Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบวิชาชีววิทยา

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

สารชนิดหนึ่งมีผลทําให้แอมพลิจูดของ action potential (แอกชันโพเทนเชียล) และเกิด hyperpolarization(ไฮเพอร์โพลาไรเซซัน) มากขึ้น สารชนิดนี้น่าจะมีผลต่อเซลล์ประสาทอย่างไร

a)

ปิดช่อง Na+

b)

ปิดช่อง K+

c)

ปิดช่อง Cl-

d)

ยับยั้ง Na+/K+ ปั๊ม

2.

กระแสประสาทจะเคลื่อนที่ไปได้เร็วที่สุดในกรณีใด

a)

แอกซอนมีขนาดใหญ่และมีไมอีลินหุ้ม

b)

แอกซอนมีขนาดเล็กและมีไมอีลินหุ้ม

c)

แอกซอนมีขนาดใหญ่และไม่มีไมอีลินหุ้ม

d)

แอกซอนมีขนาดเล็กและไม่มีไมอีลินหุ้ม

3.

ลักษณะของเซลล์ประสาทขณะที่ยังไม่มีกระแสประสาทมีสภาพอย่างไร

a)

ด้านนอกเยื่อหุ้มเซลล์มี Na+ น้อยกว่าด้านใน

b)

ด้านนอกเยื่อหุ้มเซลล์มี Na+ มากกว่าด้านใน

c)

ด้านนอกเยื่อหุ้มเซลล์มี K+ มากกว่าด้านใน

d)

ที่ปลายด้านหนึ่งมีประจุบวกอีกด้านมีประจุลบ

4.

การเปลี่ยนแปลงในข้อใดจะเกิดขึ้นเมื่อลอกเยื่อไมอีลิน ของเซลล์ประสาทออก

a)

การนํากระแสประสาทช้าลง

b)

เกิดกระแสประสาทได้ง่ายขึ้น

c)

ระยะเวลาจากถูกกระตุ้นจนเกิดกระแสประสาทน้อยลง

d)

Na+ ผ่านเข้าเซลล์ง่ายขึ้น

5.

ผลที่เกิดจาก sodium-potassium pump ได้แก่ ตัวเลือกใด

a)

มีความเข้มข้นของ Na+ ต่ําภายในเซลล์

b)

มีความเข้มข้นของ K+ สูงภายในเซลล์

c)

ผิวนอกเซลล์มีประจุบวกส่วนผิวด้านในเซลล์มีประจุลบ

d)

ข้อ 1)และ 3) ข้อ 2) และ3) ข้อ 1)และ 2) ข้อ 1),2) และ3)

6.

สมองส่วนใดของมนุษย์ที่ควบคุมการกลั้นหายใจขณะดําน้ํา

a)

พอนส์

b)

เซรีบรัม

c)

เซรีเบลลัม

d)

ออพติกโลบ

7.

ข้อใดเป็นผลจากการทํางานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก

a)

รูม่านตาหรี่

b)

ถุงน้ําดีคลายตัว

c)

หัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้น

d)

หลอดลมฝอยในปอดขยายตัว

8.

ถ้ากระตุ้นเซลล์ประสาทถี่ๆซ้ํากันหลายๆครั้ง ในขณะที่ผิวด้านนอกมีประจุลบจะมีผลอย่างไร

a)

เกิดกระแสประสาทขนาดเท่าเดิม เคลื่อนที่ในอัตราเร็วเท่าเดิม

b)

เกิดกระแสประสาทขนาดเพิ่มขึ้น เคลื่อนที่ช้ากว่าเดิม

c)

ไม่เกิดกระแสประสาท เพราะไม่มี Na+ -K+ pump

d)

ไม่เกิดกระแสประสาท เพราะ Na+ และ K+ ยังไม่กลับที่เดิม

9.

แอลกอฮอล์ในสุรามีผลต่อสมองส่วนใด จึงทําให้ผู้ดื่มไม่สามารถควบคุมการเดินให้เป็นปกติ

a)

เซรีเบลลัม

b)

ซีรีบรัม

c)

ทาลามัส

d)

เมดัลลา ออบลองกาตา

10.

ถ้าสมองส่วน medulla oblongata ถูกทําลายจะเกิดผลอย่างไร

a)

ไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้

b)

การรับรู้ทางการได้ยิน และพูดเสียไป

c)

ความจําหมดสิ้นไป

d)

ตายทันที

11.

ข้อความใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับสมอง

a)

การดมกลิ่น- olfactory bulb

b)

hypothalamus เป็นสถานีถ่ายทอดความรู้สึกและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ

c)

medulla oblongata –การหายใจ การเต้นของหัวใจ

d)

เส้นประสาทสมองในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมี 12 คู่

12.

หน้าที่สําคัญของ Eustachian tube(ท่อยูสเตเซีย) คือข้อใด

a)

ปรับความดันอากาศระหว่างภายนอกและหูส่วนกลาง

b)

ปรับความดันอากาศระหว่างภายนอกและหูส่วนใน

c)

ปรับไม่ให้ร่างกายเสียการทรงตัว

d)

ช่วยให้หูแยกเสียงต่างๆได้ถูกต้อง

13.

การเปลี่ยนแปลงในข้อใดเกิดขึ้นขณะมองภาพในระยะไกล

a)

กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาหดตัว เลนส์ตาโค้งนูนน้อยลง

b)

กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาหดตัว เลนส์ตาโค้งนูนมากขึ้น

c)

กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาคลายตัว เลนส์ตาโค้งนูน

d)

กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาหดตัว เลนส์ตาโค้งนูนมากขึ้น

14.

ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง แม่ครัวปรุงส้มตําโดยใช้น้ําตาลปี๊บ น้ําปลาร้า มะนาว พริกขี้หนู และผงชูรส เมื่อรับประทานอาหารจากร้านดังกล่าว เซลล์รับรสที่ตุ่มรับรสบนลิ้นจะรับรสต่อไปนี้ได้เกือบทุกรส ยกเว้นข้อใด

a)

เผ็ด

b)

เค็ม

c)

หวาน

d)

อูมามิ

15.

เมื่อนั่งรถเวียนขึ้นเขาสูง และเกิดอาการเมารถเวียนศีรษะจนไม่สามารถนั่งได้ตามปกติ น่าจะมีสาเหตุมาจากข้อใด

a)

คอเคลียทํางานไม่ปกติ

b)

เซมิเซอร์คิวลาร์ แคแนล ทํางานไม่ปกติ

c)

เยื่อแก้วหูทํางานไม่ปกติ

d)

ศูนย์ควบคุมการหายใจในสมองทํางานไม่ปกติ

16.

การที่เรารู้สึกว่าอาหารอร่อยนั้น เป็นผลมาจากการทํางานของข้อใด

a)

taste buds(ตุ่มรับรส) ที่ลิ้น

b)

taste buds (ตุ่มรับรส) ที่ลิ้นและประสาทรับรู้ที่ริมฝีปาก

c)

taste buds(ตุ่มรับรส) เฉพาะส่วนที่อยู่ปลายลิ้น

d)

taste buds(ตุ่มรับรส) ที่ลิ้นและอวัยวะรับกลิ่นในโพรงจมูก

17.

การที่ตาคนมีสีดําน้ําตาล หรือฟ้า เกิดจากส่วนประกอบใดของตา

a)

เลนส์ตา

b)

เรตินา

c)

พิวพิล

d)

ม่านตา

18.

การเป็นหวัดทําให้เกิดอาการหูอื้อ เนื่องมาจากสาเหตุใด

a)

ส่วนในอักเสบจึงรับความสู้สึกจากหูส่วนกลางไม่ได้

b)

เยื่อแก้วหูเกิดการอักเสบ

c)

Eustachian tube(ท่อยูสเตเซีย) เกิดการอักเสบและตันปรับอากาศไม่ได้

d)

กระดูกค้อน ทั่ง โกลน อักเสบติดกัน ทําให้สั่นสะเทือนไม่ได้

19.

ข้อใดจัดเป็นระบบประสาทอัตโนวัติทั้งหมด

a)

ระบบประสาทโซมาติก และระบบประสาทซิมพาเทติก

b)

ระบบประสาทโซมาติก และระบบประสาทพาราซิมพาเทติก

c)

ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก และระบบประสาทซิมพาเทติก

d)

ถูกทุกข้อ

20.

ปลายประสาทรับความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งใดที่อยู่ระดับบนสุดและล่างสุดของผิวหนังเรียงตามลําดับ

a)

รับสัมผัสและความเย็น

b)

ความเจ็บปวดและแรงกด

c)

ความร้อนและรับแรงกด

d)

รับความเจ็บปวดและความเย็น

21.

ี่อมีบาเคลื่อนที่ โครงสร้างภายในจะมีลักษณะของการทํางานเช่นเดียวกับสิ่งใด

a)

ไมโครฟิลาเมนต์ของกล้ามเนื้อ

b)

ไมโครทูบูลของเซลล์ทั่วไป

c)

เซลล์ที่เคลื่อนไหวโดยอาศัยแรงดันไฮโดรสแตติก

d)

ไมโครฟิลาเมนต์และไมโครทูบูล

22.

ในขณะยกกล่อง กล้ามเนื้อบริเวณแขนทํางานสัมพันธ์กันอย่างไร

a)

กล้ามเนื้อไบเซพหดตัว กล้ามเนื้อไตรเซพหดตัว

b)

กล้ามเนื้อไบเซพคลายตัว กล้ามเนื้อไตรเซพหดตัว

c)

กล้ามเนื้อไบเซพหดตัว กล้ามเนื้อไตรเซพคลายตัว

d)

กล้ามเนื้อไบเซพไม่เปลี่ยนแปลง กล้ามเนื้อไตรเซพหดตัว

23.

ในเซลล์กล้ามเนื้อแคลเซียมไอออนถูกสะสมไว้ที่ใด

a)

ไมโทคอนเดรีย

b)

ไมโครฟิลาเมนต์

c)

กอจจิคอมเพล้กซ์

d)

ซาร์โคพลาสมิกเรติคิวลัม

24.

การหดตัวของกล้ามเนื้อเกิดจากอะไร

a)

การเลื่อนตัวของแอกทินเข้าหากัน

b)

แอกทินหดตัวและไมโอซินคลายตัว

c)

การจับกันของแอกทินกับโปรตีนควบคุม

d)

แคลเซียมถูกดึงกลับไปยังซาร์โคพลาสมิกเรติคิวลัม

25.

การเคลื่อนที่ของไส้เดือนดินมีทิศทางที่แน่นอนต่างกับพยาธิตัวกลมซึ่งได้แต่งอตัวไปมาเป็นเพราะเหตุใด

a)

ไส้เดือนดินมีขนแข็ง ๆ สั้น ๆ ช่วยยึดดิน

b)

ไส้เดือนดินมีกล้ามเนื้อทั้งตามยาวและตามขวาง

c)

ไส้เดือนดิน

26.

โครงสร้างคู่ใดทําหน้าที่เหมือนกัน

a)

เดือยของไส้เดือนกับทิวบ์ฟีดของดาวทะเล

b)

เซลล์คอลลาของฟองน้ํากับเฟลมเซลล์

c)

เฟลมเซลล์กับนีมาโตซิสต์

d)

เซลล์คอลลากับนีมาโตซิสต์

27.

การเลื่อนเข้าหากันของแอกติน และไมโอชินในไมโครฟิลาเมนต์ทําให้เกิดกิจกรรมในข้อใดต่อไปนี้ ยกเว้น

a)

การเคลื่อนที่ของอสุจิ

b)

การหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบ

c)

การเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาว

d)

การคอดกิ่วของเยื่อหุ้มเซลล์ ขณะแบ่งตัวแบบ mitosis(ไมโทซิส)

28.

สัตว์กลุ่มที่อาศัยระบบน้ําช่วยในการเคลื่อนที่ ได้แก่ข้อใด

a)

พารามีเซียม ไฮดรา หวีวุ้น

b)

ยูกลีนา ฟองน้ํา พลานาเรีย

c)

แมงกะพรุน ปลาดาว หอยสองฝา

d)

ปลาหมึก ปลาฉลาม ปลาดาว

29.

ในระหว่างการวิ่งของสุนัข สุนัขเคลื่อนที่ไปได้โดยอาศัยการทํางานของระบบอวัยวะอะไรบ้าง

a)

ระบบกล้ามเนื้อเรียบ

b)

ระบบกล้ามเนื้อลาย

c)

ระบบกล้ามเนื้อที่ยึดกับกระดูก

d)

ระบบกล้ามเนื้อที่อยู่นอกการควบคุมของจิตใจ

30.

ข้อใดเป็นกระดูกแกนทั้งหมด

a)

กระดูกสันหลัง กระดูกแขน กระดูกขา

b)

กระดูกสะบัก กระดูกก้นกบ กระดูกขา

c)

กระดูกอก กระดูกสะบัก กระดูกซี่โครง

d)

กะโหลกศีรษะ กระดูกอก กระดูกซี่โครง

31.

ขาสามารถงอได้เนื่องมาจากการทํางานของข้อต่อชนิดใด

a)

ข้อต่อแบบเบ้า

b)

ข้อต่อแบบเดือย

c)

ข้อต่อแบบสไลด์

d)

ข้อต่อแบบอานม้า

32.

กล้ามเนื้อใดถูกควบคุมโดยระบบประสาทโซมาติก

a)

กล้ามเนื้อขา

b)

กล้ามเนื้อหัวใจ

c)

กล้ามเนื้อลําไส้

d)

กล้ามเนื้อผนังมดลูก

33.

ข้อใดไม่ใช่บทบาทสําคัญของระบบกล้ามเนื้อ

a)

เป็นแหล่งสะสมพลังงาน

b)

ช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้

c)

ยึดกระดูก 2 ชิ้นให้เชื่อมต่อกัน

d)

รักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม

34.

ข้อใดต่อนี้เป็นลักษณะของกล้ามเนื้อสเคลเลตัน (Skeletal muscle)

a)

1 และ 3

b)

เกาะอยู่กับโครงกระดูก

c)

ประกอบด้วยกล้ามเนื้อเรียบ

d)

มีความสามารถในการหดตัวได้แรงมาก

e)

ทํางานนอกการควบคุมการทํางานของจิตใจ

35.

เมื่อนักกีฬาวิ่งมาราธอนเกิดอาการ "ตะคริว" ที่น่อง สภาวะภายในเซลล์กล้ามเนื้อ ณ ขณะนั้นเป็นอย่างไร

a)

มีแคลเซียมไอออนในเซลล์ปริมาณสูง แต่ขาด ATP ที่จะใช้ในการคลายตัว

b)

มีพลังงาน ATP สะสมอยู่มากเกินไป ทําให้กล้ามเนื้อหดตัวอย่างรุนแรง

c)

เส้นใยแอกทินและไมโอซินฉีกขาดออกจากกัน

d)

ระบบประสาทอัตโนวัติสั่งการให้กล้ามเนื้อหดตัวค้าง

36.

การทํางานเป็นคู่ในสภาวะตรงกันข้าม (Antagonism) ของกล้ามเนื้อโครงร่าง มีความสําคัญอย่างไร

a)

ทําให้กล้ามเนื้อทั้งสองมัดแข็งแรงเท่ากัน

b)

ทําให้สามารถเคลื่อนไหวกระดูกในทิศทางตรงข้ามกันได้อย่างนุ่มนวล

c)

ช่วยป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อใช้พลังงาน ATP มากเกินไป

d)

ทําให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อทั้งสองมัดได้อย่างทั่วถึง

37.

ข้อใดเปรียบเทียบลักษณะของกล้ามเนื้อหัวใจและกล้ามเนื้อโครงร่างได้ถูกต้องที่สุด

a)

ทั้งสองชนิดมีหลายนิวเคลียสในหนึ่งเซลล์ แต่ทํางานนอกอํานาจจิตใจเหมือนกัน

b)

ทั้งสองชนิดมองเห็นเป็นลาย และทํางานภายใต้อํานาจจิตใจเหมือนกัน

c)

ทั้งสองชนิดมองเห็นเป็นลาย แต่กล้ามเนื้อหัวใจมีเซลล์แตกแขนงและอยู่นอกอํานาจจิตใจ

d)

กล้ามเนื้อหัวใจไม่มีลาย แต่กล้ามเนื้อโครงร่างมีลายและทํางานต่างระบบประสาทกัน

38.

การกระทําในข้อใดที่แสดงการทํางานของระบบประสาทโซมาติก (Somatic Nervous System) อย่างชัดเจนที่สุด

a)

การเต้นของหัวใจขณะตกใจ

b)

การหดตัวของม่านตาเมื่อเจอแสงจ้า

c)

การบีบตัวของกระเพาะอาหารเพื่อย่อยอาหาร

d)

การเตะฟุตบอลเข้าประตู

39.

หากนักกีฬาได้รับบาดเจ็บจน "เอ็นยึดกระดูก" (Tendon) ที่เชื่อมระหว่างกล้ามเนื้อไบเซพกับกระดูกแขนขาด จะส่งผลโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวอย่างไร

a)

ไม่สามารถเหยียดแขนตรงได้

b)

ไม่สามารถงอข้อศอกเพื่อยกของได้

c)

ข้อศอกไม่สามารถยึดติดกันได้

d)

กล้ามเนื้อไตรเซพจะหดตัวค้าง

40.

ข้อใดคือความแตกต่างที่สําคัญระหว่าง "เอ็นยึดกระดูก" (Tendon) และ "เอ็นยึดข้อ" (Ligament)

a)

เอ็นยึดกระดูกยึดกระดูกกับกระดูก ส่วนเอ็นยึดข้อยึดกล้ามเนื้อกับกระดูก

b)

เอ็นยึดกระดูกทําหน้าที่ส่งแรงจากกล้ามเนื้อไปที่กระดูก ส่วนเอ็นยึดข้อยึดกระดูกให้ติดกันที่ข้อต่อ

c)

เอ็นยึดกระดูกมีความยืดหยุ่นสูงกว่าเอ็นยึดข้อ

d)

เอ็นยึดกระดูกพบได้ทุกส่วนของร่างกาย แต่เอ็นยึดข้อพบเฉพาะที่แขนและขา