wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การวิจัยทางพลศึกษา

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

หากต้องการศึกษาว่า "รูปแบบการสอนโดยใช้เกมเป็นฐานส่งผลต่อแรงจูงใจในการเรียนพลศึกษาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือไม่" คำถามวิจัยนี้ควรใช้รูปแบบการวิจัยใดจึงจะเหมาะสมที่สุด?

a)

การวิจัยเชิงคุณภาพ

b)

การวิจัยเชิงสำรวจ

c)

การวิจัยเชิงทดลอง

d)

การวิจัยเอกสาร

2.

หากนักวิจัยต้องการศึกษาทัศนคติของนักเรียนที่มีต่อการเรียนพลศึกษาผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก การวิจัยนี้ควรมีลักษณะอย่างไร?

a)

เชิงทดลอง

b)

เชิงปริมาณ

c)

เชิงสำรวจ

d)

เชิงคุณภาพ

3.

งานวิจัยในชั้นเรียนของครูพลศึกษาคนหนึ่ง พบว่านักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้รูปแบบการเล่นเป็นฐานมีความสนุกและการมีส่วนร่วมสูงขึ้น นักวิจัยควรสรุปผลอย่างไรตามหลักจริยธรรม?

a)

อธิบายว่าวิธีการนี้ดีกว่าทุกวิธี

b)

อธิบายว่ามีแนวโน้มว่าวิธีนี้อาจส่งผลดีในบริบทที่ศึกษา

c)

สรุปผลในลักษณะทั่วไปว่าเหมาะสมกับนักเรียนทุกระดับ

d)

สรุปโดยไม่จำเป็นต้องมีข้อจำกัดของการศึกษา

4.

ข้อใดแสดงถึงปัญหาการวิจัยที่ดีในงานวิจัยทางพลศึกษา

a)

นักเรียนไม่มีความรู้เรื่องกฎกติกา

b)

นักเรียนขาดแรงจูงใจในการเรียนเมื่อเรียนวิชาพลศึกษาในห้องเรียนแบบเดิม

c)

กิจกรรมที่โรงเรียนใช้ไม่สนุก

d)

นักเรียนไม่เก่งกีฬาเพราะไม่ชอบเล่น

5.

ในการศึกษาเรื่อง "ผลของการใช้บทเรียนพลศึกษาออนไลน์ที่มีปฏิสัมพันธ์สูงต่อความสามารถทางทักษะพื้นฐาน" ตัวแปรตามคือข้อใด

a)

บทเรียนออนไลน์

b)

การมีปฏิสัมพันธ์

c)

ความสามารถทางทักษะพื้นฐาน

d)

นักเรียนที่เรียนออนไลน์

6.

กรณีศึกษาหนึ่งพบว่ามีการใช้แบบสอบถามที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงมาเก็บข้อมูลจากนักเรียน ข้อใดเป็นผลกระทบที่สำคัญที่สุดต่อความน่าเชื่อถือของงานวิจัย

a)

ข้อมูลอาจไม่สามารถวิเคราะห์ได้

b)

แบบสอบถามอาจทำให้นักเรียนเบื่อ

c)

ข้อมูลอาจไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย

d)

ข้อมูลอาจไม่มีความตรงตามเนื้อหาที่ต้องการวัดจริง

7.

นักวิจัยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) กับกลุ่มนักเรียนเพื่อให้ได้ตัวแทนที่เหมาะสม วิธีนี้มีข้อดีสำคัญคืออะไร

a)

ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวนมาก

b)

ง่ายและรวดเร็ว

c)

เพิ่มความแม่นยำในการเป็นตัวแทนของประชากร

d)

ใช้เฉพาะในงานวิจัยเชิงคุณภาพ

8.

หากนักวิจัยใช้การเก็บข้อมูลแบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมกีฬา ข้อใดคือข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด

a)

การแปลผลที่ใช้เวลานาน

b)

การขาดความน่าสนใจของกิจกรรม

c)

การมีอคติของผู้สังเกต

d)

การแปลผลที่อาจผิดพลาดจากนักเรียน

9.

หากผลการวิจัยพบว่า "กิจกรรมการเล่นแบบมีโครงสร้าง (Structuer Play) ช่วยเพิ่มระดับสมรรถภาพทางกาย" นักวิจัยควรระบุผลลัพธ์ในลักษณะใดเพื่อให้ถูกต้องตามหลักการวิเคราะห์

a)

แสดงความสัมพันธ์และแนวโน้มโดยมีการควบคุมตัวแปร

b)

สรุปว่าเป็นผลโดยตรงทันที

c)

ระบุว่าเป็นเพราะครูสอนดี

d)

บอกว่านักเรียนมีแรงจูงใจสูงเท่านั้น

10.

ในการเขียนบทที่ 1 ของงานวิจัยทางพลศึกษา ข้อใดไม่ควรปรากฏ

a)

ความสำคัญของปัญหา

b)

สมมุติฐานการวิจัย

c)

วิธีการเก็บข้อมูล

d)

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

11.

ข้อใดต่อไปนี้สะท้อนถึงการนิยามเชิงปฏิบัติ (Operational Definition) ที่เหมาะสมสำหรับตัวแปร "แรงจูงใจในการเรียนพลศึกษา"

a)

ความรู้สึกของนักเรียนต่อวิชาพลศึกษา

b)

คะแนนที่ได้จากแบบประเมินแรงจูงใจมาตรฐาน

c)

ความคิดเห็นของครูต่อพฤติกรรมผู้เรียน

d)

จำนวนครั้งที่นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมกีฬา

12.

ในการวิจัยเชิงคุณภาพ การเก็บข้อมูลจากการสังเกตควรดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

a)

สังเกตเฉพาะช่วงที่มีกิจกรรมสำคัญ

b)

สังเกตอย่างต่อเนื่องในหลายบริบท

c)

บันทึกเฉพาะสิ่งที่สนใจเท่านั้น

d)

อาศัยความจำในการวิเคราะห์ข้อมูล

13.

การเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีสะดวกสะบาย (Convenience Sampling) มีข้อจำกัดสำคัญคืออะไร

a)

ใช้เวลาในการเก็บข้อมูลมากเกินไป

b)

ไม่มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล

c)

กลุ่มตัวอย่างอาจไม่เป็นตัวแทนของประชากร

d)

ต้องใช้เครื่องมือวิจัยที่ซับซ้อน

14.

การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ในการวิจัยเชิงคุณภาพมีจุดมุ่งหมายหลักอย่างไร

a)

เพื่อทดสอบสมมุติฐาน

b)

เพื่อพิจารณาความสอดคล้องของคำถามและวัตถุประสงค์ของการวัด

c)

เพื่อหาค่าทางสถิติ

d)

เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง

15.

ข้อใดคือข้อดีของการใช้แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)

a)

ตอบง่าย วิเคราะห์ยาก

b)

ได้ข้อมูลเชิงลึก

c)

สะดวกต่อการวิเคราะห์เชิงสถิติ

d)

ไม่สามารถเปรียบเทียบระหว่างบุคคลได้

16.

ในงานวิจัยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถภาพทางกายกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ควรใช้สถิติใด

a)

ANOVA

b)

Chi-square

c)

t-test

d)

Correlation

17.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่คุณสมบัติเชิงคุณภาพของเครื่องมือวิจัยที่ดี

a)

A) ความตรง (Validity)

b)

B) ความเที่ยง (Reliability)

c)

C) ความเหมาะสมกับบริบท (Appropriateness)

d)

D) ความสามารถในการอธิบายเชิงสถิติ (Statistical Generalizability)

18.

นักวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่ใช้มีผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด

a)

A) ผลลัพธ์มีโอกาสเกิดจากความบังเอิญสูง

b)

B) ไม่สามารถสรุปผลได้

c)

C) ผลลัพธ์น่าเชื่อถือ และมีความต่างอย่างชัดเจน

d)

D) ต้องใช้การวิจัยเชิงคุณภาพเพิ่มเติม

19.

ข้อใดต่อไปนี้อธิบายลักษณะของบทที่ 2 (เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง) ได้ดีที่สุด

a)

A) รวบรวมความคิดเห็นของนักวิจัย

b)

B) แสดงวิธีการเก็บข้อมูล

c)

C) อธิบายทฤษฎี แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

d)

D) แสดงข้อมูลทางสถิติของกลุ่มตัวอย่าง

20.

นักวิจัยเขียนสมมุติฐานว่า "การเรียนผ่านการเล่นแบบร่วมมือมีผลต่อระดับสมรรถภาพทางกายของนักเรียน" ตัวแปรต้นในสมมุติฐานนี้คือข้อใด

a)

ระดับความฟิตของนักเรียน

b)

การเรียนผ่านการเล่นแบบร่วมมือ

c)

นักเรียน

d)

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

21.

ข้อใดแสดงถึงการละเมิดจริยธรรมในการวิจัย

a)

ขอความยินยอมจากผู้ปกครองของนักเรียน

b)

ให้ข้อมูลผลการวิจัยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง

c)

ใช้ชื่อจริงของผู้ให้ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

d)

เก็บข้อมูลโดยแจ้งวัตถุประสงค์ล่วงหน้า

22.

ในงานวิจัยเชิงคุณภาพ นักวิจัยควรมีบทบาทอย่างไรต่อข้อมูล

a)

วิเคราะห์ตามทฤษฎีของตนเท่านั้น

b)

เปิดรับข้อมูลและตีความตามบริบท

c)

แปลผลตามความรู้สึก

d)

ยึดข้อมูลปริมาณเป็นหลัก

23.

ข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของการสังเกตในงานวิจัย

a)

การบันทึกโดยละเอียด

b)

การใช้แบบสอบถามควบคู่

c)

จำนวนครั้งของการทดลอง

d)

จำนวนกลุ่มตัวอย่าง

24.

การสรุปผลการวิจัยควรอยู่ในบทใดของรายงานวิจัย

a)

บทที่ 1

b)

บทที่ 3

c)

บทที่ 4

d)

บทที่ 5

25.

ในการอ้างอิงเอกสารตามรูปแบบ APA ข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

ชื่อผู้เขียน. ปีที่พิมพ์. ชื่อหนังสือ

b)

ชื่อหนังสือ, ชื่อผู้เขียน, ปี

c)

ผู้เขียน. (ปี). ชื่อหนังสือ. สำนักพิมพ์

d)

ผู้เขียน, ชื่อหนังสือ, สำนักพิมพ์, ปี

26.

การทบทวนวรรณกรรมช่วยให้นักวิจัยสามารถดำเนินการวิจัยได้อย่างไร

a)

ใช้เนื้อหาในการสอน

b)

เข้าใจแนวโน้มและช่องว่างของความรู้

c)

เปรียบเทียบวิธีสอน

d)

เขียนแบบสอบถามได้ทันที

27.

ข้อใดคือลักษณะของการเก็บข้อมูลแบบมีโครงสร้าง (Structured Observation)

a)

ไม่มีแบบฟอร์ม

b)

บันทึกตามดุลยพินิจ

c)

ใช้แบบฟอร์มกำหนดล่วงหน้า

d)

สังเกตเฉพาะประเด็นทางจริยธรรม

28.

ข้อใดคือวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มความเที่ยงของเครื่องมือวิจัย

a)

ทดสอบหลายครั้งและใช้ค่าเฉลี่ย

b)

ใช้เครื่องมือเก่า

c)

ถามเฉพาะเรื่องที่ง่าย

d)

แปลผลตามดุลยพินิจ

29.

หากใช้แบบสอบถามตัวเลือกคำตอบแบบ 5 ระดับในการวัดแรงจูงใจ ค่าเฉลี่ยที่ได้คือ 4.2 จาก 5 ข้อใดตีความได้ดีที่สุด

a)

นักเรียนมีแรงจูงใจในระดับต่ำ

b)

ไม่มีข้อสรุปได้จากคะแนน

c)

นักเรียนมีแรงจูงใจในระดับสูง

d)

ต้องเปรียบเทียบกับค่ามัธยฐาน

30.

การนำเสนอผลการวิจัยในที่ประชุมวิชาการควรมีลักษณะอย่างไร

a)

เน้นความรวดเร็วและข้อมูลเชิงสถิติเท่านั้น

b)

นำเสนอในรูปแบบโปสเตอร์หรือนำเสนอปากเปล่าโดยยึดโครงสร้างวิชาการ

c)

ใช้รูปแบบที่เข้าใจง่ายแม้ขัดกับข้อเท็จจริง

d)

อ้างอิงเฉพาะงานที่สนับสนุนสมมุติฐานของตน