wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ ปลายภาคเรียนที่ 2

Total questions: 40

Worksheet time: 2hrs 0mins

Name
Class
Date
1.

"เมื่อเปิดตู้แช่เครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อทิ้งไว้ จะเกิดหยดน้ำเกาะที่กระจก"

จากเหตุการณ์ข้างต้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเกิดจากกระบวนการใด

a)

การกลายเป็นไอ

b)

การควบแน่นของไอน้ำ

c)

การเปลี่ยนแปลงทางเคมี

d)

การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้

2.

ข้อใด จัดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากข้ออื่นมากที่สุด

a)

การต้มไข่

b)

ผงวุ้นละลายน้ำ

c)

การผสมปูนเทพื้น

d)

การเททองหล่อพระพุทธรูป

3.

“การต้มน้ำจนเดือด” และ“การวางลูกเหม็นทิ้งไว้ในตู้เสื้อผ้า” เหตุการณ์ทั้งสองมีสิ่งใดเหมือนกัน

a)

อุณหภูมิในขณะเกิดการเปลี่ยนแปลงเท่ากัน

b)

เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมีเหมือนกัน

c)

สารทั้งสองชนิดจะต้องคายความร้อน

d)

สารทั้งสองชนิดจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นแก๊ส

4.

การเปลี่ยนสถานะในข้อใด มีการเปลี่ยนแปลงพลังงานความร้อนแตกต่างจากพวก

a)

b)

c)

d)

5.

"นำน้ำ (ไม่ระบุสถานะ) ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส

มาทำให้มีอุณหภูมิ 125 องศาเซียสเซียส"

จากข้อความ ข้อใดเรียงลำดับการเปลี่ยนแปลงของน้ำได้ถูกต้อง

a)

A  --> B

b)

C  --> B

c)

A  --> C  --> B

d)

B  --> C  --> A

6.

ข้อใด ไม่ใช่ การเปลี่ยนสถานะของสาร

a)

ใส่นมในกาแฟ

เพื่อเพิ่มความหอมหวาน

b)

การเกิดน้ำค้างแข็งบนใบไม้

ในฤดูหนาว

c)

เมื่อน้ำเดือดในหม้อที่มีฝาปิด จะเกิดหยดน้ำเกาะ

บริเวณฝาหม้อ

d)

เมื่อวางไอศกรีมทิ้งไว้

ไอศกรีมจะกลายเป็นน้ำหวาน

7.

"คุณแม่ต้องการใช้น้ำเชื่อมในการทำขนมหวาน คุณแม่จึงนำน้ำตาลทรายต้มใส่น้ำและเคี่ยวจนหนืด"

               จากข้อความ สารมีการเปลี่ยนแปลงแบบใด

a)

การละลาย

b)

การหลอมเหลว

c)

การเผาไหม้ของสาร

d)

การเกิดปฏิกิริยาเคมี

8.

"โกโก้ทำการทดลองโดยเติมน้ำอุ่นลงในบีกเกอร์ใบที่ 1

และเติมน้ำเย็นลงในบีกเกอร์ใบที่ 2 ในปริมาณที่เท่ากัน

แล้วใส่เกลือแกงในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ ในปริมาณเท่ากัน

จากนั้นคนด้วยแท่งแก้ว พิจารณาการละลายของเกลือแกง

พบว่าบีกเกอร์ใบที่ 1 ละลายเร็วกว่าบีกเกอร์ใบที่ 2"

ข้อใดเป็นสิ่งที่สามารถทราบได้จากผลการทดลอง

a)

อุณหภูมิของน้ำกับปริมาณสารที่ละลายไม่เกี่ยวข้องกัน

b)

ในตัวทำละลายที่มีปริมาณคงที่ ปริมาณของตัวละลายจะคงที่

c)

ถ้าปริมาณของน้ำแตกต่างกัน ปริมาณของสารที่ละลายได้จะแตกต่างกัน

d)

ถ้าอุณหภูมิของน้ำแตกต่างกัน ความสามารถในการละลายจะแตกต่างกัน

9.

"โมโม้ทดลองนำสีผสมอาหารผสมกับน้ำ พบว่าสีผสมอาหารกับน้ำผสมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน"

        ข้อใด เป็นการสรุปผลที่ได้จากการทดลองดังกล่าว

a)

สารผสมจะมีจุดเดือดสูงขึ้น

b)

สีผสมอาหารสามารถละลายในน้ำได้

c)

สีผสมอาหารเป็นตัวทำละลายที่ดี

d)

น้ำเป็นตัวทำละลายที่ดีที่สุด

10.

"โบโบ้ทดลองละลายผงสารส้มในปริมาณที่ต่างกันในบีกเกอร์ที่บรรจุน้ำอุณหภูมิปกติในปริมาณเท่ากันโดย

บีกเกอร์ใบที่ 1 ละลายผงสารส้มในปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

บีกเกอร์ใบที่ 2 ละลายผงสารส้มในปริมาณ  3 ช้อนโต๊ะ

บีกเกอร์ใบที่ 3 ละลายผงสารส้มในปริมาณ 5 ช้อนโต๊ะ"

ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับผลการทดลองไม่ถูกต้อง

a)

ผงสารส้มสามารถละลายในน้ำได้

b)

น้ำในบีกเกอร์ใบที่ 1 มีความใสสะอาดมากที่สุด

c)

น้ำในบีกเกอร์ใบที่ 3 มีความเข้มข้นของสารส้มมากที่สุด

d)

สารละลายในบีกเกอร์แต่ละใบจะมองเห็นเป็นเนื้อเดียวกัน

11.

"คุณแม่ต้องการใช้ช็อกโกแลตดังภาพมาเป็นส่วนผสมของขนมเค้ก

โดยต้องทำให้กลายเป็นของเหลว คุณแม่จึงนำช็อกโกแลตใส่อ่างสแตนเลส

แล้วนำไปวางไว้บนน้ำอุ่น"

คุณแม่ควรทำอย่างไร เพื่อให้ช็อกโกแลตหลอมเหลวได้เร็วขึ้น

a)

เพิ่มปริมาณน้ำ

b)

เพิ่มปริมาณช็อกโกแลต

c)

ใช้น้ำเย็น

d)

ทำให้ช็อกโกแลต

มีขนาดชิ้นเล็กลง

12.

"การเปลี่ยนแปลงของสารอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารชนิดเดียว หรือเกิดจากการนำสารตั้งแต่

        2 ชนิดขึ้นไป มาทำปฏิกิริยากันแล้วทำให้เกิดสารใหม่ ซึ่งมีสมบัติเปลี่ยนไปจากเดิม"

จากข้อความ ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงในลักษณะดังกล่าว

a)

มีไอน้ำเกิดขึ้นเมื่อน้ำเดือด

b)

การนำดินน้ำมันมาปั้นเป็นรูปร่างต่าง ๆ 

c)

เมื่อนำน้ำตาลทรายแดงละลายในน้ำจะได้น้ำเชื่อม

d)

เมื่อวางแกงกะทิทิ้งไว้เป็นเวลานานจะเกิดกลิ่นเหม็นเปรี้ยว

13.

ข้อใดจัดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี

a)

b)

c)

d)

14.

จากภาพเป็นการเปลี่ยนทางเคมีหรือไม่ เพราะอะไร

a)

เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะเกิดขึ้นจากการฉีดสารเคมีใส่ผลไม้

b)

เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะไม่สามารถเปลี่ยนกลับคืนสู่สภาพเดิมได้

c)

ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะสมบัติของสารยังคงเดิม

d)

ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะภายนอกของผลไม้

15.

ข้อใดเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมี

a)

มีไอน้ำเกิดขึ้นเมื่อน้ำเดือด

b)

น้ำแข็งหลอมเหลวเป็นน้ำ

c)

มีควันสีขาวเกิดขึ้นจากเผาเศษวัสดุทางการเกษตร

d)

มีควันสีขาวเกิดขึ้นเมื่อตั้งน้ำแข็งแห้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง

16.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

1. ความชื้น 2. ความร้อน 3. วัสดุที่ใช้ทำช้อนตักนม

จากคำแนะนำในการเก็บรักษานมข้นหวาน ข้อความใดเป็นปัจจัยที่มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ นมข้นหวาน

a)

ข้อความที่ 1

b)

ข้อความที่ 2

c)

ข้อความที่ 1 และ 3

d)

ข้อความที่ 1, 2 และ 3

17.

การกระทำใดที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของนมข้นหวาน

a)

เปลี่ยนช้อนตักนมข้นหวานทุกครั้ง

b)

แบ่งนมข้นหวานใส่ถุงซิปล็อกที่มีฝาหมุนปิด

c)

หลังเปิดใช้ นำนมข้นหวานแช่ในตู้เย็นทั้งกระป๋องทันที

d)

เปลี่ยนภาชนะเก็บนมข้นหวานไว้ในขวดพลาสติกที่มีฝาปิดมิดชิด

18.

จากตารางการจัดกลุ่มการเปลี่ยนแปลงของสารที่กำหนดให้ กลุ่ม A ควรจะเป็นข้อใด

a)

การละลายของสาร

b)

การเปลี่ยนสถานะของสาร

c)

การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้

d)

การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร

19.

ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกันกับกลุ่ม B

a)

การเกิดสนิมของเหล็ก

b)

การเกิดฝน

c)

การแช่แข็งอาหาร

d)

การระเหิดของการบูร

20.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

1. การอบขนมปังจนเนื้อนุ่มฟูเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้

2. การเปลี่ยนแปลงทางเคมีทั้งหมดจัดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไมได้

3. การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้อาจมีหรือไม่มีพลังงานความร้อนมาเกี่ยวข้องก็ได้

        ข้อความใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสาร

a)

ข้อความที่ 1

และข้อความที่ 2

b)

ข้อความที่ 2

และข้อความที่ 3

c)

ข้อความที่ 1

และข้อความที่ 3

d)

ทั้ง 3 ข้อความ

21.

จากแผนภูมิวงกลมแสดงปริมาณของแหล่งน้ำจืดและแหล่งน้ำเค็มบนโลกที่กำหนด

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

เราใช้น้ำทั้งจากแหล่งน้ำ A และ B ในการอุปโภคบริโภคในปริมาณเท่า ๆ กัน

b)

แหล่งน้ำ A ประกอบไปด้วยแหล่งน้ำผิวดินและแหล่งน้ำใต้ดิน

c)

แหล่งน้ำ B เป็นแหล่งน้ำไหลเนื่องจากมีกระแสคลื่นเกิดขึ้นตลอดเวลา

d)

แหล่งน้ำ B ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของน้ำแข็งที่อยู่ขั้วโลก

22.

จากแผนภูมิที่กำหนดให้ พิจารณาข้อมูลต่อไปนี้ประกอบ

เป็นแหล่งน้ำที่เกิดจากฝนที่ตกลงมาแล้วไหลลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำ

จากข้อความ กล่าวถึงแหล่งน้ำจืดใด

a)

แหล่งน้ำจืด A

b)

แหล่งน้ำจืด B

c)

แหล่งน้ำจืด C

d)

แหล่งน้ำจืด A  B  และ C

23.

จากแผนภูมิแท่งที่กำหนด ข้อใดกล่าว ไม่ ถูกต้อง

a)

มนุษย์ไม่สามารถนำน้ำจากแหล่งน้ำจืด A มาบริโภคได้โดยตรง

b)

แหล่งน้ำจืด B คือ แหล่งน้ำทั้งหมดที่อยู่ใต้ดิน

c)

แหล่งน้ำจืด B เกิดจากการสะสมของน้ำที่ซึมผ่านชั้นดินและชั้นหินต่าง ๆ

d)

น้ำแข็งขั้วโลกจัดอยู่ใน

แหล่งน้ำจืด C

24.

หากปริมาณน้ำจืดบนโลกลดน้อยลง จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมใดมากที่สุด

a)

การทำเกษตร

b)

การดำน้ำดูปะการัง

c)

การทำประมงชายฝั่ง

d)

การท่องเที่ยวทางทะเล

25.

การกระทำของใครแสดงให้เห็นถึงการใช้น้ำอย่างสิ้นเปลือง

a)

ต้นน้ำใช้แก้วน้ำรองน้ำ

ขณะแปรงฟัน

b)

ต้นไผ่ใช้กระบอกฉีดน้ำ

รดดอกไม้ในกระถาง

c)

ต้นสนรวมเสื้อผ้า

ให้มีปริมาณมาก

ต่อการซักผ้าแต่ละครั้ง

d)

ต้นหลิวใช้ฝักบัวอาบน้ำ

โดยเปิดน้ำไหลผ่านตัว

ขณะถูสบู่และสระผม

26.

แสงอาทิตย์มีผลต่อการเกิดวัฏจักรน้ำอย่างไร

a)

ทำให้น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ

b)

ทำให้น้ำเค็มสามารถละลายอยู่ในน้ำจืดได้

c)

ทำให้น้ำเกิดการระเหยเป็นไอน้ำขึ้นไปในอากาศ

d)

ทำให้น้ำจืดบางส่วนซึมลงไปใต้ผิวดิน

27.

พิจารณาแผนภาพการเกิดวัฏจักรน้ำ แล้วอ่านข้อความที่กำหนดให้เพื่อตอบคำถาม

ข้อความที่ 1 A คือ น้ำที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำต่าง ๆ หรือซึมลงใต้ดิน

ข้อความที่ 2 B คือ ไอน้ำในอากาศควบแน่นเป็นละอองน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก

ข้อความที่ 3 C คือ ไอน้ำที่ลอยขึ้นฟ้า เมื่อได้รับความร้อนจะควบแน่นและจับตัวกันเป็นก้อนเมฆ

ข้อความที่ 4 D คือ ละอองน้ำที่จับตัวกันมากขึ้นจนอากาศไม่สามารถรับน้ำหนักไว้ได้ จึงกลายเป็นหยาดน้ำฟ้าตกจากฟ้าสู่พื้นโลก

จากแผนภาพที่กำหนดให้ ข้อความใดอธิบายกระบวนการเกิดวัฏจักรน้ำถูกต้อง

a)

ข้อความที่ 1

และข้อความที่ 2

b)

ข้อความที่ 1

และข้อความที่ 4

c)

ข้อความที่ 2

และข้อความที่ 3

d)

ข้อความที่ 3

และข้อความที่ 4

28.

ป่าไม้มีผลต่อการเกิดวัฏจักรน้ำหรือไม่ เพราะอะไร

a)

ไม่มี เพราะปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดวัฏจักรน้ำ คือ แสงอาทิตย์

b)

ไม่มี เพราะป่าไม้ไม่สามารถทำให้น้ำเปลี่ยนสถานะได้

c)

มี เพราะป่าไม้มีการคายน้ำเป็นไอน้ำกระจายสู่บรรยากาศ

d)

มี เพราะป่าไม้ทำให้ไอน้ำในอากาศเปลี่ยนสถานะเป็นก้อนเมฆ

29.

"ในวันที่มีอากาศชื้น และท้องฟ้าแจ่มใส เมื่อถึงกลางคืนพื้นดินจะเย็นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ไอน้ำในอากาศ

        เหนือพื้นดินควบแน่นเป็นละอองน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก เคลื่อนตัวลงสู่ที่ต่ำ ซึ่งมักเกิดในหุบเหว"

               จากข้อความกล่าวถึงปรากฏการณ์ใด

a)

ฝน

b)

เมฆ

c)

หมอก

d)

น้ำค้าง

30.

จากแบบจำลองที่กำหนดให้ แสดงปรากฏการณ์ใด

a)

แบบจำลองที่ 1

: การเกิดน้ำค้างแข็ง

แบบจำลองที่ 2

: การเกิดฝน

b)

แบบจำลองที่ 1

: การเกิดฝน

แบบจำลองที่ 2

: การเกิดเมฆ

c)

แบบจำลองที่ 1

: การเกิดหิมะ

แบบจำลองที่ 2

: การเกิดน้ำค้าง

d)

แบบจำลองที่ 1

: การเกิดเมฆ

แบบจำลองที่ 2

: การเกิดหมอก

31.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้ประกอบกับแบบจำลองที่กำหนด แล้วตอบคำถาม   

A. ในแบบจำลองที่ 1 ถ้าเปลี่ยนจากน้ำร้อนเป็นแอลกอฮอล์ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น

B. ถ้าเฝ้าสังเกตการณ์แบบจำลองที่ 1 ต่อไป จะทำให้เห็นหยดน้ำเกิดขึ้น

C. การจ่อธูปในแบบจำลองที่ 2 เป็นการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำ เพื่อทำให้น้ำที่อยู่ในแก้วกลายเป็นน้ำแข็ง

ข้อความใดกล่าวถูกต้อง

a)

A

b)

B

c)

A และ C

d)

B และ C

32.

ปรากฏการณ์ในภาพมักเกิดบริเวณพื้นที่ใด

a)

บริเวณยอดเขาที่มีอุณหภูมิสูง

b)

เกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง

c)

พื้นที่ชายฝั่งทะเล ที่มีอากาศชื้น

d)

ยอดดอยสูง ที่มีอากาศหนาวจัด

33.

ข้อความที่ 1

1. เมื่อน้ำในแหล่งต่าง ๆ ได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ น้ำจะระเหยกลายเป็นไอน้ำ แล้วลอยขึ้นไปในอากาศ

2. ไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึกน้ำแข็ง จากนั้นรวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้นแล้วจึงตกลงพื้นโลกในสถานะของแข็ง

ข้อความที่ 2

1. น้ำในแหล่งน้ำได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ แล้วระเหยเป็นไอน้ำลอยขึ้นไปในอากาศ

2. ไอน้ำควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ และรวมตัวเป็นเมฆ

3.  เมื่อละอองน้ำในเมฆมีจำนวนมากขึ้นจนอากาศไม่สามารถรับน้ำหนักหรือพยุงได้จึงลงพื้นโลกในสถานะของเหลว

จากข้อความที่กำหนด สอดคล้องกับตัวเลือกใด

a)

ข้อความที่ 1 :

กระบวนการเกิดหิมะ

ข้อความที่ 2 :

กระบวนการเกิดฝน

b)

ข้อความที่ 1 :

กระบวนการเกิดหิมะ

ข้อความที่ 2 :

กระบวนการเกิดลูกเห็บ

c)

ข้อความที่ 1 :

กระบวนการเกิดลูกเห็บ

ข้อความที่ 2 :

กระบวนการเกิดฝน

d)

ข้อความที่ 1 :

กระบวนการเกิดลูกเห็บ

ข้อความที่ 2 :

กระบวนการเกิดหิมะ

34.

ข้อความที่ 1

1. เมื่อน้ำในแหล่งต่าง ๆ ได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ น้ำจะระเหยกลายเป็นไอน้ำ แล้วลอยขึ้นไปในอากาศ

2. ไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึกน้ำแข็ง จากนั้นรวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้นแล้วจึงตกลงพื้นโลกในสถานะของแข็ง

ข้อความที่ 2

1. น้ำในแหล่งน้ำได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ แล้วระเหยเป็นไอน้ำลอยขึ้นไปในอากาศ

2. ไอน้ำควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ และรวมตัวเป็นเมฆ

3.  เมื่อละอองน้ำในเมฆมีจำนวนมากขึ้นจนอากาศไม่สามารถรับน้ำหนักหรือพยุงได้จึงลงพื้นโลกในสถานะของเหลว

จากข้อความที่กำหนด ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

a)

ข้อความที่ 1 เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 °C

b)

ข้อความที่ 1 เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเฉพาะประเทศที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร

c)

ข้อความที่ 2 เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเฉพาะบนภูเขาสูงที่มีความชื้น

d)

ข้อความที่ 2 เป็นกระบวนการที่เมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นไอน้ำจะเปลี่ยนเป็นหยดน้ำ

35.

เตยและเพื่อน ๆ ศึกษาภาพจำลองการโคจรของดวงดาว  ซึ่งแต่ละคนสรุปได้ดังนี้

เตย : เราคิดว่าดาว A เป็นดาวเคราะห์แคระ เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกับดาวเคราะห์ดาว E แต่มีขนาดเล็กกว่า ส่วนดาว D คือ ดาวหาง เพราะอยู่ชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์

แนน : เราว่าดาว A ดาว B และดาว C เป็นดาวเคราะห์ เพราะมีวงโคจรที่ชัดเจน ส่วนดาว D เป็นดาวเคราะห์น้อย เพราะมีจำนวนมา และมีรูปร่างแตกต่างกัน

พลอย : เราว่าดาว A ดาว B ดาว C และดาว D น่าจะเป็นดาวเคราะห์ เพราะไม่มีแสงสว่างในตัวเอง และโคจรรอบ ดาว E คือ ดาวฤกษ์

มิน : เราเห็นด้วยกับพลอยนะ เพราะดาวทั้ง 4 ดวงเคลื่อนที่ในแนวเดียวกัน และเคลื่อนที่รอบดาวฤกษ์

จากภาพจำลอง ใครกล่าวถึงแบบจำลองของดวงดาวได้ถูกต้องที่สุด

a)

เตย

b)

แนน

c)

เตยและพลอย

d)

แนนและมิน

36.

สามารถแบ่งประเภทวัตถุบนท้องฟ้าที่ปรากฏอยู่ในภาพจำลองการโคจรของดาวบางส่วน

ในระบบสุริยะที่กำหนดให้ได้กี่ประเภท อะไรบ้าง

a)

2 ประเภท ได้แก่ ดาวเคราะห์แคระ และดาวหาง

b)

3 ประเภท ได้แก่ ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แคระ และดาวเคราะห์น้อย

c)

3 ประเภท ได้แก่ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ และดาวเคราะห์น้อย

d)

4 ประเภท ได้แก่ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แคระ และดาวเคราะห์น้อย

37.

พิจารณาข้อความกับภาพจำลองการโคจรของดาวบางส่วนในระบบสุริยะที่กำหนดให้ดาวกลุ่มที่ 1 : มีแสงสว่างในตัวเอง / มีเพียง 1 ดวงในระบบสุริยะ

กลุ่มที่ 2 : ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง / มีรูปร่างเป็นทรงกลม / วงโคจรรอบดวงอาทิตย์ไม่ซ้อนทับกับดาวใกล้เคียง

กลุ่มที่ 3 : มีจำนวนมาก และมีขนาดแตกต่างกัน / ไม่สามารถยุบรวมเนื้อดาวให้มีรูปร่างเป็นทรงกลมได้

กลุ่มที่ 4 : ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง / โคจรรอบดวงอาทิตย์ / องค์ประกอบ มีส่วนหัว ส่วนแกนกลาง และส่วนหาง

จากภาพจำลองที่กำหนดให้สอดคล้องกับลักษณะของดาวในกลุ่มใดบ้าง

a)

ดาวกลุ่มที่ 1 : ดาว A

ดาวกลุ่มที่ 2 : ดาว B และดาว C

ดาวกลุ่มที่ 3 : ดาว E

ดาวกลุ่มที่ 4 : ดาว D

b)

ดาวกลุ่มที่ 1 : ดาว E

ดาวกลุ่มที่ 2 : ดาว A ดาว B และดาว C

ดาวกลุ่มที่ 3 : -

ดาวกลุ่มที่ 4 : ดาว D

c)

ดาวกลุ่มที่ 1 : ดาว E

ดาวกลุ่มที่ 2 : ดาว A ดาว B และดาว C

ดาวกลุ่มที่ 3 : ดาว D

ดาวกลุ่มที่ 4 : -

d)

ดาวกลุ่มที่ 1 : ดาว E

ดาวกลุ่มที่ 2 : ดาว A ดาว B ดาว C และดาว D

ดาวกลุ่มที่ 3 : -

ดาวกลุ่มที่ 4 : -

38.

"กลุ่มดาวหมีใหญ่เป็นกลุ่มดาวที่สามารถสังเกตเห็นได้ โดยจะเห็นชัดเจนในฤดูหนาวซึ่งขึ้นจากขอบฟ้า

ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือกับดาวเหนือ และตกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ในเดือนกุมภาพันธ์

จะขึ้นเวลา 19.00 น. และจะขึ้นสูงสุดเมื่อเวลาผ่านไป 6 ชั่วโมง และตกลับขอบฟ้าเมื่อเวลาผ่านไป 12 ชั่วโมง"

               จากข้อความข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

การหาตำแหน่งของดาวเหนือ หาได้จากกลุ่มดาวหมีใหญ่

b)

เวลา 07.00 น. กลุ่มดาวหมีใหญ่จะตกลับขอบฟ้า

c)

เวลา 01.00 น. จะสามารถเห็นกลุ่มดาวหมีใหญ่ตรงจุดเหนือศีรษะพอดี

d)

เวลา 05.00 น. จะเห็นกลุ่มดาวหมีใหญ่อยู่ทางทิศเหนือที่ตรงจุดเหนือศีรษะที่มุมเงย 90 องศา

39.

จากภาพตำแหน่งที่แมนยืนอยู่จะสังเกตเห็นดาวที่มุมเงยกี่องศา และอยู่ทางทิศใด

a)

30 องศา

ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

b)

30 องศา

ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

c)

15 องศา

ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

d)

15 องศา

ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

40.

ข้อใดแสดงการประมาณค่ามุมเงยได้ตรงกับตำแหน่งของดาวในภาพดังกล่าว

a)

b)

c)

d)