wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ70ข้อ การออกแบบผลิตภัณฑ์ฯ

Total questions: 70

Worksheet time: 1hrs 10mins

Name
Class
Date
1.

ETF ย่อมาจากคำว่าอะไร?

a)

Exchange Traded Fund

b)

Equity Trading Fund

c)

Electronic Transfer Fund

d)

Exchange Ticker Fund

2.

คุณสมบัติพิเศษของกองทุน ETF ที่เหนือกว่ากองทุนรวมทั่วไป คืออะไร?

a)

มีนโยบายลงทุนแบบ Active Management

b)

จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และซื้อขายได้แบบ Real Time

c)

รับประกันผลตอบแทนขั้นต่ำ

d)

ไม่จำเป็นต้องมีผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker)

3.

ผู้ที่ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) ของ ETF มีบทบาทหลักคืออะไร?

a)

กำหนดราคาสินทรัพย์อ้างอิงรายวัน

b)

จัดการพอร์ตลงทุนแบบ Active เพื่อเอาชนะดัชนี

c)

ส่งคำสั่งเสนอซื้อเสนอขายเพื่อให้นักลงทุนจะซื้อขายได้และราคาสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง

d)

หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินปันผลที่ได้รับ

4.

โดยทั่วไปแล้ว ETF ส่วนใหญ่มีนโยบายการลงทุนแบบใด?

a)

Active Management ที่เน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัว

b)

Passive Management ที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนีอ้างอิง

c)

Market Timing ที่เน้นการจับจังหวะซื้อขายรายวัน

d)

Absolute Return ที่มุ่งเน้นผลตอบแทนที่เป็นบวกในทุกภาวะ

5.

ข้อใดคือจุดเด่นของ ETF ที่มาจากการรวมเอาจุดเด่นของ 'หุ้น' และ 'กองทุนรวม' เข้าด้วยกัน?

a)

สามารถซื้อขายได้ Real-Time เหมือนหุ้น และมีการกระจายความเสี่ยงได้เหมือนกองทุนรวมดัชนี

b)

มีการรับประกันผลตอบแทนเหมือนพันธบัตร และมีสภาพคล่องต่ำเหมือนอสังหาริมทรัพย์

c)

ค่าธรรมเนียมสูงเหมือนกองทุนรวม Active และมีเงินลงทุนขั้นต่ำสูงเหมือนหุ้นต่างประเทศ

d)

ซื้อขายได้ ณ สิ้นวันทำการเหมือนกองทุนรวม และไม่ต้องมีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

6.

การลงทุนใน ETF ตัวนี้ SET50 เปรียบเสมือนการกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในหลักทรัพย์กี่ตัว?

a)

5 ตัว

b)

10 ตัว

c)

50 ตัว

d)

100 ตัว

7.

เหตุใด ETF จึงมีค่าธรรมเนียมการลงทุนที่ต่ำ เมื่อเทียบกับกองทุนรวมส่วนใหญ่ที่มี?

a)

เพราะไม่มีการเลือกหุ้นเชิงนโยบาย

b)

เพราะมี Market Maker ที่ไม่คิดค่าบริการ

c)

เพราะมีนโยบายลงทุนแบบ Passive อิงตามดัชนี ทำให้ไม่ต้องเสียค่าบริหาร

d)

เพราะสามารถซื้อขายได้ Real-Time

8.

ราคาซื้อขายของกองทุนรวมทั่วไปจะถูกกำหนดเมื่อใด?

a)

ทุกชั่วโมงระหว่างวันทำการ

b)

Real-Time ตลอดเวลาที่ตลาดเปิดทำการ

c)

รอสิ้นวันทำการ (ตามราคา NAV)

d)

ทุกต้นเดือนปฏิทิน

9.

สินทรัพย์ใดที่ ETF สามารถใช้อ้างอิงอาจมีระบุในเอกสาร?

a)

หุ้น หุ้น ทองคำ น้ำมัน ตราสารหนี้

b)

อสังหาริมทรัพย์ ยื่นะเงินฝากประจำเท่านั้น

c)

สกุลเงินดิจิทัลและดัชนี

d)

หุ้นที่มีราคาต่ำกว่า 1 บาทเท่านั้น

10.

ข้อใดกล่าวถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนของ ETF ได้ถูกต้องที่สุดเมื่อเทียบกับหุ้นและกองทุนรวม?

a)

ผลตอบแทนสูงและความเสี่ยงสูงกว่าหุ้นเสมอ

b)

ผลตอบแทนต่ำและความเสี่ยงต่ำกว่ากองทุนรวมเสมอ

c)

ผลตอบแทนและราคาสูงกว่ากองทุนรวมเสมอ แต่มีผู้ดูแลสภาพคล่อง

d)

ผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงสามารถอยู่ในช่วง 'ต่ำ-สูง' ขึ้นอยู่กับประเภทของสินทรัพย์ที่ลงทุน

11.

ETF ต่างประเทศที่ติดตามดัชนี

a)

ดัชนีตราสารหนี้ต่างประเทศ

b)

หลักทรัพย์ของต่างประเทศ

c)

สินค้าโภคภัณฑ์ต่างประเทศ

d)

หุ้นในตลาดในประเทศไทย

12.

S&P 500 ของสหรัฐฯ จัดเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทใด?

a)
b)

เช่น ดัชนีหุ้นอ้างอิง

c)
d)
13.

การลงทุนใน ETF ที่ติดตามดัชนี MSCI World Index ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไปได้อย่างไร?

a)

จำกัดการลงทุนในหุ้นไม่เกิน 10 ตัว

b)

ลงทุนในหลักทรัพย์มีแค่ในประเทศเดียว

c)

ถือครองหุ้นอ้างอิงมากกว่า 1,500 ตัวจาก 23 ประเทศทั่วโลก

d)

เน้นลงทุนเฉพาะในบริษัทที่จ่ายเงินปันผลสูงเท่านั้น

14.

นักลงทุนในประเทศไทยสามารถเริ่มต้นลงทุนใน ETF ต่างประเทศผ่านช่องทางใดได้โดยสะดวกที่สุดตามที่ระบุในเอกสาร?

a)

เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในต่างประเทศด้วยตัวเอง

b)

ผ่านโบรกเกอร์ในประเทศไทยที่ให้บริการซื้อขาย ETF ต่างประเทศ

c)

ผ่านการฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์

d)

ติดต่อสำนักงานใหญ่ของดัชนี S&P 500 โดยตรง

15.

จากตารางเปรียบเทียบในเอกสาร การซื้อขาย 'หุ้นต่างประเทศ' ผ่านโบรกเกอร์โดยตรง มีช่วงเวลาซื้อขายตามเวลาใด?

a)

ตามเวลาของตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ

b)

ตามเวลาของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

c)

Asia Time Zone 07:00-17:00 น.

d)

US Time Zone 20:00-04:00 น. (T+1)

16.

Fractional DR (DRx) มีหน่วยลงทุนขั้นต่ำในการซื้อขายกี่หน่วย?

a)

100 หน่วย

b)

1 หน่วย

c)

0.0001 หน่วย

d)

10 หน่วย

17.

ข้อใดเป็นข้อเสียของการลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยตรง เมื่อเทียบกับ DR และ DRx ในเรื่องการทำกำไรจากการขายหลักทรัพย์?

a)

กำไรจากการขายหุ้นต่างประเทศได้รับยกเว้นภาษีเสมอ

b)

กำไรที่โอนไม่กลับทันทีเดียวกันกับปีที่ลงทุน ต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

c)

ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราของประเทศที่ลงทุนเท่านั้น

d)

ค่าธรรมเนียมการซื้อขายถูกกว่า DRx 0.16%

18.

ช่องทางการซื้อขายหลักทรัพย์

a)

ผ่านโบรกเกอร์เท่านั้น

b)

ผ่าน บลจ. (บริษัท)

c)

ผ่าน Market Maker เท่านั้น

d)

ซื้อขายในตลาด

19.

ข้อใดที่ 'หุ้น' มีแต่ 'กองทุนรวม' และ 'ETF' ไม่มีตามตารางเปรียบเทียบ?

a)

ราคาซื้อขายแบบ Real-Time

b)

การกระจายการลงทุน

c)

ระดับความเสี่ยงที่สามารถอยู่ในช่วง 'ต่ำ-สูง'

d)

ผลตอบแทนที่ 'สูง' เป็นไปได้ แต่ความเสี่ยงก็จะ 'สูง' ตามไปด้วย

20.

ตามเอกสาร ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยใดก่อนเลือก ETF ที่เหมาะสม?

a)

สไตล์โค้ชกองทุน

b)

ประเภทของสินทรัพย์ที่ ETF ลงทุน ผลการดำเนินงานย้อนหลัง ค่าธรรมเนียม และสภาพคล่อง

c)

ชื่อผู้จัดการกองทุนและสัดส่วนการลงทุนแบบ Active

d)

จำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำไม่เกิน 1 บาท

21.

ข้อใดไม่ใช่จุดเด่นของ ETF ที่ทำให้เป็นทางเลือกที่ดี?

a)

เงินน้อยก็สามารถกระจายความเสี่ยงได้

b)

ผลตอบแทนสม่ำเสมอตลาดในระยะยาว

c)

ซื้อขายได้ด้วยราคา Real-Time

d)

ค่าธรรมเนียมต่ำ

22.

ในตารางเปรียบเทียบ ETF vs กองทุนรวมทั่วไป ข้อใดมีความแตกต่างกัน?

a)

อัตราผลตอบแทน

b)

การกระจายการลงทุน

c)

ผู้ดูแลสภาพคล่อง

d)

การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ

23.

การซื้อขาย ETF ได้เปรียบกองทุนรวมอย่างไรในวันที่ดัชนีหุ้นหรือตลาดลดลงและผันผวนมาก ๆ?

a)

กองทุนรวมจะหยุดการซื้อขายชั่วคราว

b)

ผู้ลงทุนสามารถเห็นราคาและซื้อ ETF ได้ในราคาที่ต้องการทันทีโดยไม่ต้องรออ้างราคา NAV สิ้นวัน

c)

Market Maker จะเข้ามารับประกันราคาสูงสุด

d)

ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ETF จะถูกยกเว้นในวันที่ตลาดผันผวนสูง

24.

คำว่า 'T' ใน ETF หมายถึงอะไร และหมายถึงคุณสมบัติใด?

a)

Total- เป็นการรวมผลตอบแทนทั้งหมด

b)

Taxable- ต้องเสียภาษีจากการซื้อขายทั้งหมด

c)

Traded- สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนเปลี่ยนมือผ่านบริษัทหลักทรัพย์ได้เหมือนหุ้น

d)

Transaction- มีค่าธรรมเนียมการทำรายการสูง

25.

ETF ถูกกล่าวว่าเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดการลงทุนแบบเดิม ๆ ได้อย่างไร?

a)

โดยการนำข้อดีของ 'กองทุนรวม' และ 'หุ้น' มาผสมผสานไว้ในที่เดียว

b)

โดยการรับประกันผลตอบแทนขั้นต่ำให้กับนักลงทุน

c)

โดยการให้สิทธิ์เลือกลงทุนเลือกสินทรัพย์อ้างอิงได้ด้วยตัวเอง

d)

โดยการยกเว้นค่าธรรมเนียมการซื้อขายทั้งหมด

26.

ข้อใดคือองค์ประกอบที่ควรพิจารณาในการวางแผนการลงทุนใน ETF อย่างรอบคอบตามเอกสาร?

a)

การกำหนดเป้าหมายการลงทุน (ระยะสั้นหรือระยะยาว) และเลือกจำนวนเงินลงทุนที่เหมาะสม

b)

การเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในต่างประเทศเท่านั้น

c)

การเน้นลงทุนเฉพาะใน ETF ที่มีค่าธรรมเนียม 0%

d)

การอ้างราคา NAV ณ สิ้นวัน ลดลงก่อนจะซื้อ

27.

หุ้นปันผล (Dividend Stocks) คืออะไร?

a)

หุ้นของบริษัทที่มุ่งเน้นการกำไรในระยะสั้น

b)

หุ้นของบริษัทที่มีการแบ่งส่วนกำไรให้กับผู้ถือหุ้นในรูปแบบของเงินปันผล

c)

หุ้นที่ราคาตลาดมีการเปลี่ยนแปลงผันผวนสูงตลอดเวลา

d)

หุ้นที่ให้ผลตอบแทนเฉพาะส่วนต่างราคา (Capital Gain) เท่านั้น

28.

นักลงทุนที่ถือหุ้นปันผลจะได้รับ

a)

1 รูปแบบ: เงินปันผล

b)

2 รูปแบบ: กำไรจากส่วนต่าง

c)

3 รูปแบบ: เงินปันผล หุ้นปันผล และผล และ

d)

4 รูปแบบ: ตามประเภท

29.

ผลตอบแทนที่รูปแบบเกมตามที่เอกสารระบุ?

a)

(Dividend) เท่านั้น

b)

ราคา (Capital Gain) และเงินปันผล (Dividend)

c)

ผลตอบแทนจากการลดหย่อนภาษี

d)

ของหุ้นปันผล

30.

หุ้นปันผลประเภทใดที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรายได้ประจำหรือเน้น Passive Income และมักให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง เช่น 5% ขึ้นไป?

a)

หุ้นปันผลเติบโต (Dividend Growth Stocks)

b)

หุ้นปันผลสูง (High Dividend Yield Stocks)

c)

หุ้นปันผลสม่ำเสมอ (Stable Dividend Stocks)

d)

หุ้นปันผลพิเศษ (Special Dividend Stocks)

31.

ข้อควรระวังสำคัญสำหรับ 'หุ้นปันผลสูง' คืออะไร?

a)

ไม่มีสภาพคล่องในการซื้อขาย

b)

อาจมีความเสี่ยงแฝงหรือเกิดจากราคาหุ้นที่ลดลงมากจากปัจจัยลบ (Dividend Yield Trap)

c)

บริษัทมักจะจ่ายปันผลเป็นหุ้นแทนเงินสดเสมอ

d)

ผลตอบแทนรวมในระยะยาวต่ำเสมอ

32.

หุ้นประเภทใดที่จ่ายปันผลในอัตราที่ทุกปีมีความสม่ำเสมอสูง และมักเป็นที่นิยมของนักลงทุนสายอนุรักษ์นิยม?

a)

หุ้นปันผลสูง (High Dividend Yield Stocks)

b)

หุ้นปันผลเติบโต (Dividend Growth Stocks)

c)

หุ้นปันผลสม่ำเสมอ (Stable Dividend Stocks)

d)

หุ้นปันผลพิเศษ (Special Dividend Stocks)

33.

เหตุใดหุ้นปันผลสม่ำเสมอจึงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดต่ำ?

a)

A. เพราะเป็นบริษัทที่มีการจดทะเบียนในต่างประเทศทั้งหมด

b)

B. เพราะบริษัทที่จ่ายสม่ำเสมอมักเป็นบริษัทที่มีแหล่งรายได้แน่นอน

c)

C. เพราะนักลงทุนสามารถซื้อขายได้ Real-Time

d)

D. เพราะไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

34.

การที่บริษัทมีการจ่ายปันผลเป็น 'หุ้น' แทน 'เงินสด' ถือเป็นข้อควรระวังสำหรับนักลงทุนในหุ้นปันผลอย่างไร?

a)

ทำให้ได้รับผลตอบแทนรวมในระยะยาวสูงขึ้นอย่างมาก

b)

ทำให้ความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับกระแสเงินสดตามที่คาดหวัง

c)

ทำให้บริษัทไม่ต้องมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

d)

ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูงเกินจริง

35.

ปัจจัยแรกที่นักลงทุนควรพิจารณาในการเลือกหุ้นของกิจการที่เน้นการเงิน

a)

ควรเลือกหุ้นของกิจการที่เน้นการเงิน

b)

ควรเลือกลงทุนในหุ้นที่มีผลของกิจการที่ทำ

c)

ควรเลือกหุ้นที่มีอัตรา Dividend Yield ต่ำกว่า

d)

ควรเลือกหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรม

36.

ข้อใดเป็นปัจจัยด้าน Market Position ที่ควรนำมาพิจารณาในการเลือกหุ้นปันผลที่ดี?

a)

มีระดับ Market Cap ขนาดเล็กมากเพื่อให้เติบโตได้เร็ว

b)

มีการจ่ายปันผลพิเศษ (Special Dividend) ในทุก ๆ ไตรมาส

c)

ตรวจส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรมและมีระดับ Market Cap ขนาดใหญ่

d)

เป็นกิจการที่มีหนี้สินสูงและกระแสเงินสดติดลบเป็นประจำ

37.

อัตราส่วนทางการเงินใดที่ใช้ในการบอกว่า 'เทียบกับกำไรแล้ว บริษัทจ่ายปันผลมากแค่ไหน?'

a)

Dividend Yield

b)

Dividend Payout Ratio

c)

PE Ratio

d)

ROE Ratio

38.

สูตรการคำนวณ 'อัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไร (Dividend Payout Ratio)' คืออะไร?

a)

Dividend Payout Ratio = เงินปันผลต่อหุ้น / กำไรสุทธิต่อหุ้น

b)

Dividend Payout Ratio = กำไรสุทธิต่อหุ้น / เงินปันผลต่อหุ้น

c)

Dividend Payout Ratio = กำไรสุทธิ / รายได้รวม

d)

Dividend Payout Ratio = เงินปันผลรวม / รายได้รวม

39.

สูตรการคำนวณ 'อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment - ROI)' คืออะไร?

a)

A) ผลตอบแทนสุทธิ / ต้นทุนการลงทุน

b)

B) ต้นทุนการลงทุน / ผลตอบแทนสุทธิ

c)

C) ผลตอบแทนรวม / ต้นทุนการลงทุน

d)

D) ต้นทุนการลงทุน / ผลตอบแทนรวม

40.

Dividend Yield บอกอะไรแก่นักลงทุน?

a)

บอกว่าเทียบกับกำไรแล้วบริษัทจ่ายปันผลมากแค่ไหน

b)

บอกว่าเทียบกับราคาหุ้นแล้วผลตอบแทนจากเงินปันผลมีผลขนาดไหน

c)

บอกว่าบริษัทมีความสามารถในการทำกำไรมากแค่ไหน

d)

บอกว่าบริษัทมีการบริหารจัดการที่ดีแค่ไหน

41.

การนำเงินปันผลที่ได้รับไป 'ลงทุนซ้ำ' (Dividend Reinvestment) มีประโยชน์อย่างไร?

a)

ช่วยให้ได้รับการยกเว้นภาษีเงินปันผล

b)

ทำให้ได้รับผลตอบแทนรวมในระยะยาวสูงขึ้น (ผลตอบแทนทบต้น)

c)

ทำให้สามารถเปลี่ยนประเภทของหุ้นเป็นผลได้ทันที

d)

ทำให้ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดต่ำลง

42.

เมื่อได้รับเงินปันผลจากหุ้น สิ่งที่บริษัทจะทำคืออะไร?

a)

นำเงินไปลงทุนซ้ำเพื่อเพิ่มผลตอบแทน

b)

ทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อน

c)

ทำการเปลี่ยนจากเงินปันผลเป็นหุ้นปันผล

d)

คำนวณอัตราเงินปันผลต่อ

43.

หุ้นปันผลประเภท 'หุ้นปันผลเติบโต' (Dividend Growth Stocks) มีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลอย่างไร?

a)

จ่ายปันผลไม่สม่ำเสมอ หรือจ่ายเพิ่มพิเศษจากผลกำไรพิเศษ

b)

จ่ายปันผลในอัตราคงที่ทุกปี

c)

จ่ายปันผลสม่ำเสมอและมีแนวโน้ม 'เพิ่ม' จำนวนเงินปันผลในแต่ละปี

d)

ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงเมื่อเทียบกับราคาหุ้น เช่น 5% ขึ้นไป

44.

เหตุใดการดู 'งบการเงิน' จึงมีความสำคัญในการพิจารณาเลือกหุ้นปันผล?

a)

เพราะเป็นปัจจัยเดียวที่ควรคำนึงถึงมากกว่าปัจจัยอื่น

b)

เพราะงบการเงินสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ กำไรสุทธิ & สินทรัพย์ และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง

c)

เพราะงบการเงินบอกอัตรา Dividend Yield ที่ควรจะเป็นในอนาคต

d)

เพราะกิจการที่งบการเงินดีมักจะจ่ายปันผลในหุ้นแทนเงินสดเสมอ

45.

นักลงทุนควรเปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์เงินปันผลที่จะได้รับกับอะไร?

a)

อัตราส่วน PE Ratio ของตลาด

b)

เปอร์เซ็นต์กำลังเฉลี่ยของ Dividend

c)

อัตราเงินเฟ้อในแต่ละปี

d)

อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำสูงสุดของธนาคาร

46.

เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติม?

a)

เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติม

b)

Yield ในอดีตเท่านั้น

c)

ธนาคารพาณิชย์

d)

-

47.

หุ้นปันผลพิเศษ (Special Dividend Stocks) เป็นอย่างไร?

a)

เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลต่ำเสมอในอัตราคงที่

b)

เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลเพิ่มขึ้นทุกปี

c)

เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลแบบไม่สม่ำเสมอ หรือจ่ายเพิ่มพิเศษจากผลกำไรพิเศษชั่วคราว

d)

เป็นหุ้นที่มีอัตรา Dividend Yield ต่ำมาก แต่มีความมั่นคงสูง

48.

ข้อใดที่นักลงทุนควรพิจารณาไม่ให้ความเสี่ยงเกินพอดี และส่งผลเสมอเพื่อโอกาสได้ผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลที่ดีขึ้นคือ?

a)

อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (DE Ratio) ที่สูงเกินไป

b)

งบการเงินที่มีผลขาดทุนสะสมต่อเนื่อง

c)

กำไรสุทธิ กระแสเงินสด หรือส่วนของผู้ถือหุ้นที่เติบโตต่อเนื่อง

d)

การมีผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) จำนวนมาก

49.

อัตราส่วนทางการเงินใดต่อไปนี้ที่ใช้ประกอบการพิจารณาลงทุนในหุ้นปันผลนอกเหนือจาก

a)

PE/ROA/ROE/DE Ratio

b)

Current Ratio / Quick Ratio

c)

Beta / Alpha / Sharpe Ratio

d)

Asset Turnover / Inventory Turnover

50.

ข้อใดคือหลักการที่สำคัญที่สุดของหุ้นปันผลในการช่วยลดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน?

a)

การทำกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain)

b)

การได้รับเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอเป็นรายได้แบบ Passive Income

c)

การลงทุนเข้าในเงินปันผล (Dividend Reinvestment)

d)

การซื้อหุ้นที่มี Dividend Payout Ratio สูงกว่าตลาดเสมอ

51.

หุ้นกลุ่มใดมักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 'หุ้นปันผลสม่ำเสมอ' เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ?

a)

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ

b)

หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค พลังงาน ธนาคาร

c)

หุ้นกลุ่มการเก็งกำไรในสินค้าโภคภัณฑ์

d)

หุ้นกลุ่มที่มีการจ่ายปันผลพิเศษบ่อยครั้ง

52.

ข้อใดเป็นข้อควรระวังเกี่ยวกับ 'หุ้นปันผล' ในบางอุตสาหกรรม เช่น พลังงานหรือสื่อสาร?

a)

มีความเสี่ยงจากการถูก Disrupt หรือมีความเสี่ยงจากกฎหมายและนโยบายรัฐ

b)

ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการบริหารพอร์ตสูงกว่าปกติ

c)

นักลงทุนทุกคนจะได้รับเงินปันผลหุ้นแบบเท่าเทียมเสมอ

d)

ไม่สามารถนำเงินปันผลไปลงทุนซ้ำได้

53.

ตามกฎหมายแล้ว การตัดหุ้นในผลการวิเคราะห์พิจารณาได้จากอัตราส่วนทางการเงินหลัก 2 ตัว คืออะไร?

a)

DE Ratio และ ROA Ratio

b)

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) และอัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไร (Dividend Payout Ratio)

c)

อัตราการเติบโตของกำไร (EPS Growth) และ PE Ratio

d)

อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE)

54.

องค์ประกอบใดในคำว่า ETF ที่บ่งบอกถึงคุณสมบัติการซื้อขายเปลี่ยนมือผ่านบริษัทหลักทรัพย์ได้เหมือนหุ้น?

a)

E (Exchange)

b)

T (Traded)

c)

F (Fund)

d)

S (Stock)

55.

ตามเอกสารข้อดีของ ETF ที่เหนือกว่ากองทุนรวมแบบเปิด ๆ ในแง่ของการซื้อขายคือข้อใด?

a)

การรับประกันผลตอบแทนขั้นต่ำ

b)

การซื้อขายได้แบบ Real-Time โดยไม่ต้องรอราคาจาก NAV ณ สิ้นวัน

c)

การมีค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการเป็นศูนย์

d)

การมี Market Maker ที่ไม่คิดค่าบริการ

56.

บทบาทหลักของ ผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) ของ ETF คืออะไร?

a)

กำหนดนโยบายการลงทุนแบบ Active Management

b)

เสนอขายหน่วยลงทุน ณ ราคา NAV สิ้นวันเท่านั้น

c)

ส่งคำสั่งเสนอซื้อเสนอขายเพื่อให้ราคาซื้อขายสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของหน่วยลงทุน

d)

ให้คำแนะนำการลงทุนรายบุคคลแก่ผู้ลงทุน

57.

ETF ส่วนใหญ่เป็นกองทุนประเภทไหน และมีเป้าหมายหลักในการดำเนินงานอย่างไร?

a)

Active Fund: มุ่งเอาชนะดัชนีอ้างอิง

b)

Absolute Return Fund: มุ่งเน้นผลตอบแทนที่เป็นบวกเสมอ

c)

Passive Fund: มุ่งให้ผลตอบแทนใกล้เคียงการเคลื่อนไหวของดัชนีอ้างอิง

d)

Hedge Fund: มุ่งเน้นกลยุทธ์ทำกำไรทุกสภาวะตลาด

58.

ข้อได้เปรียบ/จุดเด่นที่ทำให้ ETF ต่างประเทศเหมาะสำหรับคนทำงานที่มีเวลาจำกัดตามเอกสาร?

a)

สามารถเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในต่างประเทศได้ง่าย

b)

สามารถลงทุนผ่านโบรกเกอร์ในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศให้ยุ่งยาก

c)

มีสภาพคล่องต่ำ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการซื้อขายบ่อยครั้ง

d)

มีการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายหุ้น

59.

การลงทุนใน ETF ที่มีความเสี่ยงต่ำสุดคือข้อใด?

a)

ลงทุนในหุ้น 50 ตัวแรกของตลาด

b)

ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์

c)

ถือครองหุ้นอิทธิพลกว่า

d)

ลงทุนเฉพาะใน

60.

ดัชนี MSCI World Index ช่วยกระจายความเสี่ยงได้อย่างไร?

a)

ตลาดหลักทรัพย์ไทย

b)

สำคัญ 5 ชนิดทั่วโลก

c)

1,500 ตัวจาก 23 ประเทศทั่วโลก

d)

บริษัทที่มีการขายปันผลสูงเท่านั้น

61.

ข้อใดคือความแตกต่างหลักระหว่าง DR/DRx กับการซื้อขายหุ้นต่างประเทศโดยตรง ในเรื่อง ภาษีจากกำไรจากการขายหลักทรัพย์?

a)

ทั้งผู้ที่ต้องนำกำไรไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเสมอ

b)

ทั้งผู้ได้รับยกเว้นภาษี กำไรจากการขายหลักทรัพย์เสมอ

c)

กำไรจากการขายหุ้นต่างประเทศโดยตรงได้รับยกเว้นภาษี แต่ DR/DRx ต้องเสียภาษี

d)

กำไรจากการขาย DR/DRx ได้รับยกเว้นภาษีเหมือน ETF แต่หุ้นต่างประเทศที่โอนกลับในปีเดียวกันต้องคำนวณภาษี

62.

หน่วยลงทุนขั้นต่ำในการซื้อขาย Fractional DR (DRx) คือกี่หน่วย?

a)

100 หน่วย

b)

1 หน่วย

c)

0.0001 หน่วย

d)

10 หน่วย

63.

นักลงทุนในหุ้นปันผลจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบใดบ้าง?

a)

เงินปันผล (Dividend) และ การลดหย่อนภาษี

b)

กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) และ เงินปันผล (Dividend)

c)

การได้รับหุ้นปันผล และ การยกเว้นค่าธรรมเนียมการซื้อขาย

d)

การได้รับสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุน และ เงินปันผลพิเศษ

64.

หุ้นปันผลสูง (High Dividend Yield Stocks) เหมาะกับนักลงทุนที่มีเป้าหมายใดเป็นหลัก และข้อควรระวังคืออะไร?

a)

เป้าหมาย: การเติบโตของราคาหุ้น / ข้อควรระวัง: ราคาหุ้นมักจะรุนแรงเกินไป

b)

เป้าหมาย: การสร้างรายได้ประจำ (Passive Income) / ข้อควรระวัง: อาจมีความเสี่ยงแฝงหรือ Dividend Yield Trap

c)

เป้าหมาย: การลดหย่อนภาษี / ข้อควรระวัง: ต้องเสียค่าธรรมเนียมสูง

d)

เป้าหมาย: การเก็งกำไรระยะสั้น / ข้อควรระวัง: ไม่มีสภาพคล่อง

65.

ข้อใดคือลักษณะสำคัญของหุ้นปันผลเติบโต (Dividend Growth Stocks)?

a)

จ่ายปันผลแบบไม่สม่ำเสมอ หรือจ่ายเพิ่มพิเศษจากผลกำไรพิเศษ

b)

จ่ายปันผลในอัตราคงที่ทุกปี

c)

จ่ายปันผลสม่ำเสมอและมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนเงินปันผลในแต่ละปี

d)

เป็นหุ้นที่มีอัตรา Dividend Yield สูงเกิน 15% เสมอ

66.

การที่บริษัทอาจมีการจ่าย ทำให้บริษัทได้รับการ เป็นสัญญาณที่ดีว่าบริษัทมี ทำให้มีความเสี่ยงที่จะ ทำให้ราคาหุ้นปรับตัว

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

67.

ปันผลเป็น 'หุ้น' แทน 'เงินสด' ถือเป็นข้อควรระวังสำหรับนักลงทุนในหุ้นปันผลอย่างไร?

a)

ยกเว้นภาษีเงินปันผล

b)

สภาพคล่องสูงมาก

c)

ไม่ได้รับกระแสเงินสด (Cash Flow) ตามที่คาดหวัง

d)

ตลอดทันทีหลังการประกาศ

68.

ปัจจัยด้าน Market Position ที่ควรพิจารณาในการเลือกหุ้นปันผลที่ดีคืออะไร?

a)

มีระดับ Market Cap ขนาดเล็กเพื่อให้ผลตอบแทนได้เร็ว

b)

มีการจ่ายปันผลพิเศษ (Special Dividend) ในทุก ๆ ไตรมาส

c)

ควรอยู่ส่วนแนวทางการตลาดเป็นอันดับต้น ๆ และมีระดับ Market Cap ขนาดใหญ่เพื่อแสดงถึงความมั่นคง

d)

เป็นกิจการที่มีหนี้สินต่อทุน (DE Ratio) สูงมาก

69.

การดู งบการเงิน มีความสำคัญอย่างไรในการพิจารณาเลือกหุ้นปันผล?

a)

งบการเงินจะบอกเปอร์เซ็นต์ค่าเฉลี่ยของ Dividend Yield ในอดีตเท่านั้น

b)

งบการเงินสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ กำไรสุทธิ สินทรัพย์ และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

c)

งบการเงินจะบอกจำนวนเงินปันผลที่ควรจะได้รับในอนาคตที่แน่นอน

d)

กิจการที่งบการเงินดีมักจะจ่ายปันผลเป็นหุ้นแทนเงินสดเสมอ

70.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

a)

A.ทองคำ

b)

B.ที่ดิน

c)

C.Bitcoin

d)

D.ทั้ง 3 ข้อ

Similar Resources on Wayground