Worksheetsวิทยาศาสตร์ ป.5 เทอม 1
Total questions: 60
Worksheet time: 30mins
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ชาวนาเก็บข้าวในนาได้ 2 ตัน ต้องการขนข้าวกลับบ้านโดยใช้รถลาก ซึ่งจะต้องใช้แรงลากถึง 1,000 นิวตันหากใช้วัว 5 ตัวลาก วัวแต่ละตัวต้องออกแรงลากตัวละเท่าใด
1,000 นิวตัน
500 นิวตัน
200 นิวตัน
250 นิวตัน
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใด กล่าวเกี่ยวกับลักษณะพื้นผิวละน้ำหนักของวัตถุ มีผลต่อแรงเสียดทาน ได้ถูกต้อง
พื้นผิวขรุขระจะเคลื่อนที่ได้ช้า
พื้นผิวหยาบจะช่วยให้การเคลื่อนที่เร็วขึ้น
น้ำหนักของวัตถุมากจะทำให้เคลื่อนที่ได้ช้า
พื้นผิวขรุขระและน้ำหนักของวัตถุมากจะร่วมกันทำให้วัตถุเคลื่อนที่ช้าลง
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดเป็นประโยชน์ของแรงเสียดทาน
ช่วยในการถูบ้านให้ง่ายขึ้น
ช่วยหยุดรถยนต์ที่กำลังเคลื่อนที่กำลังเคลื่อนที่
ช่วยในการเขียนหนังสือสะดวกขึ้น
ทำให้เล่นสเกตบอร์ดสะดวกสบายขึ้น
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
การลากวัตถุบนพื้นหญ้า เกี่ยวข้องกับการใช้แรงอย่างไร
พื้นหญ้าเป็นตัวทำให้เกิดแรงเสียดทานขึ้น
พื้นหญ้าไม่ทำให้เกิดแรงเสียดทานขึ้น
ค่าน้ำหนักของวัตถุไม่มีผลต่อพื้นผิวหญ้า
ผิวของวัตถุสร้างแรงเสียดทานต่อพื้นหญ้า
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
"ลูกฟุตบอล เมื่อเตะก็จะเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็ว เมื่อตกจะค่อยๆ กลิ้งและหยุดลงในที่สุด"
จากข้อความนี้ ต้องอาศัยแรงกระทำใดบ้างต่อลูกฟุตบอล
แรงลัพธ์
แรงเสียดทาน
ชักเย่อ
แรงกล้ามเนื้อ แรงเสียดทาน
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
แรงเสียดทานมีทิศทางตรงข้ามกับแรงใด
แรงกระทำต่อวัตถุ
แรงลัพธ์
แรงผลัก
แรงดัน
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดไม่ใช่การนำแรงลัพธ์มาใช้ประโยชน์
เล่นชิงช้า
การพายเรือ
หลอดฉีดยา
สะพานแขวน
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ถ้าการเคลื่อนที่ของวัตถุไม่มีแรงเสียดทานจะเป็นอย่างไร
วัตถุจะเคลื่อนที่ขึ้น
วัตถุจะมีความเร่งมากขึ้นทุกที
วัตถุจะเคลื่อนที่ด้วยอัตราความเร็วคงที่
วัตถุจะเคลื่อนที่ตามแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
พื้นผิวของวัตถุใดทำให้เกิดแรงเสียดทานได้น้อยที่สุด
กระจก
กระเบื้อง
คอนกรีต
ไม้กระดาน
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดเป็นโทษของแรงเสียดทาน
1. ทำให้การเคลื่อนที่ของวัตถุช้าลง
2. ทำให้ใช้แรงในการเคลื่อนวัตถุมากขึ้น
3. ดอกยางรถยนต์ทำให้หยุดรถได้
ข้อ 1 และ 2 ถูกต้อง
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ถ้ากำหนดให้แรง A มี 3 แรง และ แรง B มี 3 แรง ผลของแรงลัพธ์จะเป็นอย่างไร
แรงลัพธ์เท่ากับ 0
แรงลัพธ์เท่ากับ 10
แรงลัพธ์เท่ากับ 20
แรงลัพธ์เท่ากับ 30
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ถ้าแรง A มีค่า 2 นิวตัน กระทำต่อวัตถุเดียวกันกับแรง B แต่ทิศทางตรงข้าม ถ้าวัตถุเคลื่อนที่ไป ทิศทาง A คำอธิบายใดถูกต้องที่สุด
แรง B มีมากกว่า 2 นิวตัน
แรง A มีผลของแรงลัพธ์เป็น 0
แรง B มีผลของแรงลัพธ์เป็น 0
แรงลัพธ์ของแรง A มีค่ามากกว่าแรง B
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดที่ไม่มีแรงเข้ามาเกี่ยวข้อง
แกว่งชิงช้า
เครื่องซักผ้า
คว่ำแก้วไว้ในตู้
เด็กๆ เล่นชักเย่อ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
แม่ค้าหาบของด้วยไม้คานและเข่ง 2 ใบ ซ้ายหนึ่งใบ ขวาหนึ่งใบ แม่ค้าต้องอาศัยแรงใด
แรงลัพธ์
แรงเสียดทาน
แรงกล้ามเนื้อ
แรงโน้มถ่วง
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
แรง คือ ความพยายามที่กระทำต่อวัตถุ
แรงลัพธ์ คือ แรงพยายามน้อยกว่าสองแรงที่กระทำต่อวัตถุ
แรงลัพธ์ คือ แรงที่ทำให้เกิดความเร่งที่เป็นศูนย์เมื่อกระทำต่อวัตถุ
แรงโน้มถ่วง คือ แรงที่ทำให้วัตถุขนาดต่างๆ บนโลกมีน้ำหนักที่ไม่เท่ากัน
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
แรงเสียดทานจะเกิดขึ้นเมื่อวัตถุเคลื่อนที่
ไม่มีแรงเสียดทานเมื่อวัตถุไม่เคลื่อนที่
แรงเสียดทานจะมากขึ้นเมื่อวัตถุมีความเร่ง
ถูกต้องทุกข้อ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
เรือพายที่ใช้ในการแข่งเรือจะมีลักษณะตัวเรือบางหัวแหลมเล็กเพื่ออะไร
เพิ่มแรงลัพธ์ได้เต็มที่
ลดแรงเสียดทานจากน้ำ
ลดแรงเสียดทานจากผู้พายเรือ
ทำให้น้ำหนักคนนั่งพายเรือน้อยลง
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
การเคลื่อนย้ายสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก ต้องอาศัยแรงอะไร
แรงลัพธ์
แรงดึงดูด
แรงต้านทาน
แรงดันอากาศ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
แรงลัพธ์ในข้อใดมีลักษณะแตกต่างจากข้ออื่น
เด็ก 2 คน ช่วยกันเป็นรถยนต์ไปในทิศทางเดียวกัน
การใช้มือทั้ง 2 ข้าง ช่วยยกนิ้วถุงใส่กับข้าว
เด็กทั้ง 2 ทีมออกแรงเล่นชักเย่อกลางสนาม
ทุกข้อแตกต่างกัน
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 1 แรงในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง
วัตถุที่อยู่นิ่งจะมีแรงลัพธ์มากที่สุด
แรงลัพธ์เป็นแรงที่ทำให้วัตถุเปลี่ยนรูปร่างได้
แรงลัพธ์เป็นผลรวมหรือผลต่างของแรงหลายแรงที่มากระทำกับวัตถุเดียวกัน
เอและปี ผลักใบเดียวกันไปทางเดียวกัน แรงลัพธ์จะมีค่าเท่ากับศูนย์
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดอธิบายความหมายของเสียงได้ถูกต้อง
เสียงคือพลังงานรูปหนึ่งที่สามารถทำงานได้
เสียงคือคลื่นกลที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ
เสียงคือพลังที่เกิดจากการใช้เส้นเสียงของสัตว์
เสียงคือคลื่นธรรมชาติที่เกิดจากวัตถุสองชนิด
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
การเดินทางของเสียงมีลักษณะใด
ต้องอาศัยตัวกลาง
ไม่ต้องอาศัยตัวกลาง
เดินทางได้เองจากแหล่งกำเนิดเสียง
ถูกต้องทุกข้อ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
คนเราได้ยินเสียงต่างๆ ได้อย่างไร
เส้นเสียงทำให้ได้ยินเสียงต่างๆ
มีหูเป็นอวัยวะสำหรับฟังเสียง
เส้นประสาทเป็นสิ่งที่ทำให้คนได้ยินเสียงต่างๆ
ถูกต้องทุกข้อ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดเป็นส่วนประกอบของหูชั้นกลาง
ใบหู รูหู และเยื่อแก้วหู
กระดูกค้อน กระดูกทั้ง และกระดูกโกลน
กระดูก สเตเชียนและของเหลวในหู
ถูกต้องทุกข้อ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดเรียงลำดับตัวกลางของเสียงที่ดีไปสู่ตัวกลางที่ไม่ดีได้ถูกต้อง
ผ้า ทองแดง อากาศ
ทองแดง อากาศ น้ำ
อากาศ น้ำ ทองแดง
โลหะ น้ำ อากาศ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดเป็นความหมายของเสียงสูงเสียงต่ำ
เสียงดนตรี
ความถี่สูง ความถี่ต่ำ
ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวลาง
ขึ้นอยู่กับความคิด
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดเป็นการใช้ประโยชน์จากเสียงสะท้อน
การส่งสัญญาณวิทยุของนักบิน
การส่งเสียงของค้างคาวขณะบิน
การเคาะไม้ของคนในชนเผ่า
การใช้เครื่องขยายเสียงของหมู่บ้านในชนบท
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
เมื่อนักเรียนต้องไปงานบวชกับแม่ แล้วในงานมีเสียงดังมากจนอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อหูเราควรแก้ปัญหาอย่างไร
บอกแม่พากลับบ้าน
นักเรียนกลับบ้านเองตามลำพัง
ใส่หูฟังหรือหาสำลีอุดหูชั่วคราว
บอกให้หยุดเล่นดนตรีเพราะเป็นอันตรายต่อหู
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ในโบราณชาวอินเดียแดงจะมีวิธีการฟังเสียงในระยะไกลๆ ดังข้อใดต่อไปนี้
ใช้การสังเกตบนที่สูง
เอาหูแนบพื้นดินฟังเสียงม้าวิ่ง
ใช้มาเร็วเพื่อสืบข่าวและส่งเสียงบอก
ถูกต้องทุกข้อ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
เพราะเหตุใดเราจึงไม่ได้ยินเสียงจากอวกาศ
เพราะไม่มีตัวกลางให้เสียงเคลื่อนที่ผ่าน
เพราะอวกาศเป็นตัวกลางที่ไม่ดี
เพราะระยะทางไกลเกินไป
เพราะเสียงค่อยเกินไป
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
การเคลื่อนที่ของเสียงข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น
เอได้ยินเสียงหนูวิ่งบนฝ้าเพดาน
บีได้ยินเสียงแตรรถบนท้องถนน
ซีได้ยินเสียงฝนตกกระทบหลังคาบ้าน
ดีแนบหูบนกล่องกระดาษแข็งเพื่อฟังเสียงนาฬิกาที่อยู่ด้านใน
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ถ้าต้องการประดิษฐ์เครื่องดนตรี โดยมีกระป๋อง 5 ใบ จะทำอย่างไรเพื่อให้กระป๋องทั้ง 5 ใบ
มีระดับเสียงดัง เสียงค่อยไล่ระดับกัน
ใส่วัสดุต่างชนิดกันลงในกระป๋อง จำนวนเท่ากัน
ใส่วัสดุชนิดเดียวกันลงในกระป๋อง จำนวนต่างกัน
ใช้กระป๋องต่างชนิดกัน ขนาดเท่ากัน
ใช้กระป๋องชนิดเดียวกัน ขนาดต่างกัน
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใด ไม่ใช่สาเหตุที่นักเรียนนั่งอยู่หลังห้องได้ยินเสียงครูที่พูดอยู่หน้าห้องไม่ชัดเจน
กระแสลมที่พัดในห้อง
ความดังของเสียงที่ครูพูด
เนื้อหาที่ครูพูดไม่น่าฟัง
ระยะห่างระหว่างครูกับนักเรียน
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
อวัยวะใดเป็นตัวรับและสะท้อนคลื่นเสียง
ใบหู
รูหู
เยื่อแก้วหู
สมอง
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ถ้าแหล่งกำเนิดเสียงสั่นสะเทือนช้า ๆ จะทำให้เกิดเสียงแบบใด
เสียงค่อย
เสียงดัง
เสียงสูง
เสียงต่ำ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกิดเสียงดังและเสียงค่อย
ชนิดของตัวกลางของเสียง
ความตึงของแหล่งกำเนิดเสียง
ระยะทางจากแหล่งกำเนิดเสียง
พลังงานการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียง
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ระยะทางจากแหล่งกำเนิดเสียงเป็นปัจจัยในการได้ยินเสียงอย่างไร
เมื่ออยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงจะได้ยินเสียงดัง
เมื่ออยู่ไกลแหล่งกำเนิดเสียงจะได้ยินเสียงดัง
เมื่ออยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงจะได้ยินเสียงเบา
เมื่ออยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงจะไม่ได้ยินเสียง
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ระดับความดังของเสียงเท่าไรจึงจัดเป็นเสียงดังที่เป็นอันตรายต่อเยื่อแก้วหู
55 เดซิเบล
65 เดซิเบล
75 เดซิเบล
85 เดซิเบล
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับเรื่อง มลพิษทางเสียงไม่ถูกต้อง
ทำให้หูหนวกถาวร
ทำให้หูหนวกฉับพลัน
เป็นอันตรายต่อเยื่อแก้วหู
เสียงที่ทำให้เกิดความรำคาญไม่ใช่มลพิษทางเสียง
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 2 เสียงและการได้ยิน)
ใครป้องกันหรือหลีกเลี่ยงมลพิษทางเสียงได้ไม่ถูกต้อง
พระใช้มืออุดหูทันที เมื่อมีฟ้าผ่า
วิใช้อุปกรณ์ครอบหู เมื่อไปเรียนยิงปืน
ที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ริมรั้วบ้านฝังที่ติดถนน
ธีฟังเพลงผ่านหูฟังที่มีเสียงดังทั้งวันเพื่อไม่ให้รบกวนผู้อื่น
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดอธิบายลักษณะของมวลหรือโมเลกุลของของแข็งได้ดีที่สุด
รูปแน่นอน ไม่มีโมเลกุลเป็นของตัวเอง
รูปร่างแน่นอน แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมีมาก
รูปร่างไม่แน่นอน แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมีน้อย
รูปร่างไม่แน่นอน ไม่มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล จึงฟุ้งกระจาย
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดหมายถึง “การกลายเป็นไอ” ของสาร
การระเหย
การเดือด
การระเหิด
ถูกต้องทุกข้อ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
สิ่งใดต่อไปนี้เกิดจากกระบวนการควบแน่นของสาร
น้ำ
น้ำกลั่น
น้ำแข็ง
น้ำประปา
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
จุดหลอมเหลวของน้ำแข็งมีความหมายเหมือนกับข้อใด
จุดเดือดของน้ำ
จุดหลอมเหลวของของแข็ง
จุดเยือกแข็งของน้ำ
จุดเยือกแข็งของแอลกอฮอล์
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดสารใหม่
จุดไฟเผาเศษกระดาษ
เกลือละลายน้ำ
การนึ่งข้าวเหนียว
การระเบิดของพลุ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
วางแก้วน้ำแข็ง แล้วมีหยดน้ำมาเกาะข้างแก้ว จัดเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อใด
การระเหิด
การควบแน่น
การหลอมเหลว
การกลายเป็นไอ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
เมื่อผสมน้ำมะนาวกับโซดา ข้อใดกล่าวถูกต้อง
น้ำมะนาวเป็นตัวทำละลาย
น้ำโซดาเป็นตัวละลาย
เกิดเป็นสารละลาย
เป็นไปได้ทุกข้อ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้
การบูดของอาหาร
เศษไม้ติดไฟ
การจุดเทียนไข
ต้มน้ำกลายเป็นไอ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดไม่ใช่สารละลาย
เกลือ น้ำเกลือ
น้ำโซดา อากาศ
แก๊สไนโตรเจน น้ำเชื่อม
น้ำอัดลม แก๊สออกซิเจน
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงชองสารในชีวิตประจำวัน)
ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
สีเปลี่ยน
เกิดตะกอน
เกิดฟองแก๊ส
เป็นไปได้ทุกข้อ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
แหล่งน้ำ C มีปริมาณน้ำมากที่สุด แหล่งน้ำนี้น่าจะเป็นแหล่งใด
บึง
คลอง
ทะเล
บ่อน้ำบาดาล
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
ข้อใดเป็นผลที่เกิดขึ้นเมื่อนำผักตบชวาออกจากแหล่งน้ำ
ทำให้แหล่งน้ำเน่าเสีย
ทำให้แหล่งน้ำอุ่นขึ้น
ทำให้ปริมาณแหล่งน้ำลดลง
ทำให้แก๊สออกซิเจนละลายน้ำได้มากขึ้น
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
ข้อใดแสดงว่าน้ำในแหล่งน้ำนั้นเป็นน้ำเสีย
มีสีดำขุ่นและมีกลิ่น
มีปลาและกุ้งขนาดเล็กอาศัยอยู่
มีพืชน้ำประเภทสาหร่ายเป็นจำนวนมาก
เกษตรกรใช้น้ำจากแหล่งน้ำนั้นในการทำนา
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
หากปริมาณน้ำจืดบนโลกลดน้อยลงอย่างมาก จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมใดมากที่สุด
การท่องเที่ยวตามชายทะเล
การดำน้ำดูปะการัง
การทำประมงน้ำเค็ม
การเดินทางโดยเรือตามแม่น้ำ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
ข้อใดอธิบายปริมาณน้ำบนโลกที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ถูกต้อง
บนพื้นโลกมีปริมาณน้ำ 3 ส่วน ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
ถ้าบนโลกมีน้ำอยู่ 100 ส่วน น้ำที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์มีอยู่ 2.5 ส่วน
ถ้าบนโลกมีน้ำอยู่ 100 ส่วน น้ำที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์มีอยู่ 97.5 ส่วน
บนพื้นโลกมีปริมาณน้ำอยู่ 3 ส่วน แบ่งเป็นน้ำเค็ม 2 ส่วน และน้ำจืดที่สามารถ นำมาใช้ประโยชน์ได้ 1 ส่วน
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
ใครใช้น้ำอย่างประหยัดที่สุด
ข้าวหอมอาบน้ำโดยใช้ขันตัก
ข้าวปุ่นรดน้ำต้นไม้โดยใช้สายยาง
ข้าวเหนียวล้างจานจากก๊อกน้ำโดยตรง
ข้าวเจ้าใช้น้ำสุดท้ายจากการล้างจานมารดน้ำต้นไม้
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
การกระทำในข้อใดไม่เป็นการอนุรักษ์น้ำ
การขุดลอกดูคลอง
การสร้างฝายชะลอน้ำ
การปลูกต้นไม้บริเวณภูเขา
การเทน้ำที่ใช้แล้วลงในแม่น้ำ
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
การกระทำของใครไม่เหมาะสม
เอใช้ฝักบัวอาบน้ำแทนการใช้ขันตักน้ำ
หน่อยซักผ้าของตัวเองด้วยเครื่องซักผ้าวันเว้นวัน
โอ๊ตล้างจานโดยเปิดน้ำใส่กะละมัง
หนิงปิดน้ำทุกครั้งขณะแปรงฟัน
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
ข้อใดเป็นแหล่งน้ำจืดบนโลกที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ยากที่สุด
น้ำแข็งขั้วโลก
น้ำบาดาล
น้ำในบึง
น้ำคลอง
(วิทยาศาสตร์ บทที่ 4 น้ำในท้องถิ่นเรา)
แหล่งน้ำในข้อใด แตกต่างจากพวกมากที่สุด
แม่น้ำ
คลอง
น้ำบาดาล
ลำธาร
