NEW
Font size
Worksheetsแบบทดสอบ ปลายภาคเรียนที่ 2
Total questions: 40
Worksheet time: 2hrs 0mins
"เมื่อเปิดตู้แช่เครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อทิ้งไว้ จะเกิดหยดน้ำเกาะที่กระจก"
จากเหตุการณ์ข้างต้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเกิดจากกระบวนการใด
การกลายเป็นไอ
การควบแน่นของไอน้ำ
การเปลี่ยนแปลงทางเคมี
การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้
ข้อใด จัดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากข้ออื่นมากที่สุด
การต้มไข่
ผงวุ้นละลายน้ำ
การผสมปูนเทพื้น
การเททองหล่อพระพุทธรูป
“การต้มน้ำจนเดือด” และ“การวางลูกเหม็นทิ้งไว้ในตู้เสื้อผ้า” เหตุการณ์ทั้งสองมีสิ่งใดเหมือนกัน
อุณหภูมิในขณะเกิดการเปลี่ยนแปลงเท่ากัน
เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมีเหมือนกัน
สารทั้งสองชนิดจะต้องคายความร้อน
สารทั้งสองชนิดจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นแก๊ส
การเปลี่ยนสถานะในข้อใด มีการเปลี่ยนแปลงพลังงานความร้อนแตกต่างจากพวก
"นำน้ำ (ไม่ระบุสถานะ) ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส
มาทำให้มีอุณหภูมิ 125 องศาเซียสเซียส"
จากข้อความ ข้อใดเรียงลำดับการเปลี่ยนแปลงของน้ำได้ถูกต้อง
A --> B
C --> B
A --> C --> B
B --> C --> A
ข้อใด ไม่ใช่ การเปลี่ยนสถานะของสาร
ใส่นมในกาแฟ
เพื่อเพิ่มความหอมหวาน
การเกิดน้ำค้างแข็งบนใบไม้
ในฤดูหนาว
เมื่อน้ำเดือดในหม้อที่มีฝาปิด จะเกิดหยดน้ำเกาะ
บริเวณฝาหม้อ
เมื่อวางไอศกรีมทิ้งไว้
ไอศกรีมจะกลายเป็นน้ำหวาน
"คุณแม่ต้องการใช้น้ำเชื่อมในการทำขนมหวาน คุณแม่จึงนำน้ำตาลทรายต้มใส่น้ำและเคี่ยวจนหนืด"
จากข้อความ สารมีการเปลี่ยนแปลงแบบใด
การละลาย
การหลอมเหลว
การเผาไหม้ของสาร
การเกิดปฏิกิริยาเคมี
"โกโก้ทำการทดลองโดยเติมน้ำอุ่นลงในบีกเกอร์ใบที่ 1
และเติมน้ำเย็นลงในบีกเกอร์ใบที่ 2 ในปริมาณที่เท่ากัน
แล้วใส่เกลือแกงในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ ในปริมาณเท่ากัน
จากนั้นคนด้วยแท่งแก้ว พิจารณาการละลายของเกลือแกง
พบว่าบีกเกอร์ใบที่ 1 ละลายเร็วกว่าบีกเกอร์ใบที่ 2"
ข้อใดเป็นสิ่งที่สามารถทราบได้จากผลการทดลอง
อุณหภูมิของน้ำกับปริมาณสารที่ละลายไม่เกี่ยวข้องกัน
ในตัวทำละลายที่มีปริมาณคงที่ ปริมาณของตัวละลายจะคงที่
ถ้าปริมาณของน้ำแตกต่างกัน ปริมาณของสารที่ละลายได้จะแตกต่างกัน
ถ้าอุณหภูมิของน้ำแตกต่างกัน ความสามารถในการละลายจะแตกต่างกัน
"โมโม้ทดลองนำสีผสมอาหารผสมกับน้ำ พบว่าสีผสมอาหารกับน้ำผสมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน"
ข้อใด เป็นการสรุปผลที่ได้จากการทดลองดังกล่าว
สารผสมจะมีจุดเดือดสูงขึ้น
สีผสมอาหารสามารถละลายในน้ำได้
สีผสมอาหารเป็นตัวทำละลายที่ดี
น้ำเป็นตัวทำละลายที่ดีที่สุด
"โบโบ้ทดลองละลายผงสารส้มในปริมาณที่ต่างกันในบีกเกอร์ที่บรรจุน้ำอุณหภูมิปกติในปริมาณเท่ากันโดย
บีกเกอร์ใบที่ 1 ละลายผงสารส้มในปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
บีกเกอร์ใบที่ 2 ละลายผงสารส้มในปริมาณ 3 ช้อนโต๊ะ
บีกเกอร์ใบที่ 3 ละลายผงสารส้มในปริมาณ 5 ช้อนโต๊ะ"
ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับผลการทดลองไม่ถูกต้อง
ผงสารส้มสามารถละลายในน้ำได้
น้ำในบีกเกอร์ใบที่ 1 มีความใสสะอาดมากที่สุด
น้ำในบีกเกอร์ใบที่ 3 มีความเข้มข้นของสารส้มมากที่สุด
สารละลายในบีกเกอร์แต่ละใบจะมองเห็นเป็นเนื้อเดียวกัน
"คุณแม่ต้องการใช้ช็อกโกแลตดังภาพมาเป็นส่วนผสมของขนมเค้ก
โดยต้องทำให้กลายเป็นของเหลว คุณแม่จึงนำช็อกโกแลตใส่อ่างสแตนเลส
แล้วนำไปวางไว้บนน้ำอุ่น"
คุณแม่ควรทำอย่างไร เพื่อให้ช็อกโกแลตหลอมเหลวได้เร็วขึ้น
เพิ่มปริมาณน้ำ
เพิ่มปริมาณช็อกโกแลต
ใช้น้ำเย็น
ทำให้ช็อกโกแลต
มีขนาดชิ้นเล็กลง
"การเปลี่ยนแปลงของสารอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารชนิดเดียว หรือเกิดจากการนำสารตั้งแต่
2 ชนิดขึ้นไป มาทำปฏิกิริยากันแล้วทำให้เกิดสารใหม่ ซึ่งมีสมบัติเปลี่ยนไปจากเดิม"
จากข้อความ ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงในลักษณะดังกล่าว
มีไอน้ำเกิดขึ้นเมื่อน้ำเดือด
การนำดินน้ำมันมาปั้นเป็นรูปร่างต่าง ๆ
เมื่อนำน้ำตาลทรายแดงละลายในน้ำจะได้น้ำเชื่อม
เมื่อวางแกงกะทิทิ้งไว้เป็นเวลานานจะเกิดกลิ่นเหม็นเปรี้ยว
ข้อใดจัดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
จากภาพเป็นการเปลี่ยนทางเคมีหรือไม่ เพราะอะไร
เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะเกิดขึ้นจากการฉีดสารเคมีใส่ผลไม้
เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะไม่สามารถเปลี่ยนกลับคืนสู่สภาพเดิมได้
ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะสมบัติของสารยังคงเดิม
ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะภายนอกของผลไม้
ข้อใดเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
มีไอน้ำเกิดขึ้นเมื่อน้ำเดือด
น้ำแข็งหลอมเหลวเป็นน้ำ
มีควันสีขาวเกิดขึ้นจากเผาเศษวัสดุทางการเกษตร
มีควันสีขาวเกิดขึ้นเมื่อตั้งน้ำแข็งแห้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง
พิจารณาข้อความต่อไปนี้
1. ความชื้น 2. ความร้อน 3. วัสดุที่ใช้ทำช้อนตักนม
จากคำแนะนำในการเก็บรักษานมข้นหวาน ข้อความใดเป็นปัจจัยที่มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ นมข้นหวาน
ข้อความที่ 1
ข้อความที่ 2
ข้อความที่ 1 และ 3
ข้อความที่ 1, 2 และ 3
การกระทำใดที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของนมข้นหวาน
เปลี่ยนช้อนตักนมข้นหวานทุกครั้ง
แบ่งนมข้นหวานใส่ถุงซิปล็อกที่มีฝาหมุนปิด
หลังเปิดใช้ นำนมข้นหวานแช่ในตู้เย็นทั้งกระป๋องทันที
เปลี่ยนภาชนะเก็บนมข้นหวานไว้ในขวดพลาสติกที่มีฝาปิดมิดชิด
จากตารางการจัดกลุ่มการเปลี่ยนแปลงของสารที่กำหนดให้ กลุ่ม A ควรจะเป็นข้อใด
การละลายของสาร
การเปลี่ยนสถานะของสาร
การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้
การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร
ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกันกับกลุ่ม B
การเกิดสนิมของเหล็ก
การเกิดฝน
การแช่แข็งอาหาร
การระเหิดของการบูร
พิจารณาข้อความต่อไปนี้
1. การอบขนมปังจนเนื้อนุ่มฟูเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้
2. การเปลี่ยนแปลงทางเคมีทั้งหมดจัดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไมได้
3. การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้อาจมีหรือไม่มีพลังงานความร้อนมาเกี่ยวข้องก็ได้
ข้อความใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสาร
ข้อความที่ 1
และข้อความที่ 2
ข้อความที่ 2
และข้อความที่ 3
ข้อความที่ 1
และข้อความที่ 3
ทั้ง 3 ข้อความ
จากแผนภูมิวงกลมแสดงปริมาณของแหล่งน้ำจืดและแหล่งน้ำเค็มบนโลกที่กำหนด
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
เราใช้น้ำทั้งจากแหล่งน้ำ A และ B ในการอุปโภคบริโภคในปริมาณเท่า ๆ กัน
แหล่งน้ำ A ประกอบไปด้วยแหล่งน้ำผิวดินและแหล่งน้ำใต้ดิน
แหล่งน้ำ B เป็นแหล่งน้ำไหลเนื่องจากมีกระแสคลื่นเกิดขึ้นตลอดเวลา
แหล่งน้ำ B ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของน้ำแข็งที่อยู่ขั้วโลก
จากแผนภูมิที่กำหนดให้ พิจารณาข้อมูลต่อไปนี้ประกอบ
เป็นแหล่งน้ำที่เกิดจากฝนที่ตกลงมาแล้วไหลลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำ
จากข้อความ กล่าวถึงแหล่งน้ำจืดใด
แหล่งน้ำจืด A
แหล่งน้ำจืด B
แหล่งน้ำจืด C
แหล่งน้ำจืด A B และ C
จากแผนภูมิแท่งที่กำหนด ข้อใดกล่าว ไม่ ถูกต้อง
มนุษย์ไม่สามารถนำน้ำจากแหล่งน้ำจืด A มาบริโภคได้โดยตรง
แหล่งน้ำจืด B คือ แหล่งน้ำทั้งหมดที่อยู่ใต้ดิน
แหล่งน้ำจืด B เกิดจากการสะสมของน้ำที่ซึมผ่านชั้นดินและชั้นหินต่าง ๆ
น้ำแข็งขั้วโลกจัดอยู่ใน
แหล่งน้ำจืด C
หากปริมาณน้ำจืดบนโลกลดน้อยลง จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมใดมากที่สุด
การทำเกษตร
การดำน้ำดูปะการัง
การทำประมงชายฝั่ง
การท่องเที่ยวทางทะเล
การกระทำของใครแสดงให้เห็นถึงการใช้น้ำอย่างสิ้นเปลือง
ต้นน้ำใช้แก้วน้ำรองน้ำ
ขณะแปรงฟัน
ต้นไผ่ใช้กระบอกฉีดน้ำ
รดดอกไม้ในกระถาง
ต้นสนรวมเสื้อผ้า
ให้มีปริมาณมาก
ต่อการซักผ้าแต่ละครั้ง
ต้นหลิวใช้ฝักบัวอาบน้ำ
โดยเปิดน้ำไหลผ่านตัว
ขณะถูสบู่และสระผม
แสงอาทิตย์มีผลต่อการเกิดวัฏจักรน้ำอย่างไร
ทำให้น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ
ทำให้น้ำเค็มสามารถละลายอยู่ในน้ำจืดได้
ทำให้น้ำเกิดการระเหยเป็นไอน้ำขึ้นไปในอากาศ
ทำให้น้ำจืดบางส่วนซึมลงไปใต้ผิวดิน
พิจารณาแผนภาพการเกิดวัฏจักรน้ำ แล้วอ่านข้อความที่กำหนดให้เพื่อตอบคำถาม
ข้อความที่ 1 A คือ น้ำที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำต่าง ๆ หรือซึมลงใต้ดิน
ข้อความที่ 2 B คือ ไอน้ำในอากาศควบแน่นเป็นละอองน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก
ข้อความที่ 3 C คือ ไอน้ำที่ลอยขึ้นฟ้า เมื่อได้รับความร้อนจะควบแน่นและจับตัวกันเป็นก้อนเมฆ
ข้อความที่ 4 D คือ ละอองน้ำที่จับตัวกันมากขึ้นจนอากาศไม่สามารถรับน้ำหนักไว้ได้ จึงกลายเป็นหยาดน้ำฟ้าตกจากฟ้าสู่พื้นโลก
จากแผนภาพที่กำหนดให้ ข้อความใดอธิบายกระบวนการเกิดวัฏจักรน้ำถูกต้อง
ข้อความที่ 1
และข้อความที่ 2
ข้อความที่ 1
และข้อความที่ 4
ข้อความที่ 2
และข้อความที่ 3
ข้อความที่ 3
และข้อความที่ 4
ป่าไม้มีผลต่อการเกิดวัฏจักรน้ำหรือไม่ เพราะอะไร
ไม่มี เพราะปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดวัฏจักรน้ำ คือ แสงอาทิตย์
ไม่มี เพราะป่าไม้ไม่สามารถทำให้น้ำเปลี่ยนสถานะได้
มี เพราะป่าไม้มีการคายน้ำเป็นไอน้ำกระจายสู่บรรยากาศ
มี เพราะป่าไม้ทำให้ไอน้ำในอากาศเปลี่ยนสถานะเป็นก้อนเมฆ
"ในวันที่มีอากาศชื้น และท้องฟ้าแจ่มใส เมื่อถึงกลางคืนพื้นดินจะเย็นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ไอน้ำในอากาศ
เหนือพื้นดินควบแน่นเป็นละอองน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก เคลื่อนตัวลงสู่ที่ต่ำ ซึ่งมักเกิดในหุบเหว"
จากข้อความกล่าวถึงปรากฏการณ์ใด
ฝน
เมฆ
หมอก
น้ำค้าง
จากแบบจำลองที่กำหนดให้ แสดงปรากฏการณ์ใด
แบบจำลองที่ 1
: การเกิดน้ำค้างแข็ง
แบบจำลองที่ 2
: การเกิดฝน
แบบจำลองที่ 1
: การเกิดฝน
แบบจำลองที่ 2
: การเกิดเมฆ
แบบจำลองที่ 1
: การเกิดหิมะ
แบบจำลองที่ 2
: การเกิดน้ำค้าง
แบบจำลองที่ 1
: การเกิดเมฆ
แบบจำลองที่ 2
: การเกิดหมอก
พิจารณาข้อความต่อไปนี้ประกอบกับแบบจำลองที่กำหนด แล้วตอบคำถาม
A. ในแบบจำลองที่ 1 ถ้าเปลี่ยนจากน้ำร้อนเป็นแอลกอฮอล์ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น
B. ถ้าเฝ้าสังเกตการณ์แบบจำลองที่ 1 ต่อไป จะทำให้เห็นหยดน้ำเกิดขึ้น
C. การจ่อธูปในแบบจำลองที่ 2 เป็นการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำ เพื่อทำให้น้ำที่อยู่ในแก้วกลายเป็นน้ำแข็ง
ข้อความใดกล่าวถูกต้อง
A
B
A และ C
B และ C
ปรากฏการณ์ในภาพมักเกิดบริเวณพื้นที่ใด
บริเวณยอดเขาที่มีอุณหภูมิสูง
เกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง
พื้นที่ชายฝั่งทะเล ที่มีอากาศชื้น
ยอดดอยสูง ที่มีอากาศหนาวจัด
ข้อความที่ 1
1. เมื่อน้ำในแหล่งต่าง ๆ ได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ น้ำจะระเหยกลายเป็นไอน้ำ แล้วลอยขึ้นไปในอากาศ
2. ไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึกน้ำแข็ง จากนั้นรวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้นแล้วจึงตกลงพื้นโลกในสถานะของแข็ง
ข้อความที่ 2
1. น้ำในแหล่งน้ำได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ แล้วระเหยเป็นไอน้ำลอยขึ้นไปในอากาศ
2. ไอน้ำควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ และรวมตัวเป็นเมฆ
3. เมื่อละอองน้ำในเมฆมีจำนวนมากขึ้นจนอากาศไม่สามารถรับน้ำหนักหรือพยุงได้จึงลงพื้นโลกในสถานะของเหลว
จากข้อความที่กำหนด สอดคล้องกับตัวเลือกใด
ข้อความที่ 1 :
กระบวนการเกิดหิมะ
ข้อความที่ 2 :
กระบวนการเกิดฝน
ข้อความที่ 1 :
กระบวนการเกิดหิมะ
ข้อความที่ 2 :
กระบวนการเกิดลูกเห็บ
ข้อความที่ 1 :
กระบวนการเกิดลูกเห็บ
ข้อความที่ 2 :
กระบวนการเกิดฝน
ข้อความที่ 1 :
กระบวนการเกิดลูกเห็บ
ข้อความที่ 2 :
กระบวนการเกิดหิมะ
ข้อความที่ 1
1. เมื่อน้ำในแหล่งต่าง ๆ ได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ น้ำจะระเหยกลายเป็นไอน้ำ แล้วลอยขึ้นไปในอากาศ
2. ไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึกน้ำแข็ง จากนั้นรวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้นแล้วจึงตกลงพื้นโลกในสถานะของแข็ง
ข้อความที่ 2
1. น้ำในแหล่งน้ำได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ แล้วระเหยเป็นไอน้ำลอยขึ้นไปในอากาศ
2. ไอน้ำควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ และรวมตัวเป็นเมฆ
3. เมื่อละอองน้ำในเมฆมีจำนวนมากขึ้นจนอากาศไม่สามารถรับน้ำหนักหรือพยุงได้จึงลงพื้นโลกในสถานะของเหลว
จากข้อความที่กำหนด ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ข้อความที่ 1 เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 °C
ข้อความที่ 1 เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเฉพาะประเทศที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร
ข้อความที่ 2 เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเฉพาะบนภูเขาสูงที่มีความชื้น
ข้อความที่ 2 เป็นกระบวนการที่เมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นไอน้ำจะเปลี่ยนเป็นหยดน้ำ
เตยและเพื่อน ๆ ศึกษาภาพจำลองการโคจรของดวงดาว ซึ่งแต่ละคนสรุปได้ดังนี้
เตย : เราคิดว่าดาว A เป็นดาวเคราะห์แคระ เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกับดาวเคราะห์ดาว E แต่มีขนาดเล็กกว่า ส่วนดาว D คือ ดาวหาง เพราะอยู่ชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์
แนน : เราว่าดาว A ดาว B และดาว C เป็นดาวเคราะห์ เพราะมีวงโคจรที่ชัดเจน ส่วนดาว D เป็นดาวเคราะห์น้อย เพราะมีจำนวนมา และมีรูปร่างแตกต่างกัน
พลอย : เราว่าดาว A ดาว B ดาว C และดาว D น่าจะเป็นดาวเคราะห์ เพราะไม่มีแสงสว่างในตัวเอง และโคจรรอบ ดาว E คือ ดาวฤกษ์
มิน : เราเห็นด้วยกับพลอยนะ เพราะดาวทั้ง 4 ดวงเคลื่อนที่ในแนวเดียวกัน และเคลื่อนที่รอบดาวฤกษ์
จากภาพจำลอง ใครกล่าวถึงแบบจำลองของดวงดาวได้ถูกต้องที่สุด
เตย
แนน
เตยและพลอย
แนนและมิน
สามารถแบ่งประเภทวัตถุบนท้องฟ้าที่ปรากฏอยู่ในภาพจำลองการโคจรของดาวบางส่วน
ในระบบสุริยะที่กำหนดให้ได้กี่ประเภท อะไรบ้าง
2 ประเภท ได้แก่ ดาวเคราะห์แคระ และดาวหาง
3 ประเภท ได้แก่ ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แคระ และดาวเคราะห์น้อย
3 ประเภท ได้แก่ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ และดาวเคราะห์น้อย
4 ประเภท ได้แก่ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แคระ และดาวเคราะห์น้อย
พิจารณาข้อความกับภาพจำลองการโคจรของดาวบางส่วนในระบบสุริยะที่กำหนดให้ดาวกลุ่มที่ 1 : มีแสงสว่างในตัวเอง / มีเพียง 1 ดวงในระบบสุริยะ
กลุ่มที่ 2 : ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง / มีรูปร่างเป็นทรงกลม / วงโคจรรอบดวงอาทิตย์ไม่ซ้อนทับกับดาวใกล้เคียง
กลุ่มที่ 3 : มีจำนวนมาก และมีขนาดแตกต่างกัน / ไม่สามารถยุบรวมเนื้อดาวให้มีรูปร่างเป็นทรงกลมได้
กลุ่มที่ 4 : ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง / โคจรรอบดวงอาทิตย์ / องค์ประกอบ มีส่วนหัว ส่วนแกนกลาง และส่วนหาง
จากภาพจำลองที่กำหนดให้สอดคล้องกับลักษณะของดาวในกลุ่มใดบ้าง
ดาวกลุ่มที่ 1 : ดาว A
ดาวกลุ่มที่ 2 : ดาว B และดาว C
ดาวกลุ่มที่ 3 : ดาว E
ดาวกลุ่มที่ 4 : ดาว D
ดาวกลุ่มที่ 1 : ดาว E
ดาวกลุ่มที่ 2 : ดาว A ดาว B และดาว C
ดาวกลุ่มที่ 3 : -
ดาวกลุ่มที่ 4 : ดาว D
ดาวกลุ่มที่ 1 : ดาว E
ดาวกลุ่มที่ 2 : ดาว A ดาว B และดาว C
ดาวกลุ่มที่ 3 : ดาว D
ดาวกลุ่มที่ 4 : -
ดาวกลุ่มที่ 1 : ดาว E
ดาวกลุ่มที่ 2 : ดาว A ดาว B ดาว C และดาว D
ดาวกลุ่มที่ 3 : -
ดาวกลุ่มที่ 4 : -
"กลุ่มดาวหมีใหญ่เป็นกลุ่มดาวที่สามารถสังเกตเห็นได้ โดยจะเห็นชัดเจนในฤดูหนาวซึ่งขึ้นจากขอบฟ้า
ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือกับดาวเหนือ และตกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ในเดือนกุมภาพันธ์
จะขึ้นเวลา 19.00 น. และจะขึ้นสูงสุดเมื่อเวลาผ่านไป 6 ชั่วโมง และตกลับขอบฟ้าเมื่อเวลาผ่านไป 12 ชั่วโมง"
จากข้อความข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
การหาตำแหน่งของดาวเหนือ หาได้จากกลุ่มดาวหมีใหญ่
เวลา 07.00 น. กลุ่มดาวหมีใหญ่จะตกลับขอบฟ้า
เวลา 01.00 น. จะสามารถเห็นกลุ่มดาวหมีใหญ่ตรงจุดเหนือศีรษะพอดี
เวลา 05.00 น. จะเห็นกลุ่มดาวหมีใหญ่อยู่ทางทิศเหนือที่ตรงจุดเหนือศีรษะที่มุมเงย 90 องศา
จากภาพตำแหน่งที่แมนยืนอยู่จะสังเกตเห็นดาวที่มุมเงยกี่องศา และอยู่ทางทิศใด
30 องศา
ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
30 องศา
ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
15 องศา
ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
15 องศา
ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ข้อใดแสดงการประมาณค่ามุมเงยได้ตรงกับตำแหน่งของดาวในภาพดังกล่าว
