wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ม.5การสังเคราะห์ด้วยแสง (photosynthesis)

Total questions: 60

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

ออร์แกเนลล์ที่สำคัญในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

a)

chloroplast

b)

Chlorophyll

c)

Carotenoid

d)

ถูกทุกข้อ

2.

เป็นบริเวณที่มีการดูดรับพลังงานแสงมาใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

Lumen

b)

Thylakoid

c)

Stroma lamella

d)

Stoma

3.

"ดูดกลืนแสงสีม่วง

สีน้ำเงิน และสีแดงได้ดี และเป็นศูนย์กลางของการเกิดปฏิกิริยา" หมายถึงคลอโรฟิลล์ชนิดใด

a)

Chlorophyll A

b)

Chlorophyll B

c)

Chlorophyll C

d)

Chlorophyll D

4.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

การเพิ่มแรงดัน ทำให้ด้านที่ได้รับแรงดันมีค่าชลศักย์สูง

b)

การเพิ่มแรงดึง ทำให้ด้านที่ไม่ได้รับแรงดึงมีค่าชลศักย์ต่ำ

c)

การเพิ่มตัวละลายทำให้ชลศักย์ของน้ำเพิ่มขึ้น

d)

น้ำเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีชลศักย์ต่ำไปยังบริเวณที่มีชลศักย์สูง

5.

จากแผนภาพโครงสร้างของคลอโรพลาสต์ บริเวณใดของ a-d ที่บรรจุคลอโรฟิลล์

a)

a

b)

d

c)

b และ c

d)

a และ d

6.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับปฏิกิริยาแสง

a)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอนต้องอาศัยระบบแสง I และ ระบบแสง II ช่วยในการรับพลังงานและถ่ายทอดพลังงาน

b)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอนจะเกิดบริเวณสโตรมาของโครงสร้างคลอโรพลาสต์

c)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอนไม่จำเป็นต้องมีแสงสว่างในการถ่ายทอดอิเล็กตรอน

d)

สารสีระบบ I P 680 ได้รับพลังงานแสงในช่วงความยาวคลื่นพอเหมาะ จะเกิดการถ่ายทอดพลังงานทำให้เกิดอิเล็กตรอนหลุดออกไป

7.

น้ำตาลตัวแรกที่ได้รับจากการสังเคราะห์ด้วยแสงคืออะไร และได้จากสิ่งใด

a)

กลูโคส จากการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบเป็นวัฏจักร

b)

ซูโครส จากการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็นวัฎจักร

c)

PGA จากวัฏจักรคัลวิน

d)

G3P จากวัฏจักรคัลวิน

8.

ในปฏิกิริยาตรึงคาร์บอน (CO2 fixation) ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้น CO2 ทำปฏิกิริยากับสารในข้อใด

a)

Hydrogen

b)

Phosphoglyceric acid

c)

Riburose bisphosphate

d)

Phosphoglyceraldehyde

9.

ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง น้ำตาลเกิดขึ้นที่ ............ ส่วน O2 ซึ่งเป็นผลพลอบได้ เกิดขึ้นที่ ...........

a)

Mitochondria, Stroma

b)

Stroma, Thylakoid

c)

Thylakoid, Stroma

d)

Thylakoid, Cytoplasm

10.

จากกราฟนักเรียนคิดว่าพืช A และพืช B น่าจะตรงกับพืชหมายเลขใด

a)

พืช A คือ อ้อย และพืช B คือ ข้าวฟ่าง

b)

พืช A คือ บานไม่รู้โรย และพืช B คือ ข้าว

c)

พืช A คือ กระบองเพชร และพืช B คือ ข้าวโพด

d)

พืช A คือ ข้าว และพืช B คือ ถั่วเหลือง

11.

แอนเทนนา (antenna) ที่ใช้ในการสังเคราะห์แสง ได้แก่สิ่งใด

a)

สารสีใน PSI และ PSII

b)

PEP และ RuBP ที่เป็น CO2 fixer

c)

reaction center ของ PSI และ PSII

d)

ATP และ NADPH

12.

พืช C3 ใช้สารใดตรึง CO2

(a)  

13.

สารผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่อยู่ตัว ที่ได้จากพืช C4 คือ

(a)  

14.

พืชชั้นสูงสามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ดีที่สุดเมื่อได้รับแสงสีใด

a)

สีน้ำเงินและสีส้ม

b)

สีส้มและสีแดง

c)

สีน้ำเงินและสีแดง

d)

สีแดงและสีส้ม

15.

Ribulose 1,5 diphosphate carboxylase ทำหน้าที่อะไร

a)

จับ CO2

b)

จับ O2

c)

จับ CO2 และ O2

d)

จับ N2

e)

ถูกทุกข้อ

16.

การสังเคราะห์แสงมีความสัมพันธ์กับการหายใจของพืชอย่างไร?

a)

การสังเคราะห์แสงผลิตออกซิเจนและกลูโคสซึ่งใช้ในการหายใจของพืช.

b)

การหายใจของพืชผลิตออกซิเจนและกลูโคส

c)

การหายใจของพืชใช้คาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น

d)

การสังเคราะห์แสงไม่เกี่ยวข้องกับการหายใจ

17.

ข้อใดเป็นสารสีที่พบในสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน

a)

ก. คลอโรฟิลล์

b)

ข. แซนโทฟิลล์

c)

ค. แคโรทีนอยด์

d)

ง.ไฟโคไซยานิน

18.

เมมเบรนที่ซ้อนเป็นชั้นๆ ในคลอโรพลาสต์เรียกว่า

a)

ก. กรานา

b)

ข. แผ่นคลอโรฟิลล์

c)

ค. สโตรมา

d)

ง. ไทลาคอยด์

19.

ในการเขียนสมการแสดงการสังเคราะห์ด้วยแสงในพืชข้อใดถูกต้อง

a)

  ก.  6CO2 + 6H2O \rightarrow 6C6H12O6  + 6O2

b)

  ข. 6CO2 + 12H2O     \rightarrow  C6H12O6  + 6O2   + 12H2O

c)

  ค. 12CO2 + 6H2 \rightarrow  C6H12O+ 6O2  + 6H2O  

d)

ง. 6CO2 + 12H2O      \rightarrow   C6H12O6  + 6O2 +  6H2O

20.

การทดลองที่เห็นในภาพเป็นผลงานของบุคคลในข้อใด

a)

โจเซฟ พริสต์ลีย์

b)

แจน อินเก็น ฮูซ

c)

ฌอง แบบติสท์ แวน เฮลมองท์

d)

นิโคลาส ธีโอดอร์ เดอ โซซูร์

21.

แคโรทีนอยด์เป็นรงควัตถุที่สิ่งมีชีวิตที่มีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงทุกชนิดมีแคโรทีนอยด์คืออะไร

a)

สารประกอบคาร์โบไฮเดรต

b)

สารประกอบพวกไขมัน

c)

สารประกอบโปรตีน

d)

สารประกอบเชิงซ้อน

22.

พืชมีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง อยากทราบว่าแสงสีใดและรงควัตถุชนิดใดรับแสงสีนั้นได้ดี

a)

แสงสีเหลือง โดยมีแคโรทีนอยด์เป็นตัวรับแสงสี

b)

แสงสีเหลือง โดยมีแคโรฟิลล์เป็นตัวรับแสงสี

c)

แสงสีน้ำเงินและแสงสีแดง โดยมีแคโรทีนอยด์เป็นตัวรับแสงสี

d)

แสงสีน้ำเงินและแสงสีแดง โดยมีคลอโรฟิลล์เป็นตัวรับแสงสี

23.

แผนภาพที่เห็นแสดงถึง

a)

ความสัมพันธ์ของอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงกับความยาวคลื่น

b)

ความสัมพันธ์ของอัตราการหายใจกับความยาวคลื่น

c)

ความสัมพันธ์ของอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงกับอัตราการหายใจ

d)

ความสัมพันธ์ของอัตราการหายใจกับความยาวคลื่น

24.

ในระบบแสง I ( photosystem I ) เป็นกลุ่มของรงควัตถุที่รับคลื่นแสงในช่วงความยาวคลื่นใด

a)

400 – 500 nm

b)

500 – 550 nm

c)

680 nm

d)

700 nm

25.

โมเลกุลรงควัตถุ(สารสี)ของคลอโรพลาสต์อยู่ในบริเวณใด

a)

ภายในเยื่อไทลาคอยด์ ( thylakoid membranes )

b)

ภายในช่องว่างไทลาคอยด์ ( thylakoid space )

c)

ภายในเยื่อชั้นใน ( inner membranes )

d)

ภายในช่องระหว่างเยื่อชั้นในและเยื่อชั้นนอก

26.

จากแผนภาพเป็นการแสดง

a)

ระบบ cyclic electron flow ของระบบแสง I หรือ P 700

b)

ระบบ cyclic electron flow ของระบบแสง II หรือ P 680

c)

ระบบ noncyclic electron flow ของระบบแสง I หรือ P 700

d)

ระบบ noncyclic electron flow ของระบบแสง I หรือ P 680

27.

จากภาพหมายเลข 1 และหมายเลข 2 คือ ข้อใดตามลำดับ

a)

H2 O CO2

b)

CO2 H2 O

c)

H2 O H2 O

d)

CO2 CO2

28.

จากภาพหมายเลข 3 และ 4 คือข้อใดตามลำดับ

a)

คาร์โบไฮเดรต ออกซิเจน

b)

คาร์โบไฮเดรต คาร์บอนไดออกไซด์

c)

ออกซิเจน คาร์โบไฮเดรต

d)

ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์

29.

ใบพืชหมายเลข 1 และหมายเลข 2 เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร

a)

เหมือน ๆ กัน เพราะต่างก็มี bundle sheath cell เหมือน ๆ กัน

b)

ไม่เหมือนกัน เพราะ bundle sheath cell ของใบพืชหมายเลข 1 ไม่มีนิวเคลียส

c)

ไม่เหมือนกัน เพราะ bundle sheath cell ของใบพืชหมายเลข 1 ไม่มีคลอโรพลาสต์

d)

เหมือน ๆ กัน เพราะต่างก็มีปากใบอยู่ด้านล่างเหมือน ๆ กัน

30.

ลำดับการถ่ายทอดอิเล็กตรอนในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นอย่างไรตามลำดับ

a)

NADP+ รงควัตถุระบบ 1 ระบบ 2 H2 O

b)

H2 O รงควัตถุระบบ 1 ระบบ 2 NADP+

c)

H2 O รงควัตถุระบบ 2 ระบบ 1 NADP+

d)

H2 O NADP+ รงควัตถุระบบ 1 ระบบ 2

31.

ในปฏิกิริยาแสงของการสังเคราะห์ด้วยแสง การถ่ายทอดอิเล็กตรอน แบบเป็นวัฏจักรแตกต่าง จากการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็นวัฏจักรอย่างไร

a)

แบบแรกให้เฉพาะ NADPH ส่วนแบบหลังให้ NADPH และ ATP

b)

แบบแรกให้เฉพาะ ATP ส่วนแบบหลังให้ NADPH และ ATP

c)

แบบแรกให้ NADPH และ ATP ส่วนแบบหลังให้เฉพาะ ATP

d)

แบบแรกให้ NADPH และ ATP ส่วนแบบหลังให้เฉพาะ NADPH

32.

นักวิทยาศาสตร์ท่านใดที่กล่าวว่า น้ำหนักพืชมากจากน้ำเท่านั้น

a)

แวน นีล

b)

โรบิน ฮิลล์

c)

โจเซฟ พริสต์ลีย์

d)

แวน เฮลมองท์

33.

ข้อใดสรุปผลการทดลองของอินเก็น ฮูซ ได้ถูกต้อง

a)

พืชสามารถเปลี่ยนอากาศเสียให้เป็นอากาศดีได้จำเป็นต้องมีแสง

b)

พืชหายใจโดยใช้แก๊สออออกซิเจน

c)

แก๊สมีสมบัติทำให้เกิดการลุกไหม้ คือ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

d)

น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของพืชมาจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น

34.

นักวิทยาศาสตร์คนใดที่ค้นพบว่า สารอินทรีย์ที่พืชสังเคราะห์ ได้จากกระบวนการสังเคราะห์แสง คือ น้ำตาล

a)

แวน นีล

b)

เองเกลมัน

c)

จูเลียส ซาซ

d)

ฌอง ซีนีบิเยร์

35.

พืชกลุ่มใดมีประสิทธิภาพในการสังเคราะห์แสงสูงสุด

a)

อ้อย ข้าวโพด ข้างฟ่าง

b)

มันสำปะหลัง มะพร้าว ละหุ่ง

c)

หญ้า ผักตบชวา ไผ่

d)

นุ่น สบู่ดำ ฝ้าย

36.

รงควัตถุชนิดใดที่มีอยู่ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่สังเคราะห์แสงได้

a)

ไฟโคบิลิน

b)

แคโรทีนอยด์

c)

คลอโรฟิลล์เอ

d)

แอนโทไซยานิน

37.

การตรึงคาร์บอน (Carbon fixation) คือกระบวนการใด

a)

การตรึง CO2 ให้เป็นสารประกอบคาร์โบไฮเดรต

b)

การสร้าง O₂ จากการแตกน้ำ

c)

การใช้แสงเพื่อกระตุ้นอิเล็กตรอน

d)

การสร้าง ATP ผ่าน chemiosmosis

38.

ขั้นตอนคาร์บอกซิเลชัน ผลผลิตแรกที่ได้จากการตรึงคาร์บอน (Carboxylation) ของพืช C₃ คือ

a)

PGA (3-Phosphoglycerate)

b)

G3P (Glyceraldehyde-3-phosphate)

c)

RuBP

d)

Malate

39.

ข้อใดคือกระบวนการที่เกิดขึ้นในขั้น Carboxylation ในวัฏจักรคัลวิน 1 รอบ

a)

3CO₂ + 3RuBP (โดย Rubisco) → 6PGA

b)

6PGA + 6ATP + 6NADPH → 6G3P

c)

5G3P + 3ATP → 3RuBP → เริ่มวัฏจักรใหม่

d)

1G3P → น้ำตาล

40.

ในขั้น Reduction ของวัฏจักรคัลวิน สาร 3-PGA จะถูกเปลี่ยนไปเป็นสารใด

a)

RuBP

b)

G3P (Glyceraldehyde-3-phosphate)

c)

Malate

d)

OAA

41.

ข้อใดถูกต้อง(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

a)

PGA จะรับหมู่ฟอสเฟตจาก ATP กลายเป็น 1,3BPG

b)

1,3BPG ถูกรีดิวส์โดยรับอิเล็กตรอนจาก NADPH ได้เป็น G3P (glyceraldehyde 3-phosphate)

c)

G3P (glyceraldehyde 3-phosphate) ซึ่งเป็นน้ำตาลที่มีคาร์บอน 3 อะตอม และเป็นน้ำตาลชนิดแรกที่เกิดขึ้นในวัฏจักรคัลวิน

d)

ในขั้นนี้ใช้ ATP และ NADPH ที่ได้จากปฏิกิริยาแสง

42.

หากขั้น Regeneration ไม่เกิดขึ้น จะเกิดผลใดตามมา

a)

วัฏจักรคัลวินจะหยุด เพราะไม่มี RuBP สำหรับตรึง CO₂ ต่อไป

b)

ไม่เกิด photolysis

c)

การสร้าง NADPH จะหยุดลง

d)

การปล่อย O₂ จะหยุดทันที

43.

จากข้อความมีข้อความที่ถูกต้องกี่ข้อ

  1. 1.regeneration เป็นขั้นตอนที่จะสร้าง RuBP ขึ้นใหม่ ซึ่งต้องใช้ ATP ที่ได้จากปฏิกิริยาแสง โดยในการเกิดวัฏจักรคัลวิน 1 รอบต้องการ RuBP 3 โมเลกุล

  2. 2.G3P จำนวน 6 โมเลกุลจะถูกนำไปใช้สร้าง RuBP ได้ 3 โมเลกุลกลับคืนสู่วัฎจักรคัลวิน

  3. 3. ใช้ ATP 3 โมเลกกุล เพื่อสร้าง RuBP 5 โมเลกุล

  4. 4. G3P จำนวน 1 โมเลกุลที่จะออกจากวัฏจักรและถูกนำไปสร้างเป็นน้ำตาลที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ขึ้นหรือสารประกอบอินทรีย์อื่นๆ

a)

1 ข้อ

b)

2 ข้อ

c)

3 ข้อ

d)

4 ข้อ

44.

สารตัวแรกที่เกิดขึ้นจากการตรึงคาร์บอนในพืช CAM คือสารใด

a)

OAA

(Oxaloacetic acid)

b)

RuBP

c)

Rubisco

d)

PGA

(Phosphoglycerate)

45.

ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับพืช C4

a)

ภายในเซลล์บันเดิลชีทมีคลอโรพลาสต์อยู่

b)

สารตัวแรกที่เกิดขึ้นในการตรึงคาร์บอน คือ OAA

c)

โครงสร้างของใบไม่สามารถแยกเซลล์ในชั้นมีโซฟิลล์ได้

d)

มีการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ที่เซลล์บันเดิลชีท และครั้งที่ 2 ที่เซลล์มีโซฟิลล์

46.

ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับพืช C3

a)

อาจมี/ไม่มีเซลล์บันเดิลชีท

b)

มีการตรึงคาร์บอน 2 ครั้ง

c)

เอนไซม์ที่ใช้ในการตรึงคาร์บอน คือ RuBisCO

d)

สารตัวแรกที่เกิดขึ้นในการตรึงคาร์บอนของพืช C3 คือ PGA

47.

Photorespiration เกิดขึ้นในออร์แกเนลล์หลักใดบ้าง

a)

Chloroplast + Peroxisome + Mitochondria

b)

Chloroplast + Mitochondria + Nucleus

c)

Peroxisome + Cytoplasm + Nucleus

d)

Chloroplast + Endoplasmic reticulum + Ribosome

48.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับ Photorespiration

a)

เป็นการหายใจโดยใช้ออกซิเจน และได้พลังงานในรูป ATP

b)

เป็นปฏิกิริยาที่ทำให้พืชสูญเสียพลังงานในรูป ATP เพิ่ม และสามารถช่วยรักษาสมดุลของ ATP ได้

c)

ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นคือ PGA เท่านั้น

d)

เป็นปฏิกิริยาที่พบมากในพืช C4 และ CAM

49.

ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับ Photorespiration

a)

มักเกิดขึ้นในช่วงที่สภาพอากาศร้อน

b)

ปากใบของพืชจะปิด

c)

คาร์บอนไดออกไซด์จับกับ RuBP ได้ดีขึ้น

d)

ออกซิเจนจับกับ RuBP ได้ดีขึ้น

50.

จากภาพข้อใดคือลักษณะใบของพืชที่มีโครงสร้างแบบ Kranz anatomy

a)

ใบพืช C3

b)

ใบพืช C4

c)

ใบพืช CAM

d)

ใบพืช C4 และ ใบพืช CAM

51.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับพืช C4 (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

a)

พืช C4 จะมีการตรึงคาร์บอน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เกิดที่ bundle sheath cell และครั้งที่ 2 เกิดที่mesophyll cell

b)

CO2 ละลายในไซโทพลาสซึม และแตกตัวเป็น HCO₃⁻ และทำปฏิกิริยากับPEP) โดยมีเอนไซม์ PEP carboxylase ได้เป็น oxaloacetate (OAA)

c)

OAA รับอิเล็กตรอนจาก NADPH เปลี่ยนเป็น malate และเคลื่อนย้ายผ่าน plasmodesmata สู่อีกเซลล์หนึ่ง

d)

malate จะสลายเป็น pyruvate โดยการปล่อย CO2 เพื่อเข้าสู่วัฏจักรคัลวินในคลอโรพลาสต์และสูญเสียอิเล็กตรอนให้กับ NADP+

52.

การตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ ของพืชพวก CAM จะเกิดขึ้นกี่ครั้งและเกิดที่ใด

a)

2 ครั้ง เกิดที่ mesophyll และ bundle sheath cells

b)

2 ครั้ง เกิดในเซลล์เดียวกันแต่ต่างเวลา

c)

1 ครั้งเกิดที่ mesophyll

d)

1 ครั้ง เกิดใน bundle sheath cells

53.

ในเวลากลางคืน เราจะตรวจพบการสะสมของกรดมาลิกซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจากกรดออกซาโลแอซิติกในพืช CAM

a)

แวคิวโอล

b)

คลอโรพลาสต์

c)

ไซโทพลาสซึม

d)

ลิวโคพลาสต์

54.

พืช CAM มีกระบวนการตรึง CO2 เป็น OAA ที่ใด

a)

Mesophyll

b)

Sponge cell

c)

Palisade celll

d)

Bundle sheath

55.

ถ้าสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่นการขาดน้ำ อุณหภูมิสูง หรือดินเค็ม การตรึง CO2 ของพืชบางชนิดจะเป็นแบบ CAM ซึ่งจะมีการสะสมสารอะไรต่อไปนี้ไว้ในแวคิวโอลในเวลากลางคืน

a)

PEP

b)

PGA

c)

OAA

d)

Malic acid

56.

ข้อใดถูกต้องเมื่อเปรียบเทียบเรื่องการตรึงCO2 ของพืชC3, C4 และCAM

a)

C4 และCAM มีจำนวนครั้งของการตรึงCO2ต่างกัน คือ 2 ครั้งและ 1 ครั้ง ตามลำดับ

b)

C3 และCAM มีวัฏจักรคัลวินเกิดขึ้นในเวลาต่างกัน คือ กลางวันและกลางคืน ตามลำดับ

c)

C4 และCAM มีวัฏจักรคัลวินเกิดขึ้นที่ตำแหน่งของเซลล์ต่างกัน คือ Bundle sheath cell และ Mesophyll cell ตามลำดับ

d)

C4 และ CAM มีเอนไซม์ที่ใช้ในการตรึง CO2 ต่างกัน คือPEP carboxylase และ RuBP carboxylase ตามลำดับ

57.

จากข้อความต่อไปนี้มีข้อที่ถูกต้องเกี่ยวกับการตรึงคาร์บอนในพืช C3 C4 CAM กี่ข้อ

  1. 1.สารเสถียรตัวแรกที่พืช C3 สร้างขึ้นคือ PGA ส่วนของพืช C4 และ CAM คือ OAA

  2. 2. พืช C3 ตรึงคาร์บอน 1 ครั้ง ส่วนของพืช C4 และ CAM มีตรึงคาร์บอน 2 ครั้งเหมือนกัน

  3. 3. พืช C3 C4 CAM มีอัตราการเกิดการหายใจแสงได้พอๆกัน

  4. 4. พืช C3 C4 CAM เกิดการตรึงคาร์บอนบริเวณเดียวกัน และช่วงเวลาเดียวกัน

a)

1 ข้อ

b)

2 ข้อ

c)

3 ข้อ

d)

4 ข้อ

58.

ข้อใดถูกต้องมากที่สุด

a)

เมื่อพืชได้รับน้ำเพียงพอ อัตราการเปิดปากใบจะลดลง จึงลดอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง

b)

ถ้าพืชขาดธาตุอาหารอย่างแมกนีเซียม จะไม่มีผลต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง

c)

ความเข้มแสงมีผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง แต่เมื่อถึงระดับหนึ่ง อัตราการสังเคราะห์จะคงที่

d)

อุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จะช่วยเพิ่มอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงอย่างไม่สิ้นสุด

59.

ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับผลของน้ำต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

น้ำเป็นสารตั้งต้นของการแตกน้ำในปฏิกิริยาแสง

b)

การขาดน้ำทำให้ปากใบปิด → CO₂ เข้าน้อยลง

c)

น้ำมากเกินไปทำให้การคายน้ำลดลงมากเกินไป ส่งผลต่อการดูดแร่ธาตุ

d)

น้ำไม่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์ด้วยแสงโดยตรง

60.

ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับผลของน้ำต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

น้ำเป็นสารตั้งต้นของการแตกน้ำในปฏิกิริยาแสง

b)

การขาดน้ำทำให้ปากใบปิด → CO₂ เข้าน้อยลง

c)

น้ำมากเกินไปทำให้การคายน้ำลดลงมากเกินไป ส่งผลต่อการดูดแร่ธาตุ

d)

น้ำไม่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์ด้วยแสงโดยตรง