wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวนก่อนสอบปลายภาค ท33102 ม.6

Total questions: 10

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงพยาธิในท้อง

a)

อัมพุทะนั้นโดยใหญ่ไปทุกวารไสร้  ครั้นได้ถึง 7 วาร ข้นเป็นดั่งตะกั่วอันเชื่อมอยู่ในหม้อเรียกชื่อว่าเปสิ

b)

เมื่อกุมารอยู่ในท้องแม่นั้นลำบากนักหนา พึงเกลียดพึงหน่ายพ้นประมาณนัก  ก็ชื้นแลเหม็นกลิ่นตืดและเอือนอันได้ 80 ครอก

c)

จะงอยไส้ดือนั้นกลวงขึ้นไปเบื้องบนติดหลังท้องแม่แลข้าวน้ำอาหารอันใดแม่กินไสร้ แลโอชารสนั้นก็เป็นน้ำชุ่มเข้าไปในไส้ดือนั้น

d)

ผิรูปอันจะเกิดเป็นชายก็ดีเป็นหญิงก็ดี เกิดมีอาทิแต่เกิดเป็นกลละนั้นโดยใหญ่แต่ละวันแลน้อย ครั้นถึง 7 วัน เป็นดั่งน้ำล้างเนื้อนั้นเรียกว่าอัมพุทะ

2.

ข้อใด “สามารถอนุมานได้” จากข้อความต่อไปนี้

คนผู้ใดจากแต่นรกมาเกิดน้ัน เม่ือคลอดออกตนกุมารนั้นร้อน เม่ือมันอยู่ในท้องแม่น้ัน
      ย่อมเดือดเนื้อร้อนใจแลกระหนกระหาย อีกเนื้อแม่นั้นก็พลอยร้อนด้วยโสด คนผู้จากแต่สวรรค์ลงมาเกิด     นั้นเมื่อจะคลอดออก ตนกุมารนั้นเย็น เย็นเนื้อเย็นใจ เม่ือยังอยู่ในท้องแม่น้ัน อยู่เย็นเป็นสุขสำราญบานใจ     แลเนื้อแม่นั้นก็เย็นด้วยโสด

a)

อดีตชาติของทารกไม่ส่งผลถึงชาติปัจจุบัน

b)

ภาพสวรรค์-นรกที่ผู้แต่งนำเสนอเป็นภาพที่ตรงข้ามกัน

c)

  ทารกที่มาจากสวรรค์กับนรกมีพฤติกรรมหลังคลอดเหมือนกัน

d)

ความสุข-ทุกข์ของมารดาขณะตั้งครรภ์เป็นผลมาจากกรรมเก่าของมารดา

3.

ข้อใดเป็นจุดประสงค์ของผู้เขียนข้อความต่อไปนี้

ผิรูปอันจะเกิดเป็นชายก็ดีเป็นหญิงก็ดี เกิดมีอาทิแต่เกิดเป็นกลละนั้น โดยใหญ่แต่วันละวัน

      แลน้อย คร้ันถึง 7 วัน เป็นด่ังน้ำล้างเนื้อน้ันเรียกว่าอัมพุทะ อัมพุทะนั้นโดยใหญ่ไปทุกวารไสร้

      ครั้นได้ถึง 7 วาร ข้นเป็นดังตะก่ัวอันเช่ือมอยู่ในหม้อเรียกชื่อว่าเปสิ เปสินั้นค่อยใหญ่ไปทุกวัน

      ครั้งถึง 7 วัน แข็งเป็นก้อนดังไข่ไก่เรียกว่า ฆนะ ฆนะน้ันค่อยใหญ่ไปทุกวัน ครั้นถึง 7 วัน

      เป็นตุ่มออกได้ 5 แห่งดั่งหูดน้ันเรียกว่าเบญจสาขาหูด

a)

สนับสนุนให้คนให้กำเนิดมนุษย์

b)

แนะนำให้ศึกษาเรื่องการปฏิสนธิ

c)

อธิบายลำดับขั้นการกำเนิดมนุษย์

d)

ชี้แจงว่าลักษณะของมนุษย์ในครรภ์มีความแตกต่างกัน

4.

ข้อความนี้สร้างจินตภาพในข้อใดชัดเจนที่สุด

เบ้ืองหลังกุมารนั้นต่อหลังท้องแม่แลนั่งยองอยู่ในท้องแม่ แลกำมือทั้งสอง คู้คอต่อหัวเข่าทั้งสอง เอาหัวไว้เหนือหัวเข่าเมื่อนั่งอยู่นั้น ดังน้ัน เลือดแลน้ำเหลือง ย้อยลงเต็มตนยะหยดทุกเมื่อแล ดุจดั่งลิงเมื่อฝนตกแลนั่งกำมือเซาเจ่า อยู่ในโพรงไม้นั้นแล

a)

แสง-สี

b)

สภาพอากาศ

c)

อารมณ์ความรู้สึก

d)

สภาพความเป็นอยู่

5.

ข้อใดแสดงภาพตรงข้าม

a)

รูปร่างวิปริตผิดกว่าคน  ทรพลอัปรีย์ไม่ดีได้

b)

ฝ่ายพ่อมีบุญเป็นขุนนาง  แต่แม่ไปแนบข้างคนจัญไร

c)

กลับมาอยู่บ้านสำราญครัน  เกษมสันต์สองสมภิรมย์ยวน

d)

เออนี่เนื้อเคราะห์กรรมมานำผิด  น่าอายมิตรหมองใจไม่หายหมาง

6.

ข้อใดไม่ปรากฏในบทประพันธ์นี้

คราวนั้นเมื่อตามไปกลางป่า         หน้าดำเหมือนหนึ่งทามินหม้อไหม้

ชนะความงามหน้าดังเทียนชัย                  เขาฉุดไปเหมือนลงทะเลลึก

เจ้าพลายงามตามรับเอากลับมา                ทีนี้หน้าจะดำเป็นน้ำหมึก

กำเริบใจด้วยเจ้าไวยกำลังฮึก                   จะพาแม่ตกลึกให้จำตาย

a)

ข้อคิดเห็น 

b)

น้ำเสียง อารมณ์

c)

การเล่าเรื่องในอดีต

d)

เกร็ดสังคมเกี่ยวกับพระราชอำนาจของกษัตริย์

7.

จินตภาพในเรื่องไตรภูมิพระร่วง ตอนมนุสสภูมิ นำเสนอแนวคิดข้อใด

a)

มนุสสภูมิเป็นภูมิที่น่าศึกษามากที่สุด

b)

ถ้ามนุษย์ทำความดีจะไปสู่สุขคติภูมิ

c)

การเกิดของมนุษย์เป็นความทุกข์แบบหนึ่ง 

d)

การเกิดของมนุษย์เป็นสิ่งที่น่าศึกษามากที่สุด

8.

ข้อใดมีจุดประสงค์เพื่อให้กำลังใจ

a)

ถ้าหลอกตัวเองแล้วจะทำให้มีความสุข ก็ทำต่อไปนี้ เราจะรอดู

b)

ความผิดพลาดเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ ทุกความล้มเหลวคือการเรียนรู้

c)

ความรักก็เหมือนเกมกีฬา ตำสำรองอย่างเธอจะมีค่าก็ต่อเมื่อตัวจริงเจ็บ

d)

ความสำเร็จเป็นของคนที่พยายามเท่านั้น เธอคงพยายามได้เต็มที่เพียงเท่านี้

9.

ข้อใดไม่ได้กล่าวถึงขุนช้าง

a)

มาอยู่ไยกับอ้ายหินชาติ

b)

หน้าตาดำเหมือนมินหม้อมอม

c)

เหมือนแมงวันว่อนเคล้าที่เน่าชั่ว

d)

มาเกลือกกลั้วปทุมมาลย์ที่หวานหอม

10.

คำตอบใดของนางวันทองที่ทำให้พระพันวษาทรงกริ้วและรับสั่งให้นำนางไปประหารชีวิต

a)

รักขุนแผนเพราะเป็นคู่ทุกข์คู่ยากกันมา

b)

เห็นใจขุนช้างที่ยกย่องและรักนาง

c)

พลายงามก็เป็นเลือดในอก

d)

ทุกข้อรวมกัน