NEW
Font size
Worksheetsการอ่านและการเข้าใจ
Total questions: 40
Worksheet time: 20mins
ข้อใดคือจุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดของการอ่าน
เพื่อให้ผู้อ่านมีความรู้ภาษาไทยมากขึ้น
เพื่อความเพลิดเพลิน
เพื่อให้สามารถนำความรู้ ความคิดจากเรื่องที่อ่านไปใช้ประโยชน์ได้
เพื่ออ่านออกเสียงได้ถูกต้อง
"การอ่านในใจ" มีลักษณะเด่นอย่างไร
เหมาะสำหรับการอ่านออกเสียงต่อหน้าสาธารณะ
ช่วยให้จับใจความสำคัญของเรื่องได้รวดเร็ว
ใช้เวลาในการอ่านมากกว่าการอ่านออกเสียง
เน้นความไพเราะของเสียง
ข้อใดคือประโยชน์ของการ "อ่านจับใจความ"
ทำให้สามารถท่องจำเนื้อหาได้ทุกคำ
ช่วยให้สรุปเนื้อหาสำคัญได้ถูกต้องและรวดเร็ว
ทำให้การอ่านใช้เวลานานขึ้น
เหมาะสำหรับการอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
ข้อใดคือสิ่งที่ผู้อ่านควรทำก่อนการอ่านเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
อ่านไปเรื่อย ๆ จนจบเรื่อง
ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน
จดบันทึกทุกคำที่อ่าน
อ่านแต่เฉพาะส่วนที่น่าสนใจ
ข้อใดคือปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการอ่าน
ความสนใจของผู้อ่าน
สุขภาพร่างกายของผู้อ่าน
บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการอ่าน
ประสบการณ์เดิมของผู้อ่าน
การอ่านวรรณคดี ควรให้ความสำคัญกับสิ่งใดเป็นพิเศษ
ความเร็วในการอ่าน
ความหมายของถ้อยคำ สำนวน และคุณค่าทางวรรณศิลป์
การจำชื่อตัวละครให้ได้ทั้งหมด
การอ่านออกเสียงให้ดังฟังชัด
ข้อใดคือลักษณะของผู้อ่านที่มีวิจารณญาณ
เชื่อทุกสิ่งที่อ่านโดยไม่มีข้อสงสัย
อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
สามารถแยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้
อ่านเฉพาะข้อมูลที่ตนเองเห็นด้วยเท่านั้น
"การอ่านตีความ" หมายถึงอะไร?
การอ่านเพื่อสรุปเนื้อหาหลัก
การอ่านเพื่อทำความเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ ความนัย หรือเจตนาของผู้เขียน
การอ่านเพื่อจับผิดผู้เขียน
การอ่านออกเสียงตามตัวอักษร
ข้อใดคือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้บทความน่าเชื่อถือ
จำนวนหน้าของบทความ
มีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ
ภาษาที่ใช้สละสลวยมาก
ผู้เขียนมีชื่อเสียงโด่งดัง
การอ่านข่าวหรือบทความเชิงวิเคราะห์ ควรเน้นการอ่านแบบใด
อ่านผ่านๆ เพื่อจับใจความ
อ่านอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจประเด็นและมุมมองต่างๆ
อ่านเฉพาะหัวข้อข่าว
อ่านเพื่อหาข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์
จุดประสงค์หลักของการอ่านเพื่อเขียนกรอบความคิดคือข้อใด
เพื่อท่องจำเนื้อหาทั้งหมด
เพื่อจับใจความสำคัญและจัดระบบข้อมูล
เพื่อหาข้อผิดพลาดของผู้เขียน
เพื่ออ่านออกเสียงให้คล่องแคล่ว
กรอบความคิด (Conceptual Framework) มีลักษณะคล้ายคลึงกับสิ่งใดมากที่สุด?
เรียงความ
แผนที่ความคิด (Mind Map) หรือโครงสร้าง
นิทาน
สูตรคณิตศาสตร์
ด (Conceptual Framework) มีลักษณะคล้ายคลึงกับสิ่งใดมากที่สุด?
เรียงความ
แผนที่ความคิด (Mind Map) หรือโครงสร้าง
นิทาน
สูตรคณิตศาสตร์
ข้อใดคือขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการอ่านเพื่อเขียนกรอบความคิด
สรุปผลที่ได้ทันที
กำหนดวัตถุประสงค์หรือประเด็นหลักที่ต้องการค้นหา
เริ่มเขียนกรอบความคิดโดยไม่ต้องอ่านก่อน
คัดลอกข้อความสำคัญจากเนื้อหา
เมื่ออ่านเนื้อหาแล้วพบข้อมูลสำคัญ ควรทำอย่างไรเพื่อใช้ในการเขียนกรอบความคิด?
ขีดเส้นใต้ทุกประโยค
จดบันทึกเฉพาะคำยาวๆ
กำหนดคำสำคัญ วลี หรือประเด็นหลักที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์
ถ่ายภาพหน้ากระดาษไว้
ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของการเขียนกรอบความคิด?
ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของเรื่อง
ช่วยจัดระเบียบความคิดให้เป็นระบบ
ทำให้ใช้เวลานานในการทำความเข้าใจเนื้อหา
ช่วยในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูล
ในการเขียนกรอบความคิด ควรใช้ภาษาลักษณะใด
ภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ประโยคยาวๆ ที่ซับซ้อน
คำสำคัญ วลีสั้นๆ หรือหัวข้อ
ภาษาต่างประเทศเท่านั้น
ในการเขียนกรอบความคิด ควรใช้ภาษาลักษณะใด
ภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ประโยคยาวๆ ที่ซับซ้อน
คำสำคัญ วลีสั้นๆ หรือหัวข้อ
ภาษาต่างประเทศเท่านั้น
หากเนื้อหาที่อ่านมีความซับซ้อนและมีหลายประเด็น ควรทำอย่างไรเพื่อให้เขียนกรอบความคิดได้ง่ายขึ้น?
อ่านข้ามประเด็นที่ยาก
แบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนย่อยๆ แล้วจับใจความทีละส่วน
พยายามจำทุกรายละเอียดในคราวเดียว
หาเพื่อนมาช่วยอ่านพร้อมกัน
กรอบความคิดที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
มีเนื้อหาเยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้
สวยงามด้วยสีสันและรูปภาพเป็นหลัก
ชัดเจน กระชับ และแสดงความสัมพันธ์ของประเด็นได้ดี
เขียนด้วยลายมือที่สวยงามเท่านั้น
การใช้สัญลักษณ์หรือลูกศรในกรอบความคิดมีจุดประสงค์ใด?
เพื่อความสวยงามเท่านั้น
เพื่อแสดงลำดับขั้นตอน
เพื่อแสดงความสัมพันธ์ ทิศทาง หรือการเชื่อมโยงของข้อมูล
เพื่อเติมช่องว่างให้เต็ม
เมื่อเขียนกรอบความคิดเสร็จแล้ว ควรทำสิ่งใดต่อไป
เก็บไว้โดยไม่ต้องทบทวน
ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน และความสัมพันธ์ของข้อมูล
นำไปพิมพ์ลงในคอมพิวเตอร์ทันที
โยนทิ้งเพราะถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว
ข้อใดคือจุดประสงค์หลักของการเขียนคำอวยพร
เพื่อแสดงความสามารถในการใช้ภาษา
เพื่อแสดงความปรารถนาดีและส่งเสริมกำลังใจ
เพื่อบอกเล่าเรื่องราวในอดีต
เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ผู้รับ
เมื่อเขียนคำอวยพรให้ผู้ใหญ่ที่เคารพ เช่น คุณครู ควรใช้ภาษาลักษณะใด
ภาษาที่สนุกสนาน เฮฮา
ภาษาที่สุภาพ เป็นทางการ แต่จริงใจ
ภาษาที่เป็นกันเอง คล้ายพูดกับเพื่อน
ภาษาต่างประเทศเท่านั้น
ส่วนใดที่ ไม่จำเป็นต้องมี ในคำอวยพรวันเกิด?
คำกล่าวขึ้นต้น/คำทักทาย
คำอวยพรที่เหมาะสมกับโอกาส
การลงชื่อผู้ส่ง
รายละเอียดงบประมาณของขวัญ
หากต้องการเขียนคำอวยพรให้เพื่อนสนิทที่กำลังจะเข้าแข่งขันกีฬา ควรเน้นเนื้อหาใด?
ขอให้โชคดี และประสบความสำเร็จในการแข่งขัน
ขอให้ตั้งใจเรียน
ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป
ขอให้มีความสุขมากๆ ในชีวิต
ข้อใดคือสิ่งที่ควรคำนึงถึงมากที่สุดในการเลือกเนื้อหาและถ้อยคำในการเขียนอวยพร
ความยาวของข้อความ
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ส่งและผู้รับ รวมถึงโอกาส
จำนวนสีที่ใช้ตกแต่งการ์ด
ลายมือที่สวยงามเท่านั้น
ข้อใดคือความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง "ชีวประวัติ" และ "อัตชีวประวัติ"?
ชีวประวัติเขียนโดยผู้เขียนที่เป็นผู้ชาย ส่วนอัตชีวประวัติเขียนโดยผู้เขียนที่เป็นผู้หญิง
ชีวประวัติเขียนเกี่ยวกับชีวิตของผู้อื่น ส่วนอัตชีวประวัติเขียนเกี่ยวกับชีวิตของตนเอง
ชีวประวัติเขียนเป็นภาษาไทย ส่วนอัตชีวประวัติเขียนเป็นภาษาอังกฤษ
ชีวประวัติเป็นเรื่องจริง ส่วนอัตชีวประวัติเป็นเรื่องแต่ง
ในการเขียน ชีวประวัติ ผู้เขียนควรให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากที่สุด
การแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนอย่างเต็มที่
การรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชีวิตของบุคคลนั้นอย่างรอบด้านและน่าเชื่อถือ
การเขียนให้มีจำนวนหน้ามากที่สุด
การใช้ภาษาที่สละสลวยเพียงอย่างเดียว
แหล่งข้อมูลใดที่ ไม่เหมาะสม สำหรับการรวบรวมข้อมูลเพื่อเขียนชีวประวัติ?
การสัมภาษณ์บุคคลใกล้ชิด
บันทึกส่วนตัวหรือไดอารี่ของบุคคลนั้น
ข่าวลือที่ไม่มีแหล่งที่มา
หนังสือพิมพ์หรือบทความที่น่าเชื่อถือ
ข้อใดคือลักษณะเด่นของการเขียน อัตชีวประวัติ
ผู้เขียนสามารถนำเสนอความคิด ความรู้สึก และมุมมองส่วนตัวได้อย่างลึกซึ้ง
ผู้เขียนต้องเขียนโดยอิงข้อมูลจากแหล่งอื่นเท่านั้น
ผู้เขียนไม่สามารถแสดงอารมณ์ได้
ผู้เขียนต้องเขียนถึงแต่เรื่องราวความสำเร็จ
หากต้องการเขียนอัตชีวประวัติของตนเอง ควรเริ่มต้นด้วยการทำสิ่งใด?
เริ่มเขียนเหตุการณ์สำคัญในชีวิตทันที
กำหนดช่วงเวลาหรือประเด็นสำคัญในชีวิตที่ต้องการนำเสนอ
คัดลอกประวัติของบุคคลอื่นมาปรับใช้
รอให้มีชื่อเสียงโด่งดังก่อนจึงค่อยเขียน
ข้อใดคือประโยชน์ของการอ่านชีวประวัติหรืออัตชีวประวัติ
ทำให้สามารถเลียนแบบชีวิตของผู้อื่นได้
ได้รับแรงบันดาลใจ ข้อคิด และบทเรียนจากประสบการณ์ชีวิตของผู้อื่น
ทำให้รู้เรื่องราวส่วนตัวของผู้อื่นทั้งหมด
เพื่อความบันเทิงเท่านั้น
ในการเขียนชีวประวัติหรืออัตชีวประวัติที่ดี ควรใช้ภาษาลักษณะใด
ภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ภาษาที่ใช้คำศัพท์ยากๆ เพื่อแสดงภูมิรู้
ภาษาที่ชัดเจน กระชับ และน่าสนใจ
ภาษาที่เน้นการใช้สำนวนโวหารที่ซับซ้อน
หากต้องการให้ชีวประวัติมีความน่าสนใจ ควรเน้นการนำเสนอสิ่งใด?
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่สำคัญ
เหตุการณ์สำคัญ จุดเปลี่ยน หรือความท้าทายในชีวิตของบุคคลนั้น
ข้อมูลทางสถิติและตัวเลขเท่านั้น
การบรรยายความรู้สึกของผู้เขียนเอง
ข้อใดคือสิ่งที่ผู้เขียนอัตชีวประวัติควรระมัดระวังเป็นพิเศษ?
การเขียนให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้
การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนเกินไป หรืออาจส่งผลกระทบต่อผู้อื่น
การเขียนถึงแต่เรื่องราวเชิงลบ
การใช้ภาษาที่เข้าใจยาก
การเขียนชีวประวัติและอัตชีวประวัติมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะใดของผู้เขียน?
ทักษะการวาดภาพ
ทักษะการคิดวิเคราะห์ การจัดลำดับเหตุการณ์ และการใช้ภาษา
ทักษะการคำนวณ
ทักษะการร้องเพลง
ในการเขียนบทความ ควรมีการวางแผนอย่างไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ใช้ภาษาที่ซับซ้อนเพื่อแสดงความรู้
เขียนไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องวางแผน
กำหนดหัวข้อหลักและจัดระเบียบเนื้อหาให้ชัดเจน
เขียนให้ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้
การอ่านหนังสือประเภทใดที่ช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ได้ดีที่สุด
หนังสือภาพ
การ์ตูน
หนังสือวิชาการและสารคดี
นิยายแฟนตาซี
ข้อใดคือวิธีที่ดีที่สุดในการเตรียมตัวก่อนการอ่านหนังสือที่สำคัญ
อ่านเฉพาะบทสรุป
ตั้งคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะอ่าน
ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย
อ่านผ่านๆ เพื่อให้รู้ว่าเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร
