Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วิทย์ ม.1 พลังงานความร้อน

Total questions: 65

Worksheet time: 42mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดอธิบายความหมายของอุณหภูมิได้ถูกต้อง

a)

ระดับความเย็นที่ปรากฏในวัตถุนั้นๆ

b)

ระดับความร้อนที่ปรากฏในวัตถุนั้นๆ

c)

ปริมาณอากาศเย็นที่ปรากฏในวัตถุนั้นๆ

d)

ปริมาณอากาศร้อนที่ปรากฏในวัตถุนั้นๆ

2.

เทอร์มอมิเตอร์อันหนึ่งวัดอุณหภูมิของสารได้ 20 เซนติเมตร ถ้าเปลี่ยนมาใช้เทอร์มอมิเตอร์แบบดิจิทัลจะวัดอุณหภูมิได้เท่าใดในหน่วยเคลวิน

a)

0 เคลวิน

b)

273 เคลวิน

c)

293 เคลวิน

d)

303 เคลวิน

3.

ถ้าต้องการวัดอุณหภูมิของน้ำมันที่กำลังเดือดไม่ควรเลือกใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบใด

a)

เทอร์มอมิเตอร์ปรอท

b)

เทอร์มอมิเตอร์ดิจิทัล

c)

เทอร์มอมิเตอร์แอลกอฮอล์

d)

เทอร์มอมิเตอร์ปรอท และ เทอร์มอมิเตอร์ดิจิทัล

4.

หน่วยวัดอุณหภูมิในระบบเอสไอคือข้อใด

a)

เคลวิน

b)

องศาโรเมอร์

c)

องศาเซลเซียส

d)

องศาฟาเรนไฮต์

5.

แสงแดดที่ส่องมายังผิวโลก ทำให้เรารู้สึกร้อน เป็นการถ่ายโอนความร้อนแบบใด

a)

การแผ่รังสีความร้อน

b)

ความร้อนเดินทางผ่านลม

c)

การนำผ่านโมเลกุลอากาศ

d)

การพาความร้อนผ่านอากาศ

6.

เมื่อเราใช้ช้อนโลหะตักแกงจืดที่กำลังร้อน มือที่เราจับช้อนจะรู้สึกร้อน แสดงว่ามีการถ่ายโอนความร้อนแบบใด

a)

การนำความร้อน

b)

การพาความร้อน

c)

การนำผ่านโมเลกุลอากาศ

d)

การพาความร้อนผ่านอากาศ

7.

การถ่ายโอนพลังงานความร้อนมีลักษณะอย่างไร

a)

จากอุณหภูมิต่ำไปสู่อุณหภูมิสูง

b)

จากอุณหภูมิสูงไปสู่อุณหภูมิต่ำ

c)

จากวัตถุมวลน้อยไปสู่วัตถุมวลมาก

d)

จากวัตถุมวลมากไปสู่วัตถุมวลน้อย

8.

เพราะเหตุใดในช่วงอากาศหนาวเมื่อจับเก้าอี้เหล็กแล้วจะรู้สึกเย็น

a)

เหล็กมีความเย็น

b)

ความเย็นไหลเข้าสู่มือ

c)

อุรหภูมิไหลจากมือเข้าสู่เก้าอี้

d)

ความร้อนจากมือถ่ายโอนให้เก้าอี้

9.

วัสดุในข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น

a)

เหล็ก

b)

ทองแดง

c)

พลาสติก

d)

อะลูมิเนียม

10.

ข้อใดสามารถอธิบายการพาความร้อนได้ดีที่สุด

a)

ลมบก-ลมทะเล

b)

การย่างบาร์บีคิว

c)

การใช้ช้อนคนกาแฟ

d)

การนำลวดไปลนไฟแล้วรู้สึกร้อนมือ

11.

จากภาพเป็นแบบจำลองอนุภาคของสสารในสถานะใด

a)

ของแข็ง

b)

ของเหลว

c)

แก๊ส

d)

ของไหล

12.

จากภาพเป็นแบบจำลองอนุภาคของสสารในสถานะใด

a)

ของแข็ง

b)

ของเหลว

c)

แก๊ส

d)

ของไหล

13.

จากภาพเป็นแบบจำลองอนุภาคของสสารในสถานะใด

a)

ของแข็ง

b)

ของเหลว

c)

แก๊ส

d)

ของไหล

14.

อนุภาคของสารในภาพใด มีแรงยึดเหนี่ยวมากที่สุด

a)

A

b)

B

c)

C

d)

A และ C

15.

ข้อใดเรียงลำดับแรงยึดเหนี่ยวภายในอนุภาคของสาร จากน้อยไปมาก ได้ถูกต้อง

a)

A B C

b)

A C B

c)

B A C

d)

B C A

16.

เครื่องมือที่ใช้ในการวัดอุณหภูมิของสาร เรียกว่าอะไร

a)

ไซครอมิเตอร์

b)

เทอร์มอมิเตอร์

c)

แอมป์มิเตอร์

d)

บารอมิเตอร์

17.

จากภาพ ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ จุดเดือดของน้ำ

a)

273 K

b)

373 K

c)

100 °C100\ \degree C  

d)

212 °F212\ \degree F  

18.

จากภาพ ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ จุดเยือกแข็งของน้ำ

a)

273 K

b)

37 °C37\ \degree C  

c)

0 °C0\ \degree C  

d)

32 °F32\ \degree F  

19.

จากภาพ ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ อุณหภูมิปกติของร่างกายมนุษย์

a)

310 K

b)

37 °C37\ \degree C  

c)

273 K 

d)

98.6 °F98.6\ \degree F   

20.

จากภาพ ข้อใดต่อไปนี้ กล่าวได้ถูกต้องที่สุด

a)

จุดเยือกแข็งของน้ำมีค่าเท่ากับ 212 °F212\ \degree F  

b)

อุณหภูมิปกติของร่างกายมนุษย์มีค่าเท่ากับ 310 K

c)

จุดเดือดของน้ำมีค่าเท่ากับ 273 K

d)

ถ้ามนุษย์มีอุณหภูมิร่างกาย 98.6 °F98.6\ \degree F   จะเป็นไข้ ไม่สบาย

21.

ถ้าวัดอุณหภูมิของน้ำได้ 27 °C27\ \degree C   จะมีค่ากี่เคลวิน(K)

a)

273 K

b)

300 K

c)

311 K

d)

400 K

22.

ถ้าวัดอุณหภูมิของน้ำได้ 38 °C38\ \degree C   จะมีค่ากี่เคลวิน(K)

a)

273 K

b)

300 K

c)

311 K

d)

400 K

23.

ถ้าวัดอุณหภูมิของน้ำได้ 338 K  จะมีค่ากี่องศาเซลเซียส (°C)\left(\degree C\right)  

a)

60 °C60\ \degree C  

b)

65 °C65\ \degree C  

c)

100 °C100\ \degree C  

d)

611 °C611\ \degree C  

24.

ถ้าวัดอุณหภูมิของน้ำได้ 373 K  จะมีค่ากี่องศาเซลเซียส (°C)\left(\degree C\right)  

a)

60 °C60\ \degree C  

b)

65 °C65\ \degree C  

c)

100 °C100\ \degree C  

d)

611 °C611\ \degree C  

25.

จากการทดลอง ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร

a)

ปริมาณความร้อนที่ได้รับหรือสูญเสีย

b)

มวลของสาร

c)

ความร้อนจำเพาะของสาร

d)

อุณหภูมิของสาร

26.

จากตาราง สารใดมีค่าความร้อนจำเพาะะน้อยที่สุด

a)

เงิน

b)

ทองแดง

c)

เหล็ก

d)

น้ำ

27.

จากตาราง สารใดมีค่าความร้อนจำเพาะมากที่สุด

a)

เงิน

b)

ทองแดง

c)

เหล็ก

d)

น้ำ

28.

ถ้าสารในตารางมีมวลเท่ากัน เมื่อได้รับความร้อนในปริมาณที่เท่ากัน สารใดจะมีอุณหภูมิเพิ่มมากที่สุด

a)

เงิน

b)

ทองแดง

c)

เหล็ก

d)

น้ำ

29.

จากสูตร Q = mcΔtQ\ =\ mc\Delta t   ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง

a)

Q แทน ปริมาณความร้อนที่สสารได้รับหรือสูญเสีย

b)

m แทน มวลของสสาร

c)

c แทน อุณหภูมิของสสาร

d)

Δt\Delta t  แทนอุณหภูมิของสสารที่เปลี่ยนไป

30.

ข้อใดต่อไปนี้ กล่าวไม่ถูกต้อง

a)

แป้งฝุ่นมีสถานะเป็นของแข็ง มีรูปร่างและปริมาตรคงที่

b)

น้ำมีสถานะเป็นของเหลว มีรูปร่างและปริมาตรไม่คงที่

c)

อากาศเป็นแก๊ส มีรูปร่างและปริมาตรไม่คงที่

d)

น้ำอัดลมมีสถานะเป็นของเหลว มีรูปร่างไม่คงที่แต่มีปริมาตรคงที่

31.

ค่าความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอของน้ำเดือดมีค่าเท่าใด

a)

1 cal/g

b)

80 cal/g

c)

500 cal/g

d)

540 cal/g

32.

อุณหภูมิ หมายถึงข้อใด

a)

ปริมาณความร้อนในวัตถุ

b)

ความจุความร้อนในวัตถุ

c)

ระดับความร้อนในวัตถุ

d)

ขนาดของความร้อนในวัตถุ

33.

จากการทดสอบสาร A, B, C ได้ผลดังแสดงตาราง

ข้อใดคือสถานะของสาร A, B และ C ตามลำดับ

a)

ของแข็ง ของเหลว แก๊ส

b)

ของแข็ง แก๊ส ของเหลว

c)

ของเหลว ของแข็ง แก๊ส

d)

แก๊ส ของเหลว ของแข็ง

34.

จากแผนภาพ ข้อใดคือการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร ในตำแหน่ง A

a)

การระเหิด

b)

การหลอมเหลว

c)

การควบแน่น

d)

การกลั่นตัว

35.

เมื่อของแข็งได้รับความร้อนการเปลี่ยนแปลงในข้อใดเป็นไปไม่ได้

a)

ความหนาแน่นลดลง

b)

การหลอมเหลว

c)

ปริมาตรลดลง

d)

อุณหภูมิสูงขึ้น

36.

ข้อใดกล่าวถึง ความจุความร้อนจำเพาะ (Specific heat ) ได้ถูกต้อง

a)

มีค่า เท่ากับ 80 cal/g

b)

ความร้อนที่ทำให้สาร มวลหนึ่งหน่วยมีอุณหภูมิเปลี่ยนไปหนึ่งองศาเซลเซียส

c)

น้ำมีค่า 1 cal

d)

ลังงานความร้อนที่ทำให้วัตถุเปลี่ยนสถานะโดยอุณหภูมิคงที่

37.

ขั้นตอนใดเกิดกระบวนการดูดความร้อน

a)

น้ำอุณหภูมิลดต่ำลง

b)

น้ำเดือดมีอุณหภูมิลดลงเรื่อยๆ

c)

ไอน้ำควบแน่นกลายเป็นน้ำ

d)

น้ำกลายเป็นน้ำเดือด

38.

จากข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถูก

1.เมื่อแก๊สได้รับความร้อน จะมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น แก๊สเกิดการขยายตัว

2. เมื่อของเหลวสูญเสียความร้อน อนุภาคมีพลังงานลดลง ของเหลวเกิดการหดตัว

3. เมื่อของเหลวได้รับความร้อน อนุภาคมีพลังงานเพิ่มขึ้น แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคเพิ่มขึ้น

a)

1 และ 2

b)

1 และ 3

c)

2 และ 3

d)

ถูกทุกข้อ

39.

ข้อความต่อไปนี้ข้อใด กล่าวผิด

a)

ของแข็งโมเลกุลอยู่ใกล้กัน มีแรงดึงดูดระหว่าง

โมเลกุลมาก จึงมีปริมาตรและรูปร่างแน่นอน

b)

ของเหลวมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลน้อยกว่า

ของแข็ง โมเลกุลของเหลวจึงเคลื่อนที่ตลอดเวลา

c)

แก๊สเป็นสถานะที่มีเเรงดึงดูดระหว่างโมเลกุล

น้อยที่สุด

d)

ของแข็งเป็นสถานะที่โมเลกุลไม่มีการสั่นจึงไม่มีความร้อนอยู่เลย

40.

อุณหภูมิของร่างกายคนปกติเท่ากับ 37 องศาเซลเซียส มีค่าเท่ากับกี่องศาฟาเรนไฮต์

a)

3 ๐F

b)

86.6 0F

c)

98.6 0F

d)

108.0 0F

41.

ข้อใดถูกต้อง

a)

เคลวิน – ระบบเอสไอ

b)

องศาฟาเรนไฮต์ – ระบบเมตริก

c)

องศาเซลเซียส – ระบบอังกฤษ

d)

องศาเซลเซียส – ระบบเอสไอ

42.

วัตถุ 3 ชนิด มีอุณหภูมิต่างๆกัน ดังนี้

A 30 องศาเซลเซียส

B 68 องศาฟาเรนไฮต์

C 300 เคลวิน

ถ้าเรียงลำดับวัตถุจากอุณหภูมิต่ำสุดไปหาอุณหภูมิสูงสุด ข้อใดถูกต้อง

a)

A B C

b)

A C B

c)

B C A

d)

C B A

43.

รถยนต์วิ่งบนถนนที่ร้อนจัด ยางมักจะระเบิดเนื่องมาจากสาเหตุใด

a)

การแข็งตัวของเนื้อยาง

b)

การขยายตัวของเนื้อยาง

c)

การหลอมเหลวของเนื้อยาง

d)

การขยายตัวของอากาศในยาง

44.

ถ้าหากใช้พลังงานความร้อน 800 แคลอรี ในการเปลี่ยนน้ำแข็งอุณหภูมิ 0⁰C ไปเป็นน้ำอุณหภูมิ 0⁰C จงหาน้ำหนักของน้ำแข็งนี้ (กำหนดค่าความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำแข็งมีค่าเท่ากับ 80 แคลอรี/กรัม)

a)

1 กรัม

b)

5 กรัม

c)

10 กรัม

d)

12 กรัม

45.

น้ำ 20 กรัม ที่ 2 ºC กลายเป็นน้ำแข็งที่ 0 ºC จะมีการดูดหรือคายความร้อนเท่าใด

a)

คายความร้อน 40 cal

b)

ดูดความร้อน 1,600 cal

c)

คายความร้อน 1,640 cal

d)

ดูดความร้อน 1,640 cal

46.

เมื่อนักเรียนยืนอยู่หน้าเตาแก๊สที่ติดไฟ ในห้องที่ปิดและไม่มีลมพัด แล้วรู้สึกร้อน ความร้อนจากเปลวไฟมาถึงตัวนักเรียนได้โดยวิธีใด

a)

การแผ่รังสีความร้อน

b)

การพาความร้อนและการนำความร้อน

c)

การพาความร้อนและการแผ่รังสีความร้อน

d)

การนำความร้อนและการแผ่รังสีความร้อน

47.

น้ำแข็ง 10 กรัม อุณหภูมิ 0 ๐C จะต้องใช้น้ำร้อนกี่กรัมจึงทำให้เปลี่ยนเป็นน้ำที่อุณหภูมิ 40 ๐C

a)

100 g

b)

120 g

c)

400 g

d)

800 g

48.

น้ำแข็งมวล 100 กรัม ที่ 0๐C กลายเป็นไอ ที่ 100๐C

จะใช้ปริมาณความร้อนเท่าใด

a)

8,000 cal

b)

54,000 cal

c)

72,000 cal

d)

100,000 cal

49.

ผสมน้ำร้อน 90 องศาเซลเซียสกับน้ำอุณหภูมิ 25 ๐C มวล 250 กรัมจะต้องใช้น้ำร้อนกี่กรัมจึงทำให้น้ำมีอุณหภูมิ 40 ๐C

a)

250 g

b)

75 g

c)

25 g

d)

10 g

50.

ผสมน้ำเย็น 10 องศาเซลเซียส มวล 25 กรัม กับน้ำอุณหภูมิ 25 ๐C มวล 20 กรัม อุณหภูมิผสมมีค่าเท่าใด

a)

11.5 องศาเซลเซียส

b)

17.5 องศาเซลเซียส

c)

35 องศาเซลเซียส

d)

40 องศาเซลเซียส

51.

น้ำตาลทราย คือ สสาร สถานะใด

a)

ของแข็ง

b)

ของเหลว

c)

แก๊ส

d)

พลาสมา

52.

การจัดเรียงอนุภาคของ ของเหลว เป็นแบบใด

a)
b)
c)
d)
53.

ความร้อนจำเพาะที่ทำให้

น้ำแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำ มีค่าเท่าใด

a)

60

b)

70

c)

80

d)

90

54.

ความร้อนจำเพาะที่ทำให้

น้ำเปลี่ยนสถานะเป็นไอ (แก๊ส) มีค่าเท่าใด

a)

80

b)

340

c)

440

d)

540

55.

อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส คือ ?

a)

จุดเดือด

b)

จุดหลอมเหลว

c)

จุดกลับตัว

d)

จุดสตาร์ท

56.
a)

หมา

b)

หมี

c)

แมว

d)

หมู

57.

อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส คือ ?

a)

จุดกลับใจ

b)

จุดจุดจุด

c)

จุดหลอมเหลว

d)

จุดเดือด

58.

ความร้อนแฝงคืออะไร

a)

ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะ โดยที่อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง

b)

ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะ โดยที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง

59.

ล้างจานยังไงมือไม่เปียก ?

a)

กินแล้วทิ้งเลย

b)

กินแล้วแช่ ให้แม่ล้าง อิอิ

c)

ใช้เท้าล้าง

60.

ความร้อนที่ทำให้ของเหลว กลายเป็นแก๊ส โดยที่อุณหภูมิไม่แปลงแปลง

a)

ความร้อนแฝงของการหลอมเหลว

b)

ความร้อนแฝงของนักวิทยาศาสตร์

c)

ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ

d)

ความร้อนแฝงของการกลั้นตด

61.

มดอะไรว่ายน้ำได้ ?

a)

มดเอ๊ก

b)

มดดำ

c)

มดกะแดะอยากเป็นปลา

62.

เราจะใช้สูตร Q=mL ตอนไหน ?

a)

เมื่อมีการเปลี่ยนสถานะ

b)

เมื่อไม่มี การเปลี่ยนสถานะ

c)

เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง

63.

ข้อใดถูกต้อง

a)

โมเลกุลของของแข็งมีแรงยึดเหนี่ยวน้อยกว่าของเหลว

b)

โมเลกุลของก๊าซมีแรงยึดเหนี่ยวมากกว่าของเหลว

c)

โมเลกุลของก๊าซมีแรงยึดเหนี่ยวน้อยกว่าของแข็ง

64.

เพราะเหตุใด ด้ามทัพพีโลหะจึงร้อนเมื่อเราใช้คนหม้อแกง

a)

การนำความร้อน

b)

การพาความร้อน

c)

การแผ่รังสีความร้อน

65.

เพราะเหตุใดด้ามจับของภาชนะหุงต้มจึงมักห่อหุ้มด้วยพลาสติก

a)

พลาสติกเป็นวัสดุนำความร้อน

b)

พลาสติกป้องกันการแผ่รังสีความร้อนได้ดี

c)

พลาสติกเป็นฉนวนกันความร้อน

d)

พลาสติกดูดกลืนความร้อนได้ดี