wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

FIN ซคก.

Total questions: 50

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักของการหล่อลื่น?

a)

เพื่อเพิ่มแรงเสียดทาน

b)

เพื่อลดการสึกหรอและระบายความร้อน

c)

เพื่อเพิ่มเสียงในการทำงาน

d)

เพื่อประหยัดพลังงานไฟฟ้าโดยตรง

2.

การหล่อลื่นแบบ "Hydrodynamic Lubrication" อาศัยหลักการใด?

a)

การใช้จาระบีพอกไว้

b)

การสร้างฟิล์มน้ำมันจากความเร็วรอบและการหมุน  

c)

การพ่นละอองน้ำมัน

d)

การจุ่มชิ้นส่วนในอ่างน้ำมัน

3.

คุณลักษณะ "Viscosity Index (VI)" หมายถึงข้อใด?

a)

ดัชนีความสะอาด

b)

ดัชนีความคงที่ของค่าความหนืดเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน  

c)

ค่าการทนต่อแรงกดดันสูง

d)

จุดวาบไฟของน้ำมัน

4.

หากน้ำมันหล่อลื่นมีค่าความหนืดต่ำเกินไปจะส่งผลอย่างไร?

a)

ฟิล์มน้ำมันขาดง่าย ชิ้นส่วนเสียดสีกัน  

b)

กินกำลังเครื่องจักรมากขึ้น

c)

ระบายความร้อนได้ช้ามาก

d)

น้ำมันจะไหลไม่สะดวก

5.

อุปกรณ์ใดทำหน้าที่จ่ายน้ำมันในระบบหล่อลื่นอัตโนมัติ?

a)

วาล์วลดแรงดัน

b)

ปั๊มน้ำมัน

c)

กรองอากาศ

d)

ถังพักน้ำ

6.

สารเติมแต่ง (Additives) ชนิด Anti-wear ใส่เพื่อวัตถุประสงค์ใด?

a)

ป้องกันฟองอากาศ

b)

ป้องกันการสึกหรอ  

c)

ป้องกันสนิม

d)

ป้องกันการแยกตัวของน้ำมัน

7.

กระปุกหยอดน้ำมันแบบหยด (Drip Feed Oiler) ปรับปริมาณน้ำมันได้จากส่วนใด?

a)

ขนาดของแก้ว

b)

เข็มปรับระดับ

c)

ความยาวท่อ

d)

แรงดันปั๊ม

8.

สารหล่อลื่นประเภท "จาระบี" เหมาะกับงานลักษณะใด?

a)

งานความเร็วรอบสูงมาก

b)

งานที่ไม่สามารถกักเก็บน้ำมันได้สะดวก  

c)

งานที่ต้องการระบายความร้อนอย่างรวดเร็ว

d)

งานที่ต้องใช้การหมุนเวียนน้ำมัน

9.

ข้อใดเป็นลักษณะของ "การหล่อลื่นแบบขอบเขต" (Boundary Lubrication)?

a)

ฟิล์มน้ำมันหนามาก

b)

ฟิล์มน้ำมันบางจนผิวสัมผัสเกือบแตะกัน  

c)

การใช้ลูกปืนช่วย

d)

การหล่อลื่นในน้ำ

10.

การเก็บรักษาน้ำมันหล่อลื่นที่ถูกต้องควรทำอย่างไร?

a)

วางตากแดดเพื่อให้ไหลสะดวก

b)

ปิดฝาถังให้สนิทป้องกันความชื้นและสิ่งสกปรก  

c)

เปิดฝาทิ้งไว้เพื่อระบายอากาศ

d)

ผสมน้ำมันหลายยี่ห้อรวมกัน

11.

ข้อใดคือความสำคัญของการจัดเตรียมอะไหล่?

a)

เพื่อให้โรงงานมีพื้นที่เต็ม

b)

เพื่อลดระยะเวลาการหยุดเครื่องจักร  

c)

เพื่อเพิ่มงบประมาณรายปี

d)

เพื่อแจกจ่ายพนักงาน

12.

ปัญหาหลักของการมีอะไหล่สำรองมากเกินไป (Overstock) คืออะไร?

a)

เครื่องจักรพังเร็ว

b)

จมเงินทุนและเสียพื้นที่จัดเก็บ  

c)

พนักงานซ่อมบำรุงไม่มีงานทำ

d)

หาอะไหล่ได้ง่ายเกินไป

13.

ค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อ (Ordering Cost) รวมถึงข้อใด?

a)

ค่าเช่าคลังสินค้า

b)

ค่าเอกสารและการติดต่อประสานงาน  

c)

ค่าประกันภัยอะไหล่

d)

ค่าเสื่อมสภาพอะไหล่

14.

การบริหารอะไหล่กลุ่ม A ในระบบ ABC Analysis ควรทำอย่างไร?

a)

ควบคุมอย่างเข้มงวด ตรวจนับบ่อยครั้ง  

b)

สั่งซื้อทีละมากๆ เพื่อให้ได้ส่วนลด

c)

ไม่ต้องมีใบเบิก

d)

วางทิ้งไว้หน้าโรงงาน

15.

ตัวแปร "Lead Time" ในระบบอะไหล่หมายถึงอะไร?

a)

ระยะเวลาตั้งแต่สั่งซื้อจนถึงได้รับของ  

b)

อายุการใช้งานของอะไหล่

c)

ความเร็วในการซ่อม

d)

เวลาที่เครื่องจักรหยุด

16.

นโยบายการควบคุมอะไหล่แบบ "First-in, First-out" (FIFO) มีเพื่ออะไร?

a)

เพื่อให้ของใหม่หมดก่อน

b)

เพื่อป้องกันอะไหล่เก่าเก็บจนเสื่อมสภาพ  

c)

เพื่อลดราคาสินค้า

d)

เพื่อความสวยงามในคลัง

17.

ตามแบบจำลอง EOQ หากค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสูงขึ้น ควรทำอย่างไร?

a)

สั่งซื้อจำนวนมากขึ้นต่อครั้ง

b)

สั่งซื้อจำนวนน้อยลงแต่บ่อยขึ้น  

c)

ไม่สั่งซื้อเลย

d)

สั่งซื้อเท่าเดิม

18.

อะไหล่ประเภท "Insurance Spares" คืออะไร?

a)

อะไหล่ราคาถูกที่พังบ่อย

b)

อะไหล่สำคัญราคาแพงที่มีโอกาสพังน้อยแต่ต้องมีสำรอง  

c)

อะไหล่ที่ประกันภัยรับผิดชอบ

d)

อะไหล่สิ้นเปลือง เช่น นอต สกรู

19.

ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา (Holding Cost) ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

a)

ค่าขนส่ง

b)

ค่าเสียโอกาสของเงินทุนและค่าคลังสินค้า  

c)

ค่าโทรศัพท์สั่งของ

d)

ค่าโฆษณา

20.

วัตถุประสงค์ของ Economic Order Quantity (EOQ) คือข้อใด?

a)

เพื่อลดต้นทุนรวมให้ต่ำที่สุด  

b)

เพื่อให้มีอะไหล่มากที่สุดในคลัง

c)

เพื่อความรวดเร็วในการขนส่ง

d)

เพื่อหาผู้ขายที่ถูกที่สุด

21.

ขั้นตอนแรกของการวางแผนทำชิ้นส่วนทดแทนคืออะไร?

a)

ลงมือกลึงงานทันที

b)

วิเคราะห์แบบและกำหนดคุณลักษณะชิ้นงาน  

c)

ซื้อเครื่องมือใหม่

d)

ทาสีชิ้นงาน

22.

การร่างแบบ (Sketch) ชิ้นส่วนที่ชำรุดมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?

a)

เพื่อเก็บไว้ดูเป็นที่ระลึก

b)

เพื่อกำหนดขนาดและรูปร่างในการผลิตใหม่  

c)

เพื่อส่งให้ฝ่ายบัญชี

d)

เพื่อรอเครื่องจักรเสียเพิ่ม

23.

ข้อใดคือประโยชน์ของการวางแผนการทำงาน?

a)

ทำให้ทำงานได้ช้าลง

b)

ลดความซ้ำซ้อนและข้อผิดพลาดในการทำงาน  

c)

เพิ่มงบประมาณในการผลิต

d)

ทำให้พนักงานเหนื่อยมากขึ้น

24.

ในการเลือกวัสดุทำชิ้นส่วนทดแทน ควรพิจารณาสิ่งใดเป็นอันดับแรก?

a)

ความสวยงาม

b)

คุณสมบัติทางกลที่เทียบเท่าหรือดีกว่าเดิม  

c)

วัสดุที่เหลือในถังขยะ

d)

วัสดุที่มีน้ำหนักมากที่สุด

25.

การกำหนด "ลำดับขั้นการทำงาน" (Operation Sequence) ช่วยเรื่องใดมากที่สุด?

a)

การประหยัดเวลาและลดการย้ายเครื่องไปมา  

b)

การเพิ่มเสียงในการทำงาน

c)

การทำให้เครื่องมือพังเร็วขึ้น

d)

การเพิ่มจำนวนพนักงาน

26.

ตัวอย่างการวางแผนทำ "เพลา" ทดแทน ข้อใดถูกต้อง?

a)

ตรวจสอบวัสดุ > ตัด > กลึง > เจียระไน > ตรวจสอบ  

b)

กลึง > เจียระไน > ตัด > ตรวจสอบ

c)

ตรวจสอบ > ทาสี > กลึง

d)

ตัด > เจียระไน > กลึง

27.

การวัดขนาดจากชิ้นส่วนที่สึกหรอควรระวังเรื่องใด?

a)

ความสะอาดของตลับเมตร

b)

การเผื่อค่าความคลาดเคลื่อนจากการสึกหรอ  

c)

สีของชิ้นส่วนเดิม

d)

ชื่อผู้ผลิตเดิม

28.

ข้อใดเป็นชิ้นส่วนทดแทนอย่างง่ายที่พบบ่อยในเครื่องมือกล?

a)

มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งชุด

b)

สลัก, ลิ่ม, บูช

c)

แผงวงจรคอมพิวเตอร์

d)

ฐานเครื่องจักรคอนกรีต

29.

ทำไมต้องมีการบันทึกเวลาที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนทดแทน?

a)

เพื่อใช้ในการดุด่าพนักงาน

b)

เพื่อใช้ประเมินต้นทุนและวางแผนในครั้งต่อไป  

c)

เพื่อส่งให้กระทรวงแรงงาน

d)

เพื่อให้เครื่องจักรหยุดนานขึ้น

30.

การตรวจสอบขั้นสุดท้าย (Final Inspection) มีความสำคัญอย่างไร?

a)

เพื่อให้มั่นใจว่าชิ้นส่วนใช้งานได้ตามแบบ  

b)

เพื่อรอให้เลิกงานพอดี

c)

เพื่อส่งคืนวัสดุเหลือใช้

d)

เพื่อหาข้ออ้างในการซ่อมใหม่

31.

การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ในระบบนิวแมติกส์ควรเน้นเรื่องใด?

a)

การเติมน้ำเข้าไปในสายลม

b)

การระบายน้ำออกจากชุดกรองลม  

c)

การเปิดวาล์วทิ้งไว้ตลอดเวลา

d)

การใช้ลมแรงดันสูงเป่าพนักงาน

32.

ชุด F.R.L. ในระบบนิวแมติกส์ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

a)

Filter, Regulator, Lubricator   

b)

Fan, Relay, Lever

c)

Flow, Roller, Line

d)

Fast, Rule, Lift

33.

สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ "ซีล" ในกระบอกสูบไฮดรอลิกเสื่อมสภาพคืออะไร?

a)

ความสะอาดของห้องทำงาน

b)

ความร้อนของน้ำมันและสิ่งสกปรกเจือปน  

c)

สีของกระบอกสูบ

d)

เสียงของปั๊ม

34.

น้ำมันไฮดรอลิกที่มีฟองอากาศผสมอยู่จะส่งผลอย่างไร?

a)

ทำให้ระบบทำงานนิ่มนวลขึ้น

b)

เกิดการสะอึก และกำลังตก  

c)

น้ำมันจะเย็นลง

d)

แรงดันจะคงที่มากขึ้น

35.

ข้อใดคือการบำรุงรักษาระบบไฮดรอลิกที่ถูกต้อง?

a)

เปลี่ยนน้ำมันเมื่อน้ำมันเปลี่ยนเป็นสีดำหรือขุ่นนม   

b)

ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันตลอดอายุการใช้งาน

c)

ใช้น้ำเปล่าแทนน้ำมันเพื่อประหยัด

d)

เปิดฝาถังน้ำมันทิ้งไว้เพื่อระบายความร้อน

36.

อุปกรณ์ใดทำหน้าที่ปรับแรงดันลมในระบบนิวแมติกส์?

a)

Lubricator

b)

Pressure Regulator  

c)

Air Filter

d)

Check Valve

37.

การตรวจสอบการรั่วไหลของลมตามข้อต่อควรใช้วิธีใดที่ปลอดภัยที่สุด?

a)

ใช้เปลวไฟส่อง

b)

ใช้น้ำสบู่ลูบตามข้อต่อ  

c)

ใช้หูฟังเสียงอย่างเดียว

d)

ใช้มือสัมผัสแรงดันโดยตรง

38.

ทำไมต้องมีการเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันไฮดรอลิกตามระยะเวลา?

a)

เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้เครื่องจักร

b)

เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกไปอุดตันวาล์วควบคุม  

c)

เพื่อให้น้ำมันไหลช้าลง

d)

เพื่อลดราคาเครื่องจักร

39.

เสียงดังที่เกิดขึ้นจากปั๊มไฮดรอลิก (Cavitation) มักเกิดจากสาเหตุใด?

a)

น้ำมันเต็มถังเกินไป

b)

มีอากาศเข้าในทางดูดของปั๊ม

c)

มอเตอร์หมุนช้าเกินไป

d)

วาล์วปิดสนิท

40.

การบำรุงรักษา "สายไฮดรอลิก" ควรระวังเรื่องใด?

a)

การโค้งงอที่มากเกินไปจนสายปริแตก  

b)

การทาสีสายให้สวยงาม

c)

การแช่สายในน้ำ

d)

การทำให้สายร้อนตลอดเวลา

41.

ข้อใดคือสาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องจักรเสื่อมคุณภาพ (Deterioration)?

a)

การใช้งานอย่างถูกวิธี

b)

การขาดการหล่อลื่นและการใช้งานเกินกำลัง  

c)

การทำความสะอาดทุกวัน

d)

การจดบันทึกการทำงาน

42.

การซ่อมบำรุงทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม (TPM) เน้นเรื่องใด?

a)

ให้ช่างซ่อมคนเดียวทำทุกอย่าง

b)

ให้ผู้ใช้งานเครื่องมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษาเบื้องต้น  

c)

การจ้างบริษัทภายนอกมาซ่อมทั้งหมด

d)

การเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ทุกปี

43.

การวางแผนกำหนดการ (Scheduling) มีจุดประสงค์เพื่ออะไร?

a)

เพื่อให้ทราบว่าใครต้องทำอะไร เมื่อใด  

b)

เพื่อเพิ่มงานให้พนักงาน

c)

เพื่อให้เครื่องจักรพังพร้อมกัน

d)

เพื่อลดจำนวนวันหยุด

44.

"Machine History Card" ควรบันทึกข้อมูลใดบ้าง?

a)

วันที่ซ่อม, อาการเสีย, อะไหล่ที่เปลี่ยน, ผู้ซ่อม  

b)

รายชื่อพนักงานทุกคนในโรงงาน

c)

ราคาเครื่องจักรที่ประมูลมา

d)

ประวัติส่วนตัวของเจ้าของโรงงาน

45.

การใช้เครื่องจักรตามระยะเวลา (Time-based Maintenance) คือการซ่อมแบบใด?

a)

เสียแล้วค่อยซ่อม

b)

ซ่อมตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า  

c)

ซ่อมเมื่อมีเงินงบประมาณ

d)

ซ่อมเมื่ออยากทำ

46.

ข้อใดเป็นเทคนิคการซ่อมบำรุงแบบ "เชิงพยากรณ์" (Predictive Maintenance)?

a)

การฟังเสียงด้วยหูเปล่าอย่างเดียว

b)

การใช้เครื่องมือวัดความสั่นสะเทือนหรือกล้องอินฟราเรด  

c)

การรอให้ควันขึ้นแล้วค่อยดับไฟ

d)

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกวัน

47.

การพิจารณาตรวจสอบชิ้นงานที่จำเป็น (Criticality Analysis) ช่วยเรื่องใด?

a)

การเลือกซ่อมเครื่องจักรที่สำคัญที่สุดก่อน  

b)

การเลือกซ่อมเครื่องที่สวยที่สุด

c)

การเลือกซ่อมเครื่องที่อยู่ใกล้ประตูที่สุด

d)

การไม่ซ่อมเลย

48.

การจัดทำ "แผนการบำรุงรักษาประจำปี" มีข้อดีอย่างไร?

a)

ช่วยในการเตรียมงบประมาณและกำลังคนล่วงหน้า  

b)

ทำให้พนักงานไม่ต้องทำงาน

c)

ทำให้เครื่องจักรทำงานได้เองโดยไม่ต้องเปิดสวิตช์

d)

ช่วยลดภาษีโรงงาน

49.

สาเหตุใดที่ทำให้แผนการซ่อมบำรุงล้มเหลวมากที่สุด?

a)

การขาดการสนับสนุนจากผู้บริหารและขาดวินัยในการบันทึกข้อมูล  

b)

การที่เครื่องจักรใหม่เกินไป

c)

การที่พนักงานมีความรู้มากเกินไป

d)

การที่โรงงานสะอาดเกินไป

50.

ขั้นตอนสุดท้ายของการวางแผนซ่อมบำรุงคือข้อใด?

a)

การรื้อเครื่อง

b)

การประเมินผลและปรับปรุงแผน   

c)

การซื้ออะไหล่

d)

การตามช่าง