wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การประเมินและการวัดผลทางพลศึกษา

Total questions: 30

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือองค์ประกอบพื้นฐานของ "การประเมิน (Evaluation)" ?

a)

การวัด บวก การตีราคา

b)

การเก็บรวบรวมข้อมูล

c)

การวัด บวก การตัดสินใจ

d)

การวินิจฉัย บวก การพยากรณ์

e)

การเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน

2.

ลักษณะสำคัญที่สุดของ การวัดผลย่อย (Formative test) คือการดำเนินการในช่วงเวลาใด?

a)

ก่อนเริ่มการจัดการเรียนรู้

b)

ภายหลังจากการสอนจบหน่วยการเรียนรู้

c)

ระหว่างการจัดการเรียนรู้เพื่อวินิจฉัย

d)

ภายหลังจากที่ได้ทำการสอนจบหัวข้อหรือบทหนึ่ง ๆ

e)

ตอนจบปลายภาคเรียน เพื่อตรวจสอบผลสัมฤทธิ์

3.

ข้อใดคือลักษณะสำคัญของเครื่องมือวัดผลที่ดีที่เรียกว่า "ความเป็นปรนัย (Objectivity)"?

a)

สามารถวัดได้ครอบคลุมพฤติกรรมที่ต้องการวัด

b)

การวัดที่ให้ผลแน่นอน คงเส้นคงวา แม้จะวัดซ้ำ

c)

ความแจ่มชัดของคำถามและการตรวจให้คะแนนได้ตรงกัน

d)

ความสามารถในการแยกบุคคลที่มีความสามารถแตกต่างกัน

e)

ความสามารถในการวัดในสิ่งที่ต้องการจะวัดได้อย่างถูกต้อง

4.

แบบทดสอบแบบเลือกตอบ (Multiple Choice Test) จัดอยู่ในแบบทดสอบชนิดใดตามการแบ่งประเภท?

a)

ก. ชนิดที่ผู้สอบเป็นผู้ให้คำตอบ

b)

ข. ชนิดที่ไม่มีโครงสร้าง

c)

ค. ชนิดที่ผู้สอบเป็นผู้เลือกคำตอบ

d)

ง. ชนิดอัตนัยแบบจำกัดคำตอบ

e)

จ. ชนิดที่ใช้แบบมาตราส่วนประมาณค่า

5.

การวัดและการประเมินทางการศึกษาในลักษณะใดที่ถือว่าเป็น นามธรรม มากกว่ารูปธรรม?

a)

ก. การวัดมวลร่างกาย

b)

ข. การวัดสมรรถภาพทางกาย

c)

ค. การวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

d)

ง. การวัดคุณลักษณะอันพึงประสงค์

e)

จ. การวัดความเร็วในการวิ่งระยะสั้น

6.

ตามตัวอย่างการให้น้ำหนักคะแนนรวมในวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา ส่วนที่มีน้ำหนักคะแนน สูงที่สุด คือส่วนใด?

a)

ก. ความรู้ด้านสุขศึกษา (25%)

b)

ข. สมรรถภาพทางกาย (15%)

c)

ค. ทักษะการเคลื่อนไหว (40%)

d)

ง. พฤติกรรมและเจตคติ (20%)

e)

จ. ความสามารถในการทำงานเป็นทีม

7.

ความแตกต่างหลักระหว่าง ระบบอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced) และ ระบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced) คืออะไร?

a)

อิงเกณฑ์มุ่งเน้นการจัดตำแหน่ง ส่วนอิงกลุ่มมุ่งเน้นการวินิจฉัย

b)

อิงเกณฑ์มุ่งเน้นการเปรียบเทียบกับผู้อื่น ส่วนอิงกลุ่มมุ่งพัฒนาให้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด

c)

อิงเกณฑ์มุ่งเน้นการพัฒนาให้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนอิงกลุ่มมุ่งเน้นการเปรียบเทียบกับกลุ่มอ้างอิง

d)

อิงเกณฑ์ใช้สำหรับการประเมินสรุปผล ส่วนอิงกลุ่มใช้สำหรับการประเมินระหว่างเรียน

e)

อิงเกณฑ์ใช้สำหรับการให้เกรด ส่วนอิงกลุ่มใช้สำหรับการประเมินแฟ้มสะสมงาน

8.

หากครูต้องการให้ข้อมูลป้อนกลับแก่นักเรียนเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้ โดยเน้นให้นักเรียนพัฒนาความสามารถในการควบคุมการรับรู้ของตนเอง (Self-regulation) ครูควรใช้แนวคิดการประเมินใดมากที่สุด?

a)

การประเมินเพื่อเรียนรู้ (Assessment for Learning)

b)

การประเมินขณะเรียนรู้ (Assessment as Learning)

c)

การประเมินผลการเรียนรู้ (Assessment of Learning)

d)

การประเมินสรุปผล (Summative Assessment)

e)

การประเมินเชิงมหภาค (Macro Assessment)

9.

ทำไมการประเมินทางการศึกษาจึงถือว่า "ผลการวัดไม่มีศูนย์แท้"?

a)

เพราะผลการวัดมักมีคะแนนความคลาดเคลื่อนรวมอยู่ด้วยเสมอ

b)

เพราะความสามารถหรือคุณลักษณะที่วัดนั้นเป็นนามธรรม

c)

เพราะหากผลออกมาเป็นศูนย์ ไม่ได้แปลว่าบุคคลนั้นไม่มีความสามารถนั้น ๆ

d)

เพราะคะแนนที่ได้จะไม่สามารถนำไปใช้ในการพยากรณ์ผลการเรียนในอนาคตได้

e)

เพราะการวัดความสามารถต้องทำโดยอ้อมผ่านการสร้าง

10.

การประเมินเชิงจุลภาค (Micro assessment) ตามที่ระบุในแหล่งข้อมูล มีความสัมพันธ์และแตกต่างจากการประเมินเชิงมหภาค (Macro assessment) อย่างไร?

a)

จุลภาคมุ่งปรับปรุงเพื่อผลในอนาคต ส่วนมหภาคมุ่งเพื่อประโยชน์ในปัจจุบัน

b)

จุลภาคเน้นการประเมินทุกวิชาในหลักสูตร ส่วนมหภาคเน้นการประเมินระหว่างเรียน

c)

จุลภาคมุ่งปรับปรุงเพื่อผลในปัจจุบัน ส่วนมหภาคมุ่งเพื่อประโยชน์ในอนาคต

d)

จุลภาคคือการประเมินผลหลังจบหน่วยการเรียนรู้ ส่วนมหภาคคือการประเมินปลายภาค

e)

จุลภาคใช้นักเรียนเป็นเกณฑ์ ส่วนมหภาคใช้กลุ่มอ้างอิงเป็นเกณฑ์

11.

หากผู้สอนใช้การสังเกตแบบมีส่วนร่วมในการประเมินพฤติกรรมของนักเรียน ข้อดีของการใช้วิธีการนี้คืออะไร ?

a)

สามารถควบคุมเครื่องมือเครื่องใช้ในการสังเกตได้ง่าย

b)

ทำให้ได้รายละเอียดหรือข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน

c)

ผู้สังเกตไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วมในกิจกรรม

d)

เหมาะสำหรับการสังเกตพฤติกรรมที่ผู้ถูกสังเกตไม่รู้ตัว

e)

เป็นการสังเกตที่ไม่มีการกำหนดเรื่องราวไว้ล่วงหน้า

12.

การประเมินเพื่อเรียนรู้ (Assessment for Learning) ตามแนวคิดมโนทัศน์ มีเป้าหมายหลักในการดำเนินการโดยครูและนักเรียนเพื่ออะไร?

a)

เพื่อตัดสินคุณค่าในการบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้

b)

เพื่อกำหนดระดับคะแนนและปรับปรุงหลักสูตรในภาพรวม

c)

เพื่อระบุและวินิจฉัยปัญหาการเรียนรู้ และให้ข้อติชมที่มีคุณภาพเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้

d)

เพื่อให้นักเรียนตระหนักในการเรียนรู้ของตนและควบคุมการรู้คิดด้วยตนเอง

e)

เพื่อค้นหาความเด่น-ด้อย และจัดกลุ่มนักเรียนเป็น เก่ง ปานกลาง อ่อน

13.

ครูพลศึกษาต้องการประเมินทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐาน (การยิงประตูบาสเกตบอล) โดยต้องการให้การประเมินมีความเที่ยงธรรมและให้ข้อมูลป้อนกลับเฉพาะเจาะจง ครูควรเลือกใช้เครื่องมือ/วิธีการใดที่ระบุในแหล่งข้อมูล?

a)

การวัดผลรวม (Summative Test)

b)

การประเมินด้วยแบบทดสอบความรู้ทฤษฎี

c)

การใช้ Rubric Score

d)

การสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการ

e)

การสังเกตแบบไม่มีโครงสร้าง

14.

หากผู้สอนต้องการตรวจสอบว่านักเรียนมีสุขภาพอนามัยที่ดีหรือไม่ และให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงแก้ไขได้ทันที ผู้สอนควรใช้การวัดและประเมินประเภทใดเพื่อให้ได้ข้อมูลป้อนกลับระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ?

a)

การวัดผลรวม (Summative Test)

b)

การวัดและประเมินก่อนเรียน

c)

การวัดและประเมินหลังเรียน

d)

การวัดและประเมินระหว่างเรียน (Formative assessment)

e)

การประเมินผลการเรียนรู้ (Assessment of Learning)

15.

ครูสุขศึกษาต้องการประเมิน เจตคติ ของนักเรียนต่อการออกกำลังกาย ควรเลือกใช้เครื่องมือวัดผลชนิดใดที่วัดพฤติกรรมภายในของบุคคลได้ดีที่สุด ?

a)

ข้อสอบแบบอัตนัย

b)

แบบทดสอบแบบถูกผิด

c)

แบบมาตราส่วนประมาณค่า

d)

แบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย

e)

แบบทดสอบแบบเติมคำ

16.

ครูได้รับผลการวัดและประเมินของนักเรียนชั้นปีที่ 1 และต้องการนำผลไปใช้เพื่อค้นหาว่านักเรียนมีความเด่นหรือด้อยในเนื้อหาใด เพื่อนำมาปรับปรุงการเรียนการสอน การนำผลไปใช้ในกรณีนี้ตรงกับจุดมุ่งหมายใดของการวัดและประเมินทางการศึกษา ?

a)

เพื่อจัดตำแหน่ง (Placement)

b)

เพื่อการพยากรณ์ (Prediction)

c)

เพื่อการวินิจฉัย (Diagnostic)

d)

เพื่อดูความก้าวหน้าพัฒนาการ (Growth)

e)

เพื่อการตัดสินหรือประเมินค่า (Evaluation)

17.

หากนักเรียนต้องประเมินตนเองโดยไตร่ตรองเป้าหมายการเรียนรู้ที่ได้กำหนดร่วมกันระหว่างตนเองกับครูอย่างต่อเนื่อง การกระทำนี้สอดคล้องกับแนวคิดการประเมินประเภทใด?

a)

การประเมินเพื่อเรียนรู้

b)

การประเมินขณะเรียนรู้

c)

การประเมินผลการเรียนรู้

d)

การประเมินเพื่อสรุปผล

e)

การประเมินเชิงมหภาค

18.

การที่ครูใช้ข้อสอบแบบอัตนัย (Essay Item) เพื่อวัดความสามารถของนักเรียนในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง "กติกา การเล่นทีม และการยืนตำแหน่ง" ในการเล่นกีฬา ข้อสอบลักษณะนี้มุ่งวัดพฤติกรรมทางปัญญาในระดับใดตามแนวคิดของบลูม

a)

ความรู้

b)

ความเข้าใจ

c)

การนำไปใช้

d)

การวิเคราะห์

e)

การประเมินค่า

19.

การที่ผู้สอนนำเอาผลงานของนักเรียนมาตรวจและทบทวนว่ามีเหตุการณ์อะไรสำคัญที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอนของวันนั้น แล้วพิจารณาปรับปรุงแก้ไขการจัดการเรียนรู้ของตนเองในวันถัดไป การกระทำของครูในขั้นตอนนี้สะท้อนการประเมินในระดับใดมากที่สุด?

a)

การประเมินเชิงจุลภาค

b)

การประเมินเชิงมหภาค

c)

การประเมินเพื่อสรุปผลการเรียนรู้

d)

การประเมินผลสัมฤทธิ์

e)

การประเมินตามสภาพจริง

20.

หากครูพบว่าคะแนนที่นักเรียนทำได้ (Observed score) มีความคลาดเคลื่อนสูง สิ่งใดที่ ไม่น่าจะ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดคะแนนความคลาดเคลื่อน (Error score)?

a)

คุณภาพของเครื่องมือวัดผลต่ำ

b)

สุขภาพอนามัยของผู้สอบไม่ดี

c)

สภาพบรรยากาศในการสอบไม่เหมาะสม

d)

ผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ไม่สอดคล้องกับหลักสูตร

e)

เครื่องมือวัดขาดความเชื่อมั่น (Reliability)

21.

ข้อใดคือความแตกต่างสำคัญของข้อมูลที่ได้จากการวัดและประเมิน ระหว่างเรียน กับ หลังเรียน ?

a)

ระหว่างเรียนใช้ตัดสินผลการเรียน ส่วนหลังเรียนใช้ปรับปรุงกิจกรรม

b)

ระหว่างเรียนใช้พัฒนาการเรียนรู้ ส่วนหลังเรียนมีจุดประสงค์หลักเพื่อใช้ในการตัดสินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

c)

ระหว่างเรียนบ่งบอกถึงคุณภาพการสอน ส่วนหลังเรียนบ่งบอกถึงพัฒนาการของนักเรียนเท่านั้น

d)

ข้อมูลระหว่างเรียนเป็นประโยชน์เฉพาะนักเรียน ส่วนหลังเรียนเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

e)

ระหว่างเรียนใช้ประเมินทักษะพิสัย ส่วนหลังเรียนใช้ประเมินพุทธิพิสัยเท่านั้น

22.

ในการออกแบบ ข้อสอบแบบอัตนัย ข้อใดคือการจัดประเภทคำถามตามระดับพฤติกรรมทางปัญญาของบลูมที่ วัดได้ลึกซึ้ง มากที่สุด ?

a)

คำถามให้เล่าหรือบรรยายเหตุการณ์

b)

คำถามให้ยกตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง

c)

คำถามประเภทใคร ที่ไหน เมื่อไหร่

d)

คำถามให้ประเมินผลหรือประเมินค่า

e)

คำถามให้อธิบายหรือแปลความหมาย

23.

หากครูให้ข้อมูลป้อนกลับแก่นักเรียนเกี่ยวกับการขาดความระมัดระวังในการข้ามถนนบนทางม้าลาย (ซึ่งถือเป็นพฤติกรรม) การให้ข้อมูลป้อนกลับนี้จัดอยู่ในรูปแบบใดตามที่ระบุในแหล่งข้อมูล ?

a)

การให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับชิ้นงาน/ภาระงาน (task)

b)

ข. การให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับกระบวนการ (process)

c)

ค. การให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับการกำกับติดตามตนเอง (self-regulation)

d)

ง. การให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับการประเมินตนเอง (self person evaluation)

e)

จ. การให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อตัดสินผลการเรียนรู้

24.

การที่ผู้สอนทำการวัด ก่อนเรียนแต่ละหน่วยการเรียนรู้ มีจุดประสงค์สำคัญอย่างไรต่อการจัดการเรียนรู้ของทั้งครูและนักเรียน ?

a)

เพื่อตัดสินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

b)

เพื่อจัดตำแหน่งนักเรียนเป็นกลุ่มเก่ง ปานกลาง อ่อน

c)

เพื่อให้ได้ข้อมูลความรู้พื้นฐานของนักเรียนในเรื่องนั้น ๆ สำหรับการวางแผนกิจกรรม

d)

เพื่อให้ได้ข้อมูลความรู้พื้นฐานของนักเรียนในเรื่องนั้น ๆ สำหรับการวางแผนกิจกรรม

e)

เพื่อทำนายอนาคตการเรียนว่าจะสำเร็จหรือไม่

25.

การที่ผู้สอนตัดสินใจให้ข้อเสนอแนะแก่นักเรียนภายหลังการตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน แทนการให้คะแนนหรือเกรด มีเป้าหมายหลักในการดำเนินการตามแนวทางการประเมินระหว่างเรียนอย่างไร ?

a)

เพื่อให้ครูสามารถติดตามการแก้ไขชิ้นงานตามข้อมูลป้อนกลับเท่านั้น

b)

เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนสนใจในช่วงเวลานานพอสมควร

c)

เพื่อให้ผู้เรียนและครูสามารถตรวจสอบความก้าวหน้า และเสนอแนวทางเพื่อการปรับปรุงพัฒนา

d)

เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ หากนักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์

e)

เพื่อให้ผู้สอนสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา

26.

ในการประเมินความรู้เรื่องโภชนาการ หากนักเรียน อธิบายหมู่อาหารได้ดีแต่ขาดรายละเอียดบ้าง นักเรียนควรได้รับ Rubric Score ในระดับใด ?

a)

ระดับ 1 (ต้องปรับปรุง)

b)

ระดับ 2 (พอใช้)

c)

ระดับ 3 (ดี)

d)

ระดับ 4 (ดีเยี่ยม)

e)

ระดับ 5 (ดีเลิศ)

27.

หากผู้สอนต้องการเลือกใช้สื่อการสอนที่มีอยู่แล้ว สิ่งที่ผู้สอนควรพิจารณาเป็นอันดับแรกก่อนการตัดสินใจเลือกใช้สื่อนั้นคืออะไร ?

a)

สื่อนั้นต้องมีความเป็นรูปธรรมมากที่สุด

b)

สื่อต้องเหมาะสมกับรูปแบบและขนาดของกลุ่ม

c)

สื่อต้องมีความเหมาะสมกับจุดประสงค์การสอนและเนื้อหา

d)

สื่อต้องเหมาะสมกับความสามารถและความสนใจของผู้เรียน

e)

สื่อนั้นจะต้องมีราคาถูกและคุ้มค่ากับการลงทุน

28.

ข้อใดคือลักษณะสำคัญที่สุดที่แสดงให้เห็นว่า การประเมินผลการเรียนรู้นั้นมีความ เที่ยงตรง (Validity) ?

a)

เครื่องมือวัดให้ผลคะแนนที่แน่นอนและสม่ำเสมอ

b)

การตรวจให้คะแนนมีความแจ่มชัดและตรงกันไม่ว่าจะให้ใครตรวจ

c)

ข้อคำถามมีความยากพอเหมาะ ไม่ยากเกินไปหรือง่ายเกินไป

d)

เครื่องมือวัดสามารถวัดในสิ่งที่ต้องการจะวัดได้อย่างถูกต้อง

e)

คำถามมีความจำเพาะเจาะจง ไม่ถามหลายแง่มุมในข้อเดียว

29.

จากแนวคิดที่ว่า "การประเมินที่ดี ควรเน้นการพัฒนาของผู้เรียนมากกว่าการเปรียบเทียบ" ข้อใดสอดคล้องกับแนวคิดนี้มากที่สุด?

a)

การประเมินผลรวม (Summative assessment)

b)

การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced measurement)

c)

การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic evaluation)

d)

การประเมินเชิงมหภาค (Macro assessment)

e)

การประเมินผลการเรียนรู้ (Assessment of Learning)

30.

ในการจัดการเรียนรู้ หากนักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ ผู้สอนควรดำเนินการอย่างไรตามหลักการของการประเมินระหว่างเรียน ?

a)

ให้คะแนน D และปรับปรุงแผนการสอนของตนเองในเทอมถัดไป

b)

หาวิธีการที่จะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้

c)

ตัดสินผลการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยการให้เกรด F

d)

ปรับปรุงหลักสูตรในภาพรวมของสถานศึกษา

e)

ใช้วิธีการประเมินตามสภาพจริงในการสอบซ่อม