Worksheetsโครงงานและงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์
Total questions: 40
Worksheet time: 3600secs
จากข้อมูลด้านการเกษตรของอำเภอนาจะหลวยข้อใดต่อไปนี้เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีสัดส่วนมากที่สุด
ก. ยางพารา
ข. มันสำปะหลัง
ค. ทำนา
ง. ปาล์มน้ำมัน
ข้อใดกล่าวถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นของอำเภอนาจะหลวยได้ถูกต้องที่สุด
ก. การแปลภาษาไทยกลางเป็นภาษาเขมร
ข. การทำเฟอร์นิเจอร์จากไม้ยางพารา
ค. การประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อการเกษตร
ง. การทำเครื่องจักสาน ทอเสื่อ และจับปลาธรรมชาติ
แนวคิดของ STEAM Education เน้นการพัฒนาผู้เรียนในด้านใดเป็นสำคัญ
ก. ความสมดุลระหว่างความรู้สึก ความสุนทรีย์ และความคิดสร้างสรรค์
ข. ความรู้ด้านกีฬาและการเคลื่อนไหว
ค. ความรู้ด้านภาษาต่างประเทศและวิชาการเฉพาะทาง
ง. ความสามารถในการจำและท่องจำเนื้อหาให้แม่นยำ
จากแนวคิดของ STEAM วิชา "วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering)" มีบทบาทในด้านใด
ก. ถ่ายทอดจินตนาการผ่านงานศิลป์
ข. สร้างสรรค์นวัตกรรมโดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
ค. ศึกษากระบวนการในธรรมชาติ
ง. วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติและความน่าจะเป็น
การเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้งใน Design Thinking ควรมุ่งเน้นสิ่งใดเป็นศูนย์กลาง
ก. แนวคิดของครูผู้สอน
ข. ความสะดวกในการสอน
ค. ผู้ใช้หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ง. เนื้อหาวิชาการจากตำราเรียน
การส่งเสริมให้นักเรียน “สร้างความคิดที่หลากหลาย” ในกระบวนการ Design Thinking หมายถึงอะไร
ก. การพยายามหาคำตอบที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว
ข. การจำกัดจำนวนไอเดียให้น้อยเพื่อสะดวกในการประเมินผล
ค. การทำตามตัวอย่างที่ครูกำหนดเท่านั้น
ง. การเปิดโอกาสให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ จากมุมมองที่หลากหลาย
ในการทดสอบผลงานหากพบข้อบกพร่อง ควรดำเนินการอย่างไรตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
ก. ยกเลิกผลงานและเริ่มใหม่ทั้งหมด
ข. ปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ค. ส่งผลงานทันทีโดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบ
ง. เลือกแนวทางอื่นที่ไม่มีการทดลอง
ข้อใดต่อไปนี้แสดงลำดับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมได้ถูกต้อง
ก. ระบุปัญหา → รวบรวมข้อมูล → ทดสอบ → ออกแบบ → นำเสนอ
ข. รวบรวมข้อมูล → ระบุปัญหา → ทดสอบ → ออกแบบ → วางแผน
ค. ระบุปัญหา → รวบรวมข้อมูล → ออกแบบ → วางแผน → ทดสอบ → นำเสนอ
ง. ออกแบบ → ทดสอบ → รวบรวมข้อมูล → นำเสนอ → วางแผน
นวัตกรรม “แผ่นแปะประคบร้อนจากสมุนไพร” แสดงความสอดคล้องกับแนวคิดของเศรษฐกิจสีเขียวในข้อใด
ก. ตัวแผ่นแปะทำจากเส้นใยพืชธรรมชาติ
ข. ใช้วัสดุเหลือใช้ในชุมชนมาผลิตซ้ำ
ค. ใช้พืชพื้นถิ่นที่ปลูกหมุนเวียนได้ในชุมชน
ง. ไม่ก่อให้เกิดมลพิษหรือก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต
ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะของนวัตกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดเศรษฐกิจ BCG
ก. การใช้สารเคมีเพื่อยืดอายุของวัสดุ
ข. การเพิ่มมูลค่าทรัพยากรโดยแสดงเอกลักษณ์ของชุมชน
ค. การนำวัสดุเหลือใช้มาผลิตซ้ำในรูปแบบใหม่
ง. การลดสารเคมีในกระบวนการผลิตเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นวัตกรรมใดสอดคล้องกับแนวคิดนวัตกรรมสะเต็ม (STEM Innovation)
ก. จานรองแก้วที่ผลิตด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างเดียว
ข. จานรองแก้วที่ตกแต่งด้วยงานฝีมือดั้งเดิม
ค. จานรองแก้วที่ใช้เทคโนโลยีในการขึ้นรูปให้ทนความชื้น
ง. จานรองแก้วที่ออกแบบให้ดูสวยงามโดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยี
ข้อใดแสดงถึงเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่ต้องคำนึงถึงในนวัตกรรมยั่งยืน มากที่สุด
ก. ใช้วัสดุจากธรรมชาติแต่ต้องเคลือบพลาสติกเพื่อกันน้ำ
ข. ออกแบบให้สามารถย่อยสลายได้โดยไม่ใช้สารเคมีที่เป็นพิษ
ค. เลือกใช้สีฉูดฉาดเพื่อดึงดูดความสนใจแม้มีสารเคมีเจือปน
ง. ใช้เทคนิคทันสมัยจากต่างประเทศโดยไม่พิจารณาทรัพยากรในท้องถิ่น
ข้อใดแสดงถึงเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่ต้องคำนึงถึงในนวัตกรรมยั่งยืนมากที่สุด
ก. นักเรียนทำตามขั้นตอนที่ครูกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
ข. นักเรียนได้รับความรู้จากการบรรยายและสื่อมัลติมีเดีย
ค. นักเรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองจากการสืบเสาะและลงมือปฏิบัติจริง
ง. นักเรียนเรียนรู้จากการท่องจำเนื้อหาและสรุปผลจากตำราเรียน
จากแนวคิดของพิมพันธ์ เตชะคุปต์ และคณะ โครงงานวิทยาศาสตร์ควรมีลักษณะอย่างไร
ก. เป็นการศึกษาเพื่อสรุปความรู้จากตำราเรียน
ข. เป็นการค้นพบสิ่งใหม่ที่ทั้งครูและนักเรียนยังไม่รู้มาก่อน
ค. เป็นการจำลองสถานการณ์การทดลองตามหนังสือเรียน
ง. เป็นการทบทวนเนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ผ่านแบบฝึกหัด
ข้อใดตรงกับจุดมุ่งหมายหลักของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ก. ให้นักเรียนเรียนรู้ตามตำราและทำแบบฝึกหัดตามบทเรียน
ข. ให้นักเรียนฝึกปฏิบัติงานประจำห้องทดลองตามครูสั่ง
ค. ให้นักเรียนสังเกตธรรมชาติและรายงานผลโดยไม่ต้องใช้ทฤษฎีหรือกระบวนการ
ง. ให้นักเรียนเลือกทำโครงงานเพื่อแก้ปัญหาที่ตนเองสนใจโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ข้อใดแสดงถึงการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ผ่านโครงงานวิทยาศาสตร์ได้อย่างชัดเจน
ก. นักเรียนออกแบบและดัดแปลงวิธีทดลองเพื่อหาคำตอบในแบบของตนเอง
ข. นักเรียนทำโครงงานตามตัวอย่างของรุ่นพี่
ค. นักเรียนเลียนแบบการทดลองจากหนังสือเรียน
ง. นักเรียนเลือกหัวข้อที่ง่ายที่สุดเพื่อทำโครงงานให้เสร็จเร็ว
การออกแบบ “เครื่องฟักไข่จากวัสดุเหลือใช้” ควรจัดอยู่ในโครงงานประเภทใด
ก. โครงงานสำรวจ
ข. โครงงานทดลอง
ค. โครงงานสิ่งประดิษฐ์
ง. โครงงานทฤษฎี
โครงงานประเภทใดต่อไปนี้ที่ผู้ทำต้องมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในระดับสูง และสามารถสร้างสูตรหรือแนวคิดใหม่ได้
ก. โครงงานสำรวจ
ข. โครงงานทดลอง
ค. โครงงานสิ่งประดิษฐ์
ง. โครงงานทฤษฎี
โครงงานวิทยาศาสตร์ส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนในด้านใด
ก. เป็นการเรียนรู้แบบบังคับ
ข. เพิ่มทักษะด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ
ค. พัฒนาทักษะคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น
ง. ส่งเสริมให้เรียนเฉพาะวิทยาศาสตร์เท่านั้น
ประโยชน์ของการทำโครงงานข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก. ช่วยให้นักเรียนมีรายได้พิเศษ
ข. ส่งเสริมให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
ค. เป็นกิจกรรมที่ใช้เพื่อการสันทนาการเท่านั้น
ง. ช่วยให้เข้าใจบทบาทของครูมากยิ่งขึ้น
ข้อใด ตรงกับแนวคิดสำคัญของขั้นตอน “เตรียมความพร้อม และสร้างแรงบันดาลใจด้วยการนำเสนอบริบทท้องถิ่น”
ก. นักเรียนจัดทำปฏิทินโครงงานและเริ่มพัฒนานวัตกรรม
ข. นักเรียนสรุปและนำเสนอผลงานแก่เพื่อนและครู
ค. นักเรียนทดลองและประเมินนวัตกรรมในสถานการณ์จริง
ง. นักเรียนรับแรงบันดาลใจจากบริบทท้องถิ่นและตัวอย่างจริงที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน
ในขั้นตอน “ระดมความคิดและออกแบบวิธีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน” มีการบูรณาการความรู้ใดเพื่อให้นวัตกรรมใช้ได้จริงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ก. ภาษาและศิลปะ
ข. คณิตศาสตร์และเศรษฐศาสตร์
ค. STEAM และโมเดล BCG
ง. กฎหมายและภูมิศาสตร์
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับแหล่งที่มาของโครงงานวิทยาศาสตร์
ก. ต้องได้จากแบบเรียนเท่านั้น
ข. ต้องเป็นเรื่องทางทฤษฎีเสมอ
ค. ต้องเป็นหัวข้อที่ครูกำหนดให้เท่านั้น
ง. มักได้จากปัญหาใกล้ตัว ความสงสัย และประสบการณ์ตรง
แหล่งที่มาใดของหัวข้อโครงงานวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ “การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงในสถานที่จริง”
ก. การทดลองเล่นวิทยาศาสตร์
ข. การไปศึกษาดูงาน
ค. ความรู้ในแบบเรียน
ง. คำถามของครูในชั้นเรียน
จากตัวอย่าง “ท่อน้ำทิ้งบริเวณโรงอาหารส่งกลิ่นเหม็น” ข้อใดถูกต้องมากที่สุดเกี่ยวกับแหล่งที่มาของปัญหา
ก. ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับประเทศ
ข. ปัญหาเชิงวิทยาศาสตร์นามธรรม
ค. ปัญหาทางสังคมและวัฒนธรรม
ง. ปัญหาเรื่องใกล้ตัวจากประสบการณ์ตรง
ในขั้นตอนการวางแผนแก้ปัญหา สิ่งใดมีบทบาทสำคัญที่สุดในการกำหนดแนวทางการแก้ปัญหา
ก. การใช้ประสบการณ์และการเลือกเครื่องมือให้เหมาะสม
ข. การสุ่มเลือกวิธีแก้ปัญหา
ค. การคัดลอกวิธีการจากโครงงานอื่น
ง. การนำเสนอแนวคิดโดยครู
ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ก. เพื่อสร้างความเข้าใจในปัญหาของโครงงาน
ข. เพื่อหาแนวทางในการตอบคำถามของโครงงาน
ค. เพื่อคัดลอกโครงงานจากแหล่งอื่นโดยตรง
ง. เพื่อหลีกเลี่ยงการทำโครงงานซ้ำโดยไม่จำเป็น
ข้อใดคือประโยชน์ของการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อการวางแผนโครงงาน
ก. ใช้เป็นแนวทางในการสร้างปัญหาใหม่จากโครงงานที่มีอยู่
ข. ใช้เป็นแนวทางในการวางแผนและออกแบบโครงงาน
ค. ใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อผิดพลาดของงานวิจัยอื่น
ง. ใช้เพื่อเปรียบเทียบคะแนนของโครงงานแต่ละฉบับ
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความหมายของการออกแบบชิ้นงาน
ก. การผลิตผลงานโดยเลียนแบบผลงานของผู้อื่น
ข. การสร้างรูปลักษณ์ของผลงานตามแบบที่นิยมในท้องตลาด
ค. การสร้างต้นแบบหรือโครงสร้างของผลงานที่มุ่งหวังโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์
ง. การเลือกซื้อวัสดุสำเร็จรูปมาใช้งานทันทีโดยไม่ต้องออกแบบ
ข้อใดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของการออกแบบด้วยตนเอง
ก. สร้างชิ้นงานจากแบบที่ศึกษาโดยไม่มีการปรับเปลี่ยน
ข. สร้างชิ้นงานจากไอเดียของตนเองและปรับปรุงจนได้แบบที่เหมาะสม
ค. ทำตามคำแนะนำของครูทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปรับเปลี่ยน
ง. เลือกซื้อชิ้นงานสำเร็จรูปมาใช้งานและอ้างว่าเป็นผลงานตนเอง
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการศึกษาในโครงร่างโครงงาน
ก. ควรเขียนให้ยืดยาวครอบคลุมทุกด้านของโครงงาน
ข. ควรเขียนในรูปแบบรายงานสรุปผลเท่านั้น
ค. ควรเน้นเรื่องความยากง่ายของโครงงานเป็นหลัก
ง. ควรเขียนให้ชัดเจน สั้นกระชับ และสอดคล้องกับการทดลอง
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่องค์ประกอบของโครงร่างโครงงานวิทยาศาสตร์
ก. ชื่อโครงงาน
ข. ชื่อผู้ตรวจรายงาน
ค. สมมติฐานของการศึกษา
ง. วิธีดำเนินงาน
ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการสรุปผลการดำเนินงานของโครงงาน
ก. ต้องเขียนสั้น กระชับ โดยไม่จำเป็นต้องอ้างอิงข้อมูล
ข. ควรเขียนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนำข้อมูลที่ค้นพบมาวิเคราะห์
ค. ไม่ควรเขียนผลที่ได้เกินจากวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ง. ใช้เพียงความรู้สึกส่วนตัวในการสรุปผลก็เพียงพอ
ข้อใดคือหลักการอภิปรายผลที่ถูกต้อง
ก. อภิปรายตามความรู้สึกของผู้ทดลองเป็นหลัก
ข. ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงหลักการหรือทฤษฎี
ค. ควรอภิปรายตามวัตถุประสงค์ และเปรียบเทียบกับงานวิจัยหรือทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
ง. อภิปรายผลโดยใช้ข้อมูลที่ไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเขียน “ประโยชน์ที่ได้รับ” จากการทำโครงงาน
ก. ควรเขียนให้สั้น กระชับ และชัดเจน
ข. ไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ของโครงงาน
ค. เขียนให้ยาวและเป็นความเรียงต่อเนื่อง
ง. ต้องเขียนให้มีอย่างน้อย 5 ข้อเสมอ
จากข้อเสนอแนะข้อใดแสดงถึงแนวทางการพัฒนาโครงงานเพิ่มเติมได้อย่างชัดเจน
ก. เลือกใช้วัสดุที่มีสีสันสวยงามเพื่อความน่าสนใจ
ข. ทดลองใช้เส้นใยจากพืชหลายชนิดในการดักจับคราบน้ำมัน
ค. เปลี่ยนรูปแบบอุปกรณ์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
ง. ลดเวลาในการทดลองให้น้อยที่สุด
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการจัดนิทรรศการโครงงานวิทยาศาสตร์
ก. ใช้ข้อความกะทัดรัด ชัดเจน และเข้าใจง่าย
ข. ใช้สีเรียบ ๆ เพื่อลดการรบกวนสายตาผู้ชม
ค. จัดวางตารางและรูปภาพอย่างเหมาะสม
ง. ลดเวลาในการทดลองให้น้อยที่สุดง. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อความและหลักการทางวิทยาศาสตร์
ข้อใดเป็นแนวทางที่ไม่เหมาะสมในการอธิบายหรือรายงานปากเปล่า
ก. รายงานอย่างตรงไปตรงมา
ข. จดหัวข้อสำคัญเพื่อช่วยในการพูด
ค. ท่องจำรายงานให้ได้ทุกคำ
ง. ตอบคำถามอย่างตรงประเด็น
ข้อใดคือลักษณะที่ดีของแผงแสดงโครงงาน PBL ส่วนกลาง
ก. มีชื่อผู้จัดทำและครูที่ปรึกษา
ข. แสดงวัตถุประสงค์ ที่มา ตัวแปร และวิธีดำเนินงาน
ค. บอกสรุปผลการศึกษาและอภิปรายผล
ง. มีข้อเสนอแนะและแนวทางการต่อยอดโครงงาน
ข้อใดต่อไปนี้ ควรคำนึงถึง ในการจัดนิทรรศการโครงงาน PBL ให้เหมาะสม
ก. ใช้ภาษาทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ
ข. เลือกสีพื้นเรียบเพื่อไม่ให้ดึงดูดสายตามากเกินไป
ค. เขียนข้อความยาว ๆ เพื่อแสดงรายละเอียดครบถ้วน
ง. วางตัวอักษรและรูปภาพให้เหมาะสม สะดุดตา และอ่านได้ชัดเจนจากระยะไกล
