d)

SMTP

6.

ข้อใดเป็นตัวอย่างของที่อยู่ IP แบบ IPv4 ที่ถูกต้อง

a)

256.100.50.25

b)

192.168.1.1

c)

2001:db8::ff00:42:8329

d)

1000.2000.3000.4000

7.

อุปกรณ์ใดทำหน้าที่แจกจ่าย IP Address ในเครือข่าย

a)

DNS Server

b)

DHCP Server

c)

Proxy Server

d)

File Server

8.

ข้อใดเป็นหน้าที่ของ DNS Server

a)

แปลงชื่อโดเมนเป็นที่อยู่ IP

b)

จัดเก็บไฟล์ข้อมูลของผู้ใช้

c)

บล็อกเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย

d)

ควบคุมการเข้าถึงของผู้ใช้เครือข่าย

9.

ข้อใดเป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบใช้สาย

a)

คลื่นวิทยุ

b)

สายใยแก้วนำแสง

c)

สัญญาณอินฟราเรด

d)

คลื่นไมโครเวฟ

10.

ข้อใดเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับตรวจสอบแพ็กเก็ตข้อมูลในเครือข่าย

a)

Wireshark

b)

Photoshop

c)

MySQL

d)

PowerPoint

11.

ข้อใดเป็นหน้าที่หลักของระบบปฏิบัติการเครือข่าย (Network Operating System)

a)

ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่อพ่วง

b)

จัดการและควบคุมการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ในเครือข่าย

c)

ใช้สำหรับออกแบบเว็บไซต์

d)

ใช้สำหรับพัฒนาแอปพลิเคชัน

12.

ระบบปฏิบัติการใดต่อไปนี้เป็นระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์ Linux

a)

Windows Server 2022

b)

macOS Monterey

c)

Ubuntu Server

d)

Android

13.

ระบบปฏิบัติการเครือข่ายมีบทบาทสำคัญอย่างไรในการจัดการผู้ใช้

a)

ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งเกมได้ง่ายขึ้น

b)

ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงทรัพยากรในเครือข่าย

c)

ทำให้สามารถออกแบบเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น

d)

ช่วยในการสร้างฐานข้อมูล

14.

ข้อใดเป็นระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์

a)

Windows XP

b)

Ubuntu Server

c)

Android

d)

iOS

15.

ข้อใดเป็นระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่พัฒนาขึ้นโดย Microsoft

a)

Ubuntu Server

b)

CentOS

c)

Windows Server

d)

Debian

16.

คำสั่งใดที่ใช้ตรวจสอบการเชื่อมต่อเครือข่ายในระบบปฏิบัติการเครือข่าย

a)

ping

b)

dir

c)

mkdir

d)

calc

17.

ข้อใดเป็นบทบาทหลักของไฟร์วอลล์ (Firewall) ในระบบปฏิบัติการเครือข่าย

a)

จัดเก็บข้อมูลผู้ใช้

b)

ป้องกันและควบคุมการเข้าถึงเครือข่าย

c)

ทำหน้าที่เป็นเว็บเบราว์เซอร์

d)

ใช้สำหรับแชร์ไฟล์ในเครือข่าย

18.

OSI Model มีทั้งหมดกี่ชั้น (Layers)?

a)

5 ชั้น

b)

6 ชั้น

c)

7 ชั้น

d)

8 ชั้น

19.

ข้อใดเป็นลำดับของ OSI Model จากชั้นล่างสุดไปชั้นบนสุด

a)

Application, Transport, Network, Data Link, Physical

b)

Physical, Data Link, Network, Transport, Session, Presentation, Application

c)

Transport, Network, Data Link, Physical, Application

d)

Physical, Network, Transport, Session, Application

20.

ข้อใดเป็นหน้าที่ของ Physical Layer ใน OSI Model

a)

กำหนดที่อยู่ IP ให้กับอุปกรณ์

b)

กำหนดมาตรฐานของสายเคเบิลและสัญญาณไฟฟ้า

c)

ควบคุมการเชื่อมต่อของเซสชันระหว่างอุปกรณ์

d)

จัดการกับการเข้ารหัสข้อมูล

21.

ข้อใดเป็นหน้าที่หลักของ Network Layer

a)

การเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูล

b)

การกำหนดเส้นทางและการส่งข้อมูลโดยใช้ IP Address

c)

การตรวจสอบข้อผิดพลาดของข้อมูล

d)

การเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สาย

22.

ข้อใดเป็นหน้าที่ของ Transport Layer

a)

แปลงชื่อโดเมนเป็น IP Address

b)

ตรวจสอบและควบคุมการรับส่งข้อมูลให้ถูกต้อง

c)

จัดรูปแบบและแสดงผลข้อมูล

d)

กำหนดโครงสร้างของสายเคเบิล

23.

ข้อใดเป็นโปรโตคอลที่ทำงานใน Application Layer

a)

TCP

b)

IP

c)

HTTP

d)

ICMP

24.

ชั้นใดใน OSI Model ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption)

a)

Transport Layer

b)

Network Layer

c)

Presentation Layer

d)

Data Link Layer

25.

ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของ OSI Model

a)

การกำหนดมาตรฐานในการสื่อสารเครือข่าย

b)

การช่วยให้เครือข่ายต่างชนิดทำงานร่วมกันได้

c)

การบังคับให้ทุกระบบปฏิบัติการใช้รูปแบบเดียวกัน

d)

การกำหนดโครงสร้างชั้นของเครือข่าย

26.

คำสั่งใดใช้ติดตั้ง Apache Web Server บน Ubuntu Server

a)

yum install apache2

b)

dnf install apache2

c)

apt install apache2

d)

install apache2

27.

คำสั่งใดใช้ติดตั้ง MariaDB บน Ubuntu Server

a)

apt install mariadb-server

b)

yum install mariadb-server

c)

dnf install mariadb-server

d)

install mariadb

28.

คำสั่งใดใช้ติดตั้ง PHP บน Ubuntu Server

a)

apt install php

b)

yum install php

c)

dnf install php

d)

install php

29.

หากต้องการให้ Apache Web Server เริ่มทำงานทุกครั้งที่เปิดเครื่อง ควรใช้คำสั่งใด

a)

systemctl start apache2

b)

systemctl enable apache2

c)

service apache2 start

d)

apachectl start

30.

คำสั่งใดใช้ตรวจสอบสถานะของ MariaDB

a)

systemctl status mariadb

b)

mariadb --status

c)

service mariadb check

d)

mysqladmin status

31.

ไฟล์เริ่มต้นของ Apache Web Server บน Ubuntu Server จะอยู่ที่ตำแหน่งใด

a)

/etc/apache2/

b)

/var/www/html/

c)

/usr/local/apache/

d)

/home/apache/

32.

คำสั่งใดใช้เข้าใช้งาน MariaDB ผ่าน Terminal

a)

mariadb

b)

mysql -u root -p

c)

service mariadb start

d)

systemctl start mariadb

33.

ข้อใดเป็นคำสั่งที่ใช้เปิดพอร์ต 80 บน Firewall ของ Ubuntu Server

a)

ufw allow 80/tcp

b)

iptables --open 80

c)

firewall-cmd --allow-http

d)

openport 80

34.

ถ้าต้องการทดสอบว่า PHP ทำงานถูกต้องหรือไม่ ควรสร้างไฟล์อะไรใน /var/www/html/

a)

index.html

b)

phpinfo.php

c)

test.sql

d)

apache.conf

35.

คำสั่งใดใช้ติดตั้ง DHCP Server บน Ubuntu Server

a)

apt install isc-dhcp-server

b)

yum install dhcp-server

c)

dnf install dhcpd

d)

install dhcp

36.

ไฟล์ค่าคอนฟิกหลักของ DHCP Server บน Ubuntu อยู่ที่ตำแหน่งใด

a)

/etc/dhcp/dhcpd.conf

b)

/var/lib/dhcp/dhcpd.conf

c)

/etc/network/dhcp.conf

d)

/usr/local/etc/dhcp.conf

37.

หากต้องการกำหนดช่วงที่อยู่ IP ที่ DHCP จะแจกให้ลูกข่าย ควรตั้งค่าในส่วนใดของไฟล์ dhcpd.conf

a)

option subnet-mask

b)

range

c)

default-lease-time

d)

max-lease-time

38.

คำสั่งใดใช้ตรวจสอบสถานะการทำงานของ DHCP Server บน Ubuntu

a)

systemctl status isc-dhcp-server

b)

service dhcp check

c)

dhcpd --status

d)

check dhcp status

39.

หากต้องการให้ DHCP Server เริ่มทำงานอัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดเครื่อง ควรใช้คำสั่งใด

a)

systemctl enable isc-dhcp-server

b)

service isc-dhcp-server auto

c)

dhcpd --autostart

d)

dhcpctl enable

40.

ข้อใดเป็นตัวเลือกที่ใช้กำหนดค่า Gateway ให้กับลูกข่ายในไฟล์ dhcpd.conf

a)

option domain-name

b)

option routers

c)

option broadcast-address

d)

option ntp-servers

41.

คำสั่งใดใช้รีสตาร์ท DHCP Server บน Ubuntu Server

a)

systemctl restart isc-dhcp-server

b)

dhcpd restart

c)

service dhcp restart

d)

restart isc-dhcp-server

42.

โปรแกรม Cisco Packet Tracer ใช้สำหรับอะไร?

a)

ออกแบบและจำลองเครือข่ายคอมพิวเตอร์

b)

เขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python

c)

สแกนไวรัสบนระบบเครือข่าย

d)

วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)

43.

ส่วนประกอบใดใน Packet Tracer ใช้สำหรับเพิ่มอุปกรณ์เครือข่าย?

a)

Device List

b)

Command Prompt

c)

Toolbar

d)

Logical Workspace

44.

หากต้องการเชื่อมต่ออุปกรณ์เครือข่ายใน Packet Tracer ควรใช้เครื่องมือใด?

a)

Select Tool

b)

Connection Tool

c)

Move Tool

d)

Delete Tool

45.

ข้อใด ไม่ใช่ อุปกรณ์ที่สามารถใช้ใน Packet Tracer?

a)

Router

b)

Switch

c)

Firewall

d)

Printer

46.

การกำหนดค่า IP Address ให้กับ PC ใน Packet Tracer สามารถทำได้จากเมนูใด?

a)

Desktop → IP Configuration

b)

Config → IP Address

c)

Interface → Assign IP

d)

CLI → Set IP

47.

คำสั่งใดใช้ตรวจสอบการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์เครือข่ายใน Packet Tracer?

a)

tracert

b)

ping

c)

ipconfig

d)

route

48.

หากต้องการดูรายละเอียดของอุปกรณ์เครือข่าย เช่น MAC Address และค่า IP ควรใช้คำสั่งใดใน Command Prompt ของ PC?

a)

ping

b)

ipconfig /all

c)

netstat

d)

traceroute

49.

ใน Packet Tracer ถ้าต้องการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับ Router ควรเข้าไปที่ส่วนใด?

a)

CLI (Command Line Interface)

b)

Physical

c)

Logical Workspace

d)

Packet Tracer Help

50.

คำสั่ง show ip route ใน CLI ของ Router ใช้เพื่อดูข้อมูลอะไร?

a)

ตารางเส้นทางของเครือข่าย

b)

รายการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ

c)

รายละเอียดของพอร์ตอินเทอร์เฟซ

d)

ข้อมูลแพ็กเก็ตที่ถูกบล็อก

51.

หากต้องการบันทึกไฟล์โครงสร้างเครือข่ายที่สร้างขึ้นใน Packet Tracer ควรใช้ไฟล์นามสกุลใด?

a)

.pkt

b)

.pcap

c)

.net

d)

.topo

52.

โปรแกรม Wireshark ใช้สำหรับอะไร?

a)

ตรวจสอบการเชื่อมต่อ Wi-Fi

b)

วิเคราะห์และจับข้อมูลการส่งผ่านเครือข่าย (Packet Sniffer)

c)

ทดสอบความเร็วของอินเทอร์เน็ต

d)

ออกแบบแผนผังเครือข่าย

53.

เมื่อใช้ Wireshark คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลประเภทใดได้บ้าง?

a)

ข้อมูลที่ถูกส่งผ่าน HTTP, FTP, DNS, และอื่นๆ

b)

ข้อมูลเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Wi-Fi

c)

ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบ

d)

ข้อมูลการบำรุงรักษาอุปกรณ์

54.

ในโปรแกรม Wireshark ข้อใดเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกรองข้อมูล (Filtering)?

a)

Capture Filter

b)

Display Filter

c)

Port Filter

d)

Packet Filter

55.

ข้อใดเป็นประเภทข้อมูลที่ Wireshark ไม่สามารถจับได้?

a)

HTTP

b)

FTP

c)

DHCP

d)

ข้อมูลที่มีการเข้ารหัส (Encrypted Data)

56.

ข้อใดเป็นประเภทข้อมูลที่ Wireshark ไม่สามารถจับได้?

a)

HTTP

b)

FTP

c)

DHCP

d)

ข้อมูลที่มีการเข้ารหัส (Encrypted Data)

57.

โปรแกรม WiFi Analyzer ใช้สำหรับอะไร?

a)

วิเคราะห์การจราจรข้อมูลในเครือข่าย

b)

ตรวจสอบคุณภาพสัญญาณ Wi-Fi และข้อมูลเครือข่ายไร้สาย

c)

สร้างเครือข่าย Wi-Fi

d)

จัดการกับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือข่าย

58.

โปรแกรม Wireshark รองรับโปรโตคอลใดบ้างในการจับข้อมูล?

a)

HTTP, HTTPS, FTP, DNS, ARP, TCP, UDP

b)

HTTP, SMTP, POP3

c)

HTTP, SSL, ICMP

d)

HTTP, ICMP, IPX

59.

ข้อใดคือการทำงานหลักของ Display Filter ใน Wireshark?

a)

ใช้กรองข้อมูลที่จับได้

b)

ใช้กรองข้อมูลที่ยังไม่ได้จับ

c)

ใช้สร้างการเชื่อมต่อใหม่ระหว่างเครื่อง

d)

ใช้ส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย

60.

ในการใช้ WiFi Analyzer ข้อใดสามารถทำได้?

a)

เลือกช่องที่ไม่แออัดเพื่อลดการรบกวนของสัญญาณ

b)

ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้

c)

เชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ใหม่

d)

แก้ไขค่า IP ของเครือข่าย Wi-Fi