WorksheetsITM Test 2025_A_Final
Total questions: 50
Worksheet time: 25mins
Name
Class
Date
1.
บทบาทหน้าที่ของ SPD PMO คืออะไร
a)
วางแผน และประสานงานสำหรับการนำเสนอโครงการในระดับองค์กร และพิจารณาขอบเขตโครงการให้เป็นไปตามกลยุธท์องค์ รวมไปถึงการจัดลำดับการพัฒนาโครงการให้เหมาะสม และจัดทำภาพรวมพอร์ตของโครงการ ทั้งด้านการติดตามการดำเนินการ งบประมาณ และนำรายงานให้ผู้บริหารรับทราบ
b)
วางแผน กำหนดทิศทางและประสานงาน เพื่อจัดสรรบุคลากรสำหรับการพัฒาโครงการที่เกี่ยวข้องทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้เหมาะสมกับความต้องการ และดำเนินการติดตามการดำเนินการ งบประมาณ รวมไปถึงวิเคราะห์ผลกระทบของโครงการทั้งทรัพยากรและงบประมาณ และนำรายงานให้ผู้บริหารรับทราบ
c)
พิจารณา และให้ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ในด้านนโยบายการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการดำเนินงานของบริษัท ร่วมกับรองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานดิจิทัลเทคโนโลยี และอนุมัติงบประมาณโครงการ
d)
ควบคุม และบริหาร แผนงาน งบประมาณ และทรัพยากรบุคคล ที่ใช้ในโครงการ ให้เป็นตามระยะเวลา และงบประมาณที่กำหนดไว้ สามารถวิเคราะห์ปัญหา หรือความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้น สามารถบริหารความเสี่ยงหรือหาวิธีป้องกัน นำเสนอกับผู้บังคับบัญชาก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง สามารถทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับกลางและสูงของผู้ใช้งาน (user) เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องของขอบเขตความต้องการของผู้ใช้งาน ต้องสามารถทำงานกับทีมงานได้และสามารถผลักดันให้ทีมทำงานให้เป็นผลสำเร็จ
2.
ฝ่ายบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITM) อยู่ภายใต้สายงานใด
a)
สายงานบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
b)
สายงานพัฒนาแอปพลิเคชันหลักและบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
c)
สายงานปฏิบัติการเทคโนโลยีสารสนเทศ
d)
สายงานพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อผู้ใช้งานและการเชื่อมต่อ
3.
ข้อมูลใดต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)
a)
ชื่อ นามสกุล
b)
หมายเลขบัตรประชาชน
c)
ข้อมูลของผู้เสียชีวิตแล้ว
d)
ถูกทุกข้อ
4.
การควบคุมสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลระบบ ควรดำเนินการตามหลักการใด
a)
เปิดสิทธิ์ให้ทุกคนในทีมเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดเพื่อความสะดวก
b)
อนุญาตเฉพาะผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้
c)
พิจารณาให้สิทธิ์ตามหน้าที่งาน (Scope of Work) และตรวจสอบสิทธิ์เป็นระยะ หรือ ตามรอบทบทวนที่กำหนดเอาไว้
d)
อนุญาตเฉพาะพนักงานฝ่าย IT เท่านั้น
5.
เอกสารนโยบาย มาตรฐาน ขั้นตอนปฏิบัติงาน เบอร์โทรศัพท์ภายในหน่วยงาน คู่มือระบบงานต่างๆ ถูกจัดอยู่ในระดับชั้นความลับอะไร
a)
ทั่วไป
b)
ภายใน
c)
ข้อมูลส่วนบุคคล
d)
ลับ
6.
ข้อมูลรายละเอียดการเคลม หรือยอดเคลมของลูกค้า จัดอยู่ในระดับชั้นความลับใด
a)
ใช้ภายใน (Internal User)
b)
ลับ (Confidential)
c)
ลับมาก (Secret)
d)
ลับที่สุด (Top Secret)
7.
ฝ่าย A มีแผนที่จะจัดทำ Project X โดยโครงการมีค่าใช้จ่ายที่จะต้องขออนุมัติงบประมาณและการดำเนินการรวมอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท แบ่งออกเป็นดังนี้
1. ค่าพัฒนาและปรับปรุงระบบ จำนวน 700,000 บาท
2. ค่าเช่าใช้ Cloud จำนวน 200,000 บาท
3. ค่าโฆษณา จำนวน 600,000 บาท
ดังนั้น ฝ่าย A จะต้องเข้า Pitching Process ด้วยหรือไม่
a)
ไม่ต้องเข้า Pitching Process เนื่องจากค่าใช้จ่ายหรืองบประมาณของ Project ในส่วนการพัฒนาและปรับปรุงระบบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มีมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท
b)
เข้า Pitching Process เนื่องจากค่าใช้จ่ายหรืองบประมาณของ Project ทั้งหมด มีมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท
c)
ไม่ต้องเข้า Pitching Process แต่ต้องนำเข้าขอพิจารณาอนุมัติใน SUB-DITC เนื่องจากค่าพัฒนาและปรับปรุงระบบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มีมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยไม่นับรวมค่าโฆษณาเป็นส่วนหนึ่งของ Project ดังกล่าว
d)
ไม่มีข้อถูก
8.
Project / CR ที่มีความเกี่ยวข้องหรือจะต้องจัดทำเกี่ยวกับ AI จะต้องนำเข้าพิจารณาและอนุมัติจากที่ใด ก่อนนำเข้าเสนอใน Pitching Process
a)
AI Committee
b)
AI Committee และ Solar
c)
AI Committee และ Pre-Solar & Solar
d)
AI Committee และ Pre-Solar & Solar และ IT Procurement
9.
Project / CR ที่มีมูลค่าเท่าไหร่ จะต้องเข้า Prioritization Process
a)
300,000 บาทขึ้นไป
b)
500,000 บาทขึ้นไป
c)
1,000,000 บาทขึ้นไป
d)
2,000,000 บาทขึ้นไป
10.
Project Prioritization เกี่ยวข้องกับใครบ้าง
a)
ทุกหน่วยงาน ที่ต้องการขออนุมัติงบประมาณในการพัฒนา หรือดำเนินโครงการ
b)
หน่วยงานบัญชี และหน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ที่มีหน้าที่บริหารจัดการ และจัดสรรงบประมาณให้แต่ละ Project / CT ที่ต้องการพัฒนา หรือดำเนินโครงการ
c)
หน่วยงานยุทธศาสตร์องค์กร (SPD) และหน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ที่มีหน้าที่บริหารจัดการ และจัดสรรงบประมาณให้แต่ละ Project / CT ที่ต้องการพัฒนา หรือดำเนินโครงการ
d)
หน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ที่มีหน้าที่บริหารจัดการ และจัดสรรงบประมาณให้แต่ละ Project / CT ที่ต้องการพัฒนา หรือดำเนินโครงการ
11.
ประธานกรรมการใน IT Committee (DITC) คือท่านใด
a)
ดร.สุธี โมกขะเวส
b)
คุณเรือรบ ติยะชาติ
c)
คุณทำนุ อมาตยกุล
d)
คุณธนัญชัย
12.
โครงการ A มีค่าใช้จ่ายหรือมูลค่า 300,001 บาท จำนวน 15 MDs และเป็นโครงการประเภท BAU โครงการดังกล่าวจะต้องนำเข้าเสนอพิจารณาและอนุมัติใน IT Committee หรือไม่
a)
เข้า IT Committee (SUB-DITC)
b)
เข้า IT Committee (DITC)
c)
เข้า IT Committee (SUB-DITC และ DITC)
d)
ไม่เข้าเกณฑ์ IT Committee (DITC และหรือ SUB-DITC)
13.
Project / CR ลักษณะแบบใดที่จะต้องนำเข้าเสนอและพิจารณาอนุมัติใน Pre-Solar / Solar บ้าง
a)
งานประเภท BAU และ BP ที่จะต้องนำเข้าพิจารณา โดยเข้าตามเกณฑ์ในข้อใดข้อหนึ่งดังนี้
1. New Platform / New Application / New System / New Technology
2. Transformation Project
3. Outside Integration (New / Enhancement)
4. Project / CR ที่มีการใช้งบประมาณมากกว่า 300,000 บาท ขึ้นไป
5. Project / CR ที่มีการใช้งบประมาณน้อยกว่า 300,000 บาท ขึ้นไป
b)
งานประเภท BAU และ BP ที่จะต้องนำเข้าพิจารณา โดยเข้าตามเกณฑ์ในข้อใดข้อหนึ่งดังนี้
1. New Platform / New Application / New System / New Technology
2. Transformation Project
3. Outside Integration (New / Enhancement)
4. Project / CR ที่มีการใช้งบประมาณมากกว่า 300,000 บาท ขึ้นไป
c)
งานประเภท BAU ที่จะต้องนำเข้าพิจารณา โดยเข้าตามเกณฑ์ในข้อใดข้อหนึ่งดังนี้
1. New Platform / New Application / New System / New Technology
2. Transformation Project
3. Outside Integration (New / Enhancement)
4. Project / CR ที่มีการใช้งบประมาณมากกว่า 300,000 บาท ขึ้นไป
d)
งานประเภท BAU ที่จะต้องนำเข้าพิจารณา โดยเข้าตามเกณฑ์ในข้อใดข้อหนึ่งดังนี้
1. New Platform / New Application / New System / New Technology
2. Transformation Project
3. Outside Integration (New / Enhancement)
4. Project / CR ที่มีการใช้งบประมาณมากกว่า 300,000 บาท ขึ้นไป
5. Project / CR ที่มีการใช้งบประมาณน้อยกว่า 300,000 บาท ขึ้นไป
14.
กรณีที่ Project / CR ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เช่น Developer, Tester, QA ในลักษณะ Outsource โดยมีมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องทำตามกระบวนการสรรหา เปรียบเทียบหรือคัดเลือกใช่หรือไม่
a)
ใช่ สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นหนึ่งในเงื่อนไขเพิ่มเติม อ้างอิงตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง
b)
ไม่ใช่ ไม่สามารถดำเนินการได้ จะต้องเข้าตามกระบวนการ สรรหา เปรียบเทียบ หรือ คัดเลือก อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นเท่านั้น
c)
ใช่ สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากมีความรู้จักกันเป็นอย่างดี
d)
ถูกทั้งข้อ 1 และข้อ 3
15.
กรณีที่ Project / CR มี Key BU Owner/User ที่เกี่ยวข้องมากกว่า 1 หน่วยงานขึ้นไป บุคคลใดจะต้องเป็นผู้จัดทำบันทึกอนุมัติ (Memo)
a)
ทาง BU Owner/User จะต้องตกลงร่วมกันว่าบุคคลใดและหน่วยงานใดเป็นผู้จัดทำ เนื่องจากจะต้องมีผู้อนุมัติและลงนามในบันทึกอนุมัติ (Memo) แค่เพียง 1 หน่วยงานเท่านั้น
b)
ทาง BU Owner/User จะต้องตกลงร่วมกันว่าบุคคลใดเป็นผู้จัดทำ แต่ทั้งนี้ในการอนุมัติและลงนามในบันทึกอนุมัติ (Memo) จะต้องครบทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
c)
ทาง PM/BA/IT Owner เป็นผู้ดำเนินการและจัดทำบันทึกอนุมัติแทน BU Owner/User ของ Project/CR ดังกล่าว โดบทาง BU Owner/User จะต้องตกลงร่วมกันว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้อนุมัติและลงนาม เนื่องจากจะต้องมีผู้อนุมัติและลงนามในบันทึกอนุมัติ (Memo) แค่เพียง 1 หน่วยงานเท่านั้น
d)
ทาง PM/BA/IT Owner เป็นผู้ดำเนินการและจัดทำบันทึกอนุมัติแทน BU Owner/User ของ Project/CR ดังกล่าว โดยในการอนุมัติและลงนามในบันทึกอนุมัติ (Memo) จะต้องครบทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
16.
Project / CR มีมูลค่า 300,001 บาท จำนวน 22 MDs จะต้องจัดทำเอกสารใดบ้าง
a)
มีแค่เฉพาะแบบฟอร์ม IT-049 (ITSM) โดยสามารถใช้ IT-049 เป็นบันทึกอนุมัติแทนได้
b)
- แบบฟอร์ม IT-049 (ITSM)
- บันทึกอนุมัติ Project / CR
c)
- แบบฟอร์ม IT-049 (ITSM)
- บันทึกอนุมัติ Project / CR
- สัญญา
d)
- แบบฟอร์ม IT-049 (ITSM)
- สรุปค่าใช้จ่ายทางด้าน IT
- บันทึกอนุมัติ Project / CR
- สัญญา
17.
การจัดทําบันทึกสรุปค่าใช้จ่ายทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Summary Expense) มีหลักเกณฑ์อย่างไหร่
a)
กรณีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและปรับปรุงระบบ ทุกวงเงิน หรือ มี BU Owner มากกว่า 1 หน่วยงานขึ้นไป หรือมีผู้พัฒนาระบบภายนอก (vendor/outsource) มากกว่า 1 ราย PM/BA/IT Owner สามารถดําเนินการแจ้งสรุปค่าใช้จ่าย ผ่านส่วนท้ายของแบบฟอร์ม IT-049
b)
กรณีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและปรับปรุงระบบ มากกว่า 500,000 บาท หรือ มี BU Owner มากกว่า 1 หน่วยงานขึ้นไป หรือมีผู้พัฒนาระบบภายนอก (vendor) มากกว่า 1 ราย PM/BA/IT Owner สามารถดําเนินการแจ้งสรุปค่าใช้จ่าย ผ่านส่วนท้ายของแบบฟอร์ม IT-049
c)
กรณีค่าใช้จ่าย ในการพัฒนาและปรับปรุงระบบ น้อยกว่า 500,000 บาท PM/BA/IT Owner ไม่ต้องจัดทําเอกสารสรุปค่าใช้จ่ายทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) สามารถดําเนินการจัดทําบันทึกสรุปค่าใช้จ่ายทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Summary Expense) โดยให้ผู้บริหารฝ่ายของหน่วยงานตนเองลงนามรับทราบค่าใช้จ่าย
d)
กรณีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและปรับปรุงระบบ มากกว่า 500,000 บาท หรือ มี BU Owner มากกว่า 1 หน่วยงานขึ้นไป หรือมีผู้พัฒนาระบบภายนอก (vendor) มากกว่า 1 ราย PM/BA/IT Owner ต้องดำเนินการจัดทําบันทึกสรุปค่าใช้จ่ายทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Summary Expense) โดยให้ผู้บริหารฝ่ายของหน่วยงานตนเองลงนามรับทราบค่าใช้จ่าย
18.
กรณี Project / CR ที่จะต้องจัดทำสัญญา ในขั้นตอนรีวิว และ พิจารณาสัญญาฉบับร่าง จะต้องส่งไปให้บุคคลใด
a)
คุณพัชรินทร์ จันทร์จรัสสุข
b)
คุณเรือรบ ติยะชาติ
c)
คุณวิลาวัลย์ ทวีวัฒนะชัยกุล
d)
คุณอิทธิพงศ์ วีรวงศ์
19.
การเพิ่มข้อความส่วนที่เป็นนโยบบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Security Policy) ในสัญญาเพิ่มเติม จะต้องเป็นสัญญาที่มีผลตั้งแต่เมื่อใด
a)
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป
b)
ตั้งแต่ 15 มกราคม 2568 เป็นต้นไป
c)
ตั้งแต่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป
d)
ตั้งแต่ 15 เมษายน 2568 เป็นต้นไป
20.
การเพิ่มการติดต่อ "และ/หรือ ช่องทางที่ทางผู้ว่าจ้างกำหนด" ในสัญญาข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
แจ้งปัญหาจากผู้ว่าจ้างผ่านทางโทรศัพท์ , E-mail และ Line
b)
แจ้งปัญหาจากผู้ว่าจ้างผ่านทางโทรศัพท์ และ/หรือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และLine official เท่านั้น
c)
แจ้งปัญหาจากผู้ว่าจ้างผ่านทางโทรศัพท์ และ/หรือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และLine official และช่องทางอื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้
d)
แจ้งปัญหาจากผู้ว่าจ้างผ่านทางโทรศัพท์ และ/หรือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือช่องทางอื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้
21.
กรณี Project / CR ที่จะต้องมีการจัดจ้างผู้พัฒนาภายนอก (vendor/outsource) รายใหม่ และทาง MTL Project Manager (PM) จะต้องนำส่งเอกสาร RFP (Request for Porposal) ให้กับผู้พัฒนาภายนอก (vendor/outsource) แต่ละราย ก่อนการนำส่งเอกสาร RFP ทาง ผู้พัฒนาภายนอก (vendor/outsource) จะต้องมีการลงนามเอกสารสัญญารักษาความลับกับทาง MTL ก่อนหรือไม่
a)
ต้องลงนามสัญญารักษาความลับ (NDA) ร่วมกันให้เรียบร้อย ก่อนที่ทาง MTL Project Manager (PM) จะนำส่งเอกสารใด ๆ ของทางบริษัทฯ ออกไปให้บุคคลภายนอก หรือ ผู้พัฒนาภายนอก (vendor/outsource) ได้ ถึงแม้ว่าบางรายจะมีการเซ็นต์สัญญากับงานอื่น ๆ (Project / CR) ภายใน MTL อยู่แล้วก็ตาม
b)
สามารถดำเนินการควบคู่ไปด้วยกัน ระหว่างรอการลงนามในเอกสารสัญญารักษาความลับ (NDA) ทาง MTL Project Manager (PM) สามารถนำส่งเอกสาร RFP (Request for Porposal) ให้กับผู้พัฒนาภายนอก (vendor/outsource) ได้เลย โดยไม่ต้องรอลงนามในเอกสารสัญญารักษาความลับ (NDA) ให้แล้วเสร็จ เนื่องจากจะทำให้เสียเวลา และ ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปในการทำ Project / CR ได้
c)
ผิดทั้ง 2 ข้อ
d)
ถูกทั้ง 2 ข้อ
22.
กรณีที่ Project มีการใช้งานทางด้าน Cloud จะต้องขออนุมัติผ่านแบบฟอร์มอะไร และแจ้งคปภ. ล่วงหน้าก่อนเริ่มใช้งานกี่วัน
a)
แบบฟอร์ม IT-049 โดยต้องนำส่งแจ้งคปภ. ก่อนเริ่มใช้งานล่วงหน้า 60 วัน
b)
แบบฟอร์ม IT-049 โดยต้องนำส่งแจ้งคปภ. ก่อนเริ่มใช้งานล่วงหน้า 30 วัน
c)
แบบฟอร์ม IT-056 โดยต้องนำส่งแจ้งคปภ. ก่อนเริ่มใช้งานล่วงหน้า 60 วัน
d)
แบบฟอร์ม IT-056 โดยต้องนำส่งแจ้งคปภ. ก่อนเริ่มใช้งานล่วงหน้า 30 วัน
23.
ขั้นตอน Project Planning ผู้บริหารโครงการ (Project Manager) ต้องดำเนินการร่วมกับผู้ใช้งาน (User) และทีมพัฒนาอย่างไรเพื่อให้แผนงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย?
a)
จัดทำรายงานความเสี่ยงเพื่อส่งให้ทีมทดสอบ
b)
รวบรวมเอกสารงบประมาณและนำเสนอกับทางผู้บริหารให้รับทราบส่วนของงบประมาณ
c)
จัดทำ Project Plan ร่วมกับทีมและ User และแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบในการประชุม Kick-off
d)
จัดอบรมผู้ใช้งานก่อนเริ่มพัฒนา
24.
ข้อใดต่อไปนี้คือ 3 แกนองค์ประกอบหลักในการบริหารโครงการ
a)
เวลา, งบประมาณ, คุณภาพ
b)
เวลา, ขอบเขต, งบประมาณ
c)
ความเสี่ยง, เวลา, ขอบเขต
d)
ทรัพยากร, เวลา, คุณภาพ
25.
หากพบว่า ผู้ให้บริการภายนอก (vendor/outsource) ไม่สามารถดำเนินงานได้ตามแผนที่กำหนดไว้ และหลีกเลี่ยงการรายงานสถานการณ์ที่แท้จริง ผู้รับผิดชอบโครงการควรดำเนินการอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
a)
นำข้อมูลข้อเท็จจริงที่สามารถตรวจสอบได้มาหารือกับ ผู้ให้บริการภายนอก (vendor/outsource) อย่างตรงไปตรงมา
b)
นัดประชุมหารือเพื่อให้คำตักเตือน
c)
ส่งอีเมลถึงผู้บริหารระดับสูงของผู้ให้บริการภายนอก (vendor/outsource) เพื่อแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น
d)
กำหนดให้ผู้ให้บริการภายนอก (vendor/outsource) จัดทำรายงานความคืบหน้ารายวันโดยละเอียดมากขึ้น
26.
ในการจัดประชุม Kick-Off ทาง Project Manager (PM) ควรจัดเตรียมข้อมูลใด เพื่อให้ทีมงานและผู้เกี่ยวข้องใน Project / CR มีความเข้าใจตรงกัน ก่อนเริ่มดำเนินงาน
a)
ขอบเขตโครงการ, รายละเอียดแผนงาน, งบประมาณ, แผนความเสี่ยง, และแผนการจัดการเปลี่ยนแปลง
b)
ขอบเขตโครงการ, รายละเอียดแผนงาน, งบประมาณ, และแผนการจัดการเปลี่ยนแปลง
c)
บทบาทและหน้าที่ของแต่ละคนในโครงการ, ขอบเขตโครงการ, แผนงานและรายละเอียดแผนงาน, งบประมาณ, แผนความเสี่ยง, และแผนการจัดการเปลี่ยนแปลง
d)
ขอบเขตโครงการ, แผนงานและรายละเอียดแผนงาน, งบประมาณ, แผนความเสี่ยง, และแผนการจัดการเปลี่ยนแปลง
27.
ใครเป็นผู้จัดทำเอกสาร Business Requirements Document (BRD)
a)
Project Manager (PM)
b)
Key User
c)
Business Analyst (BA)
d)
Project Management Officer (PMO)
28.
เอกสาร BRD (Business Requirement Document) จะต้องเก็บความรวบรวมในด้านใดบ้าง
a)
Functional Requirement, Non-Functional Requirement
b)
Functional Requirement, Non-Functional Requirement, Security Requirement
c)
Functional Requirement, Non-Functional Requirement, Security Requirement, Data Requirement
d)
Functional Requirement, Non-Functional Requirement, Security Requirement, Data Requirement, Infrastucture Requirement (if any)
29.
ข้อใดคือตัวอย่างของ Non-Functional Requirement
a)
ระบบต้องคำนวณเบี้ยประกันให้ถูกต้อง
b)
ระบบต้องสามารถทำใบเสนอราคา
c)
ระบบต้องมี Response Time ไม่เกิน 3 วินาทีในช่วง peak
d)
ระบบต้องมีฟิลด์ วันเกิด
30.
ขณะ System Integration Test (SIT) พบว่า ฟีเจอร์บางอย่างไม่ตรงตามที่ออกแบบไว้ใน Business Requirement Document (BRD) แต่ทางทีมพัฒนาแจ้งว่าเป็นการ "ตีความ" จากข้อมูลที่ได้รับจาก BA ควรทำอย่างไร
a)
ยอมรับเพราะไม่ได้เขียนละเอียดเอาไว้
b)
แจ้งผู้ใช้ว่าเป็นความผิดของทีมพัฒนา
c)
ตรวจสอบ Business Requirement Document (BRD), เช็คผลกระทบ และพิจารณาว่าต้องมี CR หรือไม่
d)
ให้ทีม Test ปรับ Test Script ตามระบบทีได้
31.
หน่วยงาน IT Security มีบทบาทหน้าที่อย่างไรในขั้นตอนการออกแบบ (Design Process)
a)
ตรวจสอบปริมาณข้อมูลที่รับส่งในระบบ
b)
วางแผน และประสานงานสำหรับการนำเสนอโครงการในระดับองค์กร และพิจารณาขอบเขตโครงการให้เป็นไปตามกลยุธท์องค์ รวมไปถึงการจัดลำดับการพัฒนาโครงการให้เหมาะสม
c)
ร่วมกำหนด Security Requirement
d)
สนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าของข้อมูล และปฏิบัติตามนโยบาย กรอบ แนวปฏิบัติการกำกับดูแลข้อมูลรวมถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
32.
กรณีใดสามารถยกเว้นไม่ต้องจัดทำ Design Document
a)
โครงการใหม่ที่พัฒนาภายในองค์กร
b)
โครงการที่เป็นการแก้ไขเล็กน้อยไม่กระทบฟังก์ชันหลักของระบบ
c)
โครงการที่มีผู้พัฒนาภายนอกดูแล
d)
ระบบที่พัฒนาไม่มีข้อมูลส่วนบุคคล
33.
กรณี SA/Programmer/Developer ทำการ Unit Test และพบ Defects (Minor/Major) จะต้องดำเนินการอย่างไร
a)
SA ดำเนินการบันทึก defetcs และแจ้งให้ทาง Programmer/Developer แก้ไข และทาง SA ดำเนินการทดสอบจนกว่าจะเป็นที่ยอมรับ และดำเนินการนำ Source Code เวอร์ชั่นดังกล่าวเก็บเข้าสู่ repository
b)
SA ดำเนินการบันทึก defetcs และแจ้งให้ทาง Programmer/Developer รับทราบ
c)
SA ดำเนินการบันทึก defetcs และแจ้งให้ทาง Programmer/Developer รับทราบ และดำเนินการนำ Source Code เวอร์ชั่นดังกล่าวเก็บเข้าสู่ repository
d)
SA ดำเนินการบันทึก defetcs และแจ้งให้ทาง Programmer/Developer รับทราบ และดำเนินการทดสอบในขั้นตอน Integration Test และ UAT ในลำดับถัดไป
34.
ในการขออนุมัติ Emergency Incident Deployment กรณีเปิด Change Request หลังดำเนินการ ต้องขออนุมัติกับใครบ้าง
a)
ผู้อำนวยการฝ่าย (User) → รองกรรมการผู้จัดการ (User)
b)
ผู้อำนวยการฝ่าย (App Owner) → รองกรรมการผู้จัดการ (IT)
c)
ผู้อำนวยการฝ่าย (App Owner) → รองกรรมการผู้จัดการ (User)
d)
ผู้อำนวยการฝ่าย (App Owner)
35.
Project / CR ลักษณะใดที่จะต้องทำการ Dry Run
a)
ระบบ Core Business System / Core Business Function ที่มีผลกระทบกับลูกค้าหรือคู่ค้า
b)
ระบบที่มีฟังก์ชั่น ใหม่/ปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับบัญชีหรือการเงิน
c)
ระบบที่พิจารณาและมีการร้องขอเป็นกรณีพิเศษ
d)
ถูกทุกข้อ
36.
หลังจากที่ระบบทำการ Dry Run สำเร็จและเรียบร้อยแล้ว จะต้องได้รับการอนุมัติจากใคร ก่อนที่จะสามารถ Go-live ได้
a)
PM (Project Manager) และ BA (Business Analyst)
b)
Key Users และ Project Sponsor
c)
Developer
d)
System Engineer
37.
การเพิ่มรายชื่อ Application/System ใหม่บน IT Application จะต้องเพิ่มในขั้นตอนใด
a)
Project Request
b)
Project Initial
c)
User Acceptance Testing Process
d)
Project Request and Deployment & Production Go-live
38.
หากมีการทำ Project Closure เรียบร้อยแล้ว ต้องดำเนินการจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องใน Repository ภายในกี่วัน (ตามที่ PMO มีการแจ้งให้ทุกท่านรับทราบภายในฝ่าย)
a)
7 วันหลังจากดำเนินการทำ Project Closure เรียบร้อยแล้ว
b)
15 วันหลังจากดำเนินการทำ Project Closure เรียบร้อยแล้ว
c)
30 วันหลังจากดำเนินการทำ Project Closure เรียบร้อยแล้ว
d)
ไม่มีระยะเวลากำหนด
39.
ขั้นตอนการทำจ่าย เอกสาร IT-049 ที่จะต้องประกอบการทำจ่ายประกอบไปด้วยเอกสารใดบ้าง
a)
มี 1 จำนวนไฟล์ เฉพาะไฟล์ Email ITSM IT-049 Request ของ Project / CR นั้น ๆ เท่านั้น
b)
มี 2 จำนวนไฟล์ โดยเป็นไฟล์ของ ของ Project / CR นั้น ๆ
1. Email ITSM IT-049 Request
2. ไฟล์รูปหน้าจอ History ITSM IT-049 Request
c)
มีจำนวน 3 ไฟล์ โดยเป็นไฟล์ของ ของ Project / CR นั้น ๆ
1. Email ITSM IT-049 Request
2. ไฟล์ Capture ITSM IT-049 Request
3. ไฟล์ Capture History ITSM IT-049 Request
d)
มีจำนวน 4 ไฟล์ โดยเป็นไฟล์ของ ของ Project / CR นั้น ๆ
1. Email ITSM IT-049 Request
2. ไฟล์ Capture ITSM IT-049 Request
3. ไฟล์ Capture History ITSM IT-049 Request 4. ไฟล์ Capture Child หรือ Email แจ้งเปิด Child (ถ้ามี)
40.
การจัดทำบันทึกอนุมัติ กรณีค่าบริการบำรุงรักษาระบบมูลค่า 5.3 ล้านบาท (รวม VAT) ในการจัดทำเอกสารบันทึกอนุมัติ ส่วนหัวบันทึกต้องเสนอถึงใคร และการอนุมัติต้องเรียงลำดับอย่างไร
a)
หัวบันทึก เสนอ กรรมการผู้จัดการ จาก รองกรรมการผู้จัดการ ผ่านรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส
ส่วนอนุมัติ ผู้บริหารทีม → ผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ → รองกรรมการผู้จัดการ
b)
หัวบันทึก เสนอ กรรมการผู้จัดการ จากผู้บริหารฝ่ายจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ ผ่าน รองกรรมการผู้จัดการ
ส่วนอนุมัติ ผู้บริหารฝ่ายจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ → รองกรรมการผู้จัดการ → กรรมการผู้จัดการ
c)
หัวบันทึก เสนอ กรรมการผู้จัดการอาวุโส จาก รองกรรมการผู้จัดการ ผ่านผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
ส่วนอนุมัติ ผู้บริหารทีม → ผู้บริหารฝ่าย → รองกรรมการผู้จัดการ → กรรมการผู้จัดการ
d)
หัวบันทึก เสนอ กรรมการผู้จัดการ จากผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
ส่วนอนุมัติ ผู้บริหารฝ่ายฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ → รองกรรมการผู้จัดการ → กรรมการผู้จัดการ
41.
งานที่เป็น Corporate Project (BP) หาก Project Sponsor เป็นพนักงานระดับสายงาน สามารถอนุมัติวงเงินได้สูงสุดเท่าใด
a)
ไม่จำกัดวงเงิน เนื่องจากเป็น Project Sponsor
b)
อนุมัติได้สูงสุด 200,000 บาท หากเกินวงเงินจะต้องส่งให้ ดร.สุธี โมกขะเวศ พิจารณา
c)
อนุมัติได้สูงสุด 500,000 บาท หากเกินต้องส่งให้ ดร.สุธี โมกขะเวส พิจารณา
d)
อนุมัติได้สูงสุด 1,000,000 บาท หากเกินต้องส่งให้ คุณสาระ ล่ำซำ พิจารณา
42.
หากมี ผู้พัฒนาระบบภายนอก (vendor/outsource) เจ้าใหม่ที่ไม่เคยทำธุรกรรมกับ MTL มาก่อน ต้องดำเนินการอย่างไร
a)
PM/BA/IT Owner ส่งเมล์แจ้ง PMO เพื่อสอบถามสถานะคู่ค้า ว่ามีรายชื่อในการทำธุรกรรมหรือไม่ หากไม่มีขอรายละเอียดในการลงทะเบียนคู่ค้ารายใหม่ ก่อนดำเนินการทำจ่าย
2. PM/BA/IT Owner ประสาน ผู้พัฒนาระบบภายนอก (vendor/outsource) หรือคู่ค้ารายใหม่ ให้กรอกรายละเอียดตามแบบฟอร์ม ที่ PMO ส่งให้ พร้อมแนบเอกสารตามที่ PMO ระบุ
3. PM/BA/IT Owner ส่งเมล์ให้ PMO อีกครั้งพร้อมฟอร์มที่ Vendor กรอก และเอกสารแนบ
4. PMO ดำเนินการลงทะเบียนคู่ค้ารายใหม่ กับทางบัญชี และสามารถดำเนินการจ่ายได้
b)
PM/BA/IT Owner ส่งเอกสารทำจ่าย
2. PM/BA/IT Owner ส่งเมล์แจ้ง PMO เพื่อขอรายละเอียดในการลงทะเบียนคู่ค้ารายใหม่
3. PM/BA/IT Owner ประสาน ผู้พัฒนาระบบภายนอก (vendor/outsource) หรือคู่ค้ารายใหม่ ให้กรอกรายละเอียดตามแบบฟอร์ม ที่ PMO ส่งให้ พร้อมแนบเอกสารตามที่ PMO ระบุ
4. PM/BA/IT Owner ส่งเมล์ให้ PMO อีกครั้งพร้อมฟอร์มที่ Vendor กรอก และเอกสารแนบ
c)
PM/BA/IT Owner ส่งเอกสารทำจ่าย
2. PM/BA/IT Owner ประสาน ผู้พัฒนาระบบภายนอก (vendor/outsource) หรือคู่ค้ารายใหม่ ให้กรอกรายละเอียดตามแบบฟอร์ม ที่ PMO ส่งให้ พร้อมแนบเอกสารตามที่ PMO ระบุ
3. PM/BA/IT Owner ส่งเมล์ให้ PMO อีกครั้งพร้อมฟอร์มที่ Vendor กรอก และเอกสารแนบ
4. PMO ดำเนินการลงทะเบียนคู่ค้ารายใหม่ กับทางบัญชี และสามารถดำเนินการจ่ายได้
d)
PM/BA/IT Owner ส่งเอกสารทำจ่าย
2. PMO ส่งเมล์สอบถามรายละเอียดคู่ค้า เพื่อขอรายละเอียดในการลงทะเบียนคู่ค้ารายใหม่ กับทาง PM/BA/IT Owner
3. ประสาน ผู้พัฒนาระบบภายนอก (vendor/outsource) หรือคู่ค้ารายใหม่ ให้กรอกรายละเอียดตามแบบฟอร์ม ที่ PMO ส่งให้ พร้อมแนบเอกสารตามที่ PMO ระบุ
4. ส่งเมล์ให้ PMO อีกครั้งพร้อมฟอร์มที่ ผู้พัฒนาระบบภายนอก (vendor/outsource) กรอก และเอกสารแนบ
43.
เกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ให้บริการภายนอก (vendor/outsource) ประกอบไปด้วยปัจจัยใดบ้าง
a)
การรู้จักส่วนตัวกับผู้ให้บริการและความไว้วางใจที่สะสม
b)
การมีทุนจดทะเบียนสูงสุดในตลาดเท่านั้น
c)
ความมั่นคงทางการเงิน, ประวัติความน่าเชื่อถือ, ความสามารถด้านเทคโนโลยี และการบริหารความเสี่ยง
d)
ข้อเสนอราคาต่ำสุด และความสามารถในการเจรจาต่อรอง
44.
การตรวจรับงานของ ผู้ให้บริการภายนอก (vendor/outsource) ควรดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ในข้อใด
a)
ยึดตามความรู้สึกของทีมงานที่ได้ร่วมงานด้วย
b)
ตรวจตาม Requirement และเกณฑ์ที่ตกลงไว้
c)
พิจารณาตามความพึงพอใจของผู้บริหาร และผู้ใช้งาน
d)
ตรวจอย่างไรก็ได้เพราะเป็นลูกค้าที่จ่ายเงินใช้บริการ
45.
หากผู้ให้บริการภายนอก (vendor/outsource) ส่งงานให้ตรวจเซ็นรับก่อนกำหนด แต่เอกสารประกอบยังไม่ครบถ้วน และไม่มีหลักฐานการทดสอบ ควรดำเนินการอย่างไร
a)
เซ็นรับไว้ก่อนแล้วให้แก้ภายหลัง
b)
แจ้งทาง ผู้ให้บริการภายนอก (vendor/outsource) ว่ายังไม่สามารถตรวจรับและลงนามได้ และขอเอกสาร Deliverable ให้ครบถ้วนก่อนเริ่มตรวจรับ
c)
ตรวจจากระบบจริงแทนเอกสาร
d)
ถูกทุกข้อ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และคุณภาพของงาน
46.
ข้อใดควรปฏิบัติ หลังได้รับอีเมลแปลกปลอม หรือพบเห็น Phishing E-mail
a)
ห้ามคลิก ห้ามเปิดไฟล์ ห้ามกรอกข้อมูลใดๆ
b)
ลบอีเมลทันที
c)
ส่งอีเมลไปยัง IT Security เพื่อตรวจสอบโดยทันที ที่อีเมล : nqsec@muangthai.co.th
d)
ถูกต้องทุกข้อ
47.
ข้อใดต่อไปนี้ เป็นขั้นตอนที่ถูกต้องของการทำ Risk Assessment
a)
การระบุความเสี่ยง → การทดสอบระบบ → การจัดเก็บเอกสาร
b)
การจัดประชุม → การประเมิน KPI → การจัดลำดับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
c)
การวิเคราะห์รหัสโปรแกรม → การควบคุมเวอร์ชัน → การตรวจสอบเวลา
d)
การระบุความเสี่ยง → การวิเคราะห์ความเสี่ยง → การประเมินความเสี่ยง
48.
Incident Severity มีกี่ระดับ อะไรบ้าง
a)
5 ระดับ
- Critical
- High
- Moderate
- Low
- Very Low
b)
3 ระดับ
- High
- Moderate
- Low
c)
3 ระดับ
- Critical
- Moderate
- Low
d)
4 ระดับ
- Critical
- High
- Moderate
- Low
49.
เกณฑ์ในการวัด Incident พิจารณาจากอะไรบ้าง
a)
- Customers impact
- Revenue Impact
- Policy Impact
b)
- Customers impact
- Core Business Function
- Revenue Impact
- Policy Impact
c)
- Customers impact
- Core Business Function
- Revenue Impact
50.
Business Continuity Plan (BCP) คืออะไร
a)
การบริหารจัดการกับเหตุการณ์ความไม่ปกติที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัท
b)
แผนสำรองข้อมูลคอมพิวเตอร์สำหรับกรณีฉุกเฉิน
c)
แผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อให้ดำเนินงานได้ในภาวะที่องค์กรต้องเผชิญกับเหตุฉุกเฉิน
d)
แผนฝึกอบรมพนักงานใหม่ในองค์กร
100 %
