wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทุกข์ของชาวนาในบทกวี

Total questions: 15

Worksheet time: 8mins

Name
Class
Date
1.

“เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจิณ เหงื่อกูที่สูกิน  จึงก่อเกิดมาเป็นคน”  กูในที่นี้หมายถึงใคร

a)

ชาวนา

b)

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ

พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

c)

จิตร ภูมิศักดิ์

d)

หลี่เชิน

2.

"ข้าวนี้น่ะมีรส ให้ชนชิมทุกชั้นชน เบื้องหลังสิทุกข์ทน และขมขื่นจนเขียวคาว" คำว่า "เขียวคาว" หมายถึงอะไร

a)

สีเขียวของข้าว

b)

กลิ่นคาวของท้องนา

c)

กลิ่นคาวเหงื่อ

d)

ความทุกข์ยากเเละความขมขื่นของชาวนา

3.

“จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาว จากรวงเป็นเม็ดพราว ล้วนทุกข์ยากลำเค็ญเข็ญ” จากคำประพันธ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงอาชีพใด

a)

ชาวไร่

b)

ชาวนา

c)

ชาวสวน

d)

ชาวประมง

4.

“น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง และน้ำแรงอันหลั่งริน สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน” คำว่า “สู” หมายถึงใคร

a)

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ

พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

b)

นิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

c)

ผู้บริโภค

d)

ผู้ประกอบการ

5.

บทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ เเสดงอารมณ์เเละความรู้สึกตรงตามข้อใด

a)

ประชดประชัน

b)

เสียดสี

c)

สงสาร

d)

ชื่นชม

6.

ข้อใดเป็นเจตนาของผู้เขียนบทกวีต่อไปนี้ "เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น ปูดโปนกี่เส้นเอ็น จึงแปรรวงมาเป็นกิน น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง และน้ำแรงอันหลั่งริน สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน"

a)

ให้เห็นใจชาวนา

b)

ให้ช่วยเหลือชาวนา

c)

ให้สำนึกบุญคุณของชาวนา

d)

ให้เห็นความเหน็ดเหนื่อยของชาวนา

7.

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ชาวนาในหลายประเทศเลิกปลูกข้าวแล้วหันไปประกอบอาชีพในภาคอุตสาหกรรมหรือภาคบริการแทน

a)

เพราะมีรายได้สูงกว่าชาวนา

b)

เพราะมีสวัสดิการดีกว่าชาวนา

c)

เพราะไม่ต้องเสี่ยงเท่าชาวนา

d)

เพราะค่าเช่าที่นาเเพงขึ้น

8.

บทกวีข้อใดเเสดงให้เห็นถึงความขัดเเย้ง

a)

หว่านข้าวในฤดูใบไม้ผลิ ข้าวเมล็ดหนึ่ง

จะกลายเป็นหมื่นเมล็ดในฤดูใบไม้ร่วง

b)

รอบข้างไม่มีนาที่ไหนทิ้งว่าง แต่ชาวนาก็ยังอดตาย

c)

ตอนอาทิตย์เที่ยงวัน ชาวนายังพรวนดิน

เหงื่อหยดบนดินภายใต้ต้นข้าว

d)

ใครจะรู้บ้างว่าในจานใบนั้น

ข้าวแต่ละเม็ดคือความยากแค้นแสนสาหัส

9.

ข้อความใดให้ความรู้สึกสะเทือนใจมากที่สุด

a)

หว่านข้าวในฤดูใบไม้ผลิ ข้าวเมล็ดหนึ่ง

b)

จะกลายเป็นหมื่นเมล็ดในฤดูใบไม้ร่วง

c)

รอบข้างไม่มีนาที่ไหนทิ้งว่าง

d)

แต่ชาวนาก็ยังอดตาย

10.

ข้อใดคือปัญหาของชาวนาในบทกวีของหลี่เชิน

a)

ชาวนาปลูกข้าวได้ผลผลิตต่ำ

b)

ชาวนาไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ จากรัฐบาล

c)

ผลผลิตไม่ได้ตกเป็นของชาวนา

d)

ภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการปลูกข้าว

11.

ทำไมหลี่เชินบรรยายความทุกข์ยากของชาวนาได้อย่างชัดเจน

a)

เพราะหลี่เชินเคยเป็นพ่อค้า

b)

เพราะครอบครัวของหลี่เชินเคยเป็นชาวนา

c)

เพราะหลี่เชินเคยรับราชการในชนบท

d)

เพราะหลี่เชินเคยเป็นผู้ใหญ่บ้าน

12.

เทคนิคการเขียนของจิตร ภูมิศักดิ์ เเละของหลี่เชินเเตกต่างกันอย่างไร

a)

จิตร ภูมิศักดิ์บรรยายภาพเหมือนจิตรกรวาดภาพให้ดู ส่วนหลี่เชินใช้วิธีเหมือนนำชาวนามาบรรยายเรื่องให้ผู้อ่านฟัง

b)

จิตร ภูมิศักดิ์ใช้วิธีเหมือนนำชาวนามาบรรยายเรื่องให้ผู้อ่านฟัง ส่วนหลี่เชินบรรยายภาพเหมือนจิตรกรวาดภาพให้ดู

c)

จิตร ภูมิศักดิ์บรรยายสิ่งที่พบเห็นมาให้ผู้อ่านอ่านโดยตรง ส่วนหลี่เชินบรรยายภาพเหมือนจิตรกรวาดภาพให้ดู

d)

จิตร ภูมิศักดิ์บรรยายภาพเหมือนจิตรกรวาดภาพให้ดู ส่วนหลี่เชินอธิบายเป็นขั้นตอนจนผู้อ่านทำตามได้

13.

“เวลานี้สภาพบ้านเมืองก็เปลี่ยนไป ตั้งแต่สมัยหลี่เชินเมื่อพันปีกว่า สมัยจิตร ภูมิศักดิ์เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว สมัยที่ข้าพเจ้าได้เห็นเองก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันนัก” สิ่งที่ไม่เเตกต่างกันนักนั้นหมายถึงอะไร

a)

สภาพอากาศที่เเปรปรวนทำให้ชาวนาได้ผลผลิตน้อยลง

b)

การต่อสู้ของชาวนาในภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำ

c)

วิธีช่วยเหลือชาวนาให้พ้นจากความทุกข์ยาก

d)

ชีวิตและความทุกข์ของชาวนาและสภาพชีวิตของชาวนาที่ยังคงถูกเอารัดเอาเปรียบ

14.

สารสำคัญของบทกวีทั้ง 2 เรื่องที่เหมือนกันคือข้อใด

a)

วิธีการนำเสนอ

b)

เมตตาธรรมที่มีต่อชาวนา

c)

ความเข้าใจปัญหาต่าง ๆ ของชาวนา

d)

ชีวิตเเละความทุกข์ยากของชาวนา

15.

ผู้เขียนเเสดงทรรศนะต่อชาวนาอย่างไร

a)

เป็นอาชีพที่ทำงานหนัก

b)

เป็นกระดูกสันหลังของชาติ

c)

ชาวนาสามารถลำเลิกบุญคุณต่อใคร ๆ ได้

d)

สังคมช่วยเหลือชาวนา