wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แนวข้อสอบกลางภาคเรียนที่ 2

Total questions: 50

Worksheet time: 24mins

Name
Class
Date
1.

สถานการณ์ใดต่อไปนี้เมื่อว่างเกิดงาน

a)

ภาพ ข

b)

ทุกภาพ

c)

ภาพ ก

d)

ภาพ ค

2.

ข้อใดคือหน่วยของงาน (Work)

a)

เมตร (m)

b)

นิวตัน (N)

c)

วัตต์ (W)

d)

นิวตัน เมตร (N m)

3.

งานนับข้อใดมิได้ทำเป็นศูนย์

a)

ทิศของแรงและแนวการเคลื่อนที่ตรงข้ามกัน

b)

ทิศของแรงและแนวการเคลื่อนที่ทำมุมกัน

c)

ทิศของแรงและแนวการเคลื่อนที่ที่ผิดเดียวกัน

d)

ทิศของแรงและแนวการเคลื่อนที่เดียวกัน

4.

เครื่องกลอย่างง่ายที่นักเรียนใช้เรียนในหน่วยที่ 5 มีชิ้นส่วนอะไรบ้าง

a)

6 ชิ้น ได้แก่ สกรู สปริง ล้อและเพลา พื้นเอียง ลิ่ม คาน

b)

6 ชิ้น ได้แก่ รอก วานมนคาน สกรู หมุด สปริง พื้นเอียง

c)

6 ชิ้น ได้แก่ พื้นเอียง ล้อ รอก คาน สกรู

d)

6 ชิ้น ได้แก่ สกรู ล้อและเพลา พื้นเอียง รอก คาน ลิ่ม

5.

เครื่องกลอย่างง่ายในข้อใด ช่วยในการผ่อนแรง ทั้งหมด

a)

พื้นเอียง, รอกเคลื่อนที่, คาน, รอกเต้าคายตัว, ลิ่ม

b)

คาน, รอกเคลื่อนที่, สปริง, พื้นเอียง, สกรู

c)

ลิ่ม, พื้นเอียง, สกรู, คาน, รอกเคลื่อนที่

d)

สกรู, พื้นเอียง, ลิ่ม, รอก, คาน

6.

ข้อใดกล่าวถึงล้อและเพลา ถูกต้อง

a)

ล้อมีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่าของเพลา

b)

เมื่อออกแรงกระทำกับล้อ จะทำให้เพลากหมุนไปด้วย

c)

งานที่เกิดจากการหมุนของล้อทำให้เพลาเคลื่อนที่

d)

งานที่เกิดจากเครื่องกลคือการทำงานที่สามารถทำได้จากการหมุน

7.

ข้อใดกล่าวถึงพลังงานจลน์ได้ไม่ถูกต้อง

a)

เป็นพลังงานที่สะสมอยู่ในวัตถุที่กำลังหยุดนิ่ง

b)

เป็นพลังงานที่สะสมอยู่ในวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่

c)

มวลของวัตถุมีผลต่อพลังงานจลน์

d)

อัตราเร็วมีผลต่อพลังงานจลน์

8.

ข้อใดกล่าวว่าพลังงานถูกต้อง

a)

ผลรวมของพลังงานศักย์โน้มถ่วงและพลังงานจลน์

b)

ผลรวมของพลังงานภายในและพลังงานจลน์

c)

ผลรวมของพลังงานศักย์โน้มถ่วงและพลังงานที่ยืดหยุ่น

d)

ผลรวมของพลังงานศักย์โน้มถ่วงและพลังงานจลน์ยืดหยุ่น

9.

สูตรพลังงานจลน์ของวัตถุคือข้อใด

a)

Ek = Fd

b)

Ek = mgh

c)

Ek = 12mv2\frac{1}{2} mv^2

d)

Ek = PΔV

10.

การกลั่นลำดับส่วนเหมาะกับการแยกของเหลวชนิดใด

a)

ของเหลวมีสีต่างกัน

b)

ของเหลวไม่ระเหยเลย

c)

ของเหลวจุดเดือดต่างกันมาก

d)

ของเหลวจุดเดือดใกล้เคียงกัน

11.

วิธีที่เหมาะที่สุดในการแยกเกลือออกจากน้ำทะเลคือข้อใด

a)

การโครมาโทกราฟีแยกไอออน

b)

การกรองผ่านกระดาษกรอง

c)

การระเหยน้ำให้เหลือผลึก

d)

การกลั่นด้วยคอลัมน์ยาว

12.

การตกผลึกเหมาะกับการแยกสารชนิดใด

a)

สารละลายเข้มข้นให้ผลึกออกมา

b)

ส่วนผสมของก๊าซหลายชนิด

c)

ของเหลวสองชนิดไม่ละลายกัน

d)

สารแขวนลอยอนุภาคใหญ่

13.

ให้น้ำตาลละลายในน้ำ จากนั้นหยดสารละลายบนกระดาษกรองและปล่อยให้ตัวทำละลายเคลื่อนที่ขึ้น การแยกที่เกิดขึ้นเป็นตัวอย่างของอะไร

a)

การสกัดของแข็งด้วยตัวทำละลาย

b)

การกลั่นแบบสุญญากาศ

c)

โครมาโทกราฟีบนกระดาษ

d)

การกรองเชิงกล

14.

นักเรียนต้องการแยกสีผสมอาหารออกจากกัน ควรใช้วิธีใด

a)

การกลั่นลำดับส่วน

b)

การกรองด้วยตะแกรงหยาบ

c)

การตกผลึกด้วยความเย็น

d)

โครมาโทกราฟีกระดาษ

15.

คนงานผลักกล่องมวล 26 กิโลกรัมให้เคลื่อนที่บนพื้นเรียบเป็นระยะ 9 เมตร ด้วยแรงคงที่ 85 นิวตัน งานที่กระทำกับกล่องเป็นเท่าใด

a)

765 จูล

b)

915 จูล

c)

594 จูล

d)

680 จูล

16.

ต้องการตรวจสอบว่าสีเขียนชนิดหนึ่งเป็นสีเดี่ยวหรือสีหลายส่วนผสม ควรใช้วิธีแยกสารใด

a)

การระเหยแห้ง

b)

โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ

c)

การตกผลึก

d)

การกลั่นอย่างง่าย

17.

ต้องการแยกเกลือแกงที่ละลายอยู่ในน้ำทะเลให้ได้เกลือของแข็ง วิธีที่เหมาะสมที่สุดคือ

a)

การสกัดด้วยตัวทำละลาย

b)

การกลั่นอย่างง่าย

c)

การตกผลึก

d)

การระเหยแห้ง

18.

ต้องการแยกน้ำบริสุทธิ์จากน้ำโคลนขุ่นอย่างรวดเร็วด้วยการเปลี่ยนสถานะ ควรเลือกวิธีใด

a)

การกลั่นอย่างง่าย

b)

การตกผลึก

c)

การสกัดด้วยตัวทำละลาย

d)

การกรอง

19.

ข้อใดคือการแยกสารที่ใช้การระเหยเป็นหลัก

a)

การระเหยน้ำ

b)

การกรอง

c)

การตกผลึก

d)

การกลั่น

20.

พลังงานศักย์โน้มถ่วงขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง

a)

ความสูงและอัตราเร็ว

b)

มวลและอัตราเร็ว

c)

ความเร็วและมวล

d)

มวลและความสูง

21.

การใช้เครื่องกลอย่างง่ายใดที่ช่วยในการยกของหนักได้ดีที่สุด

a)

พื้นเอียง

b)

ลิ่ม

c)

รอก

d)

คาน

22.

พลังงานศักย์โน้มถ่วงของวัตถุที่อยู่ในระดับความสูง h ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง

a)

มวลของวัตถุและความสูง

b)

มวลและอัตราเร็ว

c)

ความสูงและแรงโน้มถ่วง

d)

อัตราเร็วและมวล

23.

เมื่อวัตถุเคลื่อนที่จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ พลังงานศักย์โน้มถ่วงจะเปลี่ยนไปอย่างไร

a)

ไม่สามารถบอกได้

b)

คงที่

c)

ลดลง

d)

เพิ่มขึ้น

24.

การคำนวณพลังงานศักย์โน้มถ่วงของวัตถุสามารถใช้สูตรใด

a)

PE = mgh

b)

PE = 1/2 mv^2

c)

PE = mv^2

d)

PE = Fd

25.

พลังงานศักย์ยืดหยุ่นเกิดจากอะไร

a)

การบีบอัดหรือยืดของวัตถุ

b)

การหมุนของวัตถุ

c)

การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ

d)

การเคลื่อนที่ของวัตถุ

26.

เมื่อวัตถุที่มีพลังงานศักย์ยืดหยุ่นถูกปล่อยให้กลับสู่สภาพเดิม พลังงานจะเปลี่ยนไปอย่างไร

a)

เพิ่มขึ้น

b)

ลดลง

c)

คงที่

d)

ไม่สามารถบอกได้

27.

กฎอนุรักษ์พลังงานกล่าวว่าอย่างไร

a)

พลังงานสามารถทำลายได้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

b)

พลังงานสามารถสร้างได้จากความว่างเปล่า

c)

พลังงานสามารถเปลี่ยนรูปแบบได้เท่านั้น

d)

พลังงานไม่สามารถสร้างหรือทำลายได้

28.

พลังงานศักย์โน้มถ่วงของวัตถุที่อยู่ในระดับความสูง h ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง

a)

มวลและอัตราเร็ว

b)

ความสูงและแรงโน้มถ่วง

c)

มวลของวัตถุและความสูง

d)

อัตราเร็วและมวล

29.

การเปลี่ยนแปลงพลังงานจากพลังงานศักย์เป็นพลังงานจลน์เกิดขึ้นในสถานการณ์ใด

a)

เมื่อวัตถุหยุดนิ่ง

b)

เมื่อวัตถุถูกดึงขึ้นไป

c)

เมื่อวัตถุเคลื่อนที่ในแนวราบ

d)

เมื่อวัตถุตกลงจากที่สูง

30.

พลังงานกลที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของวัตถุมีชื่อเรียกว่าอะไร

a)

พลังงานความร้อน

b)

พลังงานจลน์

c)

พลังงานศักย์

d)

พลังงานยืดหยุ่น

31.

การเปลี่ยนแปลงพลังงานจากพลังงานศักย์เป็นพลังงานกลเกิดขึ้นในสถานการณ์ใด

a)

เมื่อวัตถุหยุดนิ่ง

b)

เมื่อวัตถุเคลื่อนที่ในแนวราบ

c)

เมื่อวัตถุตกลงจากที่สูง

d)

เมื่อวัตถุถูกยกขึ้น

32.

ข้อใดคือการแสดงออกถึงพลังงานกลที่เกิดจากการหมุนของวัตถุ

a)

พลังงานหมุน

b)

พลังงานจลน์

c)

พลังงานความร้อน

d)

พลังงานศักย์

33.

การระเหยแห้งสามารถใช้แยกสารจากสารละลายได้ในกรณีใด

a)

เมื่อสารละลายมีความเข้มข้นสูง

b)

เมื่อสารละลายมีอุณหภูมิสูง

c)

เมื่อสารละลายมีปริมาณน้อย

d)

เมื่อสารละลายมีความหนืดสูง

34.

ข้อใดคือข้อดีของการใช้การระเหยแห้งในการแยกสาร

a)

ไม่ทำให้สารที่แยกมีการเปลี่ยนแปลง

b)

สามารถแยกสารได้หลายชนิดในครั้งเดียว

c)

ไม่ต้องใช้พลังงานความร้อน

d)

สามารถแยกสารได้อย่างรวดเร็ว

35.

การระเหยแห้งเหมาะสำหรับการแยกสารประเภทใด

a)

สารที่มีความชื้นสูง

b)

สารที่มีจุดเดือดสูง

c)

สารที่ละลายน้ำได้ดี

d)

สารที่มีจุดหลอมเหลวต่ำ

36.

การตกผลึกสามารถใช้แยกสารได้ในกรณีใด

a)

สารที่ไม่ละลายน้ำ

b)

สารที่มีจุดเดือดต่ำ

c)

สารที่มีอุณหภูมิสูง

d)

สารละลายที่มีความเข้มข้นสูง

37.

ข้อใดคือขั้นตอนสำคัญในการตกผลึกสาร

a)

การเพิ่มความดัน

b)

การเพิ่มอุณหภูมิ

c)

การทำให้สารละลายเย็นลง

d)

การใช้ตัวทำละลาย

38.

การตกผลึกสามารถใช้แยกสารจากสารละลายได้อย่างไร

a)

โดยการทำให้สารละลายมีความเข้มข้นสูงขึ้น

b)

โดยการเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น

c)

โดยการกรองสารแขวนลอย

d)

โดยการใช้ตัวทำละลายที่แตกต่างกัน

39.

การเเยกสารผสมอย่างง่าย มีกี่วธี

a)

1

b)

3

c)

5

d)

7

40.

ข้อใดเป็นวิธีการเเยกสารที่มีสถานะเป็น

ของเเข็ง กับ ของเหลวออกจากกัน

a)

การหยิบออก

b)

การกรอง

c)

การร่อน

d)

การใช้เเม่เหล็กดูด

41.

จากภาพเป็นการเเยกสาร ด้วยวิธีใด

a)

การหยิบออก

b)

การร่อน

c)

การกรอง

d)

การใช้เเม่เหล็กดูด

42.

จากภาพเป็นการเเยกสารด้วยวิธีใด

a)

การร่อน

b)

การตกตะกอน

c)

การหยิบออก

d)

การกรอง

43.

จากภาพเป็นการเเยกสารด้วยวิธีใด

a)

การร่อน

b)

การกรอง

c)

การตกตะกอน

d)

การระเหยเห้ง

44.

จากภาพเป็นการเเยกสารด้วยวิธีใด

a)

การตกตะกอน

b)

การตกหลังคา

c)

การตกปลา

d)

การตกรถ

45.

จากภาพเป็นการเเยกสารด้วยวิธีใด

a)

การใช้หลอดดูด

b)

การใช้เเม่เหล็กดูด

c)

การกรอง

d)

การหยิบออก

46.

สารเนื้อผสม คือ สารที่ผสมกันตั้งเเต่

กี่ชนิด

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

47.

วิธีการใดใช้ในการแยกสีที่ผสมกันในน้ำหวาน

a)

การระเหิด      

b)

โครมาโทกราฟี         

c)

การกลั่นลำดับส่วน

d)

การกลั่นแบบธรรมดา

48.

ถ้านักเรียนทำน้ำหกลงไปในน้ำมันพืชแต่ไม่มีกรวยแยก จะมีวิธีการใดที่สามารถแยกน้ำมันพืชออกจากน้ำได้

a)

การรินออก         

b)

การระเหยแห้ง       

c)

โครมาโทกราฟี      

d)

การกลั่นธรรมดา

49.

สารที่มีจุดเดือดต่ำกว่าจะระเหยกลายเป็นไอได้ดีกว่าสารที่มีจุดเดือดสูงกว่า สารที่เหลืออยู่จะเป็นของแข็ง      หลักการดังกล่าวเป็นการแยกสารประเภทใด

a)

การระเหิด     

b)

การกลั่น        

c)

การระเหยแห้ง           

d)

การสกัดด้วยตัวทำละลาย

50.

การตกผลึกเหมาะสมหรับแยกสารในข้อใด

a)

สารละลายอิ่มตัว                 

b)

สารละลายปริมาณมากๆ         

c)

สารละลายเจือจาง

d)

สารละลายเข้มข้น