Font size
Worksheetsแบบทดสอบปลายภาค ม.5
Total questions: 60
Worksheet time: 30mins
มหาเวสสันดรชาดกแต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใด
ร่ายยาว
ฉันท์
กาพย์ยานี
กลอนแปด
ข้อใดมิใช่เหตุที่บ่งบอกถึงลางร้ายของพระนางมัทรี
พระนัยเนตรทั้งสองข้างไม่ขาดสายพระอัสสุชล
ดอกไม้ที่เคยเก็บมาร้อยเป็นมาลัยก็กลายเป็นมีลูกมีผลขึ้นมา
ทิศทั้งแปดก็มืดมัวมนทุกหนแห่ง ทั้งขอบฟ้าก็ดาดแดงเป็นสายเลือด
ผลาผลในกลางไพร่ที่มีผลเป็นพุ่มพวง ก็กลับกลายเป็นดอกดวงเดียรดาษอนาถเนตร
การที่เทวดาแปลงเป็นสัตว์ทั้งสามมาขวางทางพระนางมัทรีไว้จนมืดค่ำ แล้วก็ปล่อยให้พระนางมัทรีผ่านไปนั้นเป็นเพราะสาเหตุในข้อใด
เพราะ เห็นใจนางที่คิดถึงสองกุมารและสามี
เพราะ พระเวสสันดรส่งกระแสจิตมาขอความช่วยเหลือ
เพราะ สงสารและเห็นใจในคำอ้อนวอนของพระนางมัทรี
เพราะ เห็นว่าถ่วงเวลาไว้พอสมควรที่จะทำให้ชูชกพาสองกุมารไปได้ไกลจากอาศรมมากแล้ว
คุณสมบัติของพระเวสสันดรที่ควรนำมาปฏิบัติในปัจจุบันคือข้อใด
การให้ทานลูกชาย-หญิง
เป็นที่พึ่งของคนที่ยากจน
ความเสียสละเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
ความสุจริตใจที่มีต่อบุคคลไม่เลือกชั้นวรรณะ
การพรรณนาธรรมชาติในข้อใดแสดงอารมณ์สะเทือนใจมากที่สุด
พระพายรำเพยพัดมาฉิวเฉื่อย เรไรระรี่เรื่อยร้องอยู่หริ่งๆ
ทั้งสองข้างเป็นโขดหินชอบคันขึ้นกั้นไว้ ทั้งเวลาก็เย็นลงไร ๆ จะค่ำแล้ว
ต้นหว้าใหญ่ใกล้อาราม งามด้วยกิ่งก้านประกวดกัน ใบชอุ่มประชุมช่อเป็นฉัตรชั้น
ทั้งรัศมีพระสุริโยทัยส่องอยู่ร่าง ๆ ขึ้นเรืองฟ้า เสียงชะนีเหนี่ยวไม้ไห้หาละห้อยโหย
ข้อใดให้ภาพที่มีแสง
พระพายรำเพยพัดมาฉิวเฉื่อย
พระนางเสด็จลีลาศไปเที่ยวเวียนรอบ
เสียงชะนีเหนี่ยวไม้ไห้หาละห้อยโหน
ทั้งรัศมีพระสุริโยทัยส่องอยู่ร่าง ๆ ขึ้นเรืองฟ้า
จงเรียงลำดับเหตุการณ์ต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
(๑) เทพยดานิมิตกายเป็นราชสีห์และเสือโคร่งมานอนขวางทางเดิน
(๒) พระนางมัทรีตามหา ๒ กุมาร
(๓) พระนางมัทรีเกิดความเป็นห่วงบุตรทั้งสอง
(๔) พระนางมัทรีร่วมอนุโมทนาบุตรทาน
(๕) พระนางมัทรีเสียใจมากจนสลบไป
(๑) - (๓) - (๒) - (๕) - (๔)
(๓) - (๑) - (๒) - (๕) - (๔)
(๑) - (๒) - (๓) - (๕) - (๔)
(๓) - (๒) - (๑) - (๕) - (๔)
ข้อใดมีการใช้ภาพพจน์อุปมา
เจ้ามาตายจากพี่ไปในวงวัด เจ้าจะเอาป่าชัฏนี่หรือมาเป็นป่าช้า
ทรงพระกันแสงโศกาไห้พิไรร่ำ กรรมเอ๋ยกรรม กรรมของมัทรี
ทั้งพื้นป่าพระหิมพานต์ก็ผัดผันหวั่นไหวอยู่วิงเวียนเปลี่ยนเป็นพยับมืดไม่เห็นหน
พระกายนางให้เสียวสั่นหวั่นไหวไปทั้งองค์ ดุจชายธงอันต้องกำลังลมอยู่ลิ่ว ๆ
"แสรกคานบันดาลพลิกพลัดลงจากพระอังสา ทั้งขอน้อยในหัตถาที่เคยถือ ก็เลื่อนหลุดลงจากมือไม่เคยเป็นเห็นอนาถ" "ขอน้อย" มีไว้ใช้ประโยชน์โดยตรงอย่างไร
เกี่ยวผลไม้
ตัดสิ่งกีดขวาง
ป้องกันตัว
ไล่สัตว์ร้าย
“นางก็เศร้าสร้อยสลดพระทัย ดั่งเอาเหล็กแดงมาแทงใจให้เจ็บจิตนี่เหลือทน อุปมาเหมือนคนไข้หนักแล้วมิหนำยังแพทย์เอายาพิษมาวางซ้ำให้เวทนา”
ข้อความดังกล่าวเด่นในด้านใดมากที่สุด
ใช้ภาพพจน์
ให้อารมณ์ความรู้สึก
ใช้ภาษาไพเราะความหมายชัดเจน
ข้อ ก และข้อ ข
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี มีลักษณะเด่นที่สุด คือข้อใด
บรรยายโวหารให้เห็นภาพ
ใช้คำกล่าวเกินจริงให้เห็นภาพ
ใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติให้เห็นภาพ
ใช้พรรณนาโวหารได้อารมณ์ความรู้สึกเป็นอย่างดี
พระนางมัทรี เป็นแบบอย่างของผู้หญิงในด้านใด
มีความเสียสละ
มีความเมตตากรุณา
มีความมานะอดทน
มีความจงรักภักดีต่อสามี
“เจ้ามัทรีผู้มีรูปงาม ไฉนวันนี้จึงกลับเสียจนค่ำไม่ห่วงลูกห่วงผัวเสียบ้างเลย มาตกทุกข์ได้ยากอยู่ด้วยกันเท่านี้ ยังจะมาประพฤติมิดีอีกหรือไร”
ข้อความนี้จัดเป็นรสทางวรรณคดีประเภทใด
เสาวรจนี
พิโรธวาทัง
นารีปราโมทย์
โวหารที่ดีเด่นที่สุดในมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์มัทรี
บรรยายโวหาร
พรรณนาโวหาร
อุปมาโวหาร
สาธกโวหาร
รสวรรณคดีที่ดีเด่นที่สุดในมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์มัทรีคืออะไร
เสาวรจนี
นารีปราโมทย์
พิโรธวาทัง
สัลปังคพิสัย
ขณะที่พระนางมัทรีกลับจากป่านั้น เทวดาได้ลงมาขัดขวางและจำแลงแปลงกายเป็นอะไร
ราชสีห์ อาชาไนย เสือโคร่ง
ราชสีห์ พญานาค คชสาร
อาชาไนย โคนม เสือเหลือง
เสือโคร่ง เสือเหลือง ราชสีห์
“สุดสายนัยนาที่แม่จะตามไปเล็งแล สุดโสตแล้วแม่ซับทราบสำเนียงสุดฝีเท้าที่แม่จะเยื้องย่องยกย่างลงเหยียบดิน”
ข้อความนี้ดีเด่นในด้านใด
การเล่นสัมผัสสระ
การใช้คำซ้ำ
การพรรณนาโวหาร
การใช้อุปมาโวหาร
ก. แสงจันทร์เหมือนหนึ่งน้ำพลอยพร้อยอยู่พรายๆ
ข. ดุเหว่าละเมอร้องก้องพนาเวศ
ค. แต่ย่างเหยียบเกรียบกรอบก็เหลียวหลัง
ง. พุ่มไม้ครึ้มเป็นเงาเงาชะโงกเงื้อม
ข้อใดเป็นโวหารสัทพจน์
ข้อ ก
ข้อ ข
ข้อ ค
ข้อ ง
ก. แสงจันทร์เหมือนหนึ่งน้ำพลอยพร้อยอยู่พรายๆ
ข. ดุเหว่าละเมอร้องก้องพนาเวศ
ค. แต่ย่างเหยียบเกรียบกรอบก็เหลียวหลัง
ง. พุ่มไม้ครึ้มเป็นเงาเงาชะโงกเงื้อม
ข้อใดเป็นอุปมาโวหาร
ข้อ ก
ข้อ ข
ข้อ ค
ข้อ ง
"ต่อมืดมัวสิจึงกลับเข้ามา ทำเป็นบีบน้ำตาตีอกว่าลูกหาย ใครจะไม่รู้แยบคายความคิดหญิง ถ้าแม้นเจ้าอาลัยอยู่ด้วยลูกจริงเหมือนวาจาก็จะรีบกลับมาแต่ตะวันไม่ทันรอน" ผู้กล่าวข้อความดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด
ต้องการให้ผู้ฟังสำนึกผิด และหยุดการตัดพ้อต่อว่าตน
ต้องการให้ผู้ฟังทราบว่า ผู้พูดรู้ทันผู้ฟังทั้งความคิดและพฤติกรรม
ต้องการให้ผู้ฟังคลายความโศกเศร้า โดยการเปลี่ยนเรื่อง
ต้องการให้ผู้ฟังมีความรับผิดชอบ และตรงต่อเวลา
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี เป็นผลงานของใคร
พระเทพโมลี (กลิ่น)
เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
พระบา
"แถวโน้นนั่นแก้วเกดพิกุลกับกาหลง ถัดไปก็สายหยุดประยงค์และยมโดย ยามพระพายพัดเคยร่วงโรยรายดอกลงมุมมอง" คำประพันธ์ข้างต้นกล่าวถึงไม้ดอกกี่ชนิด
๖ ชนิด
๗ ชนิด
๘ ชนิด
๙ ชนิด
บทประพันธ์ต่อไปนี้ ปรากฏโวหารภาพพจน์ชนิดใด "ดูกรนางนาฎพระน้องรัก ภทเท เจ้าผู้มีพักตร์อันผุดผ่องเสมือนหนึ่งเอาน้ำทองเข้ามาทาบทับประเทืองผิว"
สัทพจน์
อุปลักษณ์
สัญลักษณ์
อุปมาโวหาร
"...อุตสาหะตระตรากตระตรำเตร็ดเตร่หาผลาผลไม้ ถึงที่ไหนจะรกเรี้ยวก็ซอกซอน อุตส่าห์เที่ยวไม่ถอยหลังจนเนื้อหนังช่วนขาดเป็นริ้วรอย โลหิตไหลย้อยทุกหย่อมหนาม อารามจะใครได้ผลาผลไม้มาปฏิบัติลูกบำรุงผัว..."
จากบทประพันธ์ที่กำหนด แสดงถึงคุณลักษณะใดของพระนางมัทรี
ความขยัน
ความฉลาด
ความอดทน
การมีจิตกุศล
"...อุตสาหะตระตรากตระตรำเตร็ดเตร่หาผลาผลไม้ ถึงที่ไหนจะรกเรี้ยวก็ซอกซอน อุตส่าห์เที่ยวไม่ถอยหลังจนเนื้อหนังช่วนขาดเป็นริ้วรอย โลหิตไหลย้อยทุกหย่อมหนาม อารามจะใครได้ผลาผลไม้มาปฏิบัติลูกบำรุงผัว..."
จากบทประพันธ์ที่กำหนด มีลักษณะเด่นของการใช้คำอย่างไร
ใช้คำซ้ำ
ใช้คำสั้นกระชับ
ใช้คำที่มีความหมายตรงตัว
ใช้คำที่มีเสียงพยัญชนะต้นเหมือนกัน
...ส่วนสมเด็จพระมัทรีศรีสุนทรบวรรราชธิดามหาสมมุติวงศ์
วิสุทธิสืบสันดานมาวราโรหา ทรงพระพักตร์ผิวผ่องดุจเนื้อทองไม่เทียมสี ยสสสินี มีพระเกียรติยศอันล้ำเลิศวิไลลักษณ์ยอดกษัตริย์ อันทรงพระศรัทธาโสมนัสนบนิ้วประนนมน้อ
เศียรเคารพทานท้าวเธอก็ชื่นบานด้วยปิยบุตรมิ่งมกุฎทานอันพิเศษ...
การกระทำในข้อใดสอดคล้องกับการกระทำของพระนางมัทรีในบทประพันธ์ที่กำหนด
กนกพรอบรมเลี้ยงดูลูกด้วยความรักและความเมตตา
ศราวินอนุโมทนาบุญที่เพื่อนช่วยเหลือสุนัขที่ถูกรถชน
อาภาพรทำหน้าที่ภรรยา คอยปรนนิบัติสามีได้อย่างสมบูรณ์
ณัฐธิดาชอบช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
...ส่วนสมเด็จพระมัทรีศรีสุนทรบวรรราชธิดามหาสมมุติวงศ์
วิสุทธิสืบสันดานมาวราโรหา ทรงพระพักตร์ผิวผ่องดุจเนื้อทองไม่เทียมสี ยสสสินี มีพระเกียรติยศอันล้ำเลิศวิไลลักษณ์ยอดกษัตริย์ อันทรงพระศรัทธาโสมนัสนบนิ้วประนนมน้อ
เศียรเคารพทานท้าวเธอก็ชื่นบานด้วยปิยบุตรมิ่งมกุฎทานอันพิเศษ...
จากบทประพันธ์ที่กำหนดมีการใช้โวหารประเภทใด
อุปมาโวหาร
สาธกโวหาร
เทศนาโวหาร
พรรณนาโวหาร
"...เหตุไฉนไม้ที่มีผลเป็นพุ่มพวงก็กลายกลับเป็นดอกดวงเดียรดาษอนาถเนตร...ระพายพัดก็ร่วงโรยรายดอกลงมูนมอง แม่ยังได้เก็บเอาดอกมาร้อยกรองลูกเมื่อวันวาน ก็เพี้ยนผิดพิสดารเป็นพวงผล ผิดวิกลแต่ก่อนมา..."
จากบทประพันธ์ที่กำหนด สะท้อนให้เห็นความเชื่อของสังคมไทยในเรื่องใด
โชคลาง
โชคลาภ
กฎแห่งกรรม
เทวดาอารักษ์
บทประพันธ์ในเรืองมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ในข้อใดใช้รสแบบสัลลาปังคพิสัย
นางเสวยพระอาดูรพูนเทวษในพระอุรา น้ำพระอัสสุชลนาเธอไหลนองคลองพรทรงพระกันแสง แสนเทวษพิไรร่ำ ตั้งแต่ประถมยามค่ำไม่หย่อนหยุด แต่สักโมงยาม....
ใบชอุ่มประชุมช่อเป็นฉัตรดั่งฉัตรทอง แสงพระจันทร์ดั้นส่องต้องน้ำค้างที่ขังให้ไหลลงหยดย้อย เหมือนหนึ่งน้ำพลอยพร้อย ๆ อยู่พราย ๆ...
พอมาถึงก็ทำเสขึ้นเสียงเลี่ยงเลี้ยวพาโลว่าลูกหาย เออนี่เจ้ามิหมายว่าใคร ๆ ไม่รู้ทันกระมัง หรือเจ้าเห็นว่าพี่นี้เป็นชือดจิตคิดอนิจจังทิ้งพยศ อดอารมณ์เสีย..
ส่วนสมเด็จพระยอดมิ่งเอาวมาลย์มัพรี เมื่อได้สดับคำพระระรามีบริภาษณางที่ความโศกก็เสื่อมสร่างสงบจิต เพราะเจ็บใจ...
บทประพันธ์จากเรื่องมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรีในข้อใดแสดงถึงความรู้สึกของพระนางมัทรีที่ต้องสูญเสียพระโอรสและพระธิดา
โอพระจอมขวัญของแม่เอ่ย เจ้ามิเคยได้ความยาก ย่างเท้าลงเหยียบดิน ริ้นก็มิได้ได้ไรก็มิได้ตอม เจ้าเคย ฟังแต่เสียงที่เลี้ยงเขาชับกล่อมบำเรอด้วยดุริยางค์...
โลหิตไหลย้อยทุกหย่อมหนาม อารามจะใครได้ผลา ผลไม้มาปฏิบัติลูกบำรุงผัว ถึงกระไรจะคุ้มตัวก็ทั้งยาก น่าหลากใจ...
อันสองกุมารนี้พื้นเป็นทานแก่พราหมณ์แต่วันวานนี้ แล้ว พระน้องเจ้าอย่าไลยาไทศัลย์จงตั้งจิตของเจ้านั้น ให้โสมนัสศรัทธาในทางอันก่อกฤตาภินิหารพารมี...
ประหนึ่งว่าชีวาจะวางวายทำลายล่วง สองพระกร เธอข้อนทรวงทรงพระกันแสงครวญคร่ำรำพัน ว่า โอ้เจ้าดวงสุริยันจันทรทั้งคู่ของแม่เอ่ย แม่ไม่รู้เลยว่า เจ้าจะหนีพระมารดาไปสู่พาราใดไม่รู้ที่.....
"...หรือเจ้าเห็นว่าพี่นี้เป็นชือดจิตคิดอนิจจังทิ้งพยศ อดอารมณ์เสีย เจ้าเป็นแต่เพียงเมียควรหรือมาหมิ่นได้ ถ้าแม้นพี่อยู่ในกรุงไกรเหมือนแต่ก่อนเก่า หากว่าเจ้าทำเช่นนี้ กายของมัทรีก็จะขาดสะบั้นลงทันตาด้วยพระกรเบื้องขวาของอาตมานี้แล้วแล"
จากบทประพันธ์ที่กำหนด สะท้อนถึงค่านิยมของสังคมไทยสมัยก่อนในเรื่องใด
ผู้ชายต้องบวชเรียน
สามีเป็นใหญ่ในบ้าน
ยกย่องระบบศักดินา
ภรรยามีหน้าที่ปรนนิบัติสามี
ใครใช้หลักธรรมตามแบบอย่างพระเวสสันดรในเรื่องมหาเวสสันดรชาดกได้เหมาะสมที่สุด
คาวีตั้งใจศึกษาเล่าเรียน
ดวงชัยเก็บเงินเพื่อซื้อของขวัญให้คุณแม่
เด่นภูมิพยายามปรับปรุงตนเอง เมื่อถูกคุณครูตำหนิ
ขวัญพรซื้อของจำเป็นตามกำลังทรัพย์เพื่อนำไปบริจาคให้กับผู้ที่ประสบภัย
ข้อใดคือผู้แต่งเรื่อง มัทนะพาธา
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
มัทนะพาธามีความหมายตรงกับข้อใด
ความลุ่มหลง
ความงดงาม
ตำนานแห่งดอกกุหลาบ
ความเจ็บปวดหรือความเดือดร้อนจากความรัก
เรื่อง มัทนะพาธา ได้รับการยกย่องจากหน่วยงานใด
องค์การยูเนสโก
วรรณคดีสโมสร
หอสมุดแห่งชาติ
ราชบัณฑิตยสภา
คำประพันธ์ชนิดใดไม่ปรากฏในเรื่อง มัทนะพาธา
กาพย์ยานี
กาพย์ฉบัง
กาพย์สุรางคนางค์
กาพย์ตรีพิธพรรณ
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของสุเทษณ์เทพบุตร
มีความเด็ดขาด
มีคุณธรรมประจำใจ
รักเดียวใจเดียว
ใจร้อน โมโหร้าย
เรื่อง "มัทนะพาธา" เป็นงานเขียนชนิดใด
บทละคร
บทละครรำ
บทละครร้อง
บทละครพูด
ใครเป็นผู้สาปมัทนา
เทพบุตร
วิทยาธร
เทพบุตรสุเทษณ์
วิทยาธรมายาวิน
ใครเป็นผู้สาปมัทนา
เทพบุตร
วิทยาธร
เทพบุตรสุเทษณ์
วิทยาธรมายาวิน
เทพธิดามัทนาถูกสาปเพราะสาเหตุใด
มีความงามเกินไป
เจรจาไม่รู้เรื่อง
มีเวทมนตร์
ปฏิเสธความรัก
มัทนาขอร้องให้สุเทษณ์รับนางกลับขึ้นไปบนสวรรค์อีกหลังเกิดเหตุการณ์ใด
หนีท้าวชัยเสนมาป่าหิมะวัน
ไม่รับรักท้าวชัยเสน
ท้าวชัยเสนตามมาพบ
ถูกใส่ร้ายว่าไปกับศุภางค์ทหารเอก
ท้าวชัยเสนสั่งประหารชีวิตมัทนาจริงหรือไม่เพราะเหตุใด
จริง เพราะหลงเชื่อว่านางมัทนาไปรัก กับ ศุภางค์ ทหารเอกของท้าวชัยเสน
จริง เพราะนางจัณฑีมเหสีของท้าวชัยเสน ถูกมัทนาทำร้ายร่างกาย
ไม่จริง เพราะท้าวชัยเสนมีใจเสน่หาต่อ มัทนามาก ถึงขั้นได้สาบานรักต่อกันแล้ว
ไม่จริง เพราะมัทนาไม่มีความผิดเพียงแต่ถูกใส่ร้าย จากพระนางจันฑี มเหสีของท้าวชัยเสนด้วยความหึง หวงเท่านั้น
สุเทษณ์ปฏิบัติอย่างไร เมื่อมัทนาไม่รับรักเป็นครั้งที่สอง
สาปให้นางเป็นปีศาจตลอดไป
สาปให้นางไปอยู่ในนรกตลอดไป
สาปให้นางเป็นดอกกุหลาบตลอดไป
สาปให้นางกลายเป็นหญิงอัปลักษณ์ทุกชาติไป
คำกล่าวในข้อใดชี้ให้เห็นทาสของความรัก
ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์
ความรักทำให้คนตาบอด
ยามรักน้ำต้มผักขมยังชมว่าหวาน
ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ข้อใดกล่าวถึงบทละครพูดคำฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา ถูกต้องที่สุด
มัทนะพาธามีตัวละครเอกชื่อมายาวิน
มัทนะพาธาเป็นบทละครพูดคำกลอน
มัทนะพาธาถูกประพันธ์ขึ้นที่พระราชวังพญาไท
มัทนะพาธาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความสุขที่เกิดจากความรัก
ข้อใดที่ผู้พูดแสดงความเห็นใจ
แต่ในสุราลัย สุรางค์ดีก็มีถม
ประถมก็รูปเท- วะธิดาสง่าตรู
ข้าทราบและพลอยโศก อันโรครักนี้หนักใจ
คงได้สัมฤทธิ์สม หทัยแท้ทุกนงคราญ
ข้อใดที่ไม่ใช่แนวคิดเกี่ยวกับค่านิยมในสังคมไทย
แล้วทูลแถลงโดย สิริสัจจะวาทหวาน ว่าองค์พระนงคราญ
มาพบและรักกัน เพราะวะเคยสิเนหา แต่กรรมพระทำไว้ ณ พระชาติ์อดีตมา
จึ่งยอมถวายตัว และก็ไถ่พระโทษา ขององค์ชนกนา- ถะ
สองเพื่อจะประพันธ์ ฤดิชู้สิเนหา นางพาดะนุมา บมินานณสวนขวัญ
บุคคลข้อใดมีลักษณะนิสัยเหมือนกับนางมัทนา
ปวินท์ชื่อสัตย์กับความรู้สึกของตนเอง
ภัณฑิรายังคงรักคนที่ทำร้ายจิตใจตนเอง
กฤตภัคเป็นนายกรัฐมนตรีแต่ใช้อำนาจตามใจตน
วาสนาเข้าใจว่าความรักคือการได้ครอบครอง
ข้อใดปรากฏการใช้ภาพพจน์
อยู่ทน บ วางวาย มธุรสขจรไกล
อีกทั้งสะพรั่งหนาม ดุจะเข็มประดับไว้
คือลมและดีลด ทุษะเสมหะเสื่อมสรรพ์
ทุกเดือนเมื่อถึงวันเพ็ญ ให้นางนี้เป็น มนุษอยู่กำหนดมี
ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติและคุณประโยชน์ของ "กุพุชกะ"
ดอกใหญ่และเกสร สุวคนธะมากมาย
เย็นในอุราพลัน และระงับพยาธี
อีกทั้งเจริญกา- มะคุณาภิรมย์นันท์
สุดแค่แต่จอมสรวง จะประสิทธิ์ประสาทพันธุ์
"ทุตียะรูปนาง สิริร่างสอางซึ่ง
แสนงามและหากถึง จะประเทียบบ่แพ้ใคร.
นางชื่อวิเลขา กละภาพพิเศษไซร้,
วิโรจน์วิไลยใคร ยละร่านระตีพูน
สะขีพระเทวี มหิษีบดีสูร
ผู้สิงณไวกูณฐ์."
ข้อใดเป็นรสวรณคดีของคำประพันธ์ข้างต้น
เสาวรจนี
พิโรวาธัง
สัลปังคพิสัย
นารีปราโมทย์
"ดูก่อนสุชาตา มะทะนาวิไลยศรี" ข้อใดแบ่งคำครูและคำลหุตรงตามคำประพันธ์ข้างต้น
ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ครุ-ลหุ-ลหุ
ครุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ลทุ-ครุ-ลทุ-ครุ-ครุ
ครุ-ลหุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ-ครุ
ลหุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ-ครุ-ครุ
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของคำในภาษาไทย
มีตัวการันต์
มีวรรณยุกต์
มีระดับภาษา
ใช้ตัวสะกดตรงตามมาตรา
ข้อใดมีพยางค์ที่เป็นเสียงพยัญชนะต้นเสียงเดียวกันมากที่สุด
รับรักและยินยอม ดนุรักสมัคสมาน
ครองเขตประเทศขัณ- ฑะวิสุทธิปัญจาล
ข้องขัดและขวางหน้า บ่มิให้พระสมจินต์
ใดองค์จอมอมร ไม่โปรดปรานเร่งผ่านไป
ข้อใดมีเสียงพยัญชนะท้ายเป็นเสียงเดียวกันมากที่สุด
กระหน่ำและซ้ำเติม นฤพัทธะก่อการ
ประสิทธิ์ศิลป์ประสาสน์สาร ตลอดเลิกลุเวลา
เลอะเหลวนักละล้วนนี้ ระผลเห็นบเปนไป
กระนั้นเสมอไน ยะธแสร้งเสาะสนถาม
ข้อใดไม่มีสระประสม
ต่างตัวดีดโลดโดดลอย เลิงเล่นเผ่นคอย
หลายอย่างต่างกลธขวนขวาย ระบิละยุปริยาย
โอ้โอ๋ละเหี่ยอุระสดับ วรศัพทะท่านทรง
อ้าช่วยระงับดับ ทุขะพี่ระคายระคาง
ข้อใดเป็นประโยคที่ใช้คำอุปมา
เขาเป็นเสาหลักของครอบครัว
เขาพูดเสียงดังจนหูแทบแตก
เธอสวยราวกับดอกไม้แรกแย้ม
เขามีความรู้มากมายมหาศาล
ประโยคใด ไม่ใช่ การใช้อุปมา
นิสัยของเขาอ่อนโยนเหมือนสายน้ำ
แสงแดดยามเช้าสดใสราวกับทองคำ
เขาเป็นครูใหญ่ของโรงเรียน
ใบหน้าเธองามประหนึ่งจันทร์เพ็ญ
คำในข้อใด มีเสียงวรรณยุกต์ไม่ตรงกับรูปวรรณยุกต์
กุ้ง
กล้า
เร้า
ปิ๋ว
