wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แนวคิดเชิงคำนวณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดอธิบายความหมายของ "แนวคิดเชิงคำนวณ" (Computational Thinking) ได้ถูกต้องที่สุด?

a)

กระบวนการคิดแก้ปัญหาโดยใช้เครื่องคำนวณราคาแพง

b)

กระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบด้วยเหตุผลอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อแก้ปัญหา

c)

การจดจำสูตรคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

d)

การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยภาษาที่ซับซ้อนที่สุด

2.

องค์ประกอบของแนวคิดเชิงคำนวณมีกี่ส่วนหลัก?

a)

2 ส่วน

b)

3 ส่วน

c)

4 ส่วน

d)

5 ส่วน

3.

การแบ่งส่วนประกอบหรือปัญหาที่ซับซ้อนออกเป็นส่วนย่อยๆ เรียกว่าอะไร?

a)

การคิดหารูปแบบ (Pattern Recognition)

b)

การคิดเชิงนามธรรม (Abstraction)

c)

การออกแบบขั้นตอนวิธี (Algorithm Design)

d)

การแยกส่วนประกอบและย่อยปัญหา (Decomposition)

4.

หากนักเรียนต้องการอธิบายส่วนประกอบของ "กรรไกร" ว่าประกอบด้วย ด้ามจับ ใบมีด และหมุด นักเรียนกำลังใช้แนวคิดใด?

a)

การแยกส่วนประกอบและย่อยปัญหา

b)

การคิดหารูปแบบ

c)

การคิดเชิงนามธรรม

d)

การออกแบบขั้นตอนวิธี

5.

การสังเกตสิ่งที่มีความคล้ายคลึงกันในด้านลักษณะการทำงานหรือพฤติกรรม จัดเป็นแนวคิดใด?

a)

การแยกส่วนประกอบและย่อยปัญหา

b)

การคิดหารูปแบบ (Pattern Recognition)

c)

การคิดเชิงนามธรรม

d)

การออกแบบขั้นตอนวิธี

6.

ด้านลักษณะการทำงานหรือพฤติกรรม จัดเป็นแนวคิดใด?

a)

การแยกส่วนประกอบและย่อยปัญหา

b)

การคิดหารูปแบบ (Pattern Recognition)

c)

การคิดเชิงนามธรรม

d)

การออกแบบขั้นตอนวิธี

7.

ในเกมบันไดงู การที่ผู้เล่นทราบว่า "เมื่อตกช่องหัวงูต้องเลื่อนลงมาที่หางงูเสมอ" เป็นการใช้แนวคิดใด?

a)

การแยกส่วนประกอบและย่อยปัญหา

b)

การคิดหารูปแบบ

c)

การคิดเชิงนามธรรม

d)

การออกแบบขั้นตอนวิธี

8.

กระบวนการคัดเลือกสิ่งที่จำเป็นต่อปัญหาไว้ และคัดเลือกสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป คือนิยามของข้อใด?

a)

การแยกส่วนประกอบและย่อยปัญหา

b)

การคิดหารูปแบบ

c)

การคิดเชิงนามธรรม (Abstraction)

d)

การออกแบบขั้นตอนวิธี

9.

การคำนวณหาอัตราเร็วของรถยนต์โดยพิจารณาเฉพาะ "ระยะทาง" และ "เวลา" โดยไม่สนใจ "ยี่ห้อรถ" เป็นการใช้แนวคิดใด?

a)

การแยกส่วนประกอบและย่อยปัญหา

b)

การคิดหารูปแบบ

c)

การคิดเชิงนามธรรม

d)

การออกแบบขั้นตอนวิธี

10.

"ขั้นตอนวิธี" (Algorithm) มีความหมายตรงกับข้อใด?

a)

การคาดเดาผลลัพธ์ล่วงหน้า

b)

แนวทางที่ชัดเจนที่ใช้ในการแก้ปัญหาหรือการทำงานเป็นลำดับขั้นตอน

c)

การรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด

d)

การใช้จินตนาการในการแก้ปัญหา

11.

ข้อใดจัดเป็นการออกแบบขั้นตอนวิธีแบบบรรยาย (Narrative Description)?

a)

การเขียนผังงานโดยใช้สัญลักษณ์มาตรฐาน

b)

การเขียนอธิบายขั้นตอนการล้างรถด้วยภาษาพูดที่เข้าใจง่าย

c)

การเขียนรหัสจำลองด้วยภาษาอังกฤษผสมภาษาโปรแกรม

d)

การวาดภาพประกอบขั้นตอนการทำงาน

12.

เครื่องมือใดที่นิยมใช้ในการออกแบบขั้นตอนวิธี?

a)

การบรรยาย, รหัสลำลอง, ผังงาน

b)

การวาดภาพ, การระบายสี, การปั้น

c)

การถ่ายภาพ, การอัดวิดีโอ, การบันทึกเสียง

d)

การสุ่มเดา, การลองผิดลองถูก, การถามผู้รู้

13.

"Pseudo Code" มีชื่อภาษาไทยว่าอะไร?

a)

รหัสลับ

b)

รหัสลำลอง

c)

รหัสผ่าน

d)

รหัสคำสั่ง

14.

สัญลักษณ์ผังงานรูป "สี่เหลี่ยมผืนผ้า" (Process) หมายถึงอะไร?

a)

การเริ่มต้นหรือสิ้นสุด

b)

การรับข้อมูลหรือแสดงผล

c)

การประมวลผลหรือการปฏิบัติงาน

d)

การตัดสินใจหรือการตรวจสอบเงื่อนไข

15.

สัญลักษณ์ผังงานรูป "สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด" (Decision) ใช้สำหรับทำอะไร?

a)

แสดงจุดเชื่อมต่อ

b)

รับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

c)

ตัดสินใจหรือตรวจสอบเงื่อนไข

d)

แสดงทิศทางการทำงาน

16.

โครงสร้างการออกแบบขั้นตอนวิธีแบบใดที่มีการทำงานเรียงลำดับจากบนลงล่าง?

a)

โครงสร้างแบบลำดับ (Sequential Structure)

b)

โครงสร้างแบบทางเลือก (Selection Structure)

c)

โครงสร้างแบบวนซ้ำ (Repetition Structure)

d)

โครงสร้างแบบสุ่ม (Random Structure)

17.

หากโปรแกรมมีการตรวจสอบเงื่อนไข "ถ้า...แล้ว...มิฉะนั้น..." จัดเป็นโครงสร้างแบบใด?

a)

โครงสร้างแบบลำดับ

b)

โครงสร้างแบบทางเลือก (Selection Structure)

c)

โครงสร้างแบบวนซ้ำ

d)

โครงสร้างแบบไม่มีรูปแบบ

18.

การเขียนขั้นตอนวิธีหาค่าที่มากกว่าจากข้อมูล 2 จำนวน จัดเป็นโครงสร้างแบบใด?

a)

โครงสร้างแบบลำดับ

b)

โครงสร้างแบบทางเลือก

c)

โครงสร้างแบบวนซ้ำ

d)

โครงสร้างแบบซ้อนกัน

19.

ข้อใดคือประโยชน์สูงสุดของการคิดเชิงนามธรรม?

a)

ทำให้เห็นรายละเอียดทุกอย่างของปัญหา

b)

ทำให้กรอบของปัญหาแคบลงและมีความชัดเจนขึ้น

c)

ทำให้ไม่ต้องใช้ขั้นตอนวิธีในการแก้ปัญหา

d)

ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้โดยไม่ต้องมีคนสั่ง

20.

ในการเขียนรหัสลำลอง (Pseudo Code) คำว่า "INPUT" หมายถึงอะไร?

a)

การแสดงผลข้อมูล

b)

การรับข้อมูลเข้า

c)

การคำนวณข้อมูล

d)

การจบการทำงาน

21.

วงจรการพัฒนาโปรแกรม (SDLC) ประกอบด้วยกี่ขั้นตอนหลัก?

a)

4 ขั้นตอน

b)

5 ขั้นตอน

c)

6 ขั้นตอน

d)

7 ขั้นตอน

22.

ขั้นตอนแรกของวงจรการพัฒนาโปรแกรม (SDLC) คือข้อใด?

a)

การออกแบบ (Design)

b)

การวิเคราะห์ความต้องการ (Requirement Analysis)

c)

การพัฒนาโปรแกรม (Development)

d)

การทดสอบ (Testing)

23.

ข้อผิดพลาดประเภทใดที่เกิดจากการสะกดคำสั่งผิดหรือใช้ไวยากรณ์ภาษาไม่ถูกต้อง?

a)

Syntax Error

b)

Runtime Error

c)

Logical Error

d)

System Error

24.

ภาษาคอมพิวเตอร์ยุคแรกที่ประกอบด้วยตัวเลข 0 และ 1 เรียกว่าอะไร

a)

ภาษาแอสเซมบลี

b)

ภาษาเครื่อง (Machine Language)

c)

ภาษาระดับสูง

d)

ภาษาธรรมชาติ

25.

ตัวแปลภาษาที่ใช้แปลภาษาแอสเซมบลีให้เป็นภาษาเครื่องเรียกว่าอะไร?

a)

Compiler

b)

Interpreter

c)

Assembler

d)

Debugger

26.

ตัวแปลภาษาประเภทใดที่แปลโปรแกรมทีละบรรทัดและทำงานทันที?

a)

Compiler

b)

Interpreter

c)

Assembler

d)

Converter

27.

ภาษาไพทอน (Python) จัดเป็นภาษาที่ใช้ตัวแปลภาษาประเภทใด?

a)

Compiler

b)

Interpreter

c)

Assembler

d)

ไม่ต้องใช้ตัวแปลภาษา

28.

ข้อใดคือข้อดีของคอมไพเลอร์ (Compiler) เมื่อเทียบกับอินเทอร์พรีเตอร์?

a)

แปลทีละบรรทัดทำให้หาที่ผิดง่าย

b)

ทำงานได้เร็วกว่าเพราะแปลทั้งโปรแกรมเก็บไว้เป็นไฟล์ที่รันได้ทันที

c)

ใช้หน่วยความจำน้อยกว่าขณะแปล

d)

ไม่ต้องแก้ไขโค้ดเมื่อพบข้อผิดพลาด

29.

ภาษาในยุคที่ 4 (4GLs) ที่นิยมใช้ในการจัดการฐานข้อมูลคือภาษาใด?

a)

Python

b)

C++

c)

SQL

d)

Java

30.

IDE ย่อมาจากคำว่าอะไรในบริบทของการเขียนโปรแกรม?

a)

Internal Data Environment

b)

Integrated Development Environments

c)

Interactive Design Editor

d)

Intelligent Digital Engine

31.

หากต้องการเขียนคำอธิบาย (Comment) ในภาษาไพทอนเพียงบรรทัดเดียว ต้องใช้เครื่องหมายใด?

a)

//

b)

/*

c)

#

d)

--

32.

หากต้องการเขียนคอมเมนต์หลายบรรทัดพร้อมกันในไพทอน ควรใช้เครื่องหมายใดครอบข้อความ?

a)

# ... #

b)

" " " ... " " " (Double Quote 3 คู่)

c)

[ ] ... [ ]

d)

{ } ... { }

33.

ชนิดข้อมูลแบบ "จำนวนเต็ม" ในภาษาไพทอนเรียกว่าอะไร?

a)

Float

b)

String

c)

Integer (int)

d)

Boolean

34.

คำสั่งใดใช้สำหรับแปลงตัวเลขฐานสิบให้เป็นเลขฐานสองในภาษาไพทอน?

a)

bin()

b)

oct()

c)

hex()

d)

dec()

35.

ข้อมูลชนิด "Boolean" ในภาษาไพทอนมีค่าที่เป็นไปได้คืออะไรบ้าง?

a)

0 ถึง 9

b)

True และ False

c)

Yes และ No

d)

ข้อความใดๆ ก็ได้

36.

ข้อใดคือการตั้งชื่อตัวแปรที่ "ผิดกฎ" ในภาษาไพทอน?

a)

score_1

b)

_name

c)

2nd_score

d)

StudentName

37.

ข้อใดคือประเภทข้อมูลที่ใช้เก็บเลขทศนิยมในภาษาไพทอน?

a)

Integer

b)

Float

c)

String

d)

Boolean

38.

ข้อใดคือการใช้คำสั่ง "print" ในภาษาไพทอน?

a)

แสดงผลข้อความบนหน้าจอ

b)

ทำการคำนวณ

c)

สร้างตัวแปรใหม่

d)

รับข้อมูลจากผู้ใช้

39.

คำว่า "if", "else", "while" ในภาษาไพทอนจัดเป็นคำประเภทใดที่ไม่สามารถนำมาตั้งชื่อตัวแปรได้?

a)

คำวิเศษณ์

b)

คำสงวน (Reserved Word)

c)

คำสั่งพิเศษ

d)

คำนาม

40.

ลักษณะของตัวแปรในภาษาไพทอนที่เป็นแบบ "Dynamic" หมายถึงอะไร?

a)

ต้องประกาศชนิดข้อมูลก่อนใช้งานเสมอ

b)

ไม่ต้องประกาศชนิดข้อมูล ไพทอนจะจัดการให้สัมพันธ์กับข้อมูลโดยอัตโนมัติ

c)

ตัวแปรสามารถเปลี่ยนชื่อเองได้ขณะทำงาน

d)

ตัวแปรสามารถเก็บข้อมูลได้เพียงชนิดเดียวตลอดไป