wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบกลางภาค ม.4 รายวิชารวิทยาการคำนวณ

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) มุ่งเน้นการสอนสิ่งใดเป็นสำคัญ

a)

การเขียนโค้ดเพื่อสร้างโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ

b)

การจดจำข้อมูลและการคำนวณทางคณิตศาสตร์

c)

การพัฒนาพื้นฐานความคิดอย่างเป็นระบบ มีจินตนาการ และคิดแบบนามธรรมเป็น

d)

การใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ดิจิทัลขั้นสูง

2.

ข้อใดกล่าวถึงประโยชน์ของการคิดเชิงคำนวณได้ถูกต้องที่สุด

a)

ช่วยให้มีทักษะการคิดเหมือนคอมพิวเตอร์

b)

ช่วยให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบและมีขั้นตอน

c)

ช่วยให้ตอบปัญหาโจทย์ทางคณิตศาสตร์ได้อย่างรวดเร็ว

d)

ช่วยให้จดจำข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก

3.

แนวคิดเชิงคำนวณมีองค์ประกอบที่สำคัญกี่ส่วน

a)

2 ส่วน

b)

3 ส่วน

c)

4 ส่วน

d)

5 ส่วน

4.

ข้อใดคือองค์ประกอบหลักของแนวคิดเชิงคำนวณทั้งหมด

a)

การแยกส่วนประกอบ การคิดวิเคราะห์ การประเมินผล การตัดสินใจ

b)

การแยกย่อย การจดจำรูปแบบ การคิดเชิงนามธรรม การออกแบบอัลกอริทึม

c)

การวางแผน การดำเนินการ การตรวจสอบ การปรับปรุง

d)

การสร้างสรรค์ การประยุกต์ใช้ การประเมินผล การสื่อสาร

5.

หลักการคิดเชิงคำนวณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใดได้บ้าง

a)

การค้นหาสินค้าในห้างสรรพสินค้า

b)

การวางแผนเปิดร้านอาห

6.

หลักการคิดเชิงคำนวณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใดได้บ้าง

a)

การค้นหาสินค้าในห้างสรรพสินค้า

b)

การวางแผนเปิดร้านอาหารในงานเทศกาลโรงเรียน

c)

การคำนวณสถิติการทำประตูของนักกีฬาฟุตบอล

d)

ถูกทุกข้อ

7.

แนวคิด “การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา (Decomposition)” คืออะไร

a)

การหาความสัมพันธ์และลักษณะทั่วไปของสิ่งต่างๆ

b)

การพัฒนากระบวนการหาคำตอบให้เป็นขั้นตอน

c)

การแบ่งปัญหาหรืองานใหญ่ที่ซับซ้อนออกเป็นส่วนย่อยๆ ที่เล็กลงและจัดการได้ง่ายขึ้น

d)

การคัดแยกคุณลักษณะที่สำคัญออกจากรายละเอียดปลีกย่อย

8.

กรณีที่ครูกวินแบ่งปัญหาการสตาร์ทรถไม่ติด เป็น 3 ปัญหาย่อย ถือเป็นแนวคิดใด

a)

การออกแบบอัลกอริทึม

b)

การพิจารณารูปแบบ

c)

การคิดเชิงนามธรรม

d)

การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา

9.

ข้อใด ไม่ใช่ ส่วนประกอบย่อยที่ถูกต้องตามหลักการแยกส่วนประกอบ

a)

ทวีปเป็นส่วนประกอบย่อยของโลก

b)

โลกเป็นส่วนประกอบย่อยของระบบสุริยะ

c)

รุ้งกินน้ำเป็นส่วนประกอบย่อยของก้อนเมฆ

d)

ประตูเป็นส่วนประกอบย่อยของบ้าน

10.

การพิจารณาชิ้นส่วนของพัดลม เป็นการใช้แนวคิดใด

a)

การออกแบบอัลกอริทึม

b)

การพิจารณารูปแบบ

c)

การคิดเชิงนามธรรม

d)

การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา

11.

การแบ่งปัญหาใหญ่ให้เป็นปัญหาย่อยๆ มีประโยชน์อย่างไร

a)

ทำให้ปัญหาซับซ้อนยิ่งขึ้น

b)

ลดความซับซ้อนของปัญหาและช่วยให้วิเคราะห์ได้ถี่ถ้วนขึ้น

c)

ช่วยให้สามารถมองเห็นภาพรวมของปัญหาได้เท่านั้น

d)

ใช้ได้เฉพาะกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

12.

แนวคิด “การพิจารณารูปแบบ (Pattern Recognition)” คืออะไร

a)

การแบ่งปัญหาเป็นส่วนย่อย

b)

การหาความสัมพันธ์ แนวโน้ม และลักษณะทั่วไปของสิ่งต่างๆ

c)

การซ่อนรายละเอียดที่ไม่จำเป็น

d)

การกำหนดขั้นตอนการทำงาน

13.

การสังเกตว่าเมาส์ต่างยี่ห้อมีการใช้งานเหมือนกัน เป็นแนวคิดใด

a)

การแยกส่วนประกอบ

b)

การพิจารณารูปแบบ

c)

การคิดเชิงนามธรรม

d)

การออกแบบอัลกอริทึม

14.

นักเรียนเขียนขั้นตอนการล้างมือไว้ว่า “เปิดก๊อกน้ำ → ล้างมือด้วยสบู่ → ปิดก๊อกน้ำ → เช็ดมือให้แห้ง” ข้อใดสอดคล้องกับขั้นตอนดังกล่าว

a)

เป็นการคิดเชิงนามธรรม

b)

เป็นการออกแบบอัลกอริทึม

c)
  • เป็นการพิจารณารูปแบบ

d)

เป็นการแยกส่วนประกอบ

15.

การใช้คำสั่ง Repeat ใน Scratch เพื่อสร้างรูปบันได 5 ขั้น แทนการเขียนคำสั่งซ้ำ เป็นแนวคิดใด

a)

การแยกส่วนประกอบ

b)

การพิจารณารูปแบบ

c)

การคิดเชิงนามธรรม

d)

การออกแบบอัลกอริทึม

16.

ข้อใดแสดงถึงการประยุกต์ใช้แนวคิดวิทยาการคำนวณในชีวิตประจำวัน

a)

การจัดเรียงหนังสือตามหมวดหมู่ในชั้นวาง

b)

การเล่นเกมหมากรุกโดยไม่มีแผนการเล่น

c)

การฟังเพลงผ่านโทรศัพท์มือถือ

d)

การดูโทรทัศน์รายการบันเทิง

17.

หากคำว่า BANGKOK เข้ารหัสเป็น NOAKBGK แล้วคำว่า IPST จะได้เป็นอะไร

a)

TPSI

b)

PIST

18.

การคิดเชิงนามธรรม (Abstraction) คืออะไร

a)

การแบ่งปัญหาออกเป็นส่วนย่อยๆ

b)

การค้นหาความสัมพันธ์ที่เหมือนกันของข้อมูล

c)

การคัดแยกคุณลักษณะที่สำคัญและจำเป็นออกจากรายละเอียดปลีกย่อยที่ไม่จำเป็น

d)

การกำหนดลำดับขั้นตอนการทำงาน

19.

ประโยชน์ของการคิดเชิงนามธรรมคืออะไร

a)

ทำให้เห็นรายละเอียดของสิ่งที่สนใจได้ชัดเจนทั้งหมด

b)

ช่วยให้เข้าใจปัญหา และมองเห็นปัญหาได้ชัดเจนขึ้น

c)

การออกแบบชิ้นงานตรงกับสภาพจริงทุกประการ

d)

ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่มีความซ้ำซ้อน

20.

แผนที่รถไฟฟ้าที่ลดทอนรายละเอียดสถานี เป็นการประยุกต์แนวคิดใด

a)

การแยกส่วนประกอบ

b)

การพิจารณารูปแบบ

c)

การคิดเชิงนามธรรม

d)

การออกแบบอัลกอริทึม

21.

ข้อใด ไม่ใช่ การซ่อนรายละเอียด (Abstraction)

a)

การแสดงภาพลูกฟุตบอลเป็นวงกลมธรรมดา

b)

การแสดงรูปบ้านเป็นเพียงโครงร่าง

c)

การแสดงต้นไม้โดยมีเฉพาะลำต้นและกิ่ง

d)

การแสดงภาพที่เพิ่มรายละเอียดจากภาพรวมให้เห็นองค์ประกอบยิบย่อยมากขึ้น

22.

การออกแบบอัลกอริทึม (Algorithm Design) คืออะไร

a)

การวิเคราะห์ปัญหาเพื่อหาข้อมูลสำคัญเท่านั้น

b)

การพัฒนากระบวนการหาคำตอบให้เป็นขั้นตอนที่สามารถนำไปปฏิบัติตามได้

c)

การคัดแยกข้อมูลที่ซ้ำกันออกจากชุดข้อมูลขนาดใหญ่

d)

การตรวจสอบความถูกต้องของโปรแกรมหลังจากพัฒนาเสร็จ

23.

ข้อใด ไม่ใช่ คุณสมบัติของอัลกอริทึมที่ดี

a)

ใช้เวลาในการปฏิบัติงานน้อยที่สุด

b)

มีความยืดหยุ่นในการใช้งานต่ำ

c)

ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

d)

มีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน

24.

เครื่องมือใดต่อไปนี้ที่ ไม่ได้ ช่วยในการเขียนอัลกอริทึม

a)

การบรรยาย (narrative description)

b)

ผังงาน (flowchart)

c)

รหัสเทียม (pseudo code)

d)

โปรแกรมแก้ไขรูปภาพ (image editor)

25.

การเขียนคำอธิบายขั้นตอนการทำงาน โดยใช้ถ้อยคำผสมระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาการเขียนโปรแกรม เรียกว่าอะไร

a)

การบรรยาย

b)

ผังงาน

c)

รหัสเทียม

d)

แผนผังความคิด

26.

ผังงาน (Flowchart) ใช้สิ่งใดในการแสดงขั้นตอนหรือคำอธิบาย

a)

ตัวอักษรภาษาอังกฤษ

b)

รูปภาพหรือสัญลักษณ์

c)

คำพูดบรรยาย

d)

ตารางข้อมูล

27.

โครงสร้างพื้นฐานของผังงานมีกี่รูปแบบ

a)

1 รูปแบบ

b)

2 รูปแบบ

c)

3 รูปแบบ

d)

4 รูปแบบ

28.

การแก้ปัญหาตามแนวคิดวิทยาการคำนวณ หมายถึงอะไร

a)

การลองผิดลองถูกจนกว่าจะได้คำตอบที่ถูกต้อง

b)

การศึกษาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ แล้วเลือกวิธีที่ดีที่สุดทันที

c)

กระบวนการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

d)

การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยแก้ปัญหาทุกประเภท

29.

ขั้นตอนแรกของกระบวนการแก้ปัญหา 4 ขั้นตอนคืออะไร

a)

การดำเนินการแก้ปัญหา

b)

การตรวจสอบและปรับปรุง

c)

การวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา

d)

การเลือกเครื่องมือและออกแบบขั้นตอนวิธี

30.

วงจรการพัฒนาระบบ (SDLC) ที่ใช้ในการพัฒนาโครงงานเทคโนโลยีมีทั้งหมดกี่ขั้นตอน

a)

3 ขั้นตอน

b)

4 ขั้นตอน

c)

5 ขั้นตอน

d)

6 ขั้นตอน