NEW
Font size
S
M
L
XL
WorksheetsMatrix Analysis
Total questions: 8
Worksheet time: 6mins
Name
Class
Date
1.
ข้อใดคือข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของ Stiffness Method (Displacement Method) เมื่อเทียบกับ Flexibility Method (Force Method) ในการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยคอมพิวเตอร์?
a)
Stiffness Method ใช้ได้กับโครงสร้างแบบ Indeterminate เท่านั้น
b)
Flexibility Method มีขั้นตอนที่เป็นระบบและง่ายต่อการเขียนโปรแกรมมากกว่า
c)
Stiffness Method มีขั้นตอนที่เป็นระบบและเหมาะสมกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์มากกว่า
d)
Flexibility Method ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่าเสมอ
2.
ระบบพิกัดใดที่ใช้สำหรับนิยามรูปทรงโดยรวมของโครงสร้างและพฤติกรรมการเคลื่อนตัวของจุดต่อทั้งหมด?
a)
ระบบพิกัดเฉพาะที่ (Local Coordinate System)
b)
ระบบพิกัดคาร์ทีเซียน (Cartesian Coordinate System)
c)
ระบบพิกัดสัมพัทธ์ (Relative Coordinate System)
d)
ระบบพิกัดร่วม (Global Coordinate System)
3.
สำหรับโครงสร้าง 2 มิติ จุดต่ออิสระ (Free Joint) ที่ไม่มีเงื่อนไขบังคับใดๆ จะมี Degree of Freedom (DOF) ทั้งหมดกี่ค่า?
a)
1 DOF
b)
2 DOF
c)
3 DOF
d)
6 DOF
4.
สำหรับชิ้นส่วนในโครงข้อหมุน (Truss Member) ในระบบพิกัดเฉพาะที่ (Local Coordinates) เมทริกซ์ความแข็งเกร็ง ( k ) จะมีขนาดเท่าใด?
a)
6×6
b)
4×4
c)
2×2
d)
1×1
5.
Transformation Matrix (T) ใช้เพื่อแปลงค่าระหว่างระบบพิกัดใด?
a)
แปลงแรง (Force) เป็นการเคลื่อนตัว (Displacement)
b)
แปลงค่าจากระบบพิกัดร่วม (Global) เป็นระบบพิกัดเฉพาะที่ (Local)
c)
แปลงเมทริกซ์ความแข็งเกร็งของชิ้นส่วน (k) เป็นเมทริกซ์ความแข็งเกร็งของโครงสร้าง (S)
d)
แปลงแรงที่จุดต่อ (Joint Load) เป็นแรงที่ปลายชิ้นส่วน (Member End Force)
6.
โครงสร้างคานต่อเนื่อง (Continuous Beam) ที่รับน้ำหนักในแนวดิ่งเท่านั้น เหตุใดจึงไม่จำเป็นต้องมีการแปลงระบบพิกัด (Coordinate Transformation)?
a)
เพราะไม่มีแรงกระทำในแนวแกน
b)
เพราะระบบพิกัดเฉพาะที่และระบบพิกัดร่วมอยู่ในแนวเดียวกัน
c)
เพราะคานต่อเนื่องเป็นโครงสร้างแบบ Determinate เสมอ
d)
เพราะชิ้นส่วนทุกชิ้นมีความยาวเท่ากัน
7.
ข้อใดคือขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการวิเคราะห์โครงสร้างด้วย Matrix Stiffness Method?
a)
คำนวณหาแรงในชิ้นส่วน
b)
คำนวณ Fixed-End Force
c)
ระบุ Degree of Freedom (DOF) และสร้างแบบจำลองการวิเคราะห์
d)
รวมเมทริกซ์ความแข็งเกร็งของโครงสร้าง (S)
8.
ในสมการความสัมพันธ์ของชิ้นส่วนในระบบพิกัดเฉพาะที่ Q=ku+Qf ตัวแปร Qf หมายถึงอะไร?
a)
แรงภายนอกที่กระทำต่อชิ้นส่วน
b)
แรงที่ปลายชิ้นส่วนเนื่องจากการยึดรั้ง
c)
แรงปฏิกิริยาที่จุดรองรับ
d)
แรงภายในที่เกิดขึ้นจากการเสียรูป
Reset
