wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Pre-Test 1 (Earth Science and Astronomy)

Total questions: 43

Worksheet time: 22mins

Name
Class
Date
1.
ห้อง
4 lines
2.
เลขที่
4 lines
3.
ชื่อ-นามสกุล
4 lines
4.
1. ดาราศาสตร์คือวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับอะไร
a)
ดวงดาว
b)
ดวงดาวต่างๆ และโลก
c)
ระบบสุริยะ
d)
ดวงดาว เนบิวลา และกาแล็กซี่
5.
2. 1 ปีแสงคือระยะทางที่แสงเดินทางได้ 1 ปี คิดเป็นระยะทางเท่าใด
a)
9.5x10^6 กิโลเมตร
b)
9.5x10^7 กิโลเมตร
c)
9.5x10^10 กิโลเมตร
d)
9.5x10^12 กิโลเมตร
6.
3. ปัจจุบันทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับในการอธิบายการกำเนิดของเอกภพ คือ ทฤษฎีข้อใด
a)
สภาวะคงที่
b)
การออสซิลเวลของเอกภพ
c)
การระเบิดครั้งใหญ่
d)
กาลเวลา
7.
4. คำกล่าวในข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
เอกภพเกิดเมื่อประมาณ 15,000 ล้านปีมาแล้ว
b)
ทฤษฎีสภาวะคงที่เป็นทฤษฎีที่ใช้อธิบายเอกภพได้เป็นอย่างดี
c)
เอกภพประกอบไปด้วยกาแล็กซี่จำนวนแสนล้านดวง
d)
ข้อ 1) และ 3) ถูก
8.
5. อนุภาคพื้นฐานขณะเกิดบิกแบง คือข้อใด
a)
ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวทริโน และโฟตอน
b)
ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวเคลียส และโปรตอน
c)
ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวตรอน และโปรตอน
d)
ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวทริโน และโปรตอน
9.
6. ดาวฤกษ์รุ่นแรกๆ มีธาตุใดเป็นสารเบื้องต้น
a)
ออกซิเจนและไฮโดรเจน
b)
ออกซิเจนและฮีเลียม
c)
ไฮโดรเจนและฮีเลียม
d)
ไฮโดรเจนและไนโตรเจน
10.
7. หลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีการระเบิดครั้งใหญ่ คือข้อใด
a)
การขยายตัวของกาลเวลา
b)
การขยายตัวของเอกภพ
c)
อุณหภูมิพื้นหลังของเอกภพ
d)
ข้อ 2) และ 3) ถูกต้อง
11.
8. เอ็ดวิน พี ฮับเบิล ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเอกภพในข้อใด
a)
การระเบิดครั้งใหญ่
b)
การขยายตัวของเอกภพ
c)
อุณหภูมิพื้นหลังของเอกภพ
d)
ดาวฤกษ์และเนบิวลา
12.
9. ผู้ที่ค้นพบอุณหภูมิพื้นหลังของเอกภพ คือข้อใด
a)
อาร์โน เพนเซียส และโรเบิร์ต วิลสัน
b)
เฟรดฮอลย์ และ ฮานส์ อัลเฟน
c)
เอ็ดวิน พี ฮับเบิล และโธมัส โกลด์
d)
เลอแมทร์ และ อาร์โ เพนเซียส
13.
10. อุณหภูมิพื้นหลังของเอกภพ คือ ข้อใด
a)
อุณหภูมิที่อยู่ไกลถึงอนันต์ของเอกภพ
b)
อุณหภูมิของเอกภพในปัจจุบัน
c)
อุณหภูมิของเอกภพในอดีต
d)
อุณหภูมิที่อยู่ใจกลางของเอกภพ
14.
11. หลุมดำหมายถึงข้อใด
a)
บริเวณในอวกาศที่มีแรงโน้มถ่วงสูง
b)
บริเวณที่ไม่มีแสงสว่างเนื่องจากไม่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์
c)
บริเวณที่เป็นหลุมเนื่องจากการกระแทกของอุกาบาต
d)
ข้อ 1) และ 2) ถูกต้อง
15.
12. ข้อใดเป็นส่วนประกอบของกาแล็กซีทางช้างเผือก
a)
ดาวฤกษ์ในทางช้างเผือก ดาวเคราะห์ต่างๆ
b)
ระบบสุริยะและดาวฤกษ์
c)
ดาวฤกษ์ในทางช้างเผือก ดาวฤกษ์บนฟ้า และระบบสุริยะ
d)
ถูกทุกข้อ
16.
13. ข้อความใดอธิบายความหมายของกาแล็กซีได้ถูกต้อง
a)
เป็นกระจุกดาวคล้ายดาวแมงป่อง
b)
กลุ่มเมฆหมอกก้อนกลมมีลักษณะคล้ายจาน
c)
เป็นแถบเรืองๆ สว่างขาวพาดไปบนท้องฟ้า
d)
ระบบของกลุ่มดาวต่างๆ รวมทั้งโลก ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์
17.
14. จากทฤษฎีการระเบิดครั้งใหญ่อธิบายว่ารังสีความร้อนที่กระจายอยู่ในเอกภพมาจากอะไร
a)
เป็นพลังงานความร้อนที่ดาวฤกษ์แผ่รังสีออกมา
b)
เป็นพลังงานความร้อนที่ดวงอาทิตย์แผ่รังสีออกมา
c)
เป็นพลังงานความร้อนที่ได้จากการชนกันของดวงดาว
d)
เป็นพลังงานความร้อนที่เหลือจากการระเบิดครั้งใหญ่
18.
15. กาแล็กซีแมกเจนแลนใหญ่และกาแล็กซีแมกเจนแลนเล็กมีรูปร่างเป็นอย่างไร
a)
เป็นแบบรูปวงรีหรือก้นหอย
b)
มีรูปร่างคล้ายผลส้มตรงกลางป่องออก
c)
มีรูปร่างคล้ายจาน 2 ใบคว่ำประกบกัน
d)
มีรูปร่างไม่แน่นอนหรือไร้รูปร่าง
19.
16. ธาตุที่เป็นองค์ประกอบมากที่สุดของดาวฤกษ์คือธาตุใด
a)
ธาตุไฮโดรเจน
b)
ธาตุไนโตรเจน
c)
ธาตุออกซิเจน
d)
ธาตุคาร์บอน
20.
17. ดาวฤกษ์แต่ละดวงจะมีความแตกต่างกันในข้อใด
a)
มวล อุณหภูมิผิว สี
b)
ระยะห่าง ขนาด ความสว่าง
c)
องค์ประกอบทางเคมี
d)
ถูกทุกข้อ
21.
18. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับดาวฤกษ์
a)
ดาวฤกษ์เกิดจากการยุบรวมตัวกันของเนบิวลา
b)
ดาวฤกษ์ทุกดวงจะมีสีขาวเหมือนกันทุกดวง
c)
มวลของดาวฤกษ์มีความสัมพันธ์กับสีของดาวฤกษ์
d)
ดาวฤกษ์จะทำให้เกิดธาตุเรเดียม ธาตุฮีเลียม
22.
19. จุดจบของดาวฤกษ์แต่ละดวงขึ้นกับข้อใด
a)
สี
b)
มวล
c)
อุณหภูมิ
d)
องค์ประกอบทางเคมี
23.
20. ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อย แสงสว่างน้อย จะมีช่วงชีวิตยาว
b)
ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อย แสงสว่างน้อย จะมีช่วงชีวิตสิ้น
c)
ดาวฤกษ์ที่มีมวลมาก แสงสว่างน้อย จะมีช่วงชีวิตสั้น
d)
ดาวฤกษ์ที่มีมวลมาก แสงสว่างมาก จะมีช่วงชีวิตยาว
24.
21. การระเบิดอย่างรุนแรงของดาวฤกษ์มวลมากก่อนจะดับสลาย เรียกว่าอะไร
a)
เนบิวลาดาวเคราะห์
b)
ซูเปอโนวา
c)
กลุ่มก้อนแก็สยักษ์
d)
การระเบิดครั้งใหญ่
25.
22. การเปลี่ยนแปลงของแก็สที่แก่นกลางเนบิวลาจนอุณหภูมิสูงถึงหลายแสนองศาเซลเซียส เรียกการเปลี่ยนแปลงช่วงนี้ว่าอะไร
a)
ดาวเคราะห์
b)
ดาวแคระขาว
c)
ดาวแคระดำ
d)
ดาวฤกษ์ก่อนเกิด
26.
23. ถ้าอุณหภูมิของแก็สที่แก่นกลางเนบิวลาสูงเพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านเคลวิน จะทำให้เกิดสิ่งใดขึ้น
a)
ปฎิกิริยาเคมี
b)
ปฎิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียส
c)
ปฎิกิริยาโพลิเมอร์
d)
ปฎิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์
27.
24. ดาวแคระขาวเกิดจากในข้อใด
a)
แก่นกลางดาวเคราะห์ยุบตัวลง เนื่องจากแรงโน้มถ่วง
b)
แก่นกลางดาวฤกษ์ยุบตัวลง เนื่องจากแรงเหวี่ยง
c)
แก่นกลางดาวยักษ์แดงยุบตัวลง เนื่องจากแรงโน้มถ่วง
d)
แก่นกลางดาวยักษ์แดงยุบตัวลง เนื่องจากแรงเหวี่ยง
28.
25. ข้อใดถูกต้องที่สุด
a)
ความสว่างมีหน่วยเป็นพลังงาน
b)
ความสว่างของดาวที่เรามองเห็นบนท้องฟ้า เรียกว่า ความสว่างปรากฏ
c)
ดาวฤกษ์ที่มีความสว่างมากที่สุดจะมีค่าอันดับความสว่างเป็น 6
d)
ข้อ 1) และ 2) ถูก
29.
26. ถ้าดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิพื้นผิวดังนี้ 3,000 องศาเซลเซียส 4,000 องศาเซลเซียส 6,000 องศาเซลเซียส 11,000 องศาเซลเซียส สีของดาวจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
a)
ส้มแดง ส้ม เหลือง ขาว
b)
ส้ม เหลือง ส้มแดง ขาว
c)
เหลือง ส้ม ส้มแดง ขาว
d)
ส้มแดง เหลือง ส้ม ขาว
30.
27. จากข้อมูลของดาวฤกษ์ ดาวฤกษ์Aสีน้ำเงิน Bสีเหลืองส้ม Cสีส้มแดง Dสีขาว ดาวฤกษ์ในข้อใดที่มีอุณหภูมิมากที่สุด
a)
A
b)
B
c)
C
d)
D
31.
28. จากข้อมูลของดาวฤกษ์ ดาวฤกษ์Aสีน้ำเงิน Bสีเหลืองส้ม Cสีส้มแดง Dสีขาว ดวงอาทิตย์ของเราจะมีสีเหมือนดาวฤกษ์ในข้อใด
a)
A
b)
B
c)
C
d)
D
32.
29. สีของดาวฤกษ์ในข้อใดมีการเรียงลำดับตามอุณหภูมิพื้นผิวจากต่ำไปสูง
a)
ขาว ส้มแดง น้ำเงิน
b)
ส้มแดง เหลืองส้ม ขาว
c)
น้ำเงิน ขาว ส้ม
d)
เหลืองส้ม ส้มแดง น้ำเงิน
33.
30. การเกิดของระบบสุริยะจากเนบิวลา มวลสารส่วนมากจะกลายไปเป็นสิ่งใด
a)
โลก
b)
ดาวเคราะห์
c)
ดวงอาทิตย์
d)
ดาวเคราะห์น้อย
34.
31. ข้อความใดถูกต้องเกี่ยวกับระบบสุริยะ ก)มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ข)เป็นส่วนหนึ่งของกาแล็กซีทางช้างเผือกหรือกาแล็กซีของเรา ค)ดวงดาวที่มองเห็นด้วยตาเปล่าเมื่ออยู่บนโลก ล้วนเป็นบริวารของดวงอาทิตย์ทั้งสิ้น ง) มีดาวเคราะห์ 9 ดวง ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง อุกกาบาตและดวงจันทร์ที่โคจรอยู่รอบดาวคราะห์เป็นบริวาร คำตอบที่ถูกคือ
a)
ก, ข
b)
ข, ค
c)
ก, ข, ง
d)
ข, ค, ง
35.
32. ข้อใดผิด
a)
ดาวหางเป็นก้อนแก๊สไฮโดรเจนขนาดใหญ่ที่สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์
b)
แก๊สที่อยู่ภายในดาวหางอาจจะถูกกระตุ้นให้วาวแสงได้ เมือได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์
c)
ลมสุริยะผลักดันให้หางของดาวหางชี้ในทิศทางที่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เสมอ
d)
นักดาราศาสตร์สันนิษฐานว่า การสูญพันธ์ของไดโนเสาร์เมื่อ 65 ล้านปีมาแล้ว อาจมีสาเหตุมาจากดาวหางวิ่งมาชนโลก
36.
33. ข้อใดผิด
a)
ดาวหางปรากฏเคลื่อนที่ไปท่ามกลางดาวฤกษ์
b)
หางดาวหางพุ่งไปในทิศตรงข้ามกับดวงอาทิตย์
c)
ดาวหางจัดเป็นวัตถุท้องฟ้าที่มีแสงในตัวเอง เนื่องจากประกอบด้วยแก๊สต่าง ๆ และเสียดสีกันขณะโคจร
d)
ดาวตกและอุกกาบาตเป็นส่วนที่เหลือของดาวหาง และเกิดการลุกไหม้จากการเสียดสีกับบรรยากาศโลก
37.
34. ดาวหางฮัลเลย์จะเข้าใกล้ทางโคจรของโลกอีกเป็นครั้งที่สองในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2529 โดยอยู่ห่างจากโลก 0.42 หน่วยดาราศาสตร์ ระยะ 1 หน่วยดาราศาสตร์ คือข้อใด
a)
ระยะทางเฉลี่ยจากโลกถึงดาวเหนือ
b)
ระยะทางเฉลี่ยจากโลกถึงดวงอาทิตย์
c)
ระยะทางเฉลี่ยระหว่างดาวเคราะห์กับระบบสุริยะ
d)
ระยะทางเฉลี่ยระหว่างดาวฤกษ์ในกาแล็กซีทางช้างเผือก
38.
35. เมื่อมีการปลดปล่อยพลังงานและอนุภาคจากดวงอาทิตย์ ข้อใดมีผลต่อโลกทีหลัง
a)
คลื่นวิทยุ
b)
รังสีคอสมิค
c)
แสงธรรมดา
d)
รังสีอัลตราไวโอเลต
39.
36. โลกได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ในรูปของ
a)
แสงและความร้อน
b)
อนุภาคและแสง
c)
ความร้อนและพายุแม่เหล็ก
d)
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและอนุภาค
40.
37. ข้อใดเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์แสงเหนือ - แสงใต้ ก. ลมสุริยะ ข. สนามแม่เหล็กโลก ค. แสงจากดวงอาทิตย์ ง. รังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์
a)
ข้อ ก. และ ข.
b)
ข้อ ข. และ ค.
c)
ข้อ ค. และ ง.
d)
ข้อ ง. และ ก.
41.
38. ข้อใดเป็นผลกระทบของพายุสุริยะที่มีต่อโลก ก. ลมสุริยะ ข. แสงเหนือ - แสงใต้ ค. การสื่อสารโดยวิทยุคลื่นสั้นติดขัด ง. เกิดความร้อนจำนวนมาก
a)
ข้อ ก. และ ข.
b)
ข้อ ข. และ ค.
c)
ข้อ ค. และ ง.
d)
ข้อ ก. และ ง.
42.
39. ถ้าดาวหางวิ่งชนโลก จะเกิดเหตุการณ์ในข้อใด
a)
เกิดก้อนอุกกาบาตกระจายทั่วไป
b)
ก้อนน้ำแข็งสกปรกจากดาวหางกระจายทั่วไป
c)
สิ่งแวดล้อมของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง
d)
เกิดแสงสว่างวูบวาบอันเนื่องจากการสะท้อนจากแสงอาทิตย์ทั่วไป
43.
40. สภาวะเอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิตให้อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์นั้นได้ ควรเป็นอย่างไร
a)
ไม่ร้อนเกินไป และไม่หนาวเย็นเกินไป
b)
ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์พอเหมาะ
c)
มีน้ำในการดำรงชีวิต
d)
ถูกหมดทุกข้อ