wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ระบบฐานข้อมูล ส.ทล.1 1-68

Total questions: 45

Worksheet time: 23mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักของการมีระบบฐานข้อมูล

a)

เพื่อจัดเก็บข้อมูลให้ซับซ้อนที่สุด

b)

เพื่อลดความซ้ำซ้อน

c)

เพื่อให้ผู้ใช้แต่ละคนสามารถสร้างฐานข้อมูลของตนเองได้

d)

เพื่อเพิ่มความเร็วในการประมวลผลโปรแกรมประยุกต์เพียงอย่างเดียว

2.

ข้อใดคือข้อดีของการใช้ระบบฐานข้อมูลเมื่อเทียบกับการใช้ระบบแฟ้มข้อมูลแบบดั้งเดิม

a)

การเข้าถึงข้อมูลทำได้ยากขึ้น

b)

ความซ้ำซ้อนของข้อมูลเพิ่มขึ้น

c)

การควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลทำได้ดีขึ้น

d)

การแบ่งปันข้อมูลทำได้จำกัด

3.

ข้อใดไม่ใช่ข้อเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ระบบฐานข้อมูล

a)

มีความซับซ้อนในการออกแบบและจัดการ

b)

ต้องใช้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ

c)

ค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูง

d)

ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล

4.

หน้าที่หลักของระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คือข้อใด

a)

จัดการฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์

b)

จัดการการเข้าถึงข้อมูล การจัดเก็บ และการเรียกใช้ข้อมูล

c)

สร้างโปรแกรมประยุกต์สำหรับผู้ใช้

d)

ออกแบบโครงสร้างเครือข่าย

5.

ข้อใดคือลักษณะสำคัญของข้อมูลในระบบฐานข้อมูลที่ดี

a)

ข้อมูลต้องซ้ำซ้อนกันเพื่อความปลอดภัย

b)

ข้อมูลควรมีความเป็นอิสระจากโปรแกรมประยุกต์

c)

ข้อมูลควรถูกจัดเก็บในรูปแบบที่แตกต่างกันไปในแต่ละโปรแกรม

d)

ข้อมูลไม่จำเป็นต้องมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ

6.

Data Independence หมายถึงอะไรในระบบฐานข้อมูล

a)

ข้อมูลสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่

b)

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูลในระดับหนึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้ข้อมูลนั้น

c)

ข้อมูลแต่ละส่วนไม่ขึ้นต่อกัน

d)

ข้อมูลสามารถถูกแก้ไขได้โดยอิสระโดยผู้ใช้ทุกคน

7.

ข้อใดคือหน้าที่ของ Data Dictionary (พจนานุกรมข้อมูล)

a)

จัดเก็บข้อมูลจริงของระบบ

b)

จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างของฐานข้อมูล (Metadata)

c)

จัดการการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้

d)

ประมวลผลคำสั่ง SQL

8.

ข้อใดคือบทบาทของ Database Administrator (DBA)

a)

ผู้ใช้งานฐานข้อมูลทั่วไป

b)

ผู้พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้ฐานข้อมูล

c)

ผู้รับผิดชอบในการออกแบบ ติดตั้ง บำรุงรักษา และควบคุมฐานข้อมูล

d)

ผู้ดูแลระบบปฏิบัติการ

9.

สถาปัตยกรรมฐานข้อมูลแบบใดที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ

a)

Centralized Architecture

b)

Client-Server Architecture

c)

ANSI/SPARC Architecture

d)

Distributed Architecture

10.

ระดับใดในสถาปัตยกรรมแบบ 3 ระดับ ที่เกี่ยวข้องกับมุมมองของผู้ใช้แต่ละคน

a)

External Schema

b)

Conceptual Schema

c)

Internal Schema

d)

Physical Schema

11.

ระดับใดในสถาปัตยกรรมแบบ 3 ระดับ ที่อธิบายถึงโครงสร้างตรรกะของฐานข้อมูลทั้งหมด โดยไม่ขึ้นกับวิธีการจัดเก็บจริง

a)

External Schema

b)

Conceptual Schema

c)

Internal Schema

d)

Physical Schema

12.

ระดับใดในสถาปัตยกรรมแบบ 3 ระดับ ที่อธิบายถึงวิธีการจัดเก็บข้อมูลจริงบนสื่อบันทึกข้อมูล

a)

External Schema

b)

Conceptual Schema

c)

Internal Schema

d)

Logical Schema

13.

ข้อใดคือข้อดีของสถาปัตยกรรมแบบ 3 ระดับ

a)

ทำให้การออกแบบฐานข้อมูลง่ายขึ้นมาก

b)

เพิ่มความซ้ำซ้อนของข้อมูล

c)

สนับสนุน Data Independence

d)

ลดความปลอดภัยของข้อมูล

14.

ขั้นตอนแรกในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลคือข้อใด

a)

การออกแบบฐานข้อมูล

b)

การวิเคราะห์ความต้องการ

c)

การนำไปใช้งาน

d)

การบำรุงรักษา

15.

ในขั้นตอนการวิเคราะห์ความต้องการ (Requirements Analysis) สิ่งสำคัญที่ต้องทำคืออะไร

a)

สร้างตารางและกำหนดความสัมพันธ์

b)

รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของผู้ใช้และฟังก์ชันของระบบ

c)

ติดตั้ง DBMS และโหลดข้อมูล

d)

ทดสอบประสิทธิภาพของฐานข้อมูล

16.

การออกแบบฐานข้อมูลเชิงแนวคิด (Conceptual Database Design) มักใช้เครื่องมือใดในการสร้างแบบจำลอง?

a)

SQL Queries

b)

Entity-Relationship (ER) Model

c)

Programming Languages

d)

Spreadsheet Software

17.

ในขั้นตอนการออกแบบฐานข้อมูลเชิงตรรกะ (Logical Database Design) สิ่งที่ต้องทำคืออะไร

a)

กำหนดประเภทข้อมูลและขนาดของแต่ละฟิลด์

b)

แปลงแบบจำลองเชิงแนวคิด (ER Model) ให้เป็นแบบจำลองเชิงสัมพันธ์ (Relational Model)

c)

กำหนดวิธีการจัดเก็บข้อมูลบนดิสก์

d)

เขียนโปรแกรมประยุกต์

18.

การออกแบบฐานข้อมูลเชิงกายภาพ (Physical Database Design) เกี่ยวข้องกับสิ่งใด

a)

การสร้าง ER Diagram

b)

การกำหนด Normal Form ของตาราง

c)

การเลือกโครงสร้างการจัดเก็บข้อมูล (เช่น Indexing) และการจัดเรียงข้อมูล

d)

การสัมภาษณ์ผู้ใช้เพื่อเก็บความต้องการ

19.

ในขั้นตอนการนำไปใช้งาน (Implementation) สิ่งที่ต้องทำคืออะไร

a)

กำหนดข้อกำหนดความต้องการ

b)

สร้างตารางและกำหนดข้อจำกัดต่างๆ ใน DBMS

c)

ปรับปรุงประสิทธิภาพของฐานข้อมูล

d)

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

20.

การทดสอบ (Testing) ในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

a)

เพื่อรวบรวมความต้องการของผู้ใช้เพิ่มเติม

b)

เพื่อตรวจสอบว่าฐานข้อมูลทำงานได้ถูกต้องตามที่ออกแบบไว้และตอบสนองความต้องการ

c)

เพื่อติดตั้งซอฟต์แวร์ DBMS

d)

เพื่อฝึกอบรมผู้ใช้งาน

21.

ขั้นตอนการบำรุงรักษา (Maintenance) ของระบบฐานข้อมูลเกี่ยวข้องกับสิ่งใด

a)

การออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูลใหม่ทั้งหมด

b)

การสำรองข้อมูล การกู้คืนข้อมูล การปรับปรุงประสิทธิภาพ และการแก้ไขข้อผิดพลาด

c)

การเลือก DBMS ที่เหมาะสม

d)

การวิเคราะห์ความต้องการเริ่มต้น

22.

ข้อใดคือความสำคัญของ "การสำรองข้อมูล (Backup)" ในขั้นตอนการบำรุงรักษา

a)

เพื่อเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล

b)

เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายจากความผิดพลาดหรือภัยพิบัติ

c)

เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล

d)

เพื่อปรับปรุงคุณภาพของข้อมูล

23.

ในขั้นตอนใดของการพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ต้องมีการ Normalization

a)

การวิเคราะห์ความต้องการ

b)

การออกแบบฐานข้อมูลเชิงตรรกะ

c)

การออกแบบฐานข้อมูลเชิงกายภาพ

d)

การนำไปใช้งาน

24.

ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database) จัดเก็บข้อมูลในรูปแบบใด

a)

ต้นไม้ (Tree)

b)

กราฟ (Graph)

c)

ตาราง (Table)หรือ รีเลชัน (Relation)

d)

แฟ้มข้อมูล (File)

25.

ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ "Relation" หมายถึงอะไร

a)

แถว (Row)

b)

คอลัมน์ (Column)

c)

ตาราง (Table)

d)

ฟิลด์ (Field)

26.

ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ "Tuple" หมายถึงอะไร

a)

แถว (Row) หรือ เรคคอร์ด (Record)

b)

คอลัมน์ (Column) หรือ แอตทริบิวต์ (Attribute)

c)

ชื่อตาราง

d)

ประเภทข้อมูล

27.

ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ "Attribute" หมายถึงอะไร

a)

แถว (Row)

b)

คอลัมน์ (Column)

c)

ตาราง

d)

ค่าข้อมูล

28.

"Primary Key" (คีย์หลัก) มีคุณสมบัติอย่างไร

a)

สามารถมีค่าซ้ำกันได้

b)

สามารถมีค่าเป็น NULL ได้

c)

ใช้ระบุแต่ละแถวในตารางได้อย่างไม่ซ้ำกัน และต้องไม่เป็น NULL

d)

ใช้เชื่อมโยงตารางอื่นเท่านั้น

29.

"Foreign Key" (คีย์นอก) มีคุณสมบัติอย่างไร

a)

เป็นคีย์หลักของตารางนั้นเอง

b)

เป็นแอตทริบิวต์ที่อ้างอิงถึง Primary Key ของตารางอื่น

c)

ต้องมีค่าไม่ซ้ำกันในตารางเสมอ

d)

ต้องมีค่าเป็น NULL เสมอ

30.

"Degree of a Relation" หมายถึงอะไร

a)

จำนวนแถวในตาราง

b)

จำนวนคอลัมน์ (แอตทริบิวต์)

c)

จำนวนตารางในฐานข้อมูล

d)

ระดับของ Normal Form

31.

ข้อใดคือภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

a)

Java

b)

Python

c)

SQL

d)

C++

32.

ข้อใดคือหน้าที่หลักของคำสั่ง DML (Data Manipulation Language) ใน SQL

a)

การสร้างตาราง

b)

การลบตาราง

c)

การเพิ่ม ลบ แก้ไข และเรียกใช้ข้อมูลในตาราง

d)

การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้

33.

คำสั่ง SQL ใดที่ใช้ในการเรียกดูข้อมูลจากตาราง

a)

INSERT

b)

UPDATE

c)

DELETE

d)

SELECT

34.

คำสั่ง SQL ใดที่ใช้ในการเพิ่มข้อมูลใหม่เข้าไปในตาราง

a)

INSERT

b)

UPDATE

c)

DELETE FROM

d)

CREATE TABLE

35.

คำสั่ง SQL ใดที่ใช้ในการแก้ไขข้อมูลที่มีอยู่ในตาราง

a)

INSERT INTO

b)

UPDATE

c)

DELETE FROM

d)

SELECT

36.

คำสั่ง SQL ใดที่ใช้ในการลบข้อมูลออกจากตาราง

a)

INSERT INTO

b)

UPDATE

c)

DELETE

d)

DROP TABLE

37.

ในระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) ความสัมพันธ์แบบ "หนึ่งต่อหนึ่ง"ข้อใดถูกต้อง

a)

1 : N

b)

1 ต่อ กลุ่ม

c)

N : 1

d)

1 : 1

38.

Entity Integrity (ความคงสภาพของเอนทิตี้) ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์หมายถึงอะไร

a)

ค่าของ Foreign Key ต้องมีอยู่จริงใน Primary Key ของตารางที่อ้างอิงถึง

b)

Primary Key ต้องมีค่าไม่ซ้ำกันและต้องไม่เป็น NULL

39.

Normalization (นอร์มัลไลเซชัน) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร

a)

เพื่อเพิ่มความซ้ำซ้อนของข้อมูล

b)

เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลและแก้ไขปัญหา Anomaly

c)

เพื่อทำให้การเรียกใช้ข้อมูลช้าลง

d)

เพื่อทำให้ฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่ขึ้น

40.

ใน 1NF (First Normal Form) ข้อใดคือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุด

a)

ทุก Non-key Attribute ต้องขึ้นอยู่กับ Primary Key ทั้งหมด

b)

ไม่มี Transitive Dependency

c)

ทุกแอตทริบิวต์ต้องมีค่าเดียว (Atomic) และไม่มีกลุ่มของค่าที่ซ้ำกัน

d)

ทุกแอตทริบิวต์ต้องเป็น Primary Key

41.

ผังงาน ER Diagram คืออะไร

a)

แบบจำลองที่ใช้อธิบายโครงสร้างของฐานข้อมูลซึ่งเขียนออกมาในลักษณะของโค้ด

b)

แบบจำลองที่ใช้อธิบายโครงสร้างของฐานข้อมูลซึ่งเขียนออกมาในลักษณะของฐานข้อมูล

c)

แบบจำลองที่ใช้อธิบายโครงสร้างของฐานข้อมูลซึ่งเขียนออกมาในลักษณะของรูปภาพ

d)

แบบจำลองที่ใช้อธิบายโครงสร้างของฐานข้อมูลซึ่งเขียนออกมาในลักษณะของตัวแปรภาษา

42.

Database Management System มีคำย่อว่าอะไร

a)

DMS

b)

DCMS

c)

DMAS

d)

DBMS

43.

ในระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) ความสัมพันธ์แบบ "หนึ่งต่อกลุ่ม"ข้อใดถูกต้อง

a)

1 : N

b)

1 ต่อ กลุ่ม

c)

N : 1

d)

1 : 1

44.

คำสั่ง SQL ในการสร้างฐานข้อมูลข้อใดถูกต้อง

a)

Create Table

b)

New database

c)

Create Table

d)

Create database

45.

คำสั่ง SQL ในการเรียกข้อมูลมาแสดงข้อใดถูกต้อง

a)

Show * form....

b)

Select * form....

c)

Insert*form....

d)

Create*form...