wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ม.1 1/68 วิทยาการคำนวณ ทบทวนก่อนปลายภาค

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบและเขียนอัลกอริทึม

a)

เพื่อสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย

b)

เพื่อออกแบบเครื่องมือแก้ปัญหาที่ซับซ้อน

c)

เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของวิทยาการคำนวณ

d)

เพื่อออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้แนวคิดเชิงนามธรรมเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง

2.

อัลกอริทึมมีคุณสมบัติอย่างไรที่ทำให้การแก้ปัญหาทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

a)

มีความซับซ้อนสูง

b)

สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

c)

ใช้ได้เฉพาะปัญหาทางคณิตศาสตร์เท่านั้น

d)

มีลำดับหรือขั้นตอนวิธีแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด

3.

แนวคิดเชิงนามธรรม (Abstraction) เป็นองค์ประกอบหนึ่งของแนวคิดใด

a)

แนวคิดเชิงตรรกะ

b)

แนวคิดเชิงคำนวณ

c)

แนวคิดเชิงวิเคราะห์

d)

แนวคิดเชิงสร้างสรรค์

4.

ข้อใดอธิบายความหมายของแนวคิดเชิงนามธรรมได้ถูกต้องที่สุด

a)

การกำหนดขั้นตอนการทำงานร่วมกัน

b)

การสร้างรูปแบบการทำงานที่เป็นไปได้

c)

การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด

d)

การประเมินความสำคัญของรายละเอียดปัญหา แยกแยะส่วนสำคัญออกจากส่วนที่ไม่สำคัญ

5.

ภาษาธรรมชาติ (Natural Language) หมายถึงภาษาลักษณะใด

a)

ภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

b)

ภาษาที่มนุษย์เข้าใจหรือเป็นภาษาที่มนุษย์ใช้สื่อสารกัน

c)

ภาษาที่มีโครงสร้างและไวยากรณ์ที่ตายตัว

d)

ภาษาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผลได้รวดเร็ว

6.

ผังงาน (Flowchart) คืออะไร

a)

รูปแบบข้อความอธิบายการทำงานของโปรแกรม

b)

การใช้ภาพสัญลักษณ์เพื่อแสดงลำดับขั้นตอนการทำงานของอัลกอริทึม

c)

รายการคำสั่งที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ

d)

แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูล

7.

กระบวนการทางคอมพิวเตอร์ 3 กระบวนการที่ใช้เป็นหลักในการเขียนผังงานคือข้อใด

a)

การรับข้อมูล, การจัดเก็บ, การแสดงผลลัพธ์

b)

การประมวลผล, การวิเคราะห์, การสรุปผล

c)

การรับข้อมูล, การประมวลผล, การแสดงผลลัพธ์

d)

การสร้าง, การแก้ไข, การบันทึก

8.

ประโยชน์ของแนวคิดเชิงนามธรรมคือข้อใด 

a)

ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่มีความซับซ้อนและเข้าใจปัญหาได้ชัดเจนขึ้น

b)

ช่วยให้ออกแบบชิ้นงานตรงกับสภาพจริงทุกประการ

c)

ทำให้เห็นรายละเอียดของสิ่งที่สนใจได้ชัดเจนทั้งหมด

d)

ช่วยให้โปรแกรมทำงานได้เร็วขึ้น

9.

ภาษาธรรมชาติแตกต่างจากภาษาคอมพิวเตอร์อย่างไร

a)

ภาษาธรรมชาติมีโครงสร้างตายตัว ส่วนภาษาคอมพิวเตอร์ไม่มี

b)

ภาษาธรรมชาติมนุษย์เข้าใจและสื่อสารกันเองได้ แต่คอมพิวเตอร์ต้องใช้ภาษาเฉพาะในการสั่งงาน

c)

ภาษาคอมพิวเตอร์สามารถใช้สั่งงานมนุษย์ได้

d)

ภาษาธรรมชาติประมวลผลได้เร็วกว่าภาษาคอมพิวเตอร์

10.

ข้อใดคือประโยชน์ของผังงาน

a)

ทำความเข้าใจกับโปรแกรมได้ง่ายและหาข้อผิดพลาดได้ง่าย

b)

ใช้ในการเขียนโปรแกรมภาษาเดียวเท่านั้น

c)

ช่วยให้ประหยัดเวลาในการเขียนโค้ด

d)

แสดงผลลัพธ์ของโปรแกรมได้โดยตรง

11.

เหตุใดการเขียนลูกศรกำกับทิศทางในผังงานจึงมีความสำคัญ

a)

เพื่อความสวยงามของผังงาน

b)

เพื่อประหยัดพื้นที่ในการเขียนผังงาน

c)

เพื่อระบุทิศทางการทำงานของผังงานให้เข้าใจได้ทันที

d)

เพื่อแสดงว่าผังงานนั้นถูกต้อง

12.

หากต้องการหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยใช้ภาษาธรรมชาติ ข้อใดเป็นลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง

a)

เริ่มต้นการทำงาน, คำนวณพื้นที่, แสดงผล, สิ้นสุด

b)

เริ่มต้นการทำงาน, รับข้อมูลความกว้าง, รับข้อมูลความยาว, คำนวณพื้นที่, แสดงผลพื้นที่, สิ้นสุดการทำงาน

c)

รับข้อมูลความกว้าง, คำนวณพื้นที่, แสดงผลพื้นที่

d)

กำหนดความกว้าง, กำหนดความยาว, คำนวณพื้นที่

13.

การปูหญ้าในสนามรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก โดยหญ้า 1 แผ่นกว้าง 0.5 เมตร ยาว 0.5 เมตร ข้อใดคือสูตรการคำนวณหาพื้นที่หญ้า 1 ผืน

a)

พื้นที่หญ้า 1 ผืน = ความกว้าง + ความยาว

b)

พื้นที่หญ้า 1 ผืน = 0.50 * 0.50 ตร.ม.

c)

พื้นที่หญ้า 1 ผืน = 0.50 / 0.50 ตร.ม.

d)

พื้นที่หญ้า 1 ผืน = 0.50 ตร.ม.

14.

การปูหญ้าในสนาม หากต้องการคำนวณหาจำนวนแผ่นหญ้าที่ใช้ปูสนาม จำเป็นต้องได้ผลลัพธ์จากการคำนวณใดก่อน

a)

การคำนวณหาปริมาณที่เผื่อขาด

b)

การคำนวณหาพื้นที่สนามและพื้นที่ของหญ้า 1 ผืน

c)

การคำนวณหาความกว้างและความยาวของสนาม

d)

การคำนวณหาจำนวนแผ่นหญ้าที่เหลือ

15.

เมื่อพิจารณารูปคลี่ของทรงกระบอกด้วยแนวคิดเชิงนามธรรม ส่วนที่เป็นสาระสำคัญประกอบด้วยรูปเรขาคณิตสองมิติชนิดใดบ้าง

a)

รูปวงกลม 1 รูป และรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 1 รูป

b)

รูปวงกลม 2 รูป และรูปสามเหลี่ยม 1 รูป

c)

รูปวงกลม 2 รูป และรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 1 รูป

d)

รูปวงกลม 1 รูป และรูปสามเหลี่ยม 2 รูป

16.

การเขียนผังงาน (Flowchart) จัดอยู่ในขั้นตอนใดของการพัฒนาโปรแกรม

a)

การวิเคราะห์ระบบ

b)

การออกแบบโปรแกรม

c)

การเขียนโปรแกรม

d)

การจัดทำเอกสาร

17.

ความหมายของ "ความปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศ" ที่ถูกต้องที่สุด

a)

นโยบายและมาตรการทางเทคนิคที่ใช้ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

b)

โปรแกรมที่ใช้สำหรับป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์และมัลแวร์เท่านั้น

c)

การตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายากสำหรับอุปกรณ์เทคโนโลยีทุกชนิด

d)

การสำรองข้อมูลสำคัญไว้ในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก

18.

การที่คอมพิวเตอร์ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย จัดเป็นภัยคุกคามประเภทใด

a)

ภัยคุกคามต่อซอฟต์แวร์

b)

ภัยคุกคามต่อข้อมูล

c)

ภัยคุกคามต่อฮาร์ดแวร์

d)

ภัยคุกคามต่อระบบเครือข่าย

19.

บุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และใช้ความรู้ในทางที่ไม่ดีเพื่อสร้างความเสียหายต่อระบบ เรียกว่าอะไร

a)

แฮ็กเกอร์ (Hacker)

b)

แคร็กเกอร์ (Cracker)

c)

โปรแกรมเมอร์ (Programmer)

d)

ผู้ดูแลระบบ (Administrator)

20.

โปรแกรมที่แฝงตัวเข้ามาในคอมพิวเตอร์เพื่อสอดส่องหรือดักจับข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้คือข้อใด

a)

ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus)

b)

หนอนคอมพิวเตอร์ (Computer Worm)

c)

ม้าโทรจัน (Trojan Horse)

d)

สปายแวร์ (Spyware)

21.

ข้อใดคือลักษณะสำคัญของ "ไวรัสคอมพิวเตอร์"

a)

แพร่กระจายผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างความเสียหาย

b)

สามารถสำเนาตัวเองและแพร่เชื้อเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์

c)

หลอกลวงผู้ใช้ให้ติดตั้งเพื่อขโมยข้อมูล

d)

แสดงโฆษณาที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมารบกวน

22.

โปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประสงค์ร้ายต่อคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ เช่น การขโมยข้อมูลหรือทำลายระบบปฏิบัติการ คือข้อใด

a)

มัลแวร์ (Malware)

b)

สแปม (Spam)

c)

ไฟร์วอลล์ (Firewall)

d)

แอดแวร์ (Adware)

23.

การกระทำใดเป็นการป้องกันการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่ไม่เหมาะสม

a)

เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดบนโซเชียลมีเดีย

b)

ใช้ Wi-Fi สาธารณะทำธุรกรรมทางการเงิน

c)

ตั้งรหัสผ่านเดียวกันสำหรับทุกบัญชี

d)

ไม่เปิดอีเมลหรือไฟล์แนบจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

24.

"การรู้เท่าทันสื่อ" หมายถึงข้อใด

a)

ความสามารถในการสร้างสื่อดิจิทัลทุกรูปแบบ

b)

ความสามารถในการป้องกันตนเองและวิเคราะห์เนื้อหาสื่อได้อย่างมีวิจารณญาณ

c)

การติดตามข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทาง

d)

การเชื่อและปฏิบัติตามข้อมูลที่ได้รับจากสื่อทุกครั้ง

25.

ข้อใดคือวิธีการป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่ดีที่สุด

a)

ใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

b)

ไม่อัปเดตระบบปฏิบัติการเพราะทำให้เครื่องช้าลง

c)

ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสและอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ

d)

เข้าเว็บไซต์ทุกประเภทโดยไม่มีการตรวจสอบความเสี่ยง

26.

อุปกรณ์ใดที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนกำแพงป้องกันผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาใช้งานคอมพิวเตอร์

a)

เราเตอร์ (Router)

b)

สวิตช์ (Switch)

c)

ไฟร์วอลล์ (Firewall)

d)

โมเด็ม (Modem)

27.

ข้อใดถือเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณในการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ

a)

การใช้คอมพิวเตอร์สร้างสรรค์ผลงานของตนเอง

b)

การคัดลอกโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต

c)

การให้เกียรติและเคารพความคิดเห็นของผู้อื่นบนโลกออนไลน์

d)

การตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ต่อสาธารณะ

28.

การที่ข้อมูลส่วนตัวถูกเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต จัดเป็นภัยคุกคามประเภทใด

a)

ภัยคุกคามต่อฮาร์ดแวร์

b)

ภัยคุกคามต่อซอฟต์แวร์

c)

ภัยคุกคามต่อข้อมูล

d)

ภัยคุกคามต่อระบบเครือข่าย

29.

ข้อใดคือแนวโน้มของภัยคุกคามในอนาคตที่น่ากังวล

a)

การแทรกซึมผ่านโปรแกรมประยุกต์ โดยเฉพาะแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย

b)

การโจมตีผ่านทางแผ่นดิสก์และ CD-ROM

c)

การแพร่กระจายไวรัสผ่านทางเครื่องพิมพ์

d)

การขโมยข้อมูลผ่านทางสายโทรศัพท์พื้นฐาน

30.

การตั้งรหัสผ่านที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร

a)

"สั้นและจำง่าย เช่น \"1234\""

b)

เป็นชื่อเล่นหรือวันเกิดของตนเอง

c)

มีความยาว 8 ตัวอักษรขึ้นไป ประกอบด้วยอักษรตัวใหญ่ ตัวเล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษ

d)

ใช้รหัสผ่านเดียวกันในทุกระบบเพื่อความสะดวก

31.

ข้อใดไม่ใช่ภัยคุกคามที่เกิดจากมัลแวร์ (Malware)

a)

คอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงผิดปกติ

b)

มีโฆษณาที่ไม่ต้องการแสดงขึ้นมาบ่อยๆ

c)

ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้

d)

อุปกรณ์เมาส์หรือคีย์บอร์ดชำรุด

32.

การกระทำใดที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมข้อมูล

a)

คลิกทุก Link ที่ได้รับทางอีเมล

b)

ดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ

c)

สำรองข้อมูลสำคัญอย่างสม่ำเสมอ

d)

บอกรหัสผ่านให้เพื่อนสนิททราบ

33.

การที่ระบบเครือข่ายขัดข้อง ไม่สามารถใช้งานได้ จัดเป็นภัยคุกคามประเภทใด

a)

ภัยคุกคามต่อข้อมูล

b)

ภัยคุกคามต่อระบบเครือข่ายและการสื่อสาร

c)

ภัยคุกคามต่อฮาร์ดแวร์

d)

ภัยคุกคามต่อซอฟต์แวร์

34.

โปรแกรมประเภทใดที่มักจะหลอกลวงว่าตัวเองเป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์ แต่แท้จริงแล้วกลับสร้างความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์

a)

สปายแวร์ (Spyware)

b)

ม้าโทรจัน (Trojan Horse)

c)

หนอนคอมพิวเตอร์ (Computer Worm)

d)

ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus)

35.

หากได้รับข้อความลูกโซ่ (Chain messages) ควรปฏิบัติอย่างไร

a)

รีบส่งต่อให้เพื่อนทันที

b)

ลบทิ้งและไม่ส่งต่อ

c)

เก็บไว้ในเครื่องเพื่ออ่านภายหลัง

d)

ตอบกลับเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

36.

โซเชียลมีเดีย "Social Media" หมายถึงข้อใด

a)

โปรแกรมสำหรับป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์

b)

อุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

c)

สังคมออนไลน์ที่ผู้คนใช้ในการสื่อสารและแบ่งปันข้อมูล

d)

ระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์

37.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ต

a)

หมั่นตรวจสอบและอัปเดตระบบปฏิบัติการ

b)

ไม่ควรเข้าเว็บไซต์เสี่ยงภัย เช่น เว็บไซต์การพนัน

c)

ควรล็อกหน้าจอคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ได้ใช้งาน

d)

ใช้รหัสผ่านที่คาดเดาง่ายเพื่อความสะดวกในการจดจำ

38.

การกระทำใดเป็นการละเมิด "ความเป็นส่วนตัว" (Privacy) ของผู้อื่น

a)

การแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพบนโพสต์ของเพื่อน

b)

การนำภาพของผู้อื่นไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

c)

การอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้

d)

การสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้ความคิดของตนเอง

39.

ข้อใดคือประโยชน์ของการสำรองข้อมูล (Backup)

a)

ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานเร็วขึ้น

b)

ป้องกันการติดไวรัสได้ 100%

c)

สามารถกู้คืนข้อมูลได้เมื่อข้อมูลต้นฉบับเสียหายหรือสูญหาย

d)

เพิ่มพื้นที่ว่างในฮาร์ดดิสก์

40.

การกระทำใดเป็นการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย

a)

สร้างข่าวปลอมเพื่อเพิ่มยอดไลค์

b)

คัดลอกบทความของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง

c)

ให้เกียรติและเคารพสิทธิของผู้อื่นบนโลกออนไลน์

d)

ติดตั้งโปรแกรมจากแหล่งที่ไม่รู้จักเพื่อลองใช้งาน