wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ต้นฉบับ MOCK EXAM : พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ

Total questions: 50

Worksheet time: 50mins

Name
Class
Date
1.

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ทำสัญญาจ้าง “บริษัท พีเคโซลูชั่น จำกัด” ให้พัฒนาระบบฐานข้อมูลจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยในสัญญาจ้างระบุว่าข้อมูลทั้งหมดจะถูกประมวลผลและจัดเก็บอยู่บน “ระบบ Cloud Server”ของบริษัทเอกชนแห่งนั้น ซึ่งตั้ง Server อยู่ที่ต่างประเทศ ต่อมา นายคุ้มหลี่ ได้ยื่นคำขอต่อกรมฯ เพื่อขอดูข้อมูลสถิติการจัดเก็บภาษีดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธโดยอ้างว่า “ข้อมูลดังกล่าวอยู่ใน Server ของบริษัทเอกชน ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ได้เป็นผู้ครอบครองข้อมูลทางกายภาพ และ Server นั้นก็อยู่นอกราชอาณาจักร จึงไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารของราชการตามกฎหมาย”

ข้อใดวิเคราะห์สถานะของข้อมูลและการปฏิเสธของเจ้าหน้าที่ได้ “ถูกต้องที่สุด”

a)

ก. คำปฏิเสธของเจ้าหน้าที่ ถูกต้อง เพราะข้อมูลข่าวสารของราชการจะต้องเป็นข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองของรัฐและต้องอยู่ในราชอาณาจักรไทยเท่านั้น เพื่อให้รัฐมีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ในการบังคับใช้กฎหมาย

b)

ข. คำปฏิเสธของเจ้าหน้าที่ ถูกต้อง เพราะแม้จะเป็นงานของรัฐ แต่เมื่อข้อมูลถูกจัดเก็บโดยเอกชน กรรมสิทธิ์ในข้อมูลย่อมตกเป็นของเอกชนผู้ให้บริการ Server จนกว่าจะมีการส่งมอบงานงวดสุดท้าย

c)

ค. คำปฏิเสธของเจ้าหน้าที่ ไม่ถูกต้อง เพราะข้อมูลดังกล่าวถือเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการ เนื่องจากอยู่ใน “การควบคุมดูแล” ของหน่วยงานรัฐ ซึ่งรัฐมีอำนาจทางกฎหมายหรือสัญญาที่จะสั่งให้เอกชนส่งมอบข้อมูลนั้นได้

d)

ง. คำปฏิเสธของเจ้าหน้าที่ ไม่ถูกต้อง แต่ข้อมูลนี้จะเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการก็ต่อเมื่อ บริษัทเอกชนได้ทำการ “ดาวน์โหลด” ข้อมูลใส่แผ่น CD หรือ Hard Drive แล้วส่งมาเก็บไว้ที่ตึกของกรมฯเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

2.

หากสำนักงานเทศบาลตำบลช่องเม็กพิจารณาแล้วว่า เอกสารโครงการก่อสร้างเมื่อ 20 ปีก่อน หมดความจำเป็นในการใช้งานประจำวันแล้ว ตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารฯ เจ้าหน้าที่ธุรการจะต้องดำเนินการส่งมอบเอกสารดังกล่าวเพื่อให้หน่วยงานใดเป็นผู้คัดเลือกไว้เพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ต่อไป

a)

ก. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

b)

ข. หอสมุดแห่งชาติ

c)

ค. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

d)

ง. กระทรวงวัฒนธรรม

3.

เจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่งซึ่งได้รับเอกสารลับที่สุดฉบับหนึ่งซึ่งมีเนื้อหาอ่อนไหวเกี่ยวกับความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ ซึ่งจัดทำขึ้นเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2500 ตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารฯ เจ้าหน้าที่ผู้นี้จะมีสิทธิที่ส่งมอบเอกสารดังกล่าวให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อเปิดเผยเมื่อเวลาผ่านไปกี่ปี

a)

ก. 20 ปี

b)

ข. 40 ปี

c)

ค. 75 ปี

d)

ง. 100 ปี

4.

ข้อใด “ไม่ใช่” ข้อมูลที่ต้องนำไปลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

a)

ก. กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรม

b)

ข. ข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการเก็บภาษีป้าย

c)

ค. ประกาศประกวดราคาซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่

d)

ง. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ

5.

วัตถุประสงค์หลักของการกำหนดให้ “แผนงานโครงการ” และ “สัญญาสัมปทาน” ที่ต้องเปิดเผยโดยการตั้งแสดงไว้ให้ตรวจดูนั้นคือข้อใด

a)

ก. เพื่อลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ในการถ่ายเอกสารให้ประชาชน

b)

ข. เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบความโปร่งใสในการทำงาน

c)

ค. เพื่อให้คู่แข่งทางการค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลทางธุรกิจของกันและกันได้

d)

ง. เพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในการจัดเก็บจดหมายเหตุแห่งชาติ

6.

นายมาร์คได้ยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสัญญาจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างถนนหน้าบ้านของตนต่อเทศบาล ผ่านไปแล้ว 45 วัน นับแต่วันยื่นคำขอ เทศบาลยังคงเพิกเฉย ไม่มีการส่งมอบข้อมูลและไม่มีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องใดๆกลับมา ซึ่งนายมาร์คต้องการดำเนินการตามสิทธิของตนเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าว ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึง “ช่องทางการเยียวยา” ของนายมาร์คได้ถูกต้องที่สุด

a)

ก. นายมาร์คทำได้เพียงร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (กขร.) เท่านั้น ไม่สามารถฟ้องศาลได้เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งปฏิเสธที่เป็นลายลักษณ์อักษร

b)

ข. นายมาร์คต้องรอให้ครบ 60 วันก่อน จึงจะถือว่าหน่วยงานปฏิเสธโดยปริยาย แล้วจึงจะเริ่มกระบวนการอุทธรณ์คำสั่งได้

c)

ค. นายมาร์คไม่มีสิทธิร้องเรียนหรือฟ้องคดี เนื่องจากกฎหมายกำหนดกรอบเวลา “เวลาอันสมควร” ไว้กว้างๆ หน่วยงานอาจกำลังดำเนินการอยู่

d)

ง. นายมาร์คสามารถเลือกที่จะ“ร้องเรียนต่อคณะกรรมการฯ (กขร.)” หรือ “ฟ้องคดีต่อศาลปกครอง” ก็ได้ เนื่องจากการเพิกเฉยเกินกรอบเวลาอันสมควร (15-30 วัน) ถือเป็นการละเลยหน้าที่

7.

นายสมชายซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานรัฐ และลูกน้องนั้นได้มีการเสนอแฟ้มเอกสาร 2 ฉบับให้ท่านลงนามคำสั่งปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูล

  • - แฟ้ม A : ข้อมูลความลับทางการค้าของบริษัทเอกชนคู่สัญญา

  • - แฟ้ม B : ข้อมูลที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์

ข้อใดต่อไปนี้ที่มีการใช้ดุลพินิจได้ถูกต้องที่สุด

a)

ก. แฟ้ม A นายสมชาย ต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่วนแฟ้ม B นายสมชายต้องปฏิเสธทันทีโดยไม่มีดุลพินิจ

b)

ข. แฟ้ม A นายสมชาย ต้องปฏิเสธทันทีโดยไม่มีดุลพินิจ ส่วนแฟ้ม B นายสมชายต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบ

c)

ค. แฟ้ม A นายสมชายต้องปฏิเสธทันที ส่วนแฟ้ม B นายสมชายสามารถใช้ดุลพินิจผ่อนผันได้

d)

ง. แฟ้ม A นายสมชายสามารถใช้ดุลพินิจผ่อนผันได้ ส่วนแฟ้ม B นายสมชายต้องปฏิเสธทันที

8.

พนักงานสอบสวนปฏิเสธการเปิดเผย “สำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้น” ให้กับผู้สื่อข่าวช่องหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่าอาจกระทบต่อรูปคดี การกระทำดังกล่าวนั้นจัดอยู่ในตามข้อใด

a)

ก. ข้อยกเว้นเด็ดขาด เพราะเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย

b)

ข. ข้อยกเว้นที่ใช้ดุลพินิจ โดยเจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจสั่งไม่เปิดเผยก็ได้

c)

ค. ข้อยกเว้นเด็ดขาด เพราะเป็นความลับทางราชการที่ห้ามเปิดเผยเด็ดขาด

d)

ง. ข้อยกเว้นที่ใช้ดุลพินิจ เพราะต้องเปิดเผยเพื่อความโปร่งใส

9.

หน่วยงาน A ถูกร้องเรียนว่าปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลโดยอ้างเหตุผลว่า “เอกสารดังกล่าวจัดเก็บมานานกว่า 20 ปี และระบบการจัดเก็บเอกสารในช่วงนั้นไม่มีดัชนีสืบค้นที่ดี ทำให้เจ้าหน้าที่หาไม่พบ” ข้ออ้างนี้ฟังขึ้นหรือไม่อย่างไร

a)

ก. ฟังขึ้น เพราะถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่พ้นวิสัยการควบคุมของเจ้าหน้าที่ปัจจุบัน

b)

ข. ฟังขึ้น เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับให้รัฐต้องเก็บรักษาข้อมูลตลอดไป หากข้อมูลเก่ามากย่อมค้นหาได้ยาก

c)

ค. ฟังไม่ขึ้น เพราะประสิทธิภาพในการค้นหาข้อมูลขึ้นอยู่กับระบบงานสารบรรณ

d)

ง. ฟังไม่ขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเอกสารหายไปแล้ว และต้องทำการสอบสวนทางวินัยทันที

10.

นายชัยเดินทางไปยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ “แบบแปลนการก่อสร้างอาคารสาธารณะ” ที่องค์การบริหารส่วนตำบลคันไร่ แต่เจ้าหน้าที่ธุรการปฏิเสธที่จะรับเรื่องทันที โดยให้เหตุผลว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการของ “กรมโยธาธิการและผังเมือง” ทาง อบต. ไม่มีข้อมูลนี้ และแจ้งให้นายสมชายเดินทางไปติดต่อกรมโยธาฯ ที่อยู่ในตัวจังหวัดเอาเอง

จงพิจารณาว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวนั้น หากพิจารณาตามหลักการ“รัฐเดียวกัน”ทั้งนี้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ถูกต้องหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ก. ถูกต้อง เพราะหน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูลผูกพันเฉพาะหน่วยงานที่ครอบครองข้อมูลนั้น การปฏิเสธเพื่อให้ประชาชนไปติดต่อหน่วยงานเจ้าของเรื่องโดยตรง เป็นการลดความผิดพลาดในการสื่อสาร

b)

ข. ถูกต้อง เพราะความไม่มีประสิทธิภาพของระบบงานสารบรรณอาจทำให้ค้นหาข้อมูลไม่พบ การแนะนำให้ไปหน่วยงานต้นทางจึงเป็นวิธีแก้ปัญหาที่สะท้อนความโปร่งใสที่สุด

c)

ค. ไม่ถูกต้อง เพราะเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจปฏิเสธทันที แต่ต้องรับเรื่องไว้และดำเนินการ “บูรณาการกับ พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกฯ 2558” โดยแจ้งระยะเวลาตามคู่มือประชาชนให้นายชัยทราบก่อน

d)

ง. ไม่ถูกต้อง เพราะหากประชาชนยื่นคำขอผิดหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ห้ามปฏิเสธทันที แต่มีหน้าที่ต้องให้คำแนะนำ หรือโอนเรื่องไปยังหน่วยงานที่ถูกต้อง เพื่อสะท้อนความเป็นรัฐเดียวกัน

11.

ณ องค์การบริหารส่วนตำบลคำเขื่อนแก้ว มีการนำระบบจัดเก็บเอกสารแบบ คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) เข้ามาใช้แทนกระดาษ 100% เพื่อลดโลกร้อน นายป๊อปสยาม ผู้อำนวยการกองช่าง ปฏิเสธคำร้องขอข้อมูลของ ป้าแวว ชาวบ้านที่ต้องการดู “แปลนก่อสร้างถนนหน้าหมู่บ้าน” โดย นายป๊อปสยาม ให้เหตุผลว่า“แปลนนี้ผมเป็นคนเขียนเองกับมือ และเก็บไว้ในระบบส่วนตัวของฝ่ายช่างเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในโครงการเฟสต่อไป มันเป็นเครื่องมือการทำงานของฝ่ายบริหาร ไม่ใช่ของที่จะให้ใครดูก็ได้”

อย่างไรก็ตาม ปลัด อบต. ได้เดินเข้ามาแย้งว่า นายป๊อปสยามกำลังเข้าใจผิดเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของกฎหมายข้อมูลข่าวสารยุคปัจจุบัน แม้ว่ารูปแบบการเก็บข้อมูลจะเปลี่ยนไปเป็นดิจิทัลแล้วก็ตาม

จากสถานการณ์ข้างต้น หากพิจารณาตามหลักปรัชญากฎหมายข้อมูลข่าวสารที่ยึดถือกันในปัจจุบัน ข้อโต้แย้งของ นายป๊อปสยาม ที่มองว่าข้อมูลเป็นเครื่องมือบริหารภายใน ขัดแย้ง กับสถานะที่แท้จริงของ “ข้อมูลข่าวสาร” ในมิติใดมากที่สุด

a)

ก. ขัดแย้งกับหลักการที่ว่า ข้อมูลในระบบดิจิทัลถือเป็น “ความลับของทางราชการ” โดยอัตโนมัติเนื่องจากมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์สูง

b)

ข. ขัดแย้งกับหลักการที่ว่า ข้อมูลข่าวสารไม่ใช่ทรัพยากรที่รัฐผูกขาดเพื่อใช้สั่งการ แต่เป็น “ทรัพย์สินสาธารณะ” ที่ประชาชนเจ้าของภาษีมีสิทธิรับรู้และตรวจสอบได้

c)

ค. ขัดแย้งกับรูปแบบการจัดเก็บ เพราะกฎหมายระบุว่าข้อมูลที่จะเปิดเผยได้ต้องอยู่ในรูปแบบ “เอกสารกระดาษ” เท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงไฟล์ใน Cloud Computing

d)

ง. ขัดแย้งกับอำนาจการตรวจสอบ เพราะนายสมศักดิ์ไม่มีสิทธิปฏิเสธ โดยอำนาจการตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดถูกโอนไปอยู่ที่ “องค์กรอิสระ” เพียงผู้เดียวแล้ว

12.

บริษัทเอกชนรายหนึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ต้องการสืบทรัพย์ลูกหนี้ จึงทำหนังสือถึงสำนักงานประกันสังคมโดยใช้สิทธิเพื่อขอทราบข้อมูลสถานที่ทำงานปัจจุบันของผู้ประกันตน (ลูกหนี้) เพื่อนำไปบังคับคดี หากท่านเป็นผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคม ท่านควรวินิจฉัยคำขอนี้อย่างไร

a)

ก. เปิดเผยข้อมูล เพราะคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดแล้ว หน่วยงานรัฐต้องให้ความร่วมมือในการบังคับคดี

b)

ข. เปิดเผยข้อมูล เพราะบริษัทเอกชนเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง และข้อมูลสถานที่ทำงานไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว

c)

ค. ปฏิเสธการเปิดเผย เนื่องจากการเปิดเผยรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคล และขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งเน้นการตรวจสอบรัฐ

d)

ง. ปฏิเสธการเปิดเผย เพราะข้อมูลประกันสังคมเป็นข้อมูลความลับที่สุดทางราชการ ห้ามเปิดเผยในทุกกรณีไม่ว่าจะมีหลักกฎหมายอื่นๆยกเว้นให้หรือไม่ก็ตาม

13.

ข้อใด “ไม่ใช่” ข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

a)

ก. สัญญาสัมปทานและสัญญาร่วมทุนกับเอกชน

b)

ข. คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทบสิทธิเอกชน

c)

ค. รายงานการประชุมลับของคณะรัฐมนตรีที่ยังไม่มีมติ

d)

ง. แผนงาน โครงการ และงบประมาณปีปัจจุบัน

14.

หน่วยงาน A มีสัญญาสัมปทานกับบริษัท B ซึ่งมีรายละเอียด “สูตรการผลิตลับทางการค้า” รวมอยู่ด้วย เมื่อมีผู้ขอตรวจดูสัญญา หน่วยงาน A ควรดำเนินการอย่างไรจึงจะถูกต้องตามหลัก “การแยกส่วนข้อมูล”

a)

ก. ปฏิเสธการเปิดเผยสัญญาทั้งฉบับ เพราะความลับทางการค้าเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมาย

b)

ข. ต้องทำการเปิดเผยสัญญาทั้งฉบับ เพราะคู่สัญญาของรัฐต้องยอมรับการตรวจสอบจากสาธารณะอย่างไม่มีเงื่อนไข

c)

ค. สิทธิให้แก่บริษัท B เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเปิดเผยส่วนใดบ้าง

d)

ง. ทำแถบดำทับเฉพาะส่วนสูตรการผลิต แล้วเปิดเผยส่วนที่เหลือของสัญญา

15.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงองค์ประกอบของการใช้สิทธิร้องขอข้อมูลข่าวสาร “ไม่ถูกต้อง

a)

ก. ผู้ร้องขอไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้อง

b)

ข. ผู้ร้องขอต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น

c)

ค. ข้อมูลที่ขอต้องเป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้วในความครอบครองของหน่วยงาน

d)

ง. คำขอต้องระบุข้อมูลที่ต้องการให้เพียงพอที่จะเข้าใจได้

16.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้สรุปผลการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณี “นาฬิกาหรู” เสร็จสิ้นแล้ว สื่อมวลชนขอข้อมูลรายงานสรุปผลดังกล่าว แต่ ป.ป.ช. ปฏิเสธโดยอ้างว่าเป็นข้อมูลการประชุมลับและเพื่อคุ้มครองพยาน ข้อใดคือแนวปฏิบัติที่ถูกต้องที่สุด

a)

ก. เปิดเผยได้ทั้งหมดรวมถึงชื่อพยาน เพราะความโปร่งใสสำคัญกว่าความปลอดภัยของพยานในคดีทุจริต

b)

ข. ห้ามเปิดเผยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นความลับของทางราชการและความมั่นคงแห่งชาติ

c)

ค. เปิดเผยรายงานสรุป แต่ให้ปกปิด ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวและข้อมูลที่ระบุตัวพยานได้

d)

ง. ให้เปิดเผยเฉพาะ “ผลการลงมติ” ว่าผิดหรือไม่ผิดเท่านั้น ห้ามเปิดเผยรายละเอียดสำนวนการไต่สวน

17.

นายเปิ้ลต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข แต่ไปยื่นคำขอที่ “กรมควบคุมโรค” ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าข้อมูลนี้อยู่ที่ “สถาบันวัคซีนแห่งชาติ” เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคควรปฏิบัติตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการฯอย่างไรให้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดตามหลักธรรมาภิบาล

a)

ก. ให้คำแนะนำโดยให้ไปยื่นที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ หรือโอนคำขอนั้นไปหน่วยงานที่ถูกต้อง

b)

ข. ปฏิเสธคำขอทันทีและออกหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรว่าหน่วยงานไม่มีข้อมูล

c)

ค. รับคำขอไว้ แล้วทำหนังสือสอบถามไปยังสถาบันวัคซีนแห่งชาติเพื่อขอนำข้อมูลมาตอบให้นายเปิ้ลด้วยตนเอง

d)

ง. แจ้งให้ไปยื่นเรื่องที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (กขร.) เพื่อวินิจฉัยว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ถือข้อมูล

18.

สมาคมต่อต้านคอร์รัปชัน ยื่นคำขอให้ อบจ. แห่งหนึ่ง เปิดเผย รายงานสรุปรายชื่อผู้รับเหมาที่ทิ้งงานในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อนำไปตรวจสอบความโปร่งใส ทาง อบจ. มีฐานข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว แต่ปฏิเสธคำขอโดยให้เหตุผลว่า ทาง อบจ. ไม่เคยจัดทำรายงานสรุปชื่อผู้ทิ้งงานในรูปแบบเอกสารมาก่อน มีแต่ข้อมูลดิบในระบบ หากจะให้ข้อมูลต้องมานั่งรวบรวมใหม่ ซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดหน้าที่ให้หน่วยงานต้อง วิเคราะห์ วิจัย หรือสร้างข้อมูลใหม่ให้แก่เอกชน

ข้อใดวินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของการปฏิเสธดังกล่าวได้ถูกต้องที่สุด

a)

ก. การปฏิเสธชอบด้วยกฎหมาย เพราะหน้าที่ของรัฐคือเปิดเผยข้อมูลที่มีอยู่เท่านั้นการที่ต้องไปค้นหาและรวบรวมข้อมูลดิบมาทำรายงานใหม่ถือเป็นการสร้างภาระเกินควร

b)

ข. การปฏิเสธชอบด้วยกฎหมาย เพราะรายงานสรุปดังกล่าวถือเป็น “งานวิเคราะห์” ที่หน่วยงานมีดุลพินิจว่าจะจัดทำให้หรือไม่ก็ได้

c)

ค. การปฏิเสธไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะข้อมูลอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว การสั่งพิมพ์รายงาน จากฐานข้อมูล ถือเป็นการ “แปลงสภาพข้อมูล” ซึ่งหน่วยงานมีหน้าที่ต้องจัดหาให้

d)

ง. การปฏิเสธไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะข้อมูลเกี่ยวกับการทิ้งงานเป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 (1) อยู่แล้ว หน่วยงานจึงอ้างว่าไม่มีข้อมูลไม่ได้

19.

นายเจมส์ซึ่งเป็นนักสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นคำขอต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อและการใช้งานซอฟต์แวร์สปายแวร์ (Spyware) ที่ใช้เจาะระบบโทรศัพท์มือถือประชาชน โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมปฏิเสธการเปิดเผยและห้ามอุทธรณ์ โดยอ้างว่าข้อมูลดังกล่าวเป็น “ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศโดยเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของฝ่ายบริหาร ทั้งนี้ศาลปกครองไม่อาจก้าวล่วงมาตรวจสอบหรือรับฟ้องได้”

ข้อใดวิเคราะห์อำนาจในการตรวจสอบของศาลปกครองได้ถูกต้องที่สุด

a)

ก. ศาลปกครองไม่มีอำนาจรับฟ้อง เนื่องจาก พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ ยกเว้นมิให้ศาลตรวจสอบการใช้อำนาจทางบริหารที่เกี่ยวกับความมั่นคงทางทหารหรือความปลอดภัยของรัฐ

b)

ข. ศาลปกครองมีอำนาจรับฟ้องและพิจารณาเนื้อหา เพราะข้ออ้างด้านความมั่นคงมิใช่ข้อยกเว้นเด็ดขาดที่จะตัดสิทธิการรับรู้ของประชาชนและการตรวจสอบขององค์กรตุลาการ

c)

ค. ศาลปกครองจะรับฟ้องได้ก็ต่อเมื่อ นายเจมส์ ได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (กขร.) ให้เปิดเผยข้อมูลนั้นก่อน ตามหลักการถ่วงดุลอำนาจ

d)

ง. ศาลปกครองจำหน่ายคดี เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ในอำนาจวินิจฉัยของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ว่าการใช้สปายแวร์นั้นขัดต่อสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ มิใช่คดีปกครองเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูล

20.

นายแคน เป็นนักศึกษาสาขานิติศาสตร์ ต้องการทำวิจัยเรื่องการครอบครองปรปักษ์ที่ดิน จึงยื่นคำขอข้อมูลที่ดินจาก อบต. แห่งหนึ่ง ซึ่งอบต. ปฏิเสธคำขอโดยให้เหตุผลว่า “นายแคนไม่ใช่เจ้าของที่ดินในบริเวณนั้น และไม่มีส่วนได้เสีย เกี่ยวข้องกับคำสั่งทางปกครองใดๆ ของ อบต.”

คำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำสั่งปฏิเสธของ อบต. นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

a)

ก. คำสั่งปฏิเสธชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้ร้องขอข้อมูลข่าวสารราชการต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

b)

ข. คำสั่งปฏิเสธชอบด้วยกฎหมาย เพราะข้อมูลแผนผังที่ดินเป็นข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน การเปิดเผยต้องระมัดระวังตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับ

c)

ค. คำสั่งปฏิเสธไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะบุคคลไม่จำเป็นต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ก็มีสิทธิร้องขอข้อมูลได้ภายใต้หลักสิทธิรับรู้ของประชาชน

d)

ง. คำสั่งปฏิเสธไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ใช่เพราะหากแต่เป็นเพราะนายสมชายขอยกเว้นค่าธรรมเนียมเพื่อการศึกษา ซึ่งหน่วยงานต้องอนุเคราะห์

21.

นายซันนี่ได้ยื่นคำร้องขอข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานแห่งหนึ่งซึ่งเป็นเอกสารที่มีเนื้อหาพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย เจ้าหน้าที่รัฐผู้รับผิดชอบพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้ข้อมูลดังกล่าวจะกระทบต่อสถาบันฯ แต่หากเปิดเผยจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์และการเมืองอย่างมาก จึงใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักประโยชน์สาธารณะและมีคำสั่งให้เปิดเผยบางส่วน การกระทำของเจ้าหน้าที่ผู้นี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ก. ชอบด้วยกฎหมาย เพราะให้อำนาจเจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักประโยชน์สาธารณะได้

b)

ข. ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการเปิดเผยเพียง “บางส่วน”ตามหลักการจัดการข้อมูลผสม เพื่อคุ้มครองสิทธิการรับรู้

c)

ค. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นข้อยกเว้นเด็ดขาดเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักประโยชน์สาธารณะ

d)

ง. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะข้อมูลที่เกี่ยวกับสถาบันฯ ต้องรอให้ครบกำหนด 20 ปี จึงจะส่งมอบให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติเปิดเผยได้

22.

ข้อมูลข่าวสารตามประเภทข้อใดต่อไปนี้ ที่เข้าข่าย “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” ซึ่งถ้าหากเปิดเผยก่อนเวลาอันควรอาจทำลายเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้

a)

ก. สรุปยอดหนี้สาธารณะประจำปีที่แถลงต่อรัฐสภาแล้ว

b)

ข. นโยบายการปรับเปลี่ยนค่าเงินบาทที่ยังไม่ประกาศใช้

c)

ค. รายชื่อบริษัทคู่สัญญาภาครัฐที่ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างของรัฐ

d)

ง. รายงานผลประกอบการของรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

23.

การใช้ดุลพินิจเพื่อให้มีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เจ้าหน้าที่ของรัฐจำต้องทำการ “ชั่งน้ำหนัก” ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการฯ ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ องค์ประกอบหลักที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องนำมาพิจารณา

a)

ก. ผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ

b)

ข. ประโยชน์สาธารณะที่ประชาชนจะได้รับจากการรับรู้ข้อมูล

c)

ค. ความเร่งด่วนในการนำข้อมูลข่าวสารไปใช้ประโยชน์ของสื่อมวลชน

d)

ง. ประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยหรือปิดกั้นข้อมูล

24.

กรณีตามข้อใดต่อไปนี้ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถใช้เหตุผลเรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ในการปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลได้อย่างถูกต้องที่สุด

a)

ก. บันทึกการประชุมเจรจาข้อตกลงทางการค้ากับผู้นำต่างประเทศที่ยังไม่ได้ข้อยุติ

b)

ข. สนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างประเทศที่ได้มีการลงนามและประกาศใช้บังคับแล้ว

c)

ค. รายชื่อเจ้าหน้าที่ทูตทุกคนที่ประจำการอยู่ในสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน

d)

ง. เอกสารประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยที่แจกจ่ายในต่างประเทศ

25.

ในเอกสารบันทึกข้อความฉบับหนึ่ง ประกอบด้วย “รายงานสถิติอุบัติเหตุจราจรประจำเดือน” และ “ความเห็นส่วนตัวของเจ้าหน้าที่เสนอแนะให้รื้อถอนสะพานลอย” หากมีผู้ขอข้อมูลฉบับนี้ หน่วยงานรัฐควรดำเนินการอย่างไรให้ถูกต้องที่สุดตามหลักการคุ้มครอง “ความเห็นภายใน”

a)

ก. ปฏิเสธการเปิดเผยทั้งฉบับ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณาภายใน

b)

ข. เปิดเผยทั้งฉบับ เพราะความเห็นส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ถือเป็นประโยชน์สาธารณะเสมอ

c)

ค. เปิดเผยเฉพาะส่วน “รายงานสถิติ” แต่สามารถใช้ดุลพินิจปกปิดส่วน “ความเห็นเสนอแนะ” ได้

d)

ง. เปิดเผยเฉพาะส่วน “ความเห็นเสนอแนะ” แต่ปกปิด “รายงานสถิติ” เพื่อคุ้มครองข้อมูลราชการ

26.

นายเปรมต้องการขอข้อมูลสถิติรายได้ของผู้ประกอบการรายใหญ่รายหนึ่งจากกรมสรรพากร เพื่อนำไปทำวิทยานิพนธ์เรื่องความเหลื่อมล้ำของภาษีอากร กรมสรรพากรปฏิเสธโดยอ้างว่า“ประมวลรัษฎากร” ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะที่ห้ามเปิดเผยข้อมูลผู้เสียภาษีโดยเด็ดขาด ซึ่งนายเปรมจึงอุทธรณ์ต่อ กวฉ. ข้อใดกล่าวถึงอำนาจของ กวฉ. ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ก. กวฉ. ไม่มีอำนาจสั่งให้เปิดเผย เพราะประมวลรัษฎากรมีลำดับศักดิ์ทางกฎหมายเท่ากับ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ ต้องยึดถือกฎหมายเฉพาะเป็นหลัก

b)

ข. กวฉ. มีอำนาจสั่งให้เปิดเผยได้ หากเห็นว่าประโยชน์สาธารณะมีมากกว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายเฉพาะที่คุ้มครองข้อมูลนั้น

c)

ค. กวฉ. มีอำนาจสั่งให้เปิดเผยได้เฉพาะข้อมูลปีปัจจุบันเท่านั้น ข้อมูลย้อนหลังต้องเป็นไปตามประมวลรัษฎากร

d)

ง. กวฉ. ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความขัดแย้งของเนื้อหาแห่งกฎหมายทั้งสองฉบับก่อนที่จะมีการเปิดเผยได้

27.

ลุงศักดิ์ ยูทูบเบอร์สายทฤษฎีสมคบคิด เชื่อว่า “โรงอาหาร” มีการใส่สารเคมีควบคุมความคิดลงในผัดกะเพราไก่ เพื่อให้ข้าราชการเชื่อฟัง ลุงศักดิ์จึงยื่นขอ “สูตรผสมเครื่องปรุงและใบรายการจัดซื้อเครื่องเทศประจำปี” ของโรงอาหาร หัวหน้าหน่วยงานประทับตรา “ลับที่สุด” ลงบนเอกสารทันที โดยอ้างว่าหากสูตรนี้รั่วไหลจะกระทบต่อ “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” (เดี๋ยวแม่ค้าข้างนอกรู้สูตรแล้วขายตัดราคา) ลุงศักดิ์อุทธรณ์จนเรื่องถึงคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร (กวฉ.) ซึ่ง กวฉ. มีคำวินิจฉัยเด็ดขาดให้ “เปิดเผยข้อมูล” เพราะเห็นว่าเป็นแค่สูตรอาหาร ไม่เกี่ยวกับความมั่นคง

ทันทีที่ กวฉ. มีคำวินิจฉัยให้เปิดเผยข้อมูล สถานะทางกฎหมายของเอกสาร “สูตรกะเพรา”ฉบับนี้จะเป็นไปตามข้อใด

a)

ก. หน่วยงานยังคงต้องปกปิดต่อไปจนกว่าจะครบ 75 ปี เพราะตราประทับ "ลับที่สุด" ยังติดอยู่บนกระดาษ และหัวหน้าหน่วยงานยังไม่ได้เซ็นยกเลิกคำสั่งเดิม

b)

ข. หน่วยงานยังเปิดเผยไม่ได้ทันที ต้องส่งเรื่องให้ศาลปกครองวินิจฉัยชี้ขาดอีกครั้ง เนื่องจากความเห็นของ กวฉ. ขัดแย้งกับดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

c)

ค. ข้อมูลดังกล่าวถือว่าถูกยกเลิกชั้นความลับโดยผลของกฎหมายทันทีหน่วยงานต้องเปิดเผยให้ลุงศักดิ์ตามคำสั่ง กวฉ. จะอ้างตราประทับเดิมอีกไม่ได้

d)

ง. เปิดเผยได้เฉพาะ “รายการจัดซื้อ” ส่วน “สูตรผสม” ยังเปิดเผยไม่ได้ เพราะถือเป็น “ความลับทางการค้า” ของแม่ครัว ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเฉพาะ (พ.ร.บ. ความลับทางการค้า)

28.

นางสาวสมหญิง ข้าราชการในสังกัดหน่วยงานแห่งหนึ่ง ซึ่งได้ยื่นคำร้องขอข้อมูลข่าวสาร 2 รายการ ได้แก่ 1. ประวัติการสนทนา (Chat Log) ใน Line Official ของหน่วยงาน และ 2. ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้องประชุม ในช่วงที่ผู้บังคับบัญชา 2 ท่านประชุมงบประมาณนอกเวลาราชการ

นางสาวสมหญิงอ้างเหตุผลการขอว่า “เพื่อตรวจสอบความเป็นธรรมาภิบาล” แต่ข้อเท็จจริงปรากฏชัดแจ้งว่ามีเจตนาแอบแฝงเพื่อนำข้อมูลไปแต่งนิยายเชิงชู้สาวเพื่อความบันเทิง หน่วยงานเจ้าของข้อมูลจึงปฏิเสธคำขอ โดยอ้างว่าข้อมูลดังกล่าวมีเพียงถ้อยคำระบายความเครียดส่วนตัว ไม่ใช่สาระสำคัญของราชการ

      ถ้าท่านอยู่ในฐานะคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร (กวฉ.) จะวินิจฉัยเรื่องนี้อย่างไร

a)

ก. ยกคำร้อง เพราะเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เพื่อสนองความต้องการส่วนตัว มิใช่เพื่อประโยชน์สาธารณะในการตรวจสอบรัฐ

b)

ข. ให้เปิดเผยบางส่วน โดยตัดทอนเรื่องส่วนตัว เพราะการวินิจฉัยต้องดูที่ เนื้อหาข้อมูล เป็นหลัก ไม่ใช่นิสัยหรือวัตถุประสงค์แอบแฝงของผู้ขอ

c)

ค. ให้เปิดเผยทั้งหมด เพื่อตรวจสอบวินัยข้าราชการ เนื่องจากการใช้ Line Official คุยเรื่องส่วนตัวเป็นการใช้ทรัพย์สินราชการผิดประเภทที่ประชาชนควรรับรู้

d)

ง. ให้ปกปิดข้อมูล เพราะบทสนทนาถือเป็น “ความเห็นภายใน” ที่กฎหมายคุ้มครองอิสระในการปรึกษาหารือเอกสิทธิ์ให้สามารถพูดคุยกันได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว

29.

กรมการขนส่งทางบก ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ขับขี่รถสาธารณะ โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลและจัดเก็บ “รหัสพันธุกรรม (DNA)” ของผู้ขับขี่ทุกคน วัตถุประสงค์เพื่อในการระบุตัวตนหากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนจำรูปพรรณไม่ได้ การกระทำดังกล่าวขัดต่อ “หน้าที่ของหน่วยงานรัฐในการจัดระบบข้อมูลส่วนบุคคล” หรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ก. ไม่ขัด เพราะเป็นไปตามหลักความยินยอม หากผู้ขับขี่ยินยอมให้เก็บก็สามารถทำได้ตามภายใต้หลักเสรีภาพในการทำสัญญาระหว่างคู่สัญญา

b)

ข. ขัด เพราะเป็นการจัดเก็บข้อมูลเกินความจำเป็นและไม่ได้สัดส่วนเนื่องจากกรมการขนส่งฯ มีอำนาจประเมินสมรรถนะการขับขี่ แต่ไม่มีอำนาจเก็บข้อมูลพันธุกรรม

c)

ค. ไม่ขัด เพราะเป็นไปตามหลักการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเพื่อประโยชน์สาธารณะอันเป็นการอำนวยความสะดวกแก่หน่วยงานนิติเวชศาสตร์ในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

d)

ง. ขัด เพราะไม่ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา หากประกาศแล้วก็สามารถจัดเก็บได้ทุกประเภทข้อมูล

30.

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) รัฐบาลต้องการเปิดเผยข้อมูลผู้ติดเชื้อเพื่อเตือนภัยสาธารณะ ข้อใดคือการดำเนินการที่ ถูกต้องที่สุด ตามแนวทางแห่งพ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ

a)

ก. เปิดเผยชื่อและที่อยู่ของผู้ติดเชื้อ เพื่อความปลอดภัยสาธารณะตามข้อยกเว้นของกฎหมาย

b)

ข. ห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลทุกกรณี เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและประวัติสุขภาพสูงสุด

c)

ค. เปิดเผยเพียงไทม์ไลน์โดยไม่ระบุชื่อ เพื่อป้องกันภัยสาธารณะโดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

d)

ง. ขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน หากไม่ยินยอมให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอสั่งเปิดเผย

31.

ในการสอบคัดเลือกพนักงานราชการ นายปัญญาสอบไม่ผ่านและเกิดข้อสงสัย จึงยื่นคำร้องขอดู “กระดาษคำตอบ” ของตนเองเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการให้คะแนน โดยอ้างว่าเป็น “ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล” ของตนตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องที่สุดอันเกี่ยวกับสถานะของกระดาษคำตอบนี้

a)

ก. เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล เพราะเป็นเอกสารที่มีชื่อและลายมือเขียนของนายเอกปรากฏอยู่อย่างชัดเจน

b)

ข. เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล เพราะผลการสอบส่งผลกระทบต่อสถานะทางอาชีพและการเงินของนายเอก

c)

ค. ไม่เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล เพราะเป็นเพียงเอกสารแสดงความรู้ไม่ใช่เรื่องราวเฉพาะตัวเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่

d)

ง. ไม่เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล เพราะกระดาษคำตอบนั้นถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับของหน่วยงานผู้ที่จัดสอบเท่านั้น

32.

กรณีเจ้าหน้าที่รัฐนำข้อมูล “พิกัดสถานที่” (Location Data) และ “หมายเลข IP Address” ของประชาชนที่เข้ามาใช้เว็บไซต์หน่วยงานไปเปิดเผย ข้อมูลชุดนี้จัดว่าเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลหรือไม่

a)

ก. เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล เพราะถือเป็นการระบุตัวตนทางอ้อม  

b)

ข. เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล เฉพาะกรณีที่มีชื่อ-นามสกุลกำกับอยู่ด้วยเท่านั้น

c)

ค. ไม่เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล เพราะเป็นเพียงข้อมูลทางเทคนิคคอมพิวเตอร์

d)

ง. ไม่เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล เพราะไม่เกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมหรือการเงิน

33.

นายธรรมซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ ได้ยื่นคำร้องต่อโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัด (หน่วยงานของรัฐ) เพื่อขอตรวจดูประวัติการรักษาพยาบาลของบิดาตนเองที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน โดยอ้างสิทธิตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ปฏิเสธโดยอ้างว่า พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ไม่คุ้มครองผู้ถึงแก่กรรมแล้ว ข้อมูลดังกล่าวจึงไม่อยู่ในข่ายที่ต้องพิจารณาตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลฯ ข้อใดวินิจฉัยสถานะทางกฎหมายของข้อมูลชุดนี้ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ก. เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ พ.ศ. 2540 เพราะกฎหมายนี้คุ้มครองถึงผู้ที่ถึงแก่กรรมด้วย

b)

ข. ไม่เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ พ.ศ. 2540 เพราะสิทธิความเป็นส่วนตัวสิ้นสุดลงเมื่อสภาพบุคคลระงับ

c)

ค. เป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA เพราะข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) ที่ได้รับความคุ้มครองตลอดไป

d)

ง. ไม่เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามกฎหมายใดเลย เพราะเจ้าของข้อมูลเสียชีวิตแล้วจึงไม่มีสภาพบุคคลให้กฎหมายคุ้มครอ

34.

นางสาวสุดารัตน์ ยื่นคำร้องขอตรวจสอบ “บันทึกการลงเวลาเข้า-ออกงาน” ของข้าราชการรัฐสภาสามัญรายหนึ่ง ณ “สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร” โดยเจ้าหน้าที่ปฏิเสธคำขอ อ้างว่ารัฐสภาเป็นองค์กรนิติบัญญัติ ไม่ใช่หน่วยงานราชการบริหาร จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ. นี้ หากท่านเป็นคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ท่านจะวินิจฉัยข้ออ้างของเจ้าหน้าที่อย่างไร

a)

ก. ข้ออ้างถูกต้อง เพราะรัฐสภาเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การแทรกแซงข้อมูลภายในอาจกระทบต่อความเป็นอิสระในทางนิติบัญญัติ

b)

ข. ข้ออ้างถูกต้อง เพราะ พ.ร.บ. นี้บังคับใช้เฉพาะ “ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น” เท่านั้น ตามการแบ่งโครงสร้างระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

c)

ค. ข้ออ้างไม่ถูกต้อง เพราะนิยาม “หน่วยงานของรัฐ” ย่อมครอบคลุมถึง .ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา. ด้วย ในส่วนที่เป็นงานธุรการและการบริหารงานทั่วไป

d)

ง. ข้ออ้างไม่ถูกต้อง เพราะบันทึกการลงเวลาถือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ประชาชนทุกคนในฐานะเจ้าของภาษีอากรจึงมีสิทธิเข้าถึงได้โดยไม่มีเงื่อนไข

35.

กรมการขนส่งทางบกได้จัดทำโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย อุ่นใจทั่วไทย” โดยออกระเบียบภายในกำหนดให้ผู้ขอต่อใบอนุญาตขับขี่ต้องกรอกแบบฟอร์มให้ข้อมูลเพิ่มเติม 2 ส่วน คือ (1) ข้อมูลพันธุกรรม (DNA) เพื่อวิจัยแนวโน้มโรคทางสายตาในอนาคต และ (2) ข้อมูลพฤติกรรมทางเพศ เพื่อเก็บเป็นสถิติทางจิตวิทยา โดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะในการลดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ นายดำ ผู้ยื่นคำขอไม่ยินยอมให้ข้อมูลดังกล่าว ข้อใดกล่าวถึงความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำของกรมการขนส่งทางบกได้ถูกต้องที่สุด

a)

ก. ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการจัดทำบริการสาธารณะให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์

b)

ข. ชอบด้วยกฎหมาย โดยอาศัยอำนาจดุลพินิจ แต่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อน

c)

ค. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะขัดต่อหลักความจำเป็นและเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ 

d)

ง. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะขาดความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลและไม่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการฯ

36.

หน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งใช้ฐานข้อมูลเก่าที่ระบุว่า บริษัท แอดวานซ์แอลเอจํากัด “เป็นนิติบุคคลล้มละลาย” มาใช้ประกอบการตัดสิทธิในการประมูลงาน ทั้งที่ศาลมีคำสั่งปลดล้มละลายแล้วเมื่อ 6 เดือนก่อน หากบริษัท แอดวานซ์แอลเอจํากัด ฟ้องร้อง ผลทางกฎหมายของการใช้ข้อมูลผิดพลาดนี้คือข้อใดต่อไปนี้

a)

ก. เป็นเพียงความผิดพลาดทางธุรการ เจ้าหน้าที่เพียงแค่แก้ไขข้อมูลให้เป็นปัจจุบันก็สิ้นเรื่อง

b)

ข. เป็นการกระทำละเมิดและทำให้คำสั่งตัดสิทธินั้นเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

c)

ค. หน่วยงานไม่มีความผิด เนื่องจากบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องนำหลักฐานมาแจ้งหน่วยงานเองก่อนประมูล

d)

ง. เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ แต่ไม่ผลต่อผลการประมูล

37.

นายสินได้รับมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของ “นายอาทิตย์” พนักงานราชการสังกัด “กรมบังคับคดี” เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 นายอาทิตย์พบว่าในประวัติแฟ้มบุคคลของตนเองมีการบันทึกข้อมูลผิดพลาดว่า “เคยถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรงในปี 2565”ซึ่งความจริงเขาไม่เคยถูกลงโทษ

ต่อมาในวันที่ 10 ธันวาคม 2568 นายอาทิตย์ได้ยื่นหนังสือขอแก้ไขข้อมูลดังกล่าวต่อหัวหน้าหน่วยงานของ “กรมบังคับคดี” อย่างเป็นทางการ ระหว่างรอผล นายอาทิตย์ได้ไปร้องเรียนผ่านสื่อโซเชียลมีเดียจนเป็นข่าวดัง

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 หัวหน้าหน่วยงาน กรมบังคับคดี มีหนังสือคำสั่ง “ปฏิเสธ” การแก้ไขข้อมูล โดยอ้างเหตุผลว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับทางราชการขั้นสูงตามระเบียบภายในของกรม ซึ่งหนังสือปฏิเสธฉบับนี้ถูกส่งทางไปรษณีย์และนายอาทิตย์ ได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568

ทั้งนี้หาก นายอาทิตย์ ยื่นคำขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลแล้วหน่วยงานรัฐที่มีคำสั่ง “ปฏิเสธ”การแก้ไข นายอาทิตย์มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อองค์กรใด และภายในกำหนดระยะเวลาเท่าใด

a)

ก. อุทธรณ์ต่อผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ผู้มีคำสั่ง ภายใน 15 วัน

b)

ข. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ภายใน 15 วัน

c)

ค. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ภายใน 30 วัน

d)

ง. ฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางทันที ภายใน 90 วัน โดยไม่ต้องอุทธรณ์

38.

ผู้อำนวยการกองคลัง (ตำแหน่งราชการในระดับ C9) ต้องการดูประวัติการรักษาโรคซึมเศร้าของลูกน้องในสังกัด เพื่อประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน โดยอ้างอำนาจผู้บังคับบัญชา การกระทำนี้ขัดต่อหลักการตามข้อใด

a)

ก. ขัดต่อหลัก ความจำเป็นต้องรู้ เพราะไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของงานกองคลัง

b)

ข. ขัดต่อระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับฯ เพราะไม่ได้ขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

c)

ค. ขัดต่อ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ เพราะเป็นการเข้าถึงระบบโดยมิชอบ

d)

ง. ไม่ขัด เพราะผู้บังคับบัญชามีอำนาจบริหารงานบุคคลเบ็ดเสร็จ

39.

ข้อมูลชนิดใดที่กรมการขนส่งทางบก “ไม่มีอำนาจ” จัดเก็บตามหลักการ “ลดข้อมูลให้เหลือน้อยที่สุด” (Data Minimization) และหลักความจำเป็น แม้จะอ้างว่าเพื่อความปลอดภัยสาธารณะก็ตาม

a)

ก. ข้อมูลประวัติอาชญากรรมด้านการจราจร

b)

ข. ข้อมูลโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการขับขี่

c)

ค. ข้อมูลพฤติกรรมทางเพศของผู้ขับขี่

d)

ง. ข้อมูลที่อยู่ปัจจุบันเพื่อจัดส่งใบสั่ง

40.

ณ เทศบาลนครท่าบ่อ ซึ่งกำลังดำเนินโครงการ “Smart City 5.0” มูลค่า 320 ล้านบาท โดยมี บริษัท สกายเน็ตพีเค โซลูชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล นายเข็มทิศ สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) ฝ่ายค้าน ได้รับเบาะแสจากคลิปเสียงใน TikTok ว่าอาจมีการฮั้วประมูล โดยคลิปดังกล่าวอ้างถึงเส้นทางการเงินส่วนตัวของ “นายกฯ สิงห์” (ผู้บริหารท้องถิ่น) ที่โอนเข้าบัญชีภรรยานอกสมรส

นายเข็มทิศ จึงทำบันทึกข้อความลับ (ลงวันที่ 13 ศุกร์) ถึง “นางสาวระเบียบ” ผู้อำนวยการกองคลัง (รักษาราชการแทนปลัดเทศบาล) เพื่อขอสำเนา “รายการเดินบัญชีเงินเดือนและค่าตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือน” ของนายกฯ สิงห์ เพื่อนำไปประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์หน้า

นางสาวระเบียบ ปฏิเสธคำร้องโดยทันที โดยทำหนังสือตอบกลับอ้างถึง “ระเบียบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตามมาตรฐาน” ของเทศบาล และให้เหตุผลทางกฎหมายว่า “ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว) ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ อีกทั้งนายกฯ สิงห์ อยู่ระหว่างลากิจที่ต่างประเทศ จึงไม่อาจลงนามยินยอมเป็นหนังสือได้ตามธรรมเนียมปฏิบัติ”

จากสถานการณ์ข้างต้นข้อโต้แย้งตามข้อใดที่มีน้ำหนักมากที่สุดในการ “หักล้าง” การตัดสินใจของนางสาวระเบียบ

a)

ก. ฟังไม่ขึ้น เพราะระเบียบหรือมาตรฐานความปลอดภัยสากล ไม่อาจนำมาใช้บังคับเหนือกว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายได้

b)

ข. การปฏิเสธไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะสภาและฝ่ายบริหารท้องถิ่นถือเป็นหน่วยงานเดียวกัน การส่งข้อมูลภายในจึงไม่ถือเป็นการเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก

c)

ค. การปฏิเสธชอบด้วยกฎหมาย เพราะรายการเดินบัญชีเป็นข้อมูลส่วนบุคคลทางการเงินที่ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของข้อมูลก่อนเสมอ

d)

ง. การปฏิเสธไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะสมาชิกสภาท้องถิ่นมีเอกสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลความลับทุกระดับ หากเป็นประเด็นสาธารณะที่ประชาชนให้ความสนใจ

41.

นายพีเค CEO ของ บริษัท MFH ได้ยื่นข้อมูล Wallet Address ส่วนตัวให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตามเกณฑ์การกำกับดูแลความโปร่งใส ภายใต้ พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ต่อมา สำนักงาน ก.ล.ต. เตรียมนำข้อมูล Wallet Address ดังกล่าว เผยแพร่บนเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ นายพีเค จึงยื่นหนังสือคัดค้านการเปิดเผยข้อมูล โดยอ้างเหตุผล 2 ประการ 1.) ข้อมูลดังกล่าวเป็น“ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล”ตาม มาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ซึ่งตนในฐานะเจ้าของข้อมูล ยังไม่ได้ให้ความยินยอมเป็นหนังสือ , 2.) อ้างมาตรฐานสากล GDPR เรื่อง สิทธิที่จะถูกลืมเพื่อขอให้ระงับการเผยแพร่ ทั้งนี้ในฐานะนิติกรของ ก.ล.ต. ท่านจะวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายนี้อย่างไร จึงจะสอดคล้องกับหลักการของ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ มากที่สุด

a)

ก. ฟังขึ้น เพราะ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ เป็นกฎหมายคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน จึงมีศักดิ์เหนือกว่าและใช้บังคับได้ก่อนกฎหมายเฉพาะของ ก.ล.ต.

b)

ข. ฟังไม่ขึ้น เพราะเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะจึงถือเป็นข้อยกเว้นให้เปิดเผยได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

c)

ค. ฟังไม่ขึ้น เพราะเป็นข้อมูลการเงินที่อ่อนไหวสูง เจ้าหน้าที่จึงควรใช้ดุลพินิจปกปิดข้อมูลบางส่วนเพื่อความปลอดภัย

d)

ง. ฟังขึ้น เพราะกฎหมายไทย (PDPA) ยึดตามหลัก GDPR ของยุโรป จึงต้องตีความตามมาตรฐานสากลที่ห้ามเปิดเผยหากเจ้าของไม่ยินยอม

42.

นางนกยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสัญญาจัดซื้อเรือดำน้ำจากกองทัพเรือ แต่กองทัพเรือเพิกเฉยไม่ตอบกลับและไม่ส่งมอบข้อมูลให้ภายในเวลา 30 วัน นางนกสงสัยว่ากองทัพเรือจงใจประวิงเวลา ในกรณีนี้ นางนกต้องใช้สิทธิทางกฎหมายตามช่องทางใดจึงจะถูกต้องและมีประสิทธิภาพที่สุด

a)

ก. ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทันทีเพราะเป็นการปฏิเสธโดยปริยาย

b)

ข. ยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการทันทีเพราะเป็นกรณีที่หน่วยงานรัฐนั้นละเลยหน้าที่

c)

ค. ฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางโดยตรงเนื่องจากหน่วยงานทางปกครองละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมาย

d)

ง. ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อเสนอความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรีให้มีการตรวจสอบการใช้ดุลพินิจ

43.

ในการพิจารณาอุทธรณ์กรณีที่กองทัพอากาศปฏิเสธการเปิดเผย “แผนยุทธการทางอากาศ” โดยอ้างว่าเป็นความลับขั้นสุดยอด หากเปิดเผยจะทำให้ประเทศชาติล่มสลาย คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร (กวฉ.) มีความสงสัยว่าเอกสารดังกล่าวเป็นความลับจริงหรือไม่ จึงสั่งให้กองทัพอากาศส่งเอกสารต้นฉบับมาให้ดู แต่กองทัพอากาศปฏิเสธโดยอ้างว่า “เอกสารนี้ลับมาก แม้แต่ กวฉ. ก็ไม่มีสิทธิเห็น” ตามข้อโต้แย้งของกองทัพอากาศนี้ฟังขึ้นหรือไม่เพราะเหตุใด

a)

ก. ฟังขึ้น (กวฉ.) ไม่มีอำนาจเรียกดูเอกสารลับที่สุดต้องพิจารณาจากคำชี้แจงและพยานแวดล้อมเท่านั้น เพื่อป้องกันความลับรั่วไหล

b)

ข. ฟังขึ้น (กวฉ.) ต้องขอให้ศาลปกครองเป็นผู้ออกหมายเรียกเอกสารดังกล่าวแทน เนื่องจาก กวฉ. เป็นเพียงองค์กรฝ่ายบริหาร ไม่มีอำนาจก้าวล่วงข้อมูลความมั่นคง

c)

ค. ฟังไม่ขึ้น (กวฉ.) มีอำนาจเรียกดูได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากหัวหน้าหน่วยงานเจ้าของข้อมูลก่อน หากหัวหน้าไม่อนุญาต (กวฉ.) ก็ไม่อาจก้าวล่วงได้

d)

ง. ฟังไม่ขึ้น หน่วยงานต้องยินยอมให้ (กวฉ.) ตรวจสอบข้อมูลไม่ว่าเป็นข้อมูลประเภทใด โดยใช้กระบวนการพิจารณาเป็นการลับซึ่งผู้อุทธรณ์จะไม่ได้เห็นข้อมูลนั้น

44.

นายแดนนี่ได้รับหนังสือแจ้งจากกรมควบคุมโรคว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลไทม์ไลน์การเดินทางของเขาซึ่งอาจกระทบต่อชื่อเสียงทางธุรกิจ นายแดนนี่จึงยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันคำสั่งเดิมที่จะเปิดเผย นายแดนนี่ต้องดำเนินการตามข้อใดเพื่อระงับการเปิดเผยดังกล่าว

a)

ก. ยื่นฟ้องศาลแพ่งเพื่อขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวฉุกเฉินห้ามมิให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

b)

ข. ยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับแจ้งข้อมูล

c)

ค. ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยฯ เพื่อขอให้ทบทวนคำสั่งเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

d)

ง. ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเพื่อใช้อำนาจสั่งการระงับยับยั้งข้อมูลดังกล่าว

45.

นายวิชัยต้องการยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการสอบสวนวินัยข้าราชการ เขาจะต้องดำเนินการภายในกรอบระยะเวลาใด และคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร (กวฉ.) ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน

a)

ก. ยื่นอุทธรณ์ภายในสิบห้าวัน และพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน

b)

ข. ยื่นอุทธรณ์ภายในสามสิบวัน และพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน

c)

ค. ยื่นอุทธรณ์ภายในสิบห้าวัน และพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน

d)

ง. ยื่นอุทธรณ์ภายในเก้าสิบวัน และพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน

46.

บริษัท “สยามฟิวเจอร์เทค จำกัด” ยื่นเรื่องขอดูสัญญาจัดซื้อซอฟต์แวร์ระบบอัจฉริยะ มูลค่า 50 ล้านบาท ของ “สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ” โดยนายทอง (เจ้าหน้าที่สารบรรณ) แจ้งด้วยวาจาและทำหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการว่า “ไม่สามารถให้ดูได้ เนื่องจากเกิดเหตุท่อน้ำประปาแตกในห้องเก็บเอกสารเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้เอกสารเปียกน้ำเสียหายจนอ่านไม่ออกและถูกทำลายทิ้งไปแล้วตามระเบียบงานสารบรรณ”

อย่างไรก็ตาม ทนายความของบริษัทสยามฟิวเจอร์เทค สืบทราบข้อมูลเชิงลึกมาว่า ในวันที่อ้างว่าท่อประปาแตก กล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่าไม่มีแม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดน้ำท่วมขังแต่อย่างใด และเชื่อว่าเอกสารฉบับจริงยังถูกเก็บไว้ในตู้เซฟของ ผอ. สนท. เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบเรื่องฮั้วประมูล

หากท่านเป็นที่ปรึกษากฎหมาย ท่านจะแนะนำให้บริษัท “สยามฟิวเจอร์เทค จำกัด” ใช้ช่องทางใดจึงจะเกิดผลทางกฎหมายที่ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด

a)

ก. ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางฐานละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมาย

b)

ข. ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

c)

ค. ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

d)

ง. ยื่นคำร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจสอบสถานที่

47.

บริษัท “เน็กซ์เจน โซลูชัน” ยื่นหนังสือคัดค้านการเปิดเผย “รายงานวิจัยทางเทคนิค”ต่อเทศบาลเมือง แต่เจ้าหน้าที่เห็นควรให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลที่สาม และได้มีหนังสือยืนยันการเปิดเผยแจ้งไปยังบริษัท ทั้งนี้บริษัทจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนใดเป็นลำดับถัดไป เพื่อระงับการเปิดเผยข้อมูลนั้นให้ชอบด้วยกฎหมาย

a)

ก. ยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวภายใน 90 วัน

b)

ข. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร (กวฉ.)

c)

ค. ร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (กขร.)

d)

ง. ทำหนังสือคัดค้านซ้ำอีกครั้งต่อหัวหน้าส่วนราชการภายใน 7 วัน

48.

นายบุญส่ง ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ผันตัวมาสอบราชการ การสอบครั้งนี้มีข่าวลือหนาหูเรื่อง “เด็กเส้น” เนื่องจาก นางสาวสมหญิง ผู้สอบได้ที่ 1 เป็นหลานสาวของปลัด อบต. คนปัจจุบัน อีกทั้งในวันสอบก็มีข้อสอบแบบ 2 ส่วน คือ ข้อสอบปรนัย และข้อสอบอัตนัยซึ่งนางสาวสมหญิงก็ทำเสร็จก่อนเวลาถึง 30 นาที

เมื่อผลสอบประกาศออกมา นายบุญส่งสอบไม่ผ่าน เขาเกิดความกังขาอย่างรุนแรงว่ามีการทุจริต นายบุญส่งจึงทำหนังสือถึงนายก อบต. เพื่อขอดูและขอสำเนาเอกสาร 2 รายการ ดังนี้ 1. กระดาษคำตอบและคะแนนดิบของตนเอง , 2. กระดาษคำตอบและคะแนนของนางสาวสมหญิง (ผู้ที่สอบได้ที่ 1) เพื่อนำมาเปรียบเทียบมาตรฐานการให้คะแนนและพิสูจน์ข้อครหาเรื่องเครือญาติ

ในฐานะนิติกรประจำ อบต. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาคำร้องนี้ท่านจะพิจารณาอย่างไรจึงจะชอบด้วยกฎหมาย

a)

ก. ดูได้ทั้งสองส่วน เพราะความโปร่งใสในการสอบเป็นประโยชน์สาธารณะสูงสุด

b)

ข. ดูไม่ได้ทั้งสองส่วน เพราะเป็นความลับทางราชการและข้อสอบเป็นลิขสิทธิ์

c)

ค. ดูได้เฉพาะคะแนนตนเอง ส่วนคะแนนผู้อื่นดูไม่ได้หากไม่ได้รับความยินยอม

d)

ง. ดูได้เฉพาะคะแนนผู้อื่น เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใส ส่วนของผู้ขอไม่จำเป็นต้องเปิดเผยซ้ำ

49.

ข้อใดต่อไปนี้จับคู่ “ประเภทข้อมูล” กับ “สาขาของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร (กวฉ.)” ได้       ไม่ถูกต้อง ตามโครงสร้างปัจจุบัน

a)

ก. สัญญาจัดซื้อเครื่องบินรบกองทัพอากาศ ➭ สาขาต่างประเทศ ความมั่นคง และการเมือง

b)

ข. รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโรงงาน ➭ สาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรมฯ

c)

ค. ข้อมูลหนี้สาธารณะและนโยบายดอกเบี้ย ➭ สาขาเศรษฐกิจและการคลัง

d)

ง. ประวัติการรักษาโรคจิตเวชของผู้ต้องขัง  ➭ สาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินฯ

50.

ในการประชุม คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (กขร.) ครั้งเร่งด่วน เพื่อพิจารณาวาระพิเศษเรื่อง “การกำหนดชั้นความลับของข้อมูลโครงการจัดซื้อดาวเทียมความมั่นคง”โดยมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

ฝ่ายเลขานุการได้จัดทำรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมตามกฎหมาย โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงเข้าร่วม 4 ท่าน ดังนี้

1.พลเอกยุทธนา (ปลัดกระทรวงกลาโหม) : ให้ความเห็นเรื่องความมั่นคงทางทหาร

2.นายสมชาย (เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา) : ให้ความเห็นเรื่องการตีความข้อกฎหมาย

3.นายวิชัย (ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ) : ให้ข้อมูลเรื่องภัยคุกคามข้ามชาติ

4.นายชาญชัย (ประธานศาลปกครองสูงสุด) : ได้รับเชิญเพื่อให้ข้อคิดเห็นเรื่องแนวบรรทัดฐานการฟ้องคดี

หากท่านเป็นฝ่ายกฎหมายที่ต้องตรวจสอบความถูกต้องขององค์ประชุม ท่านต้องทักท้วงว่าบุคคลใดใน 4 ท่านนี้ที่ “ไม่ใช่” กรรมการโดยตำแหน่งตามโครงสร้างของ กขร. ที่กฎหมายกำหนดไว้

a)

ก. พลเอกยุทธนา

b)

ข. นายสมชาย

c)

ค. นายวิชัย

d)

ง. นายชาญชัย

Similar Resources on Wayground