NEW
Font size
S
M
L
XL
Worksheetsแบบทดสอบวัดผลกลางภาคเรียน วิชาสังคมศึกษา ม.1
Total questions: 40
Worksheet time: 40mins
Name
Class
Date
1.
1. “วิชาเศรษฐศาสตร์” ให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากที่สุด
a)
ก. การผลิตสินค้าและบริการภาคครัวเรือน
b)
ข. การผลิตสินค้าและบริการภาคอุตสาหกรรม
c)
ค. การจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
d)
ง. การผลิตสินค้าและบริการเพื่อจำหน่ายในตลาด
2.
3. ประชาชนได้รับประโยชน์จากการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์อย่างไรบ้าง
a)
ก. ผู้ผลิตตัดสินใจดำเนินธุรกิจได้ถูกต้อง
b)
ข. ผู้บริโภคจัดสรรรายได้สอดคล้องกับรายจ่าย
c)
ค. รัฐบาลเข้าใจสาเหตุและปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศ
d)
ง. ถูกทุกข้อ
3.
2. เพราะเหตุใดวิชาเศรษฐศาสตร์จึงให้ความสำคัญกับการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า
a)
ก. ทรัพยากรมีราคาแพง
b)
ข. ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด
c)
ค. ทรัพยากรเป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดไป
d)
ง. ทรัพยากรไม่สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้
4.
4. ข้อใด คือ ขอบข่ายของวิชาเศรษฐศาสตร์
a)
ก. ศึกษาภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ
b)
ข. ศึกษาการจัดสรรทรัพยากรอย่างยั่งยืน
c)
ค. ศึกษาเศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหภาค
d)
ง. ศึกษานโยบาย การเงิน การคลัง การธนาคาร
5.
5. เศรษฐศาสตร์จุลภาค ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องใด
a)
ก. ศึกษาปัญหาการว่างงาน เงินเฟ้อ เงินฝืด
b)
ข. ศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคและผู้ผลิต
c)
ค. ศึกษาเศรษฐกิจด้านการลงทุนระหว่างประเทศ
d)
ง. ศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจส่วนรวมของประเทศ
6.
6. สิ่งใดไม่ถือว่าเป็นปัจจัยทุนในทางเศรษฐศาสตร์
a)
ก. โรงงานที่ใช้ผลิตสินค้า
b)
ข. เครื่องจักรที่ใช้ผลิตสินค้า
c)
ค.รถยนต์สำหรับบรรทุกสินค้า
d)
ง. เงินกู้ยืมมาหมุนเวียนในการผลิตสินค้า
7.
7. ข้อใด คือ ทรัพยากรในทางเศรษฐศาสตร์
a)
ก. ที่ดิน ทุน แรงงาน ผู้ประกอบการ
b)
ข. ที่ดิน แหล่งน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ
c)
ค. ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ ผู้ประกอบการ
d)
ง. ที่ดิน ทุน แหล่งน้ำ ผู้ประกอบการ ผลกำไร
8.
8. มีนาเป็นเกษตรกรสวนปาล์ม ต่อมาทุเรียนมีราคาสูง สร้างรายได้ให้กับเกษตรเป็นอย่างดี มีนาจึงลดพื้นที่การปลูกปาล์มหันมาปลูกทุเรียนแทน ทำให้ในช่วงแรกของการทำสวนทุเรียน มีรายได้น้อยลง การตัดสินใจของส้มเกี่ยวข้องกับทรัพยากรในทางเศรษฐศาสตร์ข้อใดมากที่สุด
a)
ก. ค่าเสียโอกาส
b)
ข. ความขาดแคลน
c)
ค. ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด
d)
ง. การเลือกใช้ทรัพยากร
9.
9. คำว่า “การบริโภค” ในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึงข้อใด
a)
ก. การวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
b)
ข. การวางแผนการใช้แรงงานคนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
c)
ค. กระบวนการแปรสภาพทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
d)
ง. การใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์
10.
10. เพราะเหตุใดผู้บริโภคควรมีความรู้เรื่องหลักและวิธีการในการเลือกซื้อสินค้าและบริการ
a)
ก. เพื่อให้เกิดความพอใจสูงสุด
b)
ข. เพื่อรักษาประโยชน์ของตนเอง
c)
ค. เพราะสินค้ามีความหลากหลาย
d)
ง. เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง
11.
11. ข้อใด คือ หลักการบริโภคที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
a)
ก. บริโภคพอประมาณ มีประโยชน์และประหยัด
b)
ข. บริโภคสิ่งที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
c)
ค. บริโภคสิ่งที่เป็นประโยชน์ตามค่านิยมของตนเอง
d)
ง. บริโภคสิ่งที่เป็นประโยชน์ทันสมัยตามกระแสนิยม
12.
12. ข้อใดไม่ใช่ หลักการบริโภคที่ตระหนักถึงการบริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ
a)
ก. สมศรีมีความพอประมาณในการบริโภค
b)
ข. สมทรงเลือกบริโภคสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง
c)
ค. สมใจเลือกบริโภคสินค้าที่มีราคาแพงทันสมัย
d)
ง. สุนีเลือกบริโภคสิ่งที่ไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
13.
13. เพราะเหตุใดเราจึงต้องเลือกบริโภคสินค้าและบริการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
a)
ก. ทรัพยากรมีจำกัด
b)
ข. เพื่อความประหยัด
c)
ค. เพื่อแบ่งปันให้คนอื่น ๆ บ้าง
d)
ง. เพื่อการบริโภคอย่างยั่งยืนและยาวนาน
14.
14. “แสงดาว เตรียมถุงผ้าสำหรับใส่ผักและผลไม้ที่ซื้อจากตลาดนัดวันเสาร์” แสงดาวมีพฤติกรรมสอดคล้องกับหลักการบริโภคที่ดีข้อใด
a)
ก. ความมีประโยชน์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
b)
ข. ความมีประโยชน์และทันสมัยตามกระแสนิยม
c)
ค. ความมีประโยชน์มีความปลอดภัยต่อร่างกาย
d)
ง. ความมีประโยชน์และประหยัดค่าใช้จ่ายของตนเอง
15.
15. ข้อใด คือ ความหมายของคำว่า “อุปสงค์”
a)
ก. ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภค ณ ระดับราคาต่าง ๆ
b)
ข. ปริมาณสินค้าและบริการที่ผู้ขายต้องการขายหรือผลิตให้กับผู้บริโภค ณ ระดับราคาต่าง ๆ
c)
ค. ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณสินค้าหรือบริการที่ผู้บริโภคต้องการซื้อ ณ ระดับราคาของสินค้านั้น ๆ
d)
ง. ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนสินค้าหรือบริการที่ผู้ผลิตต้องการขาย ณ ระดับราคาของสินค้านั้น ๆ
16.
16. ข้อใดเป็นไปตามกฎของอุปสงค์
a)
ก. ปีนี้เงาะมีราคาสูง ผู้บริโภคจะซื้อเงาะรับประทานน้อยลง
b)
ข. ปีนี้ทุเรียนราคาต่ำ ผู้บริโภคจะซื้อทุเรียนรับประทานมากขึ้น
c)
ค. ปีนี้ชาวสวนลองกองยิ้มร่า เนื่องจากลองกองมีราคาสูงกว่าทุกปี
d)
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข้อ ข
17.
17. ข้อใด หมายถึง “อุปทาน”
a)
ก. ป้าบัว ต้องการขายกล้วยไข่ หวีละ 25 บาท
b)
ข. ป้าแอ๋ว ต้องการซื้อมะม่วงมันฟ้าลั่น 5 กิโลกรัม
c)
ค. ลุงชด ชอบทานกล้วยน้ำว้ามากกว่ากล้วยไข่
d)
ง. สายบัว ต้องการซื้อมะม่วงไปเป็นของฝากคุณแม่ที่บ้าน
18.
18. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดอุปสงค์
a)
ก. ราคาสินค้าและต้นทุนการผลิต
b)
ข. ราคาสินค้าชนิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
c)
ค. ราคาสินค้าและรายได้ของผู้บริโภค
d)
ง. จำนวนประชากรและรสนิยมของผู้บริโภค
19.
19. ข้อใด คือ ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดอุปทาน
a)
ก. ราคาสินค้าและต้นทุนการผลิต
b)
ข. รายได้และรายจ่ายของผู้บริโภค
c)
ค. จำนวนประชากรและราคาสินค้าอื่น ๆ
d)
ง. รสนิยมและความต้องการของผู้บริโภค
20.
20. ข้อใด คือ “ผลงานที่เกิดจากการประดิษฐ์คิดค้นของมนุษย์และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย”
a)
ก. ทรัพย์สินทางปัญญา
b)
ข. ทรัพย์สินส่วนบุคคล
c)
ค. ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม
d)
ง. ทรัพย์สินที่กฎหมายคุ้มครอง
21.
21.ข้อใดไม่ใช่ทรัพย์สินทางปัญญาประเภทลิขสิทธิ์
a)
ก. งานโสตทัศนวัสดุและภาพยนตร์
b)
ข. งานวรรณกรรมและงานศิลปกรรม
c)
ค. งานดนตรีกรรมและงานนาฏกรรม
d)
ง. เครื่องคัดแยกไข่ไก่และส้มเขียวหวาน
22.
22. พฤติกรรม ข้อใด เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์โดยทางอ้อม
a)
ก. โอม เปิดร้านให้เช่านิยาย
b)
ข. แบม ฝึกร้องเพลงจากคาราโอเกะ
c)
ค. บีม ฝากเพื่อนก๊อปปี้ภาพยนตร์ เรื่อง ธี่หยด
d)
ง. อาร์ม ดูภาพยนตร์ในเว็บเถื่อน
23.
23 พฤติกรรม ข้อใด เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง
a)
ก. มิกซ์เปิดร้านให้เช่าแผ่นซีดี
b)
ข. ปูนดูดคลิปละครคุณธรรมไปเผยแพร่ในช่อง Tiktok ของตนเอง
c)
ค. มุกนำดนตรีเพลงเกาหลีมาแต่งเนื้อร้องใหม่แล้วอ้างว่าเป็นลิขสิทธิ์ตนเอง
d)
ง. กิ่ง เปิดเพลงสากลในขณะที่ไลฟ์สดขายเสื้อผ้ามือสองในช่องของตนเอง
24.
24. ข้อใดไม่ใช่แนวทางในการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
a)
ก. ให้ความรู้และสร้างความตระหนักให้ประชาชน
b)
ข. ให้รางวัลผู้ให้เบาะแสการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
c)
ค. ลงโทษผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตามที่กฎหมายบัญญัติไว้
d)
ง. ดำเนินการทางกฎหมายผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างรวดเร็ว
25.
25. เพราะเหตุใด การแก้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ในประเทศไทยจึงไม่ประสบผลสำเร็จ
a)
ก. ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ
b)
ข. เจ้าหน้าที่ไม่ปราบปรามอย่างจริงจัง
c)
ค. เจ้าหน้าที่ทุจริตและมีส่วนร่วมในการทำความผิด
d)
ง. ถูกทุกข้อ
26.
26. คำว่า “สถาบันการเงิน” หมายถึงข้อใด
a)
ก. สถาบันที่ดำเนินธุรกรรมทางการเงิน
b)
ข. สถาบันที่ดำเนินธุรกิจด้านสังหาริมทรัพย์
c)
ค. สถาบันที่ดำเนินธุรกิจด้านส่งออกและนำเข้าสินค้า
d)
ง. สถาบันที่ดำเนินการกำกับดูแลเงินของรัฐบาล
27.
27. ข้อใดไม่เป็นสถาบันการเงินประเภทธนาคาร
a)
ก. ธนาคารพาณิชย์
b)
ข. ธนาคารออมสิน
c)
ค. สหกรณ์ออมทรัพย์
d)
ง. ธนาคารอาคารสงเคราะห์
28.
28. ข้อใดเป็นสถาบันการเงินประเภทธนาคาร
a)
ก. โรงรับจำนำ
b)
ข. บริษัทเงินทุน
c)
ค. สหกรณ์ออมทรัพย์
d)
ง. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
29.
29. ข้อใดเป็นสถาบันการเงินที่เรียกว่า “ธนาคารกลาง”
a)
ก. ธนาคารพาณิชย์
b)
ข. ธนาคารออมสิน
c)
ค. ธนาคารทหารไทย
d)
ง. ธนาคารแห่งประเทศไทย
30.
30. ข้อใดเป็นสถาบันการเงินที่ให้บริการด้านการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชน
a)
ก. ธนาคารพาณิชย์
b)
ข. ธนาคารออมสิน
c)
ค. สหกรณ์ออมทรัพย์
d)
ง. ธนาคารอาคารสงเคราะห์
31.
31. ข้อใด เป็นการพึ่งพาอาศัยกันทางเศรษฐกิจ
a)
ก. พระภิกษุสงฆ์กับประชาชน
b)
ข. ชาวสวนองุ่นกับโรงงานผลิตไวน์
c)
ค. ชาวสวนยางพารากับชาวสวนปาล์ม
d)
ง. พ่อค้าหวยใต้ดินกับวินมอเตอร์ไซด์รับจ้าง
32.
32. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะทางเศรษฐกิจของประเทศไทยที่สืบเนื่องมาจากความยากจน
a)
ก. การขาดโอกาสด้านการศึกษา
b)
ข. การได้รับความคุ้มครองในฐานะผู้บริโภค
c)
ค. การขาดโอกาสรับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ
d)
ง. การเกิดช่องว่างทางรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจน
33.
33. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกิดการพึ่งพาอาศัยกันทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
a)
ก. ทรัพยากรในการผลิตมีจำกัด
b)
ข. ความสามารถของผู้ผลิตมีจำกัด
c)
ค. ผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลาย
d)
ง. ประเทศไทยได้รับยกย่อง “สยามเมืองยิ้ม”
34.
34. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคจะได้รับ
a)
ก. สินค้าและบริการมีคุณภาพ
b)
ข. สินค้าและบริการมีหลายชนิด
c)
ค. สินค้าและบริการมีราคาถูกลง
d)
ง. ผู้บริโภคต้องการซื้อสินค้ามากขึ้น
35.
35.ข้อใด คือ โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
a)
ก. ประชากรส่วนมากประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก
b)
ข. ประชากรส่วนมากประกอบอาชีพอุตสาหกรรมเป็นหลัก
c)
ค. ประชากรส่วนมากประกอบอาชีพอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว
d)
ง. ประชากรส่วนมากประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
36.
36. คำว่า “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” หมายถึงข้อใด
a)
ก. ปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานให้ชาวไทย
b)
ข. ปรัชญาที่นักเศรษฐศาสตร์ชาวไทยนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศไทย
c)
ค. ปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้ชาวไทย
d)
ง. ปรัชญาที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน มีคุณค่าในการนำมาเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศไทย
37.
37. ข้อใด คือ หลักการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
a)
ก. ความพอดี
b)
ข. ทางสายกลาง
c)
ค. ความพอเพียง
d)
ง. ความประหยัด
38.
38. ข้อใด คือ หลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
a)
ก. พอประมาณ พอดี มีภูมิคุ้มกัน
b)
ข. พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน
c)
ค. พอประมาณ พอเพียง สมเหตุสมผล
d)
ง. พอประมาณ มีภูมิคุ้มกัน มีจิตสาธารณะ
39.
39. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในระดับบุคคล
a)
ก. บันดาล พึ่งพาตนเองได้
b)
ข. บรรเลง มีชีวิตที่พอเพียง
c)
ค. บรรเจิด ยึดทางสายกลางดำรงชีวิต
d)
ง. บรรจบ ยึดกระแสโลกยุคโลกาภิวัตน์
40.
40. การกระทำข้อใดยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ใกล้ตัวนักเรียนมากที่สุด
a)
ก. การสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
b)
ข. การบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวัน
c)
ค. การลดการพึ่งพาเศรษฐกิจจากภายนอก
d)
ง. การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
Reset
