wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

จิตวิทยาพัฒนาการและการเรียนรู้สำหรับครูดนตรี

Total questions: 31

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

เมื่อสอนดนตรีเด็กอายุ 4-5 ขวบ ซึ่งอยู่ในช่วงพัฒนาการ Preoperational Stage ของเพียเจต์ ครูควรเน้นข้อใดมากที่สุด

a)

ฝึกซ้อมเทคนิคที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง

b)

ให้นักเรียนประเมินผลงานของเพื่อนในชั้นเรียน

c)

อธิบายทฤษฎีดนตรีด้วยเหตุผลและตรรกะ

d)

ให้เรียนรู้ผ่านการเล่นและใช้จินตนาการ

2.

นักเรียนวัยรุ่นไม่มั่นใจในการแสดงเดี่ยว ครูจะใช้หลักจิตวิทยา Identity Vs. Role Confusion ของอีริคสัน มาช่วยได้อย่างไร

a)

ให้ฝึกซ้อมมากขึ้นเพื่อจะได้ไม่ผิดพลาดบนเวที

b)

เปรียบเทียบกับเพื่อนที่เคยแสดงได้ดีเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

c)

ช่วยนักเรียนค้นหาสไตล์ดนตรีที่ชอบและให้โอกาสแสดงในกลุ่มเล็ก ๆ ก่อน

d)

บอกนักเรียนว่า ทุกคนก็เคยตื่นเต้นเหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องแปลก

3.

ครูสังเกตว่านักเรียนคนหนึ่งสามารถเล่นตามที่ครูสอนได้ แต่ไม่สามารถด้นสด (Improvise) หรือสร้างสรรค์ทำนองของตนเองได้ ครูจะใช้แนวคิด Zone of Proximal Development (ZPD) ของไวก็อตสกี มาช่วยได้อย่างไร

a)

ให้โครงสร้างหรือตัวช่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ให้ด้นสดโดยใช้แค่โน้ต 3 ตัว หรือการเล่นถาม-ตอบกับครู

b)

กลับไปสอนพื้นฐานการอ่านโน้ตให้แน่นขึ้น

c)

ให้แบบฝึกหัดการด้นสดที่ยากและท้าทายมาก ๆ

d)

ปล่อยให้นักเรียนลองด้นสดด้วยตัวเองไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะทำได้

4.

คำชมแบบใดที่ส่งเสริม Growth Mindset ของนักเรียนได้ดีที่สุด

a)

เก่งมาก เล่นได้สมบูรณ์แบบเลย

b)

ครูเห็นถึงความพยายามในการฝึกซ้อมท่อนยากๆ เยี่ยมมาก

c)

เธอมีพรสวรรค์ทางดนตรีจริง ๆ

d)

เล่นได้ดีกว่าครั้งที่แล้วเยอะเลย

5.

การให้นักเรียนอัดวิดีโอการเล่นของตัวเองแล้วกลับมาดู มีประโยชน์ในเชิงจิตวิทยาการเรียนรู้ตามแนวคิดใด

a)

Classical Conditioning (สร้างเงื่อนไขในการตอบสนองต่อสิ่งเร้า)

b)

Operant Conditioning (สร้างเงื่อนไขโดยการเสริมแรง)

c)

Metacognition (การกำกับตนเองในการเรียนรู้)

d)

Observational Learning (เรียนรู้จากการเฝ้าสังเกต แล้วนำมาเลียนแบบหรือนำมาเป็นแม่แบบ)

6.

การซ้อมดนตรีแบบ 'Distributed Practice' (ซ้อมวันละ 15 นาที ทุกวัน) ดีกว่า 'Massed Practice' (ซ้อม 2 ชั่วโมงรวดวันเดียว) เพราะเหตุใด

a)

ช่วยให้สมองมีเวลาในการประมวลผลและสร้างความจำระยะยาว (Memory Consolidation)

b)

ช่วยให้นักเรียนมีวินัยในการจัดตารางเวลามากขึ้น

c)

ทำให้นักเรียนรู้สึกเบื่อน้อยกว่าการซ้อมนานๆ

d)

ช่วยให้กล้ามเนื้อได้พักผ่อนและแข็งแรงขึ้น

7.

ครูสังเกตว่านักเรียนมีสมาธิสั้นและวอกแวกง่าย การปรับการสอนแบบใดเหมาะสมที่สุด

a)

ตำหนิเมื่อนักเรียนไม่ตั้งใจฟัง

b)

ให้แบบฝึกหัดที่เหมือนกันซ้ำๆ เพื่อให้นักเรียนจดจำได้

c)

แบ่งกิจกรรมให้สั้นลงและสลับกิจกรรมที่หลากหลาย

d)

เพิ่มเวลาการสอนให้นานขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้จดจ่อ

8.

การเชื่อมโยงดนตรีกับเรื่องราว เช่น 'เล่นท่อนนี้ให้เหมือนผีเสื้อกำลังบิน' มีประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างไร

a)

ช่วยให้นักเรียนมีเทคนิคการเล่นที่ดีขึ้น

b)

ช่วยให้นักเรียนแปลความหมายและแสดงออกทางอารมณ์ดนตรีได้ดีขึ้น

c)

ช่วยให้นักเรียนจำโน้ตได้แม่นยำขึ้น

d)

ช่วยให้นักเรียนเข้าใจทฤษฎีดนตรีที่ซับซ้อน

9.

นักเรียนรู้สึกท้อแท้และพูดว่า 'ผมคงเล่นไม่ได้' ครูจะช่วยปรับทัศนคติโดยใช้หลักการ Self-Efficacy ของ Bandura ได้อย่างไร

a)

เปลี่ยนไปเล่นเพลงที่ง่ายกว่ามากๆ ทันที

b)

ย่อยเป้าหมายให้เล็กลงมาก เช่น 'วันนี้เรามาเล่นแค่ 2 ห้องแรกให้ได้กัน'

c)

ให้ดูวิดีโอนักเปียโนระดับโลกเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ

d)

บอกว่า 'เธอทำได้แน่นอน แค่พยายามให้มากขึ้น'

10.

เป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการสอนดนตรีสำหรับเด็กตามแนวคิดดนตรีศึกษาคืออะไร

a)

การทำให้นักเรียนสามารถสอบผ่านเกรดวัดระดับสูงๆ

b)

การสร้างนักดนตรีอาชีพที่มีชื่อเสียง

c)

การทำให้นักเรียนสามารถเล่นเพลงที่ยากและซับซ้อนได้

d)

การปลูกฝังความรักในดนตรีและพัฒนาทักษะชีวิตผ่านดนตรีไปตลอดชีวิต

11.

ข้อใดกล่าวถึงสาเหตุที่นิ้วมือของเด็กเล็ก (อายุ 3–5 ปี) ยังไม่พร้อมสำหรับการเล่นเครื่องดนตรีที่ต้องใช้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น เปียโนหรือไวโอลิน ได้อย่างเหมาะสมที่สุ

a)
  1. เพราะเด็กเล็กยังไม่มีความเข้าใจเรื่องโน้ตดนตรีและการอ่านสัญลักษณ์ทางดนตรีอย่างเป็นระบบ

b)
  1. เพราะเด็กเล็กยังไม่สามารถจดจ่อกับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งได้นานพอสำหรับการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

c)
  1. เพราะเด็กเล็กยังไม่มีแรงจูงใจภายในในการเรียนรู้ดนตรีอย่างจริงจัง

d)
  1. เพราะกล้ามเนื้อมัดเล็กของนิ้วยังอยู่ในช่วงพัฒนา ทำให้การควบคุมแรงกด ความแม่นยำ และการแยกนิ้วยังไม่สมบูรณ์

12.

เมื่อนักเรียนฝึกซ้อมผิดพลาดบ่อยครั้ง แทนที่จะพูดว่า "ผิดอีกแล้ว" ครูควรใช้คำพูดแบบใดเพื่อรักษาแรงจูงใจในการเรียนรู้

a)

เกือบถูกแล้ว ลองฟังเสียงตรงนี้อีกทีนะ

b)

ตลอดเลยนะ

c)

เธอนี่นะ

d)

เลิกซ้อมแล้ววันนี้

13.

ทำไมนักเรียนบางคนถึงเรียนรู้ได้ดีจากการดูครูสาธิต (Visual) ในขณะที่บางคนเรียนรู้ได้ดีจากการฟัง (Auditory) ครูจะปรับการสอนให้ครอบคลุมทั้งสองกลุ่มได้อย่างไร

a)

สอนแบบตัวต่อตัว ใครถนัดแบบไหนให้สอนแบบนั้น

b)
  1. เน้นให้ทุกคนจดบันทึกจากคำพูดของครูโดยไม่ต้องมีการสาธิต

c)

ใช้การสอนแบบผสมผสาน ทั้งสาธิตให้ดู พร้อมอธิบายด้วยคำพูดที่ชัดเจน

d)
  1. ให้ผู้เรียนฟังเสียงดนตรีอย่างเดียวโดยไม่มีภาพประกอบหรือการสาธิต

14.

แรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) กับแรงจูงใจภายนอก (Extrinsic Motivation) ในการเล่นดนตรีครูควรส่งเสริมสิ่งใดมากกว่าเพื่อให้รักดนตรีในระยะยาว

a)

แรงจูงใจภายใน

b)

แรงจูงใจภายนอก

c)
  1. ควรใช้แรงจูงใจภายนอกก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นแรงจูงใจภายในเมื่อเด็กโตขึ้น

d)
  1. ไม่จำเป็นต้องส่งเสริมแรงจูงใจใดเป็นพิเศษ เพราะเด็กจะรักดนตรีเองเมื่อมีพรสวรรค์

15.

เมื่อต้องสอนเรื่องที่ซับซ้อน เช่น ทฤษฎีดนตรี ครูควรสอนอย่างไร

a)

เริ่มจากสอนรายละเอียดก่อน แล้วจึงสอนภาพรวม (Inductive approach)

b)

เริ่มจากภาพรวมก่อน แล้วจึงเจาะลึกรายละเอียด (Deductive approach)

c)
  1. อธิบายเนื้อหาทั้งหมดในครั้งเดียวเพื่อให้นักเรียนเห็นภาพรวมอย่างรวดเร็ว

d)
  1. ให้แบบฝึกหัดจำนวนมากโดยไม่ต้องอธิบายแนวคิดเบื้องหลัง

16.

นักเรียนคนหนึ่งมีความสามารถในการฟังและแกะเพลงได้ดีมาก แต่กลับอ่านโน้ตได้ช้า ครูควรทำอย่างไร

a)
  1. ส่งเสริมทักษะการฟังที่เป็นจุดแข็ง พร้อมค่อย ๆ พัฒนาทักษะการอ่านโน้ตควบคู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ

b)

เน้นการฝึกอ่านโน้ตทุกวัน

c)
  1. หลีกเลี่ยงการใช้โน้ตดนตรีในการเรียนการสอน และเน้นการฟังอย่างเดียว

d)
  1. ให้หยุดฟังเพลง/ดนตรีชั่วคราว จนกว่าจะอ่านโน้ตได้คล่อง

17.

การให้นักเรียนแบ่งกลุ่มและได้ทำกิจกรรมเล่นดนตรีร่วมกัน (Ensemble) มีประโยชน์ด้านจิตวิทยาสังคมอย่างไร

a)

ทำให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ดนตรีได้เร็วขึ้น เป็นการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ไม่พึ่งพาครู

b)
  1. ส่งเสริมความร่วมมือ การฟังผู้อื่น และการปรับตัวในกลุ่ม ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์

c)
  1. ลดเวลาการฝึกซ้อมส่วนตัว เพราะเน้นการเล่นรวมกลุ่มเป็นหลัก

d)
  1. ช่วยให้นักเรียนแข่งขันกันเพื่อแสดงความสามารถของตนเองให้เหนือกว่าผู้อื่น

18.

เมื่อนักเรียนเริ่มเบื่อเพลงที่กำลังซ้อมอยู่ ครูควรทำอย่างไร

a)

เปลี่ยนวิธีการซ้อม เช่น เล่นให้เร็วขึ้น เล่นช้าลง

b)

เปลี่ยนเพลงใหม่ทันที

c)

เลิกซ้อม

d)

เล่าเรื่องผี/เรื่องตลก

19.

ข้อใดไม่ใช่ เทคนิค "Mental Practice" หรือการซ้อมในใจ (นึกภาพการเล่นโดยไม่ใช้เครื่องดนตรี)

a)

เสริมสร้างความจำของกล้ามเนื้อ (Muscle memory)

b)

ลดความวิตกกังวล

c)

ใช้ซ้อมได้ทุกที่ทุกเวลา

d)

ลดเวลาซ้อม

20.

ข้อใดไม่ใช่เหตุผลของการสอนเด็กวัยประถมที่มีองค์ประกอบของ "เกม" หรือ "กิจกรรม" เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

a)

วัยนี้มีสมาธิที่ยังสั้นอยู่

b)

ทำให้สนุกมากขึ้น

c)

ทำให้เด็กไม่ต่อต้าน จดจำเนื้อหาได้ดีขึ้น

d)

จะได้ไม่ต้องทำใบงาน

21.

การให้นักเรียนตั้งเป้าหมายการซ้อมเล็กๆ ในแต่ละสัปดาห์ (เช่น "สัปดาห์นี้จะเล่นท่อน A ให้คล่อง") ดีกว่าการตั้งเป้าหมายใหญ่ๆ (เช่น "จะเล่นเพลงนี้ให้จบ") อย่างไร ข้อใดเหมาะสมที่สุด

a)

ใช้เวลาซ้อมไม่นาน

b)

นักเรียนรู้สึกถึงความสำเร็จได้บ่อยครั้ง

c)

ไม่เบื่อหน่าย

d)

สร้างความมีวินัย

22.

ในการสอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เช่น สมาธิสั้น (ADHD) ครูดนตรีควรปรับวิธีการสอนอย่างไร

a)
  1. หลีกเลี่ยงการให้เด็กมีบทบาทในกิจกรรม เพราะอาจทำให้ควบคุมห้องเรียนยาก

b)

เล่านิทานทั้งคาบ

c)
  1. ใช้กิจกรรมที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนบรรยากาศบ่อย เพื่อรักษาความสนใจ พร้อมกำหนดเป้าหมายชัดเจนในแต่ละช่วงเวลา

d)

พาร้องพาเต้นทั้งคาบ

23.

ทำไมการสร้าง "กิจวัตร" (Routine) ที่ชัดเจนในการเริ่มต้นและจบคาบเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

a)
  1. เรียนรู้เนื้อหาได้เร็วขึ้น

b)
  1. ช่วยให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัย มีความคาดหวังที่ชัดเจน และสามารถปรับตัวเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น

c)

ลดการอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ

d)
  1. ควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนได้โดยไม่ต้องใช้การสื่อสาร

24.

ประโยชน์ของการให้นักเรียนได้เลือกเพลงที่อยากเล่นด้วยตนเอง (ภายใต้การแนะนำของครู) คืออะไร

a)

เพิ่มความเสี่ยงในการเลือกเพลงที่เกินระดับความสามารถ

b)

ส่งเสริมความแตกต่างระหว่างนักเรียน

c)

เพิ่มแรงจูงใจภายใน (Intrinsic motivation) เพราะนักเรียนได้เล่นในสิ่งที่ตนเองสนใจและเป็นเจ้าของในการเรียนรู้

d)
  1. ทำให้การเรียนดนตรีเป็นไปอย่างอิสระโดยไม่ต้องมีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน

25.

หากนักเรียนแสดงพฤติกรรมต่อต้านในห้องเรียน เช่น ไม่ยอมฝึกซ้อม สิ่งแรกที่ครูควรทำคืออะไร

a)

หาสาเหตุของพฤติกรรม

b)

ลดบทบาทของนักเรียนในกิจกรรมดนตรี

c)

ตักเตือนทันทีเพื่อให้เกิดความเกรงกลัวและปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม

d)

หักคะแนน

26.

เด็กช่วงวัยมัธยมมีแนวโน้มพัฒนาความคิดเชิงนามธรรมได้ดี ซึ่งส่งผลต่อการเรียนดนตรีอย่างไร

a)

เล่นเครื่องดนตรีได้เร็ว

b)

วิเคราะห์โครงสร้างเพลงและตีความอารมณ์ได้ลึกขึ้น

c)

ไม่ส่งผลต่อการเรียนดนตรี

d)

สามารถเรียนแนวคลาสสิกได้

27.

การใช้เสียงดนตรีเพื่อปรับอารมณ์เด็ก มีผลอย่างไร

a)

ทำให้เด็กไม่สนใจบทเรียน

b)

ใช้ได้กับเด็กที่มีพรสวรรค์เท่านั้น

c)

ไม่มีผลต่อพฤติกรรม

d)

ลดความเครียด สร้างสมาธิ

28.

การใช้คำถามปลายเปิดในชั้นเรียนดนตรี ช่วยส่งเสริมอะไร

a)

การคิดแก้ปัญหา

b)

ความคิดสร้างสรรค์

c)

การคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์

d)

การปรับพฤติกรรม

29.

การให้นักเรียนได้เรียนรู้แบบร่วมมือ - Cooperative Learning ส่งผลต่อการเรียนดนตรีอย่างไร

a)

ส่งเสริมความสามารถทางภาษาและการสื่อสาร

b)

ส่งเสริมการช่วยเหลือกัน

c)

ส่งเสริมการปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น รับฟังความเห็นของผู้อื่น

d)

ถูกทุกข้อ

30.

การสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน มีผลดีอย่างไร

a)

เข้าใจความต้องการของนักเรียน

b)

ปรับวิธีการสอนได้อย่างเหมาะสมกับนักเรียน

c)

ส่งเสริมนักเรียนได้เป็นรายบุคคล

d)

ถูกทุกข้อ

31.

การใช้สื่อการเรียนรู้ทางดนตรีที่หลากหลาย ช่วยส่งเสริมข้อใด

a)

นักเรียนได้ใช้ประสาทสัมผัสหลายอย่าง

b)

สอดคล้องกับ Learning Style ของนักเรียนแต่ละคน

c)

สอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียน

d)

ถูกทุกข้อ