wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การพยาบาลในระยะที่ 1 ของการคลอด

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

การประเมินสภาพแม่ควรเริ่มต้นจากอะไร?

a)

การตรวจสอบสุขภาพทั่วไปและประวัติการตั้งครรภ์

b)

การตรวจสอบอาหารที่บริโภค

c)

การประเมินสภาพแวดล้อม

d)

การตรวจสอบสุขภาพจิต

2.

การตรวจสอบสัญญาณชีพของแม่ในระยะที่ 1 มีอะไรบ้าง?

a)

ระดับน้ำตาลในเลือด

b)

อัตราการเต้นของหัวใจ, ความดันโลหิต, อุณหภูมิร่างกาย, การหายใจ

c)

การตรวจสอบการมองเห็น

d)

การตรวจสอบการได้ยิน

3.

การดูแลทารกแรกเกิดในช่วงแรกควรให้ความสำคัญกับอะไร?

a)

การให้ทารกนอนตะแคงตลอดเวลา

b)

การให้วัคซีนทันทีหลังคลอด

c)

การใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปตลอดเวลา

d)

การให้นมแม่และการรักษาความสะอาด

4.

การประเมินอุณหภูมิของทารกแรกเกิดควรทำอย่างไร?

a)

ใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบปรอทวัดที่ปาก

b)

ใช้มือสัมผัสวัดที่หน้าผาก

c)

ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดที่เท้า

d)

ใช้เทอร์โมมิเตอร์ดิจิตอลวัดที่รักแร้หรือทางทวารหนัก

5.

การจัดการความเจ็บปวดในระยะที่ 1 มีวิธีใดบ้าง?

a)

การนอนหลับมากเกินไป

b)

การประคบเย็น, การทำกายภาพบำบัด, การฝึกหายใจ, เทคนิคการผ่อนคลาย

c)

การใช้ยาแก้ปวด

d)

การผ่าตัดทันที

6.

การใช้เทคนิคการหายใจเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดมีประสิทธิภาพหรือไม่?

a)

มีประสิทธิภาพในทุกกรณี

b)

ใช้ไม่ได้ผลในกรณีใดๆ

c)

มีประสิทธิภาพในบางกรณี

d)

ไม่มีประสิทธิภาพเลย

7.

การสื่อสารกับผู้ป่วยในระยะที่ 1 ควรมีลักษณะอย่างไร?

a)

ควรมีลักษณะที่ไม่สร้างความไว้วางใจ

b)

ควรมีลักษณะชัดเจน เข้าใจง่าย และสร้างความไว้วางใจ

c)

ควรมีลักษณะซับซ้อนและยากต่อการเข้าใจ

d)

ควรมีลักษณะที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย

8.

การให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วยมีความสำคัญอย่างไร?

a)

การให้ข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้ผู้ป่วยตัดสินใจได้ดีขึ้นและเพิ่มความเชื่อมั่นในการรักษา

b)

การให้ข้อมูลที่ถูกต้องทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเครียดมากขึ้น

c)

การให้ข้อมูลที่ถูกต้องไม่ส่งผลต่อการรักษา

d)

การให้ข้อมูลที่ถูกต้องทำให้ผู้ป่วยต้องเสียเวลาในการตัดสินใจ

9.

การสนับสนุนทางจิตใจสำหรับแม่ในระยะที่ 1 ควรทำอย่างไร?

a)

ให้การฟังและกำลังใจ พร้อมข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการตั้งครรภ์

b)

แนะนำให้พักผ่อนมากๆ โดยไม่ต้องสนใจการตั้งครรภ์

c)

ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานบ้าน

d)

บอกให้แม่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์

10.

การสร้างความมั่นใจให้กับแม่ในระยะที่ 1 มีวิธีใดบ้าง?

a)

แนะนำให้แม่อยู่คนเดียว

b)

ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง, สนับสนุนทางอารมณ์, เข้าร่วมกลุ่มสนับสนุน, คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

c)

ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

d)

ละเลยความรู้สึกของแม่

11.

การประเมินความเจ็บปวดของแม่ควรใช้เครื่องมือใด?

a)

Pain Assessment Questionnaire (PAQ)

b)

McGill Pain Questionnaire (MPQ)

c)

Brief Pain Inventory (BPI)

d)

Visual Analog Scale (VAS) หรือ Numeric Rating Scale (NRS)

12.

การดูแลทารกแรกเกิดในเรื่องการหายใจควรทำอย่างไร?

a)

ตรวจสอบการหายใจและวางทารกในท่าที่เหมาะสม

b)

ให้ทารกนอนคว่ำตลอดเวลา

c)

ใช้ผ้าห่มหนาเพื่อปิดทารก

d)

ไม่ต้องตรวจสอบการหายใจ

13.

การจัดการกับความวิตกกังวลของแม่ในระยะที่ 1 ควรทำอย่างไร?

a)

ให้การสนับสนุนทางอารมณ์และข้อมูลที่ถูกต้อง

b)

ให้การสนับสนุนทางการเงิน

c)

แนะนำให้พักผ่อนมากขึ้น

d)

บอกให้แม่ไม่ต้องกังวล

14.

การสื่อสารกับครอบครัวของผู้ป่วยควรมีวิธีการอย่างไร?

a)

ไม่ให้โอกาสถาม-ตอบ

b)

ใช้ภาษาที่ซับซ้อน

c)

ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เปิดเผยข้อมูลที่จำเป็น และให้โอกาสถาม-ตอบ

d)

ไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ

15.

การประเมินสภาพจิตใจของแม่ในระยะที่ 1 ควรทำอย่างไร?

a)

สอบถามอารมณ์และความรู้สึก รวมถึงสังเกตพฤติกรรม

b)

ให้แม่ทำกิจกรรมที่ชอบ

c)

แนะนำให้พักผ่อนมากขึ้น

d)

ตรวจสุขภาพร่างกายเท่านั้น

16.

การดูแลทารกแรกเกิดในเรื่องการให้นมแม่ควรเริ่มต้นเมื่อใด?

a)

เมื่อแม่รู้สึกพร้อม

b)

ทันทีหลังจากคลอดหรือภายใน 1 ชั่วโมงแรก

c)

เมื่อทารกเริ่มมีฟัน

d)

หลังจากทารกอายุ 1 เดือน

17.

การจัดการความเจ็บปวดด้วยการใช้ยาในระยะที่ 1 มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?

a)

การใช้ยาตามอาการเท่านั้น

b)

สามารถใช้ยาได้โดยไม่ต้องปรึกษาแพทย์

c)

ควรระวังผลข้างเคียง, การใช้ยาเกินขนาด, และการโต้ตอบกับยาอื่น ๆ

d)

ไม่ต้องมีการตรวจสอบประวัติการแพ้ยา

18.

การสนับสนุนทางจิตใจในระยะที่ 1 ควรมีการติดตามอย่างไร?

a)

ควรมีการประเมินและติดตามความก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอ

b)

ไม่จำเป็นต้องติดตามความก้าวหน้า

c)

ควรติดตามเฉพาะเมื่อมีปัญหา

d)

ควรมีการประเมินเพียงครั้งเดียว

19.

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับผู้ป่วยมีผลต่อการดูแลอย่างไร?

a)

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการรักษา.

b)

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพไม่ส่งผลต่อการดูแลผู้ป่วย.

c)

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มความเข้าใจและความร่วมมือของผู้ป่วยในการดูแลสุขภาพ.

d)

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเครียดมากขึ้น.

20.

การประเมินความต้องการของแม่ในระยะที่ 1 ควรทำอย่างไร?

a)

ให้แม่พักผ่อนอย่างเดียว

b)

สอบถามเกี่ยวกับสุขภาพและความต้องการของแม่

c)

ไม่ต้องทำอะไรเลย

d)

แนะนำให้แม่ทำงานบ้าน