wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Test9 อำนาจในพื้นที่เฉพาะ

Total questions: 39

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบัญญัติของพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับการศุลกากรให้พนักงานศุลกากรซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจดังต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่อำนาจดังกล่าว (ม.157)

a)

เข้าไปในสถานประกอบการหรือสถานที่ที่เกี่ยวกับการประกอบการของผู้นำของเข้า ผู้นำของออก ผู้ขนส่ง หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าวหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องตามที่อธิบดีประกาศกำหนดในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในระหว่างเวลาทำการของสถานที่นั้น

b)

จับกุมผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ต้องมีหมายจับ เมื่อปรากฏว่ามีการกระทำความผิดซึ่งหน้าหรือมีเหตุอันอื่นตามประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติไว้เพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป

c)

ยึดหรืออายัดบัญชีเอกสารหลักฐานข้อมูลหรือสิ่งของอื่นใดที่อาจใช้พิสูจน์ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับการศุลกากร

d)

ไม่มีข้อใดถูก

2.

พนักงานศุลกากรซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจออกหนังสือเรียกผู้นำของเข้าผู้ส่งของออกผู้ส่งหรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าวหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำของเข้าหรือการส่งของออกมาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริงหรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือหรือให้ส่งบัญชีเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่นที่จำเป็นมาประกอบการพิจารณาได้ทั้งนี้ต้องให้เวลาแก่บุคคลดังกล่าวไม่น้อยกว่าเท่าใด(ม.157(4))

a)

7วันนับแต่วันที่ออกหนังสือนั้น

b)

15วันนับแต่วันที่ออกหนังสือนั้น

c)

7วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น

d)

15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น

3.

พนักงานศุลกากรมีอำนาจเข้าไปในสถานประกอบการเพื่อตรวจสอบหรือเรียกบัญชีเอกสารหลักฐานและข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับของที่กำลังผ่านหรือได้ผ่านพิธีการศุลกากรภายในกำหนดระยะเวลาไม่เกินกี่ปี นับแต่วันที่นำของเข้าหรือส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรหรือนำผ่านราชอาณาจักร

a)

2ปี

b)

3ปี

c)

5ปี

d)

10 ปี

4.

พนักงานศุลกากรอาจตรวจหรือค้นหีบห่อของผู้โดยสารที่เข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรได้ หากพบว่ามีของใด และพนักงานศุลกากรมีอำนาจยึดหีบห่อหรือของนั้นไว้ได้ (ม.161)

a)

ของต้องห้ามหรือของต้องกำจัด

b)

ของที่ไม่ได้เสียอากร

c)

ของที่ยังไม่ได้เสียอากรหรือของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร

d)

ของที่ยังมิได้เสียอากร ของต้องห้าม ของต้องจำกัด หรือของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร

5.

ข้อใดไม่ใช่ของที่พึงต้องริบตามพระราชบัญญัตินี้ (ม.166)

a)

ของที่ยังไม่ได้เสียอากร

b)

ของต้องห้ามของต้องกำกัด

c)

ของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร

d)

ไม่มีข้อใดถูก

6.

บุคคลใดมิใช่ผู้มีอำนาจยึดหรืออายัดสิ่งต่างๆอันจะพึงต้องริบหรือเป็นที่สงสัยว่าจะพึงต้องริบตามพระราชบัญญัตินี้ไว้ได้

a)

พนักงานศุลกากร

b)

พนักงานฝ่ายปกครอง

c)

นายเรือหรือผู้ควบคุมอากาศยาน

d)

ตำรวจ

7.

สิ่งที่ยึดไว้นั้น ถ้าเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิด และเจ้าของหรือผู้มีสิทธิ์ไม่มายื่นคำร้องขอคืนภายในกี่วันนับแต่วันที่ยึดให้ถือว่าเป็นสิ่งที่มีเจ้าของและให้ตกเป็นของแผ่นดิน

a)

30 วัน

b)

60 วัน

c)

90 วัน

d)

180 วัน

8.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ในการปฎิบัติหน้าที่ของพนักงานศุลกากรตามพระราชบัญญัตินี้ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร

b)

ในการปฎิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้พนักงานศุลกากรต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง

c)

ในกรณีที่ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เกิดขึ้นในทะเลอาณาเขตเมื่อพนักงานศุลกากรจับผู้กระทำความผิดและส่งให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ใดให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่นั้นมีอำนาจสอบสวนในระหว่างรอคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบจากอัยการสูงสุดหรือผู้รับรักษาการแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาทั้งนี้มิให้นับระยะเวลาเดินทางตามปกติที่นำตัวผู้กระทำความผิดส่งให้พนักงานสอบสวนเป็นเวลาควบคุม ผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

d)

ไม่มีข้อใดถูก

9.

เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับศุลกากรในเขตท้องที่ใดให้กำหนดเขตท้องที่นั้นเป็นเขตที่เรียกว่าอะไรโดยตราขึ้นเป็นกฎหมายใด(ม.175)

a)

ให้กำหนดเขตท้องที่นั้นเป็นเขตควบคุมศุลกากรโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

b)

ให้กำหนดเขตท้องที่นั้นเป็นเขตควบคุมศุลกากรโดยตราเป็นกฎกระทรวง

c)

ให้กำหนดเขตท้องที่นั้นเป็นเขตควบคุมทางศุลกากรโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

d)

ให้กำหนดเขตท้องที่นั้นเป็นเขตควบคุมทางศุลกากรโดยตราเป็นกฎกระทรวง

10.

ในหมวดที่8ส่วนที่2 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความหมายของ พื้นที่ควบคุมร่วมกัน

a)

พื้นที่ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมร่วมกันตามกฏหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามเขตแดน

b)

พื้นที่ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมร่วมกันตามกฏหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามชายแดน

c)

พื้นที่ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมร่วมกันตามกฏหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน

d)

พื้นที่ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมร่วมกันตามกฏหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งผ่านแดน

11.

พื้นที่ควบคุมร่วมกันมีชื่อภาษาอังกฤษว่าอะไร

a)

Joint control area

b)

Joint common area

c)

Command control area

d)

Common control area

12.

ความตกลงที่เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดตั้งพื้นที่ควบคุมร่วมกัน คืออะไร

a)

GMS Trade facilitation agreement

b)

GMS Border Trade Control Agreement

c)

GMS Border Agencies Cooperation agreement

d)

GMS Cross border transport facilitation agreement

13.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ให้กรมศุลกากรมีอำนาจทางศุลกากรทั้งปวงในพื้นที่ควบคุมร่วมกันเช่นเดียวกับในเขตศุลกากร

b)

การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานศุลกากรในพื้นที่ควบคุมร่วมกันนอกราชอาณาจักรให้ถือว่าเป็นการปฎิบัติหน้าที่ในราชอาณาจักร

c)

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดระเบียบและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการศุลกากรในพื้นที่ควบคุมร่วมกัน

d)

ไม่มีข้อใดถูก

14.

ในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับการศุลกากรที่ตรวจพบในพื้นที่ควบคุมร่วมกันในราชอาณาจักรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ ข้อใดมิใช่หลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าว

a)

ในกรณีที่เป็นการกระทำความผิดตามกฏหมายไทยให้พนักงานศุลกากรของรัฐบาลไทยดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

b)

ในกรณีที่เป็นการกระทำความผิดตามกฏหมายของประเทศภาคีตามความตกลงและเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลประเทศภาคีตามความตกลงร้องขอให้พนักงานศุลกากรของรัฐบาลไทยส่งบุคคลสัตว์พืชของตลอดจนพาหนะผู้ควบคุมพาหนะและคนประจำพาหนะที่ใช้ขนส่งสิ่งดังกล่าวไปยังประเทศภาคีตามความตกลง

c)

ในกรณีที่เป็นการกระทำความผิดทั้งตามกฏหมายไทยและกฎหมายของประเทศภาคีตามความตกลงให้พนักงานศุลกากรของรัฐบาลไทยดำเนินการตามกฎหมายไทยและเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วให้รายงานผลการดำเนินการให้เจ้าหนี้หน้าที่ของรัฐบาลภาคีตามความตกลงทราบและถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลประเทศภาคีตามความตกลงร้องขอพนักงานศุลกากรของรัฐบาลไทยจะส่งบุคคลสัตว์พืชของตลอดจนพาหนะผู้ควบคุมพาหนะและคนประจำพาหนะที่ใช้ขนส่งสิ่งดังกล่าวไปยังประเทศภาคีตามความตกลงเมื่อได้มีการดำเนินการตามกฎหมายไทยเสร็จแล้วก็ได้

d)

ไม่มีข้อใดถูก

15.

ข้อใดคือจุดผ่านแดนนำร่องจุดแรกในการจัดตั้งพื้นที่ควบคุมร่วมกันของประเทศไทยกับต่างประเทศ

a)

มุกดาหาร-สะหวันนะเขต

b)

อรัญประเทศ-ปอยเปรต

c)

แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก

d)

นครพนม-คำม่วน

16.

ข้อใดคือความหมายของ การค้าชายฝั่ง

a)

การขนส่งทางลำน้ำจากท่าเรือในราชอาณาจักรไปยังอีกท่าหนึ่งในราชอาณาจักรเพื่อรับค่าตอบแทนในการขนส่งของรวมทั้งการซื้อขายของที่ขนมานั้น

b)

การขนส่งทางลำน้ำจากท่าเรือในราชอาณาจักรไปยังอีกท่าหนึ่งนอกราชอาณาจักรเพื่อรับค่าตอบแทนในการขนส่งของรวมทั้งการซื้อขายของที่ขนมานั้น

c)

การขนส่งทางทะเลจากท่าเรือในราชอาณาจักรไปยังอีกท่าหนึ่งในราชอาณาจักรเพื่อรับค่าตอบแทนในการขนส่งของรวมทั้งการซื้อขายของที่ขนมานั้น

d)

การขนส่งทางทะเลจากท่าเรือในราชอาณาจักรไปยังอีกท่าหนึ่งนอกราชอาณาจักรเพื่อรับค่าตอบแทนในการขนส่งของรวมทั้งการซื้อขายของที่ขนมานั้น

17.

เมื่อเรือที่ทำการค้าชายฝั่งมาถึงท่าอีกแห่งหนึ่งแล้วให้นายเรือแสดงใบอนุญาตปล่อยสินค้าและปล่อยเรือแก่พนักงานศุลกากรผู้รับผิดชอบพื้นที่ที่เรือนั้นมาถึงภายในกี่ชั่วโมง นับแต่เรือมาถึงเพื่อตรวจสอบของที่บรรทุกหรือขนส่งมาในเรือนั้นว่าถูกต้องตรงกับบัญชีสินค้าที่บรรทุกหรือขนส่งมาจากท่าเรือต้นทาง

a)

6 ชั่วโมง

b)

12 ชั่วโมง

c)

24 ชั่วโมง

d)

48 ชั่วโมง

18.

นายเรือต้องเก็บรักษาบัญชีสินค้าตามมาตรา 185 ทุกเที่ยวการเดินเรือไว้ในเรือนั้นเป็นระยะเวลากี่เดือนเพื่อให้พนักงานศุลกากรตรวจสอบและจดบันทึกการตรวจสอบลงบัญชีในบัญชีสินค้านั้น

a)

หนึ่งเดือน

b)

สองเดือน

c)

สามเดือน

d)

หกเดือน

19.

เขตต่อเนื่องเป็นเขตที่อยู่ต่อเนื่องจากเส้นขอบนอกทะเลอาณาเขตออกไปอีกกี่ไมล์ทะเล

a)

6 ไมล์ทะเล

b)

12 ไมล์ทะเล

c)

24 ไมล์ทะเล

d)

200 ไมล์ทะเล

20.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคุณลักษณะอำนาจเฉพาะ ในเขตต่อเนื่อง

a)

รัฐชายฝั่งทะเลมีอำนาจในการป้องกันมิให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายและข้อบังคับว่าด้วยศุลกากรการเข้าเมือง รัษฎากร และสุขาภิบาลอันจะทำให้เกิดในดินแดนหรือในทะเลอาณาเขตของตนและลงโทษผู้กระทำฝ่าฝืนกฎหมายและข้อบังคับดังกล่าว

b)

รัฐชายฝั่งมีอำนาจในการคุ้มครองวัตถุโบราณหรือวัตถุทางประวัติศาสตร์ ที่อยู่บนพื้นที่ทะเลในเขตต่อเนื่อง

c)

รัฐชายฝั่งมีสิทธิ์อธิปไตยเพื่อความมุ่งประสงค์ในการสำรวจ exploration และการแสวงประโยชน์exploitationในการอนุรักษ์conservationและการจัดการmanagement ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตในน้ำเหนือพื้นดินท้องทะเลwater superjacent to the Seabased และพื้นที่ดินท้องทะเลSea-bedกับดินใต้ผิวดินSubsoilของพื้นดินท้องทะเลนั้น และมีสิทธิ์อธิปไตยในส่วนที่เกี่ยวกับกิจกรรมอื่นๆเพื่อการแสวงประโยชน์และการสำรวจทางเศรษฐกิจในเขตดังกล่าว

d)

ไม่มีข้อใดถูก

21.

อนุสัญญาที่กำหนดเกี่ยวกับการแบ่งอาณาเขตทางทะเลในปัจจุบัน มีชื่อย่อว่าอนุสัญญาใด (United Nations Convention on the Law of the sea)

a)

UNCLOS

b)

UNSCLO

c)

UNCSOL

d)

UNSLOC

22.

ข้อใดคือความหมายของ พื้นที่พัฒนาร่วมในหมวด8ส่วนที่5

a)

พื้นที่พัฒนาร่วมตามกฏหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย-กัมพูชา

b)

พื้นที่พัฒนาร่วมตามกฏหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย-ลาว

c)

พื้นที่พัฒนาร่วมตามกฏหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย

d)

พื้นที่พัฒนาร่วมตามกฏหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย-เวียดนาม

23.

ข้อใดคือความหมายของ “ของที่ได้รับความเห็นชอบทางศุลกากร” ในหมวด8ส่วนที่5 (ม.192)

a)

ของที่ได้รับยกเว้นอากรศุลกากรทั้งตามกฏหมายของราชอาณาจักรไทยและมาเลเซียเกี่ยวกับศุลกากร

b)

ของที่ได้รับยกเว้นอากรทั้งตามกฏหมายของราชอาณาจักรไทยและมาเลเซียเทียบเกี่ยวกับศุลกากรและสรรพสามิต

c)

ของที่ได้รับยกเว้นและลดอากรศุลกากรทั้งตามกฏหมายของราชอาณาจักรไทยและมาเลเซียที่เกี่ยวกับศุลกากร

d)

ของที่ได้รับยกเว้นและลดอากรทั้งตามกฏหมายของราชอาณาจักรไทยและมาเลเซียที่เกี่ยวกับศุลกากรและสรรพสามิต

24.

การจัดระเบียบการเคลื่อนย้ายของที่นำเข้ามาในหรือส่งออกไปจากพื้นที่พัฒนาร่วมเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใด

a)

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

b)

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

c)

เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

d)

เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

25.

การเคลื่อนย้ายของที่ผลิตในพื้นที่พัฒนาร่วมที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยหรือไปยังมาเลเซียหรือประเทศที่สามให้ถือว่าเป็นของชนิดใดหรือการกระทำใด

a)

ของนำเข้า

b)

ของส่งออก

c)

ของผ่านแดน

d)

การเคลื่อนย้ายภายในประเทศ

26.

การเคลื่อนย้ายของใดใดที่เข้ามาในพื้นที่พัฒนาร่วมจากคลังสินค้าใดใดที่ได้รับอนุญาตหรือบริเวณทัณฑ์บนของราชอาณาจักรไทยหรือมาเลเซียให้ถือว่าเป็นของชนิดใดหรือการกระทำใด

a)

ของนำเข้า

b)

ของส่งออก

c)

ของผ่านแดน

d)

การเคลื่อนย้ายภายในประเทศ

27.

การเคลื่อนย้ายของใดๆที่เข้ามาในพื้นที่พัฒนาร่วมจาก จากราชอาณาจักรไทยหรือมาเลเซียให้ถือว่าเป็นของชนิดใดหรือการกระทำใด

a)

ของนำเข้า

b)

ของส่งออก

c)

ของผ่านแดน

d)

การเคลื่อนย้ายภายในประเทศ

28.

การเคลื่อนย้ายของใดๆที่เข้ามาในพื้นที่พัฒนาร่วมจากประเทศอื่นใดนอกจากราชอาณาจักรไทยหรือมาเลเซียให้ถือว่าเป็นของชนิดใดหรือการกระทำการใด

a)

ของนำเข้า

b)

ของส่งออก

c)

ของผ่านแดน

d)

การเคลื่อนย้ายภายในประเทศ

29.

แบบใบขนสินค้าสำหรับสำแดงสินค้าจากพื้นที่พัฒนาร่วมส่งออกไปยังมาเลเซียโดยผ่านราชอาณาจักรไทยใช้สำหรับพิธีการศุลกากรส่งของออกจากราชอาณาจักรไทยไปยังมาเลเซียเรียกว่าแบบใบขนสินค้าใด

a)

JDA1

b)

JDA2

c)

JDA3

d)

แบบใบขนสินค้าขาออกออกแบบพิเศษ

30.

แบบใบขนสินค้าที่ใช้กับกรณีการนำของจากประเทศที่สามหรือจากคลังสินค้าทัณฑ์บนเขตปลอดอากรหรือพื้นที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีใดๆของราชอาณาจักรไทยหรือมาเลเซียเข้าไปในพื้นที่พัฒนาร่วมเรียกว่าใบขนสินค้าแบบใด

a)

JDA1

b)

JDA2

c)

JDA3

d)

แบบใบขนสินค้าขาออกออกแบบพิเศษ

31.

แบบใบขนสินค้าที่ใช้กับกรณีการนำของเข้าไปในพื้นที่พัฒนาร่วมจากราชอาณาจักรไทยหรือมาเลเซียซึ่งเป็นของที่ได้รับความเห็นชอบจากศุลกากรว่าเป็นเครื่องมือเครื่องใช้และวัดวัสดุสิ่งของสำหรับใช้ในพื้นที่พัฒนาร่วมและการนำของนั้นออกจากพื้นที่พัฒนาร่วมเข้ามาในราชอาณาจักรไทยหรือมาเลเซียเรียกว่าแบบใบขนสินค้าใด

a)

JDA1

b)

JDA2

c)

JDA3

d)

แบบใบขนสินค้าขาออกออกแบบพิเศษ

32.

แบบใบขนสินค้าที่ใช้กับกรณีการนำของที่ผลิตหรือของที่เกิดจากกระบวนการผลิตในพื้นที่พัฒนาร่วมออกจากพื้นที่พัฒนาร่วมเข้ามาในราชอาณาจักรไทยหรือมาเลเซียหรือประเทศที่สามเรียกว่าแบบใบขนสินค้าใด

a)

JDA2

b)

JDA3

c)

แบบใบขนสินค้าขาออกออกแบบพิเศษ

d)

JDA1

33.

ข้อใดมิใช่ จุดที่ภาระภาษีเกิดขึ้นในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

a)

แท่นขุดเจาะรวมถึงพื้นที่โดยรวม

b)

จุดตั้งมาตรวัดเพื่อวัดปริมาณการส่งออกก๊าซ

c)

เรือกักเก็บน้ำมันและจุดตั้งมาตรวัดเพื่อวัดปริมาณการส่งออกน้ำมัน

d)

ไม่มีข้อใดถูก

34.

ข้อใดคือความหมายของ “ที่ทำการศุลกากรร่วม”ในหมวด8ส่วนที่5 (ม.198)

a)

ที่ทำการของคณะกรรมการศุลกากรร่วมที่จัดตั้งขึ้นในสำนักงานใหญ่ขององค์กรร่วมเพื่อวัตถุประสงค์ของการประสานงานด้านการดำเนินการตามกฏหมายศุลกากรในพื้นที่พัฒนาร่วม

b)

ที่ทำการของคณะกรรมการศุลกากรร่วมที่จัดตั้งขึ้นในสำนักงานใหญ่ขององค์กรร่วมเพื่อวัตถุประสงค์ของการประสานงานด้านการดำเนินการตามกฏหมายสรรพสามิตในพื้นที่พัฒนาร่วม

c)

ที่ทำการของคณะกรรมการศุลกากรร่วมที่จัดตั้งขึ้นในสำนักงานใหญ่ขององค์กรร่วมเพื่อวัตถุประสงค์ของการประสานงานด้านการดำเนินการตามกฏหมายศุลกากรและสรรพสามิตในพื้นที่พัฒนาร่วม

d)

ที่ทำการของคณะกรรมการศุลกากรและสรรพสามิตร่วมที่จัดตั้งขึ้นในสำนักงานใหญ่ขององค์กรร่วมเพื่อวัตถุประสงค์ของการประสานงานด้านการดำเนินการตามกฏหมายศุลกากรและสรรพสามิตในพื้นที่พัฒนาร่วม

35.

ข้อใดคือความหมายของ“คณะกรรมการศุลกากรร่วม”ในหมวด8ส่วนที่5

a)

คณะกรรมการที่ประกอบด้วยพนักงานศุลกากรและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานศุลกากรของมาเลเซียที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ของการประสานงานด้านการดำเนินการตามกฏหมายศุลกากรในพื้นที่พัฒนาร่วม

b)

คณะกรรมการที่ประกอบด้วยพนักงานศุลกากรและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานศุลกากรและสรรพสามิตของมาเลเซียที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ของการประสานงานด้านการดำเนินการตามกฏหมายศุลกากรและสรรพสามิตในพื้นที่พัฒนาร่วม

c)

คณะกรรมการที่ประกอบด้วยพนักงานศุลกากรและพนักงานสรรพสามิตและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานศุลกากรและสรรพสามิตของมาเลเซียที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ของการประสานงานด้านการดำเนินการตามกฏหมายศุลกากรในพื้นที่พัฒนาร่วม

d)

คณะกรรมการที่ประกอบด้วยพนักงานสรรพสามิตและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสรรพสามิตของมาเลเซียที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ของการประสานงานด้านการดำเนินการตามกฏหมายสรรพสามิตในพื้นที่พัฒนาร่วม

36.

เงินที่ได้จากการขายของซึ่งเป็นผลของพื้นที่พัฒนาร่วมที่ถูกริบให้แบ่งอย่างไร

a)

แบ่งให้ราชอาณาจักรไทยร้อยละ 51 และแบ่งให้มาเลเซียร้อยละ 49

b)

แบ่งให้ราชอาณาจักรไทยร้อยละ 49 และแบ่งให้มาเลเซียร้อยละ 51

c)

แบ่งให้ราชอาณาจักรไทยร้อยละ 50 และแบ่งให้มาเลเซียร้อยละ 50

d)

ไม่มีการแบ่งผู้ใดมีเขตอำนาจเหนือความผิดนั้นผู้นั้นได้รับเงินที่ได้จากการขายของดังกล่าว

37.

ศาลใดมีเขตอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาคดีศุลกากรที่เกี่ยวกับพื้นที่พัฒนาร่วม

a)

ศาลภาษีอากรกลางหรือศาลจังหวัดสงขลา

b)

ศาลภาษีอากรกลางหรือศาลอาญาหรือศาลอาญากรุงเทพใต้

c)

ศาลภาษีอากรกลางศาลจังหวัดสงขลาหรือศาลอาญา

d)

ศาลภาษีอากรกลางศาลจังหวัดสงขลาหรือศาลอาญาหรือศาลอาญากรุงเทพใต้

38.

ด่านศุลกากรที่ปฏิบัติพิธีการเกี่ยวกับการนำของเข้าและการส่งออกในพื้นที่พัฒนาร่วมไทยมาเลเซียสำหรับประเทศไทยคือด่านศุลกากรใด

a)

ด่านศุลกากรนครศรีธรรมราช

b)

ด่านศุลกากรท่าอากาศยานหาดใหญ่

c)

ด่านศุลกากรกระบี่

d)

ด่านศุลกากรสงขลา

39.

สำนักงานใหญ่ขององค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย(Malaysia-Thailand Joint Authority MTJA)ตั้งอยู่ที่ใด

a)

กรุงเทพมหานครประเทศไทย

b)

จังหวัดสงขลาประเทศไทย

c)

รัฐตรังกานูประเทศมาเลเซีย

d)

กรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย