Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วิทยาศาสตร์ ป.5 เทอม 1

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ชาวนาเก็บข้าวในนาได้ 2 ตัน ต้องการขนข้าวกลับบ้านโดยใช้รถลาก ซึ่งจะต้องใช้แรงลากถึง 1,000 นิวตันหากใช้วัว 5 ตัวลาก วัวแต่ละตัวต้องออกแรงลากตัวละเท่าใด

a)

1,000 นิวตัน

b)

500 นิวตัน

c)

200 นิวตัน

d)

250 นิวตัน

2.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใด กล่าวเกี่ยวกับลักษณะพื้นผิวละน้ำหนักของวัตถุ มีผลต่อแรงเสียดทาน ได้ถูกต้อง

a)

พื้นผิวขรุขระจะเคลื่อนที่ได้ช้า

b)

พื้นผิวหยาบจะช่วยให้การเคลื่อนที่เร็วขึ้น

c)

น้ำหนักของวัตถุมากจะทำให้เคลื่อนที่ได้ช้า

d)

พื้นผิวขรุขระและน้ำหนักของวัตถุมากจะร่วมกันทำให้วัตถุเคลื่อนที่ช้าลง

3.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดเป็นประโยชน์ของแรงเสียดทาน

a)

ช่วยในการถูบ้านให้ง่ายขึ้น

b)

ช่วยหยุดรถยนต์ที่กำลังเคลื่อนที่กำลังเคลื่อนที่

c)

ช่วยในการเขียนหนังสือสะดวกขึ้น

d)

ทำให้เล่นสเกตบอร์ดสะดวกสบายขึ้น

4.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
การลากวัตถุบนพื้นหญ้า เกี่ยวข้องกับการใช้แรงอย่างไร

a)

พื้นหญ้าเป็นตัวทำให้เกิดแรงเสียดทานขึ้น

b)

พื้นหญ้าไม่ทำให้เกิดแรงเสียดทานขึ้น

c)

ค่าน้ำหนักของวัตถุไม่มีผลต่อพื้นผิวหญ้า

d)

ผิวของวัตถุสร้างแรงเสียดทานต่อพื้นหญ้า

5.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
"ลูกฟุตบอล เมื่อเตะก็จะเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็ว เมื่อตกจะค่อยๆ กลิ้งและหยุดลงในที่สุด"

จากข้อความนี้ ต้องอาศัยแรงกระทำใดบ้างต่อลูกฟุตบอล

a)

แรงลัพธ์

b)

แรงเสียดทาน

c)

ชักเย่อ

d)

แรงกล้ามเนื้อ แรงเสียดทาน

6.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
แรงเสียดทานมีทิศทางตรงข้ามกับแรงใด

a)

แรงกระทำต่อวัตถุ

b)

แรงลัพธ์

c)

แรงผลัก

d)

แรงดัน

7.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดไม่ใช่การนำแรงลัพธ์มาใช้ประโยชน์

a)

เล่นชิงช้า

b)

การพายเรือ

c)

หลอดฉีดยา

d)

สะพานแขวน

8.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ถ้าการเคลื่อนที่ของวัตถุไม่มีแรงเสียดทานจะเป็นอย่างไร

a)

วัตถุจะเคลื่อนที่ขึ้น

b)

วัตถุจะมีความเร่งมากขึ้นทุกที

c)

วัตถุจะเคลื่อนที่ด้วยอัตราความเร็วคงที่

d)

วัตถุจะเคลื่อนที่ตามแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุ

9.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
พื้นผิวของวัตถุใดทำให้เกิดแรงเสียดทานได้น้อยที่สุด

a)

กระจก

b)

กระเบื้อง

c)

คอนกรีต

d)

ไม้กระดาน

10.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดเป็นโทษของแรงเสียดทาน

a)
  1. 1. ทำให้การเคลื่อนที่ของวัตถุช้าลง

b)
  1. 2. ทำให้ใช้แรงในการเคลื่อนวัตถุมากขึ้น

c)
  1. 3. ดอกยางรถยนต์ทำให้หยุดรถได้

d)

ข้อ 1 และ 2 ถูกต้อง

11.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ถ้ากำหนดให้แรง A มี 3 แรง และ แรง B มี 3 แรง ผลของแรงลัพธ์จะเป็นอย่างไร

a)

แรงลัพธ์เท่ากับ 0

b)
  1. แรงลัพธ์เท่ากับ 10

c)
  1. แรงลัพธ์เท่ากับ 20

d)

แรงลัพธ์เท่ากับ 30

12.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ถ้าแรง A มีค่า 2 นิวตัน กระทำต่อวัตถุเดียวกันกับแรง B แต่ทิศทางตรงข้าม ถ้าวัตถุเคลื่อนที่ไป ทิศทาง A คำอธิบายใดถูกต้องที่สุด

a)

แรง B มีมากกว่า 2 นิวตัน

b)
  1. แรง A มีผลของแรงลัพธ์เป็น 0

c)
  1. แรง B มีผลของแรงลัพธ์เป็น 0

d)

แรงลัพธ์ของแรง A มีค่ามากกว่าแรง B

13.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดที่ไม่มีแรงเข้ามาเกี่ยวข้อง

a)

แกว่งชิงช้า

b)
  1. เครื่องซักผ้า

c)
  1. คว่ำแก้วไว้ในตู้

d)

เด็กๆ เล่นชักเย่อ

14.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
แม่ค้าหาบของด้วยไม้คานและเข่ง 2 ใบ ซ้ายหนึ่งใบ ขวาหนึ่งใบ แม่ค้าต้องอาศัยแรงใด

a)

แรงลัพธ์

b)
  1. แรงเสียดทาน

c)
  1. แรงกล้ามเนื้อ

d)

แรงโน้มถ่วง

15.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

a)

แรง คือ ความพยายามที่กระทำต่อวัตถุ

b)
  1. แรงลัพธ์ คือ แรงพยายามน้อยกว่าสองแรงที่กระทำต่อวัตถุ

c)
  1. แรงลัพธ์ คือ แรงที่ทำให้เกิดความเร่งที่เป็นศูนย์เมื่อกระทำต่อวัตถุ

d)

แรงโน้มถ่วง คือ แรงที่ทำให้วัตถุขนาดต่างๆ บนโลกมีน้ำหนักที่ไม่เท่ากัน

16.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

แรงเสียดทานจะเกิดขึ้นเมื่อวัตถุเคลื่อนที่

b)
  1. ไม่มีแรงเสียดทานเมื่อวัตถุไม่เคลื่อนที่

c)
  1. แรงเสียดทานจะมากขึ้นเมื่อวัตถุมีความเร่ง

d)

ถูกต้องทุกข้อ

17.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
เรือพายที่ใช้ในการแข่งเรือจะมีลักษณะตัวเรือบางหัวแหลมเล็กเพื่ออะไร

a)

เพิ่มแรงลัพธ์ได้เต็มที่

b)
  1. ลดแรงเสียดทานจากน้ำ

c)
  1. ลดแรงเสียดทานจากผู้พายเรือ

d)

ทำให้น้ำหนักคนนั่งพายเรือน้อยลง

18.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
การเคลื่อนย้ายสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก ต้องอาศัยแรงอะไร

a)

แรงลัพธ์

b)
  1. แรงดึงดูด

c)
  1. แรงต้านทาน

d)

แรงดันอากาศ

19.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
แรงลัพธ์ในข้อใดมีลักษณะแตกต่างจากข้ออื่น

a)

เด็ก 2 คน ช่วยกันเป็นรถยนต์ไปในทิศทางเดียวกัน

b)
  1. การใช้มือทั้ง 2 ข้าง ช่วยยกนิ้วถุงใส่กับข้าว

c)
  1. เด็กทั้ง 2 ทีมออกแรงเล่นชักเย่อกลางสนาม

d)

ทุกข้อแตกต่างกัน

20.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง

a)

วัตถุที่อยู่นิ่งจะมีแรงลัพธ์มากที่สุด

b)
  1. แรงลัพธ์เป็นแรงที่ทำให้วัตถุเปลี่ยนรูปร่างได้

c)
  1. แรงลัพธ์เป็นผลรวมหรือผลต่างของแรงหลายแรงที่มากระทำกับวัตถุเดียวกัน

d)

เอและปี ผลักใบเดียวกันไปทางเดียวกัน แรงลัพธ์จะมีค่าเท่ากับศูนย์

21.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดอธิบายความหมายของเสียงได้ถูกต้อง

a)

เสียงคือพลังงานรูปหนึ่งที่สามารถทำงานได้

b)
  1. เสียงคือคลื่นกลที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ

c)
  1. เสียงคือพลังที่เกิดจากการใช้เส้นเสียงของสัตว์

d)

เสียงคือคลื่นธรรมชาติที่เกิดจากวัตถุสองชนิด

22.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
การเดินทางของเสียงมีลักษณะใด

a)

ต้องอาศัยตัวกลาง

b)
  1. ไม่ต้องอาศัยตัวกลาง

c)
  1. เดินทางได้เองจากแหล่งกำเนิดเสียง

d)

ถูกต้องทุกข้อ

23.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
คนเราได้ยินเสียงต่างๆ ได้อย่างไร

a)

เส้นเสียงทำให้ได้ยินเสียงต่างๆ

b)
  1. มีหูเป็นอวัยวะสำหรับฟังเสียง

c)
  1. เส้นประสาทเป็นสิ่งที่ทำให้คนได้ยินเสียงต่างๆ

d)

ถูกต้องทุกข้อ

24.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดเป็นส่วนประกอบของหูชั้นกลาง

a)

ใบหู รูหู และเยื่อแก้วหู

b)
  1. กระดูกค้อน กระดูกทั้ง และกระดูกโกลน

c)
  1. กระดูก สเตเชียนและของเหลวในหู

d)

ถูกต้องทุกข้อ

25.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดเรียงลำดับตัวกลางของเสียงที่ดีไปสู่ตัวกลางที่ไม่ดีได้ถูกต้อง

a)

ผ้า ทองแดง อากาศ

b)
  1. ทองแดง อากาศ น้ำ

c)
  1. อากาศ น้ำ ทองแดง

d)

โลหะ น้ำ อากาศ

26.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดเป็นความหมายของเสียงสูงเสียงต่ำ

a)

เสียงดนตรี

b)
  1. ความถี่สูง ความถี่ต่ำ

c)
  1. ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวลาง

d)

ขึ้นอยู่กับความคิด

27.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดเป็นการใช้ประโยชน์จากเสียงสะท้อน

a)

การส่งสัญญาณวิทยุของนักบิน

b)
  1. การส่งเสียงของค้างคาวขณะบิน

c)
  1. การเคาะไม้ของคนในชนเผ่า

d)

การใช้เครื่องขยายเสียงของหมู่บ้านในชนบท

28.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
เมื่อนักเรียนต้องไปงานบวชกับแม่ แล้วในงานมีเสียงดังมากจนอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อหูเราควรแก้ปัญหาอย่างไร

a)

บอกแม่พากลับบ้าน

b)
  1. นักเรียนกลับบ้านเองตามลำพัง

c)
  1. ใส่หูฟังหรือหาสำลีอุดหูชั่วคราว

d)

บอกให้หยุดเล่นดนตรีเพราะเป็นอันตรายต่อหู

29.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ในโบราณชาวอินเดียแดงจะมีวิธีการฟังเสียงในระยะไกลๆ ดังข้อใดต่อไปนี้

a)

ใช้การสังเกตบนที่สูง

b)
  1. เอาหูแนบพื้นดินฟังเสียงม้าวิ่ง

c)
  1. ใช้มาเร็วเพื่อสืบข่าวและส่งเสียงบอก

d)

ถูกต้องทุกข้อ

30.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
เพราะเหตุใดเราจึงไม่ได้ยินเสียงจากอวกาศ

a)

เพราะไม่มีตัวกลางให้เสียงเคลื่อนที่ผ่าน

b)
  1. เพราะอวกาศเป็นตัวกลางที่ไม่ดี

c)
  1. เพราะระยะทางไกลเกินไป

d)

เพราะเสียงค่อยเกินไป

31.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
การเคลื่อนที่ของเสียงข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น

a)

เอได้ยินเสียงหนูวิ่งบนฝ้าเพดาน

b)
  1. บีได้ยินเสียงแตรรถบนท้องถนน

c)
  1. ซีได้ยินเสียงฝนตกกระทบหลังคาบ้าน

d)

ดีแนบหูบนกล่องกระดาษแข็งเพื่อฟังเสียงนาฬิกาที่อยู่ด้านใน

32.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ถ้าต้องการประดิษฐ์เครื่องดนตรี โดยมีกระป๋อง 5 ใบ จะทำอย่างไรเพื่อให้กระป๋องทั้ง 5 ใบ

มีระดับเสียงดัง เสียงค่อยไล่ระดับกัน

a)

ใส่วัสดุต่างชนิดกันลงในกระป๋อง จำนวนเท่ากัน

b)
  1. ใส่วัสดุชนิดเดียวกันลงในกระป๋อง จำนวนต่างกัน

c)
  1. ใช้กระป๋องต่างชนิดกัน ขนาดเท่ากัน

d)

ใช้กระป๋องชนิดเดียวกัน ขนาดต่างกัน

33.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใด ไม่ใช่สาเหตุที่นักเรียนนั่งอยู่หลังห้องได้ยินเสียงครูที่พูดอยู่หน้าห้องไม่ชัดเจน

a)

กระแสลมที่พัดในห้อง

b)
  1. ความดังของเสียงที่ครูพูด

c)
  1. เนื้อหาที่ครูพูดไม่น่าฟัง

d)

ระยะห่างระหว่างครูกับนักเรียน

34.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
อวัยวะใดเป็นตัวรับและสะท้อนคลื่นเสียง

a)

ใบหู

b)
  1. รูหู

c)
  1. เยื่อแก้วหู

d)

สมอง

35.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ถ้าแหล่งกำเนิดเสียงสั่นสะเทือนช้า ๆ จะทำให้เกิดเสียงแบบใด

a)

เสียงค่อย

b)
  1. เสียงดัง

c)
  1. เสียงสูง

d)

เสียงต่ำ

36.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกิดเสียงดังและเสียงค่อย

a)

ชนิดของตัวกลางของเสียง

b)
  1. ความตึงของแหล่งกำเนิดเสียง

c)
  1. ระยะทางจากแหล่งกำเนิดเสียง

d)

พลังงานการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียง

37.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ระยะทางจากแหล่งกำเนิดเสียงเป็นปัจจัยในการได้ยินเสียงอย่างไร

a)

เมื่ออยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงจะได้ยินเสียงดัง

b)
  1. เมื่ออยู่ไกลแหล่งกำเนิดเสียงจะได้ยินเสียงดัง

c)
  1. เมื่ออยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงจะได้ยินเสียงเบา

d)

เมื่ออยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงจะไม่ได้ยินเสียง

38.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ระดับความดังของเสียงเท่าไรจึงจัดเป็นเสียงดังที่เป็นอันตรายต่อเยื่อแก้วหู

a)

55 เดซิเบล

b)
  1. 65 เดซิเบล

c)
  1. 75 เดซิเบล

d)

85 เดซิเบล

39.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับเรื่อง มลพิษทางเสียงไม่ถูกต้อง

a)

ทำให้หูหนวกถาวร

b)
  1. ทำให้หูหนวกฉับพลัน

c)
  1. เป็นอันตรายต่อเยื่อแก้วหู

d)

เสียงที่ทำให้เกิดความรำคาญไม่ใช่มลพิษทางเสียง

40.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ใครป้องกันหรือหลีกเลี่ยงมลพิษทางเสียงได้ไม่ถูกต้อง

a)

พระใช้มืออุดหูทันที เมื่อมีฟ้าผ่า

b)
  1. วิใช้อุปกรณ์ครอบหู เมื่อไปเรียนยิงปืน

c)
  1. ที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ริมรั้วบ้านฝังที่ติดถนน

d)

ธีฟังเพลงผ่านหูฟังที่มีเสียงดังทั้งวันเพื่อไม่ให้รบกวนผู้อื่น

41.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดอธิบายลักษณะของมวลหรือโมเลกุลของของแข็งได้ดีที่สุด

a)

รูปแน่นอน ไม่มีโมเลกุลเป็นของตัวเอง

b)
  1. รูปร่างแน่นอน แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมีมาก

c)
  1. รูปร่างไม่แน่นอน แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมีน้อย

d)

รูปร่างไม่แน่นอน ไม่มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล จึงฟุ้งกระจาย

42.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดหมายถึง “การกลายเป็นไอ” ของสาร

a)

การระเหย

b)
  1. การเดือด

c)
  1. การระเหิด

d)

ถูกต้องทุกข้อ

43.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
สิ่งใดต่อไปนี้เกิดจากกระบวนการควบแน่นของสาร

a)

น้ำ

b)
  1. น้ำกลั่น

c)
  1. น้ำแข็ง

d)

น้ำประปา

44.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
จุดหลอมเหลวของน้ำแข็งมีความหมายเหมือนกับข้อใด

a)

จุดเดือดของน้ำ

b)
  1. จุดหลอมเหลวของของแข็ง

c)
  1. จุดเยือกแข็งของน้ำ

d)

จุดเยือกแข็งของแอลกอฮอล์

45.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดสารใหม่

a)

จุดไฟเผาเศษกระดาษ

b)
  1. เกลือละลายน้ำ

c)
  1. การนึ่งข้าวเหนียว

d)

การระเบิดของพลุ

46.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
วางแก้วน้ำแข็ง แล้วมีหยดน้ำมาเกาะข้างแก้ว จัดเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อใด

a)

การระเหิด

b)
  1. การควบแน่น

c)
  1. การหลอมเหลว

d)

การกลายเป็นไอ

47.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
เมื่อผสมน้ำมะนาวกับโซดา ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

น้ำมะนาวเป็นตัวทำละลาย

b)
  1. น้ำโซดาเป็นตัวละลาย

c)
  1. เกิดเป็นสารละลาย

d)

เป็นไปได้ทุกข้อ

48.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้

a)

การบูดของอาหาร

b)
  1. เศษไม้ติดไฟ

c)
  1. การจุดเทียนไข

d)

ต้มน้ำกลายเป็นไอ

49.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดไม่ใช่สารละลาย

a)

เกลือ น้ำเกลือ

b)
  1. น้ำโซดา อากาศ

c)
  1. แก๊สไนโตรเจน น้ำเชื่อม

d)

น้ำอัดลม แก๊สออกซิเจน

50.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี

a)

สีเปลี่ยน

b)
  1. เกิดตะกอน

c)
  1. เกิดฟองแก๊ส

d)

เป็นไปได้ทุกข้อ

51.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
แหล่งน้ำ C มีปริมาณน้ำมากที่สุด แหล่งน้ำนี้น่าจะเป็นแหล่งใด

a)

บึง

b)
  1. คลอง

c)
  1. ทะเล

d)

บ่อน้ำบาดาล

52.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
ข้อใดเป็นผลที่เกิดขึ้นเมื่อนำผักตบชวาออกจากแหล่งน้ำ

a)

ทำให้แหล่งน้ำเน่าเสีย

b)
  1. ทำให้แหล่งน้ำอุ่นขึ้น

c)
  1. ทำให้ปริมาณแหล่งน้ำลดลง

d)

ทำให้แก๊สออกซิเจนละลายน้ำได้มากขึ้น

53.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
ข้อใดแสดงว่าน้ำในแหล่งน้ำนั้นเป็นน้ำเสีย

a)

มีสีดำขุ่นและมีกลิ่น

b)
  1. มีปลาและกุ้งขนาดเล็กอาศัยอยู่

c)
  1. มีพืชน้ำประเภทสาหร่ายเป็นจำนวนมาก

d)

เกษตรกรใช้น้ำจากแหล่งน้ำนั้นในการทำนา

54.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
หากปริมาณน้ำจืดบนโลกลดน้อยลงอย่างมาก จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมใดมากที่สุด

a)

การท่องเที่ยวตามชายทะเล

b)
  1. การดำน้ำดูปะการัง

c)
  1. การทำประมงน้ำเค็ม

d)

การเดินทางโดยเรือตามแม่น้ำ

55.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
ข้อใดอธิบายปริมาณน้ำบนโลกที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ถูกต้อง

a)

บนพื้นโลกมีปริมาณน้ำ 3 ส่วน ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

b)
  1. ถ้าบนโลกมีน้ำอยู่ 100 ส่วน น้ำที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์มีอยู่ 2.5 ส่วน

c)
  1. ถ้าบนโลกมีน้ำอยู่ 100 ส่วน น้ำที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์มีอยู่ 97.5 ส่วน

d)

บนพื้นโลกมีปริมาณน้ำอยู่ 3 ส่วน แบ่งเป็นน้ำเค็ม 2 ส่วน และน้ำจืดที่สามารถ นำมาใช้ประโยชน์ได้ 1 ส่วน

56.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
ใครใช้น้ำอย่างประหยัดที่สุด

a)

ข้าวหอมอาบน้ำโดยใช้ขันตัก

b)
  1. ข้าวปุ่นรดน้ำต้นไม้โดยใช้สายยาง

c)
  1. ข้าวเหนียวล้างจานจากก๊อกน้ำโดยตรง

d)

ข้าวเจ้าใช้น้ำสุดท้ายจากการล้างจานมารดน้ำต้นไม้

57.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
การกระทำในข้อใดไม่เป็นการอนุรักษ์น้ำ

a)

การขุดลอกดูคลอง

b)
  1. การสร้างฝายชะลอน้ำ

c)
  1. การปลูกต้นไม้บริเวณภูเขา

d)

การเทน้ำที่ใช้แล้วลงในแม่น้ำ

58.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
การกระทำของใครไม่เหมาะสม

a)

เอใช้ฝักบัวอาบน้ำแทนการใช้ขันตักน้ำ

b)
  1. หน่อยซักผ้าของตัวเองด้วยเครื่องซักผ้าวันเว้นวัน

c)
  1. โอ๊ตล้างจานโดยเปิดน้ำใส่กะละมัง

d)

หนิงปิดน้ำทุกครั้งขณะแปรงฟัน

59.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
ข้อใดเป็นแหล่งน้ำจืดบนโลกที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ยากที่สุด

a)

น้ำแข็งขั้วโลก

b)
  1. น้ำบาดาล

c)
  1. น้ำในบึง

d)

น้ำคลอง

60.

(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
แหล่งน้ำในข้อใด แตกต่างจากพวกมากที่สุด

a)

แม่น้ำ

b)
  1. คลอง

c)
  1. น้ำบาดาล

d)

ลำธาร