wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบภาษาไทย ม.4ชุดที่ 3

Total questions: 37

Worksheet time: 19mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือจุดมุ่งหมายหลักของการเขียนย่อความ

a)

เพื่อแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ต้นฉบับ

b)

เพื่อสรุปสาระสำคัญของเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจได้ในเวลาอันสั้น

c)

เพื่อคัดลอกข้อความสำคัญจากต้นฉบับมาไว้ในที่เดียว

d)

เพื่อแสดงความสามารถในการใช้ภาษาที่สละสลวยและซับซ้อน

2.

ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดที่ ต้อง มีในการเขียนย่อความคือข้อใด

a)

ชื่อผู้แต่งและปีที่พิมพ์

b)

สาระสำคัญของเรื่องที่เรียบเรียงขึ้นใหม่

c)

คำกล่าวแสดงความคิดเห็นของผู้ย่อ

d)

ชื่อของหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่ตีพิมพ์

3.

การขึ้นต้นย่อความที่ถูกต้องตามหลักการ ควรเริ่มต้นด้วยข้อความในลักษณะใด

a)

การบอกชื่อเรื่องและประเภทของเรื่องเท่านั้น

b)

การบอกชื่อเรื่อง ประเภทของเรื่อง และแหล่งที่มาของเรื่อง (เช่น หนังสือพิมพ์, บทความ, นิทาน)

c)

การกล่าวชมเชยหรือวิพากษ์วิจารณ์ผู้เขียนต้นฉบับ

d)

การสรุปใจความสำคัญของเรื่องในประโยคแรกทันที

4.

ในการย่อเรื่องประเภทนิทานหรือเรื่องเล่า ข้อใดคือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

a)

การวิเคราะห์โครงเรื่องและกลวิธีการเขียน

b)

การคงสำนวนภาษาและคำศัพท์ที่ใช้ในต้นฉบับไว้ทั้งหมด

c)

การสรุปเหตุการณ์ตามลำดับ พร้อมทั้งระบุตัวละครสำคัญ และฉาก

d)

การสอดแทรกคติสอนใจที่ผู้ย่อได้ตีความเพิ่มเข้าไปเอง

5.

ข้อใด ไม่ควร ปฏิบัติในการเขียนย่อความ

a)

ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ตลอดทั้งเรื่อง

b)

เรียบเรียงใจความสำคัญด้วยสำนวนภาษาของผู้ย่อเอง

c)

คงอัญประกาศ ("...") และคำพูดของตัวละครไว้ในย่อความ

d)

ตัดส่วนที่เป็นรายละเอียด ปลีกย่อย หรือการยกตัวอย่างออกไป

6.

หากต้นฉบับมีความยาว 10 หน้ากระดาษ โดยทั่วไปแล้ว ย่อความที่สมบูรณ์ควรมีความยาวประมาณเท่าใด

a)

ประมาณครึ่งหนึ่งของต้นฉบับ (5 หน้า)

b)

ประมาณหนึ่งในสามถึงหนึ่งในสี่ของต้นฉบับ (2.5 - 3.3 หน้า)

c)

เพียง 1-2 ย่อหน้า หรือประมาณ 10-20 บรรทัด

d)

ความยาวไม่สำคัญ ขอแค่เก็บใจความสำคัญได้ครบถ้วน

7.

ข้อใดคือความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง "การสรุป" และ "การย่อความ"

a)

การสรุปใช้ได้กับทุกประเภทของงานเขียน ส่วนการย่อความใช้ได้กับเฉพาะบทความวิชาการ

b)

การสรุปคือการหาใจความหลัก ส่วนการย่อความคือการนำใจความหลักมาเรียบเรียงใหม่เป็นข้อความต่อเนื่อง

c)

การย่อความคือการตัดรายละเอียดทิ้งทั้งหมด ส่วนการสรุปต้องคงรายละเอียดบางส่วนไว้

d)

การสรุปต้องใส่ความคิดเห็นของผู้สรุป ส่วนการย่อความต้องเป็นกลาง

8.

คำสรรพนามบุรุษที่ 1 ("ผม", "ดิฉัน", "ข้าพเจ้า") และบุรุษที่ 2 ("คุณ", "เธอ") ในต้นฉบับ เมื่อนำมาเขียนย่อความ ควรเปลี่ยนเป็นสรรพนามในข้อใด

a)

คงสรรพนามเดิมไว้ตามต้นฉบับ

b)

เปลี่ยนเป็นชื่อตัวละครหรือชื่อผู้พูดแทน

c)

เปลี่ยนเป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 (เช่น "เขา", "เธอ", "ท่าน", "พวกเขา") หรือใช้คำนามแทน

d)

เปลี่ยนเป็นสรรพนามบุรุษที่ 4 เพื่อความเป็นกลาง

9.

การย่อความเรื่อง "การรณรงค์ลดปริมาณขยะพลาสติก" ซึ่งเผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์ สิ่งใดที่ ไม่จำเป็น ต้องระบุในส่วนการขึ้นต้น

a)

เรื่อง/ชื่อเรื่อง

b)

ประเภทของเรื่อง (บทความ/สารคดี)

c)

แหล่งที่มา (วารสารวิทยาศาสตร์)

d)

รางวัลที่บทความเคยได้รับ

10.

"การเรียบเรียงข้อความให้มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันและใช้คำสันธานที่เหมาะสม" จัดอยู่ในขั้นตอนใดของการเขียนย่อความที่มีประสิทธิภาพ

a)

ขั้นเตรียมการก่อนอ่าน

b)

ขั้นการอ่านและทำความเข้าใจเรื่อง

c)

ขั้นการคัดเลือกและร่างใจความสำคัญ

d)

ขั้นการเรียบเรียงและปรับสำนวนภาษา

11.

จุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดของการเขียนบันทึกความรู้คือข้อใด

a)

เพื่อสร้างสรรค์ผลงานวิชาการชิ้นใหม่

b)

เพื่อฝึกทักษะการคัดลอกข้อความ

c)

เพื่อรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลสำคัญไว้สำหรับนำไปใช้ภายหลัง

d)

เพื่อแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ผู้เขียนต้นฉบับ

12.

ส่วนประกอบใดของบันทึกความรู้ที่ช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือและทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาต้นฉบับเดิมได้

a)

วันที่บันทึก

b)

ชื่อผู้บันทึก

c)

แหล่งที่มาของข้อมูล (บรรณานุกรม)

d)

สาระสำคัญของเนื้อหา

13.

การเขียนบันทึกความรู้จากแหล่งข้อมูลใดที่ผู้บันทึกควรระบุชื่อผู้แต่ง และสำนักพิมพ์อย่างละเอียด

a)

การรับฟังการบรรยายของอาจารย์ในชั้นเรียน

b)

การรับชมภาพยนตร์สารคดีทางโทรทัศน์

c)

การอ่านหนังสือ ตำรา หรือบทความวิชาการ

d)

การสืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ไม่ระบุผู้รับผิดชอบ

14.

หากข้อมูลที่ต้องการบันทึกมีจำนวนมากและมีความซับซ้อน ควรเลือกใช้วิธีการบันทึกในรูปแบบใดจึงจะเหมาะสมที่สุด

a)

การเขียนแบบแผนผังความคิด (Mind Mapping)

b)

การเขียนแบบคัดลอกข้อความทั้งหมด

c)

การเขียนแบบจดบันทึกตามอัธยาศัย

d)

การเขียนแบบใช้คำพูดแทนสัญลักษณ์

15.

ข้อใดคือลักษณะสำคัญของการเขียนบันทึกความรู้ที่ดี

a)

ใช้ภาษาที่สลับซับซ้อนและมีความเป็นทางการสูง

b)

เป็นการคัดลอกข้อความจากต้นฉบับมาทั้งหมดเพื่อความแม่นยำ

c)

มีความกระชับ ชัดเจน และมีการจัดระบบอย่างเป็นระเบียบ

d)

เน้นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวเป็นหลัก มากกว่าเนื้อหาต้นฉบับ

16.

ในการบันทึกความรู้จากเว็บไซต์ สิ่งใดคือข้อมูลสำคัญที่สุดที่ ต้อง ระบุเพิ่มเติมจากชื่อเรื่องและผู้เขียน

a)

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์

b)

วันที่เผยแพร่และวันที่สืบค้น

c)

ชื่อผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์

d)

ข้อมูลการติดต่อของเจ้าของเว็บไซต์

17.

ข้อใดคือความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง "การเขียนย่อความ" กับ "การเขียนบันทึกความรู้"

a)

ย่อความใช้สำหรับงานเขียนเท่านั้น แต่บันทึกความรู้ใช้ได้กับทุกสื่อ

b)

ย่อความเน้นการเรียบเรียงเป็นข้อความต่อเนื่อง ส่วนบันทึกความรู้เน้นการแยกแยะเป็นประเด็น/หัวข้อ

c)

ย่อความต้องใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ส่วนบันทึกความรู้ต้องใช้สรรพนามบุรุษที่ 1

d)

ย่อความต้องระบุแหล่งที่มา ส่วนบันทึกความรู้ไม่จำเป็นต้องระบุแหล่งที่มา

18.

เมื่อผู้บันทึกความรู้ต้องการเน้นย้ำประเด็นใดเป็นพิเศษ หรือต้องการเสริมความคิดเห็นส่วนตัว ควรใช้เครื่องหมายใด

a)

เครื่องหมายอัญประกาศ ("...")

b)

การขีดเส้นใต้ (Underline)

c)

การวงเล็บ ( ) หรือใช้สีปากกาที่แตกต่าง

d)

การใช้เครื่องหมายมหัพภาค (.) แทนการย่อหน้า

19.

หากต้องการบันทึกความรู้จากบทกวีหรือคำกลอน ควรปฏิบัติตามข้อใด

a)

คัดลอกบทกวีมาทั้งหมดโดยไม่เปลี่ยนแปลง

b)

แปลความหมายและสรุปเป็นร้อยแก้วด้วยภาษาของตนเอง

c)

เน้นเฉพาะคำสัมผัสคล้องจองที่ไพเราะ

d)

บันทึกเพียงชื่อเรื่องและชื่อกวีก็เพียงพอแล้ว

20.

"การกำหนดวัตถุประสงค์ของการอ่านหรือรับฟัง" จัดอยู่ในขั้นตอนใดของการเขียนบันทึกความรู้ที่มีประสิทธิภาพ

a)

ขั้นเตรียมการก่อนการบันทึก

b)

ขั้นการบันทึกระหว่างการรับรู้ข้อมูล

c)

ขั้นการทบทวนและเรียบเรียงหลังการรับรู้ข้อมูล

d)

ขั้นการจัดเก็บและการทำดัชนี

21.

องค์ประกอบสำคัญที่สุดที่ทำให้เรียงความเป็นงานเขียนที่สมบูรณ์คือข้อใด

a)

การใช้ถ้อยคำที่ไพเราะและซับซ้อน

b)

การมีขนาดความยาวตามที่กำหนด

c)

การแบ่งโครงสร้างเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ คำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป

d)

การอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือเท่านั้น

22.

ส่วนที่สำคัญที่สุดและถือเป็น 'หัวใจ' ของการเขียนเรียงความคือส่วนใด

a)

คำนำ เพราะเป็นการดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน

b)

เนื้อเรื่อง เพราะเป็นส่วนที่นำเสนอข้อมูลและเหตุผลทั้งหมด

c)

บทสรุป เพราะเป็นการย้ำเตือนใจความสำคัญ

d)

ชื่อเรื่อง เพราะเป็นการกำหนดทิศทางของเนื้อหา

23.

หน้าที่หลักของ 'คำนำ' ในการเขียนเรียงความคือข้อใด

a)

สรุปใจความสำคัญของเรียงความทั้งหมด

b)

อธิบายแนวคิดหลักหรือขอบเขตของเรื่องที่จะเขียน

c)

แสดงความคิดเห็นของผู้เขียนอย่างชัดเจน

d)

นำเสนอข้อมูลสถิติหรือการวิจัยเพื่อสนับสนุนหัวข้อหลัก

24.

ในส่วนของ 'เนื้อเรื่อง' การจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลควรเป็นไปตามหลักการใด

a)

การเรียงตามลำดับเวลาของการเกิดเหตุการณ์เท่านั้น

b)

การจัดแบ่งออกเป็นย่อหน้า โดยแต่ละย่อหน้าควรรองรับแนวคิดหลักเพียงแนวคิดเดียว (Unity)

c)

การสลับประเด็นที่เข้มข้นกับประเด็นที่ผ่อนคลาย เพื่อไม่ให้ผู้อ่านเบื่อ

d)

การยกตัวอย่างส่วนตัวให้มากที่สุด เพื่อสร้างความน่าสนใจ

25.

ข้อใดคือหลักการที่ ไม่ควร ปฏิบัติในการเขียน 'บทสรุป'

a)

สรุปย้ำแนวคิดหลักของเรียงความด้วยคำพูดใหม่

b)

ทิ้งท้ายด้วยข้อคิด คำคม หรือคำถามที่น่าสนใจให้ผู้อ่านนำไปคิดต่อ

c)

นำเสนอประเด็นใหม่ที่ไม่เคยกล่าวถึงในส่วนเนื้อเรื่อง

d)

แสดงความคาดหวังหรือคำแนะนำต่อผู้อ่าน

26.

หากเรียงความมีหัวข้อว่า "ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อปฏิสัมพันธ์ทางสังคม" ประโยคใดที่เหมาะสมที่สุดในการเป็นประโยค 'เปิดเรื่อง' ในคำนำ (Hook)

a)

ปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก

b)

เรียงความนี้จะกล่าวถึงผลกระทบด้านบวกและด้านลบของเทคโนโลยี

c)

ท่านเคยรู้สึกว่าตัวเองใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าหรือไม่

d)

การสื่อสารทางสังคมเป็นหัวข้อที่นักวิชาการให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง

27.

ข้อใดคือลักษณะสำคัญของการใช้ภาษาในการเขียนเรียงความที่ดี

a)

การใช้ภาษาพูดและคำแสลงเพื่อความใกล้ชิดกับผู้อ่าน

b)

การใช้ประโยคสั้น ๆ เพื่อเน้นความรวดเร็ว

c)

การใช้ภาษาที่เป็นแบบแผน ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และเหมาะสมกับเนื้อหา

d)

การใช้คำศัพท์เฉพาะทางวิชาการให้มากที่สุดเพื่อแสดงความรู้ความสามารถ

28.

ในการจัดโครงสร้างเนื้อเรื่อง (Outline) ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดและควรหลีกเลี่ยงคือข้อใด

a)

การมีจำนวนย่อหน้าที่ไม่เท่ากัน

b)

การที่แต่ละย่อหน้ามีประเด็นสนับสนุนมากกว่าหนึ่งประเด็นหลัก

c)

การใช้คำสันธานเชื่อมโยงระหว่างย่อหน้า

d)

การใช้การ

29.

หากเรียงความมีความยาว 3 หน้ากระดาษ การกระจายน้ำหนักของแต่ละส่วน (คำนำ: เนื้อเรื่อง: สรุป) ควรเป็นไปตามสัดส่วนใดที่เหมาะสมที่สุด

a)

1:1:1

b)

1:3:1

c)

1:4:1

d)

1:8:1

30.

"ความเป็นเอกภาพ (Unity)" ในการเขียนเรียงความหมายถึงอะไร

a)

การใช้ภาษาและสำนวนของผู้เขียนเพียงคนเดียว

b)

การที่ความคิดหลักและรายละเอียดทั้งหมดในย่อหน้าหรือเรียงความมุ่งไปสู่ประเด็นเดียว

c)

การที่มีความยาวของประโยคสั้นยาวเท่ากันตลอดทั้งเรื่อง

d)

การอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งที่มาเพียงแหล่งเดียว

31.

ข้อใดคือความแตกต่างหลักระหว่าง "จดหมายส่วนตัว" กับ "จดหมายกิจธุระ"

a)

จดหมายส่วนตัวใช้ภาษาที่เป็นทางการน้อยกว่าจดหมายกิจธุระ

b)

จดหมายส่วนตัวต้องระบุที่อยู่ผู้รับ ส่วนจดหมายกิจธุระไม่ต้องระบุ

c)

จดหมายกิจธุระต้องมีคำลงท้าย ส่วนจดหมายส่วนตัวไม่ต้องมี

d)

จดหมายส่วนตัวมักพิมพ์ด้

32.

ส่วนประกอบสำคัญที่ต้องมีเสมอในการเขียนจดหมายราชการหรือจดหมายกิจธุระที่เป็นทางการคือข้อใด

a)

ก. ภาพประกอบที่เกี่ยวข้อง

b)

ข. เลขที่หนังสือและตราประทับ

c)

ค. การจ่าหน้าซองโดยละเอียด

d)

ง. ที่อยู่ผู้ส่งและวันที่ออกจดหมาย

33.

ตำแหน่งที่ถูกต้องสำหรับการเขียน 'ที่อยู่ผู้ส่ง' ในจดหมายกิจธุระทั่วไปคือข้อใด

a)

ก. มุมซ้ายบนของกระดาษ

b)

ข. มุมขวาบนของกระดาษ

c)

ค. กึ่งกลางด้านบนของกระดาษ

d)

ง. มุมขวาล่างของกระดาษ

34.

ในการเขียนจดหมายเชิญวิทยากรมาบรรยาย ประโยคใดในส่วนของ 'คำขึ้นต้น' ที่แสดงความเคารพและเป็นทางการเหมาะสมที่สุด

a)

ก. เรียน ท่านอาจารย์ ดร. XXX

b)

ข. ถึง คุณหมอ XXX

c)

ค. นมัสการ พระคุณเจ้า XXX

d)

ง. กราบเรียน ท่านประธาน/ท่านอธิการบดี XXX

35.

หากผู้เขียนจดหมายกิจธุระไม่ทราบชื่อผู้รับที่แน่นอน ควรใช้คำขึ้นต้นและคำลงท้ายในข้อใด

a)

เรียน ท่านที่รักยิ่ง / ด้วยความรักและคิดถึง

b)

กราบเรียน ท่านผู้มีเกียรติ / ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

c)

เรียน ท่านผู้จัดการ / ด้วยความเคารพอย่างสูง

d)

เรียน ท่านผู้ที่เกี่ยวข้อง / ขอแสดงความนับถือ

36.

ข้อใดคือตำแหน่งที่ถูกต้องสำหรับ 'วัน เดือน ปี' ที่ระบุในจดหมายกิจธุระทั่วไป

a)

เยื้องไปทางซ้ายของที่อยู่ผู้ส่ง

b)

เยื้องไปทางขวาของที่อยู่ผู้ส่ง

c)

ใต้คำขึ้นต้น

d)

เหนือชื่อผู้ส่งและลายมือชื่อ

37.

ข้อความในส่วนใดของจดหมายกิจธุระที่แสดงความมุ่งหมายของการเขียนจดหมายฉบับนั้นอย่างชัดเจนและสั้นที่สุด

a)

เรื่อง

b)

สิ่งที่ส่งมาด้วย

c)

คำขึ้นต้น

d)

อ้างถึง