wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

LAB Final Exam M4

Total questions: 30

Worksheet time: 2hrs 32mins

Name
Class
Date
1.

อุปกรณ์วิทยาศาสตร์นี้คืออะไร

a)

ขวดวัดปริมาตร

b)

กระบอกตวง

c)

ขวดรูปชมพู่

d)

บีกเกอร์

2.

อุปกรณ์วิทยาศาสตร์นี้คืออะไร

a)

หลอดหยดสาร

b)

ขวดวัดปริมาตร

c)

กระบอกตวง

d)

ขวดรูปชมพู่

3.

อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ชิ้นนี้มีชื่อว่าอะไร

a)

Forceps/Tweezers

b)

Graduated Cylinder

c)

Mortat and Pestal

d)

Erlenmeyer Flask

4.

อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ชิ้นนี้มีชื่อว่าอะไร

a)

Graduated Cylinder

b)

Pipette

c)

Mortat and Pestal

d)

Dropper

5.

อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ในข้อใดมีลักษณะฐานกว้าง คอแคบลงเพื่อใช้ในการผสมสารโดยการเขย่าเป็นวงกลม ป้องกันการกระเด็นของสาร และนิยมใช้ในใส่สารละลายสำหรับการไทเทรต

a)

ขวดวัดปริมาตร

b)

บีกเกอร์

c)

ขวดรูปชมพู่

d)

หลอดทดลอง

6.

อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ในข้อใดมีลักษณะเป็นแก้วที่ใช้คู่กับ Rubber bulb เพื่อดูดสารที่ต้องการ

a)

หลอดหยดสาร

b)

บิวเรค

c)

ขวดรูปชมพู้

d)

ขวดวัดปริมาตร

7.

อะไรคือสาเหตุที่ควรบรรจุสารตัวอย่างที่ไทเทรตในขวดรูปชมพู่มากกว่าบึกเกอร์

a)

เพราะมีความสวยงาม

b)

เพราะมีสเกลที่อ่านได้ชัดเจนมากกว่า

c)

เพราะป้องกันการกระเด็นและแกว่งของสารละลาย

d)

เพราะสะดวกใช้ง่าย

8.

ข้อใดคือหน้าที่ของกรวยกรอง

a)

ใช้สำหรับเทสารละลายลงในถ้วยครูซิเบิ้ล เพื่อป้องกันไม่ให้สารหกและกระเด็นโดนคนรอบข้าง

b)

ใช้สำหรับเทสารละลายลงในบีกเกอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้สารหกและกระเด็นไปสัมผัสผิวหนัง

c)

ใช้สำหรับเทสารละลายลงในกระบอกตวง เพื่อป้องกันไม่ให้สารหกและได้ปริมาตรที่แม่นยำ

d)

ใช้สำหรับเทสารละลายลงในขวดรูปกรวย หรือขวดวัดปริมาตร เพื่อป้องกันไม่ให้สารหกและอันตรายจากการสัมผัส

9.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของกระจกนาฬิกา

a)

ใช้วางกระดาษลิตมัสเพื่อทดสอบความเป็นกรดเป็นเบสของสารละลาย

b)

ใช้ปิดภาชนะบรรจุสารละลายเพื่อป้องกันตัวทำละลายระเหย

c)

ใช้สำหรับใส่สารละลายที่ใช้ทดลอง

d)

ใช้รองรับวัสดุที่ร้อน

10.

ข้อใดคือข้อควรระวังในการใช้หลอดหยดสาร

a)

ห้ามดูดสารที่มีฤทธิ์เป็นกรดจะทำให้หลอดทดลองสึกกร่อน

b)

ห้ามดูดสารที่มีฤทธิ์เป็นเบสจะทำให้หลอดทดลองเปราะบาง

c)

ห้ามดูดสารจนถึงลูกยางจะทำให้ลูกยางละลายและเป็นอันตรายต่อผิวสัมผัสได้

d)

ห้ามดูดสารละลายที่มีกลิ่นรุนแรงจะทำให้หลอดทดลองไม่สามารถใช้งานกับสารชนิดอื่นได้

11.

ใครในข้อใดสามารถเข้าห้องทดลองได้

a)

b)

c)

d)

12.

หากสัมผัสกับสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายที่มีฤทธิ์กัดกร่อนควรทำอย่างไร

a)

ให้กรี๊ดลั่นบ้านแล้วส่งโรงพยาบาล

b)

ให้นำไปล้างมือด้วยสบู่เป็นระยะหนึ่ง แล้วส่งโรงพยาบาล

c)

ให้เช็ดด้วยผ้าแล้วส่งโรงพยาบาล

d)

ส่งโรงพยาบาลโดยทันที

13.

ข้อใดคือวิธีการอ่านของเหลวที่อยู่ในกระบอกตวงที่ถูกต้อง

a)

อ่านบริเวณท้องน้ำ

b)

อ่านบริเวณผิวน้ำ

c)

อ่านบริเวณจุดสูงสุดของน้ำ

d)

อ่านบริเวณด้านบนของภาชนะ

14.

จุดประสงค์ในการทำสารละลายจากสารบริสุทธิ์คืออะไร

a)

เพื่อต้องการของเหลวที่เกิดการเจือจางที่ต้องการ

b)

เพื่อต้องการละลายสารที่เป็นของแข็งให้เป็นสารละลายที่ต้องการ

c)

เพื่อต้องการเรียนรู้การตวงอย่างถูกวิธี

d)

เพื่อให้เกิดการเรียนรู้กระบวนการที่หาค่า pH ของสาร

15.

เพราะเหตุใดถึงต้องมีการชะล้าง (การกลั่ว) อุปกรณ์ที่ใช้ละลายสารทุกครั้ง

a)

เพื่อให้สารละลายมีความเข้มข้นออกมาให้ได้ใกล้เคียงที่สุด

b)

เพื่อให้สารละลายมีความเข้มข้นออกมาให้ได้น้อยที่สุด

c)

เพื่อให้สารละลายมีความปลอดภัยมากที่สุด

d)

เพื่อให้สารละลายมีความเข้ากันได้มากที่สุด

16.

ข้อใดไม่ใช่หน่วยของความเข้มข้น

a)

ร้อยละโดยมวล

b)

ร้อยละโดยมวลต้อปริมาตร

c)

โมล่าร์

d)

ลูกบาศก์เซนติเมตร

17.

อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ในข้อใดไม่จำเป็นที่ต้องใช้ในการละลายสารบริสุทธิ์

a)

Test tube

b)

Stirring rod

c)

Beaker

d)

Distillation water

18.

หากต้องการสารละลายเกลืแกงที่มีความเข้มข้นโดยมวลต่อปริมาตรร้อยละ 20 ในขวดวัดปริมาตรขนาด 200 mL จะต้องใช้เกลือและน้ำ เท่าใด

a)

เกลือแกง 20 g น้ำ 200 mL

b)

เกลือแกง 20 g น้ำ 180 mL

c)

เกลือแกง 40 g น้ำ 200 mL

d)

เกลือแกง 40 g น้ำ 160 mL

19.

หากต้องการสารละลายเกลือแกง (NaCl) ที่มีความเข้มข้น 1 M ในขวดวัดปริมาตร 100 mL จะต้องใช้เกลือแกงเท่าใด เมื่อกำหนดให้ MW ของ Na = 23, Cl = 35.5

a)

เกลือแกง 57.5 g

b)

เกลือแกง 58.5 g

c)

เกลือแกง 5.75 g

d)

เกลือแกง 5.85 g

20.

การทำสารละลายของนักเรียนคนใด ทำถูกต้องตามหลักการ

a)

นางสาวเอ ใช้แท่งคนสารคนสารละลายให้เข้ากัน

b)

นางสาวบี ใช้แท่งคนสารใช้คนแบบเร็ว

c)

นางสาวซี ปรับปริมาตรโดยให้ผิวน้ำถึงสเกลบอกปริมาตร

d)

นางสาวดี ถ่ายเทสารลงในขวดปริมาตรด้วยบีกเกอร์ขนาดใหญ่กว่าปาดขวด

21.

จุดประสงค์ในการเจือจางสารละลายข้อใด ถูดต้อง มากที่สุด

a)

ต้องการสารที่มีขนาดที่มากขึ้น

b)

ต้องการสารที่มีขนาดที่น้อยลงขึ้น

c)

ต้องการสารที่มีความเข้มข้นที่มากขึ้น

d)

ต้องการสารที่มีความเข้มข้นที่น้อยลง

22.

ข้อใดคือการทำให้ความเข้มข้นจากสารละลายเดิมน้อยลง

a)

การใส่เกลือลงในน้ำเกลือ

b)

การใส่หัวน้ำหอมลงในสารละลายน้ำหอม

c)

การใส่แอลกอฮอล์ลงในเจลล้างมือ

d)

การใส่น้ำลงในชานม

23.

หากต้องการเจือจางสารละลายน้ำเชื่อมความเข้มข้น 2 M ให้เจือจางจนมีความเข้มข้น 1 M ในขวดภาชนะ 100 mL จะต้องใช้เชื่อมความเข้มข้น 2 M เพื่อเจือจางในน้ำเท่าใด

a)

20 mL

b)

30 mL

c)

40 mL

d)

50 mL

24.

หากต้องการน้ำส้มสายชูที่มีความเหลือข้น 0.1 M ปริมาตร 100 mL จะต้องใช้น้ำส้มสายชูที่มีความเข้มข้น 1 M ปริมาตรเท่าใด

a)

10 mL

b)

20 mL

c)

30 mL

d)

40 mL

25.

ข้อใดใช้อุปกรณ์ในการเจือจางสารละลายไม่ถูกต้อง

a)

ใช้กรวยในการถ่ายเทสารที่มีปากแคบ

b)

ใช้ช้อนตักสารในการคนสารละลายที่เจือจาง

c)

ใช้บีกเกอร์ที่ไม่ปนเปื้อนสารในการเจือจาง

d)

ใช้หลอดหยดสารเมื่อสารใกล้ขีดสเกลบ่งบอกปริมาตร

27.

อินดิเคเตอร์คืออะไร

a)

สารที่ใช้ทดสอบคาร์โบไฮเดรต ของสารละลาย

b)

สารที่ใช้ทดสอบความเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องของสารละลาย

c)

สารที่ใช้ทดสอบความเป็น กรด – เบส ของสารละลาย

d)

สารที่ใช้ทดสอบความเข้มข้น ของสารละลาย

28.

อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ชิ้นนี้มีชื่อเรียกว่าอย่างไร

a)

Pipette

b)

Burrette

c)

Burret

d)

Pipet

29.

การที่เราสามารถแยกองค์ประกอบของสารปนเปื้อนที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ที่สามารถด้วยตัวทำละลายเราเรีกวิธีว่าอะไร

a)

Chromotography

b)

Color - Based Seperation (CBS)

c)

Color - Seperation Solution Dissolve (CSSD)

d)

Photography

30.

การใช้อุปกรณ์ในข้อใดใช้ไม่ถูกต้อง

a)

ใช้แท่งคนสารคนชนกับตูดบีกเเกอร์

b)

การใช้กระดาษโครโมโตกราฟีจุ่มไม่จมสารที่พอร์ตไวเ

c)

การนำกระดาษโครโมโตกราฟี ขี่ช้แล้ววางไว้บนกระจกนาฬกา

d)

ปิดฝาขวดสารละลายเสมอหลังเลิกใช้สาร