NEW
Font size
Worksheetsแบบทดสอบภาษาไทยเทอม2
Total questions: 30
Worksheet time: 10mins
1. จุดมุ่งหมายสำคัญของการอ่านประเมินคุณค่าคือข้อใด
ก. เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงในเนื้อเรื่อง
ข. เพื่อซาบซึ้งในอารมณ์ของผู้อ่าน
ค. เพื่อพิจารณาว่างานเขียนมีคุณค่าอย่างไร
ง. เพื่อค้นหาความหมายของคำศัพท์
2. การอ่านประเมินคุณค่าต้องอาศัยทักษะใด
ก. การวิเคราะห์และวิจารณ์อย่างละเอียด
ข. การจำเนื้อหา
ค. การท่องจำข้อมูล
ง. การคาดเดาเหตุการณ์
3. การพิจารณาแนวคิดเป็นการประเมินคุณค่าด้านใด
ก. ด้านเนื้อหา
ข. ด้านวรรณศิลป์
ค. ด้านอารมณ์
ง. ด้านสังคมและวัฒนธรรม
4. ข้อใดเป็นการพูดในโอกาส “กล่าวต้อนรับ”
ก. การพูดแสดงความยินดีในงานแต่งงาน
ข. การพูดกล่าวเปิดการประชุม
ค. การพูดกล่าวแสดงความขอบคุณ
ง. การพูดอำลาในงานเกษียณอายุ
5. การพูดในโอกาสใดควรใช้ถ้อยคำสุภาพ มีสัมมาคารวะ และจริงใจที่สุด
ก. การพูดรายงาน
ข. การพูดอภิปราย
ค. การพูดโน้มน้าวใจ
ง. การพูดอำลา
6. การพูดโน้มน้าวใจควรใช้เทคนิคใด
ก. การใช้เหตุผลและอารมณ์ร่วม
ข. การยกตัวอย่างตลกขบขัน
ค. การพูดยืดยาวเพื่อให้คนเชื่อ
ง. การใช้คำสั่งและตักเตือน
7. การเตรียมตัวก่อนพูดโน้มน้าวใจควรปฏิบัติสิ่งใดเป็นอย่างแรก
ก. ท่องจำเนื้อหา
ข. เตรียมเสื้อผ้าที่หรูหรา
ค. วิเคราะห์ผู้ฟัง
ง. ฝึกพูดหน้ากระจก
8. บุคคลใดปฏิบัติตามหลักการพูดที่ดี
ก. ฟ้าใช้น้ำเสียงดังและเร็วในการพูด
ข. ฝ้ายใช้คำสั้น กระชับ และชัดเจนในการพูด
ค. ฝนใช้คำซ้ำบ่อย ๆ เพื่อสื่อความหมายให้ชัดเจนขึ้น
ง. เฟิร์นใช้คำสแลงในการพูด
9. คำว่า “เสวย” มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. นอน
ข. เดิน
ค. เขียน
ง. รับประทาน
10. “พี่ชาย” มีคำราชาศัพท์ตรงกับข้อใด
พระชามาดา
พระราชนัดดา
พระเชษฐา
พระเชษฐภคิณี
11. คำว่า “พระเขนย” มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. คิ้ว
ข. ขน
ค. หมอน
ง. ม่าน
12. อวัยวะในข้อใดไม่ได้อยู่บนใบหน้า
ก. พระเนตร
ข. พระชงฆ์
ค. พระนาสิก
ง. พระขนง
13. ข้อใดเป็นคำราชาศัพท์หมวดกริยาทั้งหมด
ก. ตรัส ถวายบังคม ประพาส
ข. ทอดพระเนตร ฉลองพระเนตร พระเนตร
ค. พระราชทาน พระราชนัดดา บรรทม
ง. ประทับ เครื่องพระสุคนธ์ พระราชอาสน์
14. “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว............ถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย” คำราชาศัพท์ในข้อใดควรนำมาเติมลงในช่องว่าง
ก. พระราชโองการ
ข. พระราชทาน
ค. พระราชนิพนธ์
ง. เสด็จพระราชดำเนิน
15. คำราชาศัพท์ในข้อใดมีความหมายต่างจากพวก
ก. สวรรคต
ข. สิ้นชีพิตักษัย
ค. ทิวงคต
ง. ประทับ
16. ข้อใดใช้คำว่า “ทรง” ได้ถูกต้อง
ก. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตรัสกับเหล่าพสกนิกรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ
ข. พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงดนตรีกับวงลายครามเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2500
ค. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงโปรดการอ่านหนังสือและการเขียน
ง. สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีทรงเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2521
17. ข้อเท็จจริงมีความหมายตรงกับข้อใด
ก. เรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้
ข. ความคิดเห็นส่วนตัว
ค. เรื่องที่แต่งขึ้นมา
ง. เรื่องเล่ามุขปาฐะ
18. ข้อคิดเห็นมีความหมายตรงกับข้อใด
ก. เรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้
ข. ความคิดเห็นส่วนตัว
ค. เรื่องที่แต่งขึ้นมา
ง. เรื่องเล่ามุขปาฐะ
19. ข้อใดเป็นข้อเท็จจริง
ก. วันนี้อากาศดีผู้คนน่าจะมีความสุข
ข. ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก
ค. ฉันคิดว่าเพลงนี้เพราะมาก
ง. ดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่สวยที่สุด
20. ข้อใดเป็นข้อคิดเห็น
ก. ภาคใต้มีทั้งหมด 14 จังหวัด
ข. 1 วัน มี 24 ชั่วโมง
ค. คนไทยเป็นมิตรที่สุดในโลก
ง. พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก
21. ข้อความต่อไปนี้ส่วนใดเป็นข้อเท็จจริง
“(1)แสงแดดมีรังสีร้ายแรงที่เรามองไม่เห็นคือรังสีอัลตราไวโอเลต /(2)หนุ่มสาวสมัยใหม่เชื่อกันว่าถ้าสวมแว่นกันแดดต้องเป็นสีดำสนิทจึงจะดูทันสมัย /(3)บางคนบอกว่าแว่นกันแดดที่ดีนั้นต้องมีราคาแพงและมีรูปพอรับกับใบหน้า /(4)อีกทั้งยังเชื่อกันอีกว่าแว่นกันแดดสียิ่งเข้มจะยิ่งกรองรังสีอัลตราไวโอเลตได้มากขึ้น ”
ก. ส่วนที่ 1
ข. ส่วนที่ 2
ค. ส่วนที่ 3
ง. ส่วนที่ 4
22. ข้อใดคือองค์ประกอบของรายงานที่สมบูรณ์ที่สุด
ก. คำนำ เนื้อหา สรุป
ข. หน้าปก คำนำ เนื้อเรื่อง สรุป
ค. หน้าปก คำนำ สารบัญ เนื้อเรื่อง
ง. หน้าปก คำนำ สารบัญ เนื้อเรื่อง บรรณานุกรม
23. การบอกขอบข่ายและจุดมุ่งหมายในการเขียนรายงานอยู่ในส่วนใดของรายงาน
ก. หน้าปก
ข. คำนำ
ค. สารบัญ
ง. บรรณานุกรม
24. ข้อใดคือขั้นตอนแรกของการเขียนรายงาน
ก. กำหนดหัวข้อรายงาน
ข. วางแผนเขียนรายงาน
ค. สืบหาแหล่งข้อมูล
ง. รวบรวมข้อมูลเพื่อเขียนรายงาน
25. ข้อใดเป็นสิ่งที่ควรทำก่อนการพูดรายงาน
ก. ท่องจำคำพูดทั้งหมด
ข. ศึกษาเนื้อหาให้เข้าใจ
ค. ใช้น้ำเสียงเดียวตลอดการพูด
ง. เตรียมมุกตลกเพื่อสร้างความสนใจ
26. การพูดรายงานควรเริ่มต้นอย่างไร
ก. เริ่มต้นด้วยการพูดเนื้อหา
ข. เริ่มต้นด้วยบทกลอนหรือเพลง
ค. กล่าวทักทายและแนะนำหัวข้อ
ง. ไม่ต้องมีการแนะนำตัวเพราะจะเสียเวลาในการนำเสนอ
“เหลือบเห็นสตรีวิไลลักษณ์ พิศพักตร์ผ่องเพียงแขไข
งามโอษฐ์งามแก้มงามจุไร งามนัยน์เนตรงามกร
งามถันงามกรรณงามขนง งามองค์ยิ่งเทพอัปสร
งามจริตกิริยางามงอน งามเอวงามอ่อนทั้งกายา"
27. ผู้เขียนใช้โวหารการเขียนตามข้อใด
ก. เทศนาโวหาร
ข. อุปมาโวหาร
ค. บรรยายโวหาร
ง. พรรณนาโวหาร
“เหลือบเห็นสตรีวิไลลักษณ์ พิศพักตร์ผ่องเพียงแขไข
งามโอษฐ์งามแก้มงามจุไร งามนัยน์เนตรงามกร
งามถันงามกรรณงามขนง งามองค์ยิ่งเทพอัปสร
งามจริตกิริยางามงอน งามเอวงามอ่อนทั้งกายา"
28. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ในข้อใดไม่ปรากฏในคำประพันธ์
ก. สัมผัส
ข. คำพ้อง
ค. การซ้ำคำ
ง. การเปรียบเทียบ
29. คำประพันธ์ในข้อใดไม่มีอุปมาโวหาร
ก. ต้องสุบรรณเทวานาคี ดั่งพิษอสุนีไม่ทนได้
ข. ฮึดฮัดขัดแค้นแน่นใจ ตาแดงดั่งแสงไฟฟ้า
ค. สาวสวรรค์ขวัญฟ้ายาใจ พี่ไร้คู่จะพึ่งแต่ไมตรี
ง. งามถันงามกรรณงามขนง งามองค์ยิ่งเทพอัปสร
30. ข้อคิดใดจากบทละครเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนนทก ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ก. การใช้อำนาจ
ข. แค้นนี้ต้องชำระ
ค. การอดทนอดกลั้น
ง. เวรย่อมระงับด้วยการจองเวร
