wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

กลอนดอกสร้อย รำพึงในป่าช้า

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า แปลงมาจากวรรณคดีอังกฤษเรื่องใด

a)

Hamlet

b)

Elegy Written in a Country Churchyard

c)

Paradise Lost

d)

The Canterbury Tales

2.

ผู้แต่งต้นฉบับวรรณคดีอังกฤษคือใคร

a)

William Shakespeare

b)

John Milton

c)

Geoffrey Chaucer

d)

Thomas Gray

3.

ผู้แปลเรื่องจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยคือใคร

a)

พระยาอุปกิตศิลปสาร

b)

พระยาอนุมานราชธน

c)

พระสารประเสริฐ

d)

กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

4.

ผู้แต่งกลอนดอกสร้อยฉบับภาษาไทยคือใคร

a)

พระยาอุปกิตศิลปสาร

b)

พระยาอนุมานราชธน

c)

พระสารประเสริฐ

d)

พระมหากวี

5.

ผู้แต่งบทกถามุขในเรื่องนี้คือใคร

a)

พระยาอุปกิตศิลปสาร

b)

พระยาอนุมานราชธน

c)

พระสารประเสริฐ

d)

สุนทรภู่

6.

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า แต่งด้วยคำประพันธ์ชนิดใด

a)

กลอนสุภาพ

b)

กลอนดอกสร้อย

c)

กลอนบทละคร

d)

กลอนสี่

7.

คำขึ้นต้นและลงท้ายของกลอนดอกสร้อยคือข้อใด

(a)  

8.

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า มีจำนวนทั้งหมดกี่บท

a)

22 บท

b)

33 บท

c)

44 บท

d)

11 บท

9.

แนวคิดหลักของกลอนเรื่องนี้ตรงกับหลักธรรมในพระพุทธศาสนาใด

a)

อริยสัจ 4

b)

ปฏิจจสมุปบาท

c)

ไตรลักษณ์

d)

ศีล 5

10.

คำว่า “หง่างเหง่ง” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด

a)

สัทพจน์

b)

อุปมา

c)

บุคคลวัติ

d)

อติพจน์

11.

นกแสกที่ปรากฏในกลอน มีความหมายตามความเชื่อไทยว่าอะไร

(a)  

12.

หมดเอ๋ยหมดห่วง                         หมดดวงวิญญาณลาญสลาย

ถึงลมเช้าชวยชื่นรื่นสบาย                                 เตือนนกแอ่นลมผายแผดสำเนียง

อยู่ตามโรงมุงฟางข้างข้างนั้น                           ทั้งไก่ขันแข่งดุเหว่าระเร้าเสียง

โอ้เหมือนปลุกร่างกายนอนรายเรียง               พ้นสำเนียงที่จะปลุกให้ลุก เอย

จากคำประพันธ์ข้างต้น ผู้แต่งต้องการสื่อถึงอะไร

a)

การละทิ้งห่วงเมื่อถึงความตาย

b)

ความสงบสุขในครอบครัว

c)

ทำใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

d)

เตรียมตัวให้พร้อมด้วยความไม่ประมาท

13.

กองเอ๋ยกองข้าว                                            กองสูงราวโรงนายิ่งน่าใคร่

เกิดเพราะการเก็บเกี่ยวด้วยเคียวใคร                ใครเล่าไถคราดพื้นฟื้นแผ่นดิน

เช้าก็ขับโคกระบือถือคันไถ                               สำราญใจตามเขตประเทศถิ่น

ยึดหางยามยักไปตามใจจินต์                              หางยามผินตามใจเพราะใคร เอย

จากบทประพันธ์ข้างต้น ผู้แต่งรู้สึกอย่างไรกับชาวนา

a)

เห็นด้วยกับการกระทำของชาวนา

b)

สำนึกและเห็นถึงความสามารถของชาวนา

c)

สำนึกในบุญคุณของชาวนา

d)

สำนึกในความอดทนทำงานของชาวนา

14.

ตัวเอ๋ยตัวทะยาน                           อย่าบันดาลดลใจให้ใฝ่ฝัน

ดูถูกกิจชาวนาสารพัน                        และความครอบครองกันอันชื่นบาน

เขาเป็นสุขเรียบเรียบเงียบสงัด          มีปวัตติ์เป็นไปไม่วิตถาร

ขออย่าได้เย้ยเยาะพูดเราะราน          ดูหมิ่นการเป็นอยู่เพื่อนตู เอย

จากบทประพันธ์ข้างต้น ผู้แต่งต้องการเตือนใจคนเรื่องใด

a)

อย่าดูถูกวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวนา

b)

อย่าประมาทในความตาย

c)

อย่ามัวเมาในอำนาจ

d)

อย่าลืมบุญคุณบรรพบุรุษ

15.

 คุณค่าด้านสังคมของกลอนเรื่องนี้คือข้อใด

a)

สะท้อนวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวนา

b)

สะท้อนการปกครองในสมัยโบราณ

c)

สะท้อนความเชื่อเรื่องเวทมนตร์

d)

สะท้อนวัฒนธรรมตะวันตก

16.

ข้อคิดสำคัญที่ได้จากกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าคือข้อใด

a)

ชีวิตมนุษย์ไม่พ้นความตาย

b)

ชีวิตคนมั่งคั่งจะยืนยาวกว่า

c)

ความรู้ช่วยให้หลีกเลี่ยงความตาย

d)

ชีวิตในเมืองสุขสบายกว่าในชนบท

17.

ห่วงเอ๋ยห่วงอะไร                    ไม่ยิ่งใหญ่เท่าห่วงดวงชีวิต

แม้คนลืมสิ่งใดได้สนิท      ก็ยังคิดขึ้นได้เมื่อใกล้ตาย

ใครจะยอมละทิ้งซึ่งสิ่งสุข                 เคยเป็นทุกข์ห่วงใยเสียได้ง่าย

ใครจะยอมละแดนแสนสบาย           โดยไม่ชายตาใฝ่อาลัย เอย

จากคำประพันธ์ข้างต้น มนุษย์ห่วงหาอะไรมากที่สุด

(a)  

18.

ดวงเอ๋ยดวงมณี                                          มักจะลี้ลับอยู่ในภูผา

หรือใต้ท้องห้องสมุทรสุดสายตา                      ก็เสื่อมซาสิ้นชมนิยมชน

บุปผชาติชูสีและมีกลิ่น                                      อยู่ในถิ่นที่ไกลเช่นไพรสณฑ์

ไม่มีใครได้เชยเลยสักคน                                   ย่อมบานหล่นเปล่าดายมากมาย เอย

จากคำประพันธ์ข้างต้น ปรากฎโวหารใดชัดเจนที่สุด

a)

บุคคลวัต

b)

อุปมา

c)

อติพจน์

d)

สัทพจน์

19.

คุณค่าด้านวรรณศิลป์ของเรื่องนี้เด่นชัดที่สุดคือข้อใด

a)

การใช้คำสั้นกระชับ

b)

การใช้โวหารภาพพจน์หลากหลาย

c)

การใช้คำศัพท์โบราณ

d)

การใช้ภาษาต่างประเทศ

20.

ที่เอ๋ยที่ระลึก                                ถึงอธึกงามลบในภพพื้น

ก็ไม่ชวนชีพที่ดับให้กลับคืน             เสียงชมชื่นเชิดชูคุณผู้ตาย

เสียงประกาศเกียรติเอิกเกริกลั่น       จะกระเทือนถึงกรรณนั้นอย่าหมาย

ล้วนเป็นคุณแก่ผู้ยังไม่วางวาย           ชูเกียรติญาติไปภายภาคหน้า เอย

จากคำประพันธ์ข้างต้น ผู้แต่งกล่าวถึงสิ่งใด

a)

การดูหมิ่นซากศพ

b)

การบูชาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

c)

การกล่าวถึงผู้ล่วงลับ

d)

การสร้างอนุสาวรีย์เพื่อระลึกถึงผู้ตาย