wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การพยาบาลผู้ป่วยทางออร์โธปิดิกส์

Total questions: 10

Worksheet time: 5mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคืออาการเด่นของภาวะ Compartment Syndrome?

a)

ปวดลดลงหลังให้ยา

b)

ชีพจรบริเวณปลายแขนขาแรงดี

c)

ปวดมากเกินระดับการบาดเจ็บ

d)

ผิวหนังซีดแห้ง

2.

สัญญาณใดที่ควรเฝ้าระวังในผู้ป่วยใส่เฝือกที่แขน?

a)

การเคลื่อนไหวได้ดี

b)

ความรู้สึกปลายนิ้วปกติ

c)

นิ้วมือบวม ชา และเย็น

d)

สีผิวแดงจัด

3.

Fat Embolism Syndrome มักเกิดหลังบาดเจ็บใด?

a)

ข้อเคล็ด

b)

กระดูกแบบยาวหัก เช่น Femur

c)

กระดูกสันหลังเคลื่อน

d)

กระดูกซี่โครงหัก

4.

ข้อใดไม่ใช่อาการของภาวะ Fat embolism

a)

ซึม สับสน กระสับกระส่าย

b)

หายใจลำบาก เหนื่อยเร็วตื้น

c)

จุดเลือดออกบริเวณหน้าอก รักแร้ เยื่อบุตาขาว

d)

รู้สึกชา ปวดบวมตึงบริเวณส่วนที่หัก

5.

อาการใดบ่งชี้ว่าเฝือกอาจแน่นเกินไป?

a)

ขยับนิ้วได้ดี

b)

มีอาการปวดและบวมมาก

c)

ไม่มีอาการชา

d)

เฝือกหลวม

6.

การประเมินระบบไหลเวียนในผู้ป่วยกระดูกหักควรประเมินอะไรบ้าง?

a)

สีผิว อัตราการหายใจ และความดันโลหิต

b)

การเคลื่อนไหว การรับรู้ ความเจ็บปวด

c)

ชีพจร สีผิว อุณหภูมิ ความรู้สึก

d)

ปัสสาวะออกน้อย หายใจเร็ว

7.

ข้อใดคือหน้าที่สำคัญของการประคองแขนขาหลังการบาดเจ็บทางออร์โธปิดิกส์?

a)

ลดการไหลเวียนเลือด

b)

ลดการเคลื่อนไหวและป้องกันการบาดเจ็บเพิ่มเติม

c)

ป้องกันการติดเชื้อ

d)

เพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อ

8.

การประเมิน ‘7 P’s’ ในผู้ป่วยกระดูกหักมีเป้าหมายเพื่ออะไร?

a)

ประเมินการไหลเวียนและระบบประสาท

b)

ประเมินความจำ

c)

ประเมินระบบหายใจ

d)

ประเมินการรับประทานอาหาร

9.

ข้อใดไม่ใช่การเตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด?

a)

การตัดเล็บให้สั้น ไม่ทาสีเล็บ

b)

ถอดเครื่องประดับตกแต่งก่อนไปห้องผ่าตัด

c)

การดูแลความสะอาดช่องปากและฟัน

d)

สามารถใส่ฟันปลอมไปห้องผ่าตัดได้

10.

ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักควรได้รับการผ่าตัดภายในระยะเวลาเท่าใด เพื่อลดอัตราตายได้มากที่สุด

a)

48-72 ชั่วโมง

b)

72-96 ชั่วโมง

c)

7 วัน

d)

14 วัน