wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

ไข้หวัดในเด็กมีอาการอย่างไร?

a)

อาการไข้หวัดในเด็กได้แก่ คัดจมูก, ปวดฟัน, อ่อนเพลีย, มีเสียงหวีด

b)

อาการไข้หวัดในเด็กได้แก่ ไอ, จาม, น้ำมูกไหล, มีไข้, ปวดศีรษะ

c)

อาการไข้หวัดในเด็กได้แก่ ไอแห้ง, ปวดกล้ามเนื้อ, หายใจลำบาก, มีไข้ต่ำ

d)

อาการไข้หวัดในเด็กได้แก่ ปวดท้อง, อาเจียน, เบื่ออาหาร, มีผื่น

2.

การป้องกันโรคไข้เลือดออกทำได้อย่างไร?

a)

ดื่มน้ำสะอาดมากขึ้น

b)

ลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและใช้มุ้งกันยุง

c)

ปลูกต้นไม้ในบ้าน

d)

ใช้ยาฆ่าแมลงทุกวัน

3.

อาการของโรคในช่องปากมีอะไรบ้าง?

a)

อาการของโรคในช่องปากมีอาการเจ็บคอ, ไอเรื้อรัง, และมีไข้สูง.

b)

อาการของโรคในช่องปากมีอาการปวดหัว, ปวดท้อง, และอ่อนเพลีย.

c)

อาการของโรคในช่องปากมีอาการคัน, ฟันผุ, และการเปลี่ยนสีของฟัน.

d)

อาการของโรคในช่องปากมีปวดฟัน, เหงือกอักเสบ, แผลในปาก, ลมหายใจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์, และการเปลี่ยนแปลงในรสชาติ.

4.

สาเหตุหลักของโรคลมพิษคืออะไร?

a)

การติดเชื้อจากแบคทีเรีย

b)

การขาดสารอาหารในร่างกาย

c)

การสัมผัสกับอากาศเย็น

d)

การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อสารกระตุ้น

5.

การรักษาไข้หวัดมีวิธีใดบ้าง?

a)

การใช้ยาปฏิชีวนะ

b)

การออกกำลังกายหนัก

c)

การทานอาหารมัน

d)

การพักผ่อน, ดื่มน้ำ, ใช้ยาลดไข้, ยาต้านไวรัส

6.

การดูแลสุขภาพช่องปากควรทำอย่างไร?

a)

แปรงฟันวันละสองครั้งและใช้ไหมขัดฟัน

b)

ไม่ต้องไปหาหมอฟันเลย

c)

ดื่มน้ำหวานบ่อยๆ

d)

ใช้ยาสีฟันเพียงครั้งเดียวต่อวัน

7.

ไข้หวัดสามารถติดต่อได้หรือไม่?

a)

ใช่, ไข้หวัดติดต่อได้เฉพาะในฤดูหนาว

b)

ไม่, ไข้หวัดติดต่อได้เฉพาะในเด็ก

c)

ไม่, ไข้หวัดไม่สามารถติดต่อได้

d)

ใช่, ไข้หวัดสามารถติดต่อได้

8.

โรคไข้เลือดออกเกิดจากยุงชนิดใด?

a)

ยุงบ้าน (Culex quinquefasciatus)

b)

ยุงน้ำขัง (Anopheles spp.)

c)

ยุงเสือ (Aedes albopictus)

d)

ยุงลาย (Aedes aegypti)

9.

อาการเจ็บปากเกิดจากโรคอะไรได้บ้าง?

a)

โรคเบาหวาน

b)

โรคที่ทำให้เกิดอาการเจ็บปากได้แก่ เริม, แผลในปาก, การขาดวิตามิน, และการแพ้สาร.

c)

โรคตับอักเสบ

d)

โรคหัวใจ

10.

โรคลมพิษมีอาการคันหรือไม่?

a)

ใช่ โรคลมพิษมีอาการคัน

b)

ใช่ โรคลมพิษมีอาการปวด

c)

ไม่ โรคลมพิษมีอาการบวม

d)

ไม่ โรคลมพิษไม่มีอาการคัน

11.

การใช้ยาลดไข้ช่วยรักษาไข้หวัดได้หรือไม่?

a)

ไม่สามารถรักษาไข้หวัดได้ แต่ช่วยบรรเทาอาการไข้

b)

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย

c)

ทำให้ไข้หวัดหายเร็วขึ้น

d)

ช่วยรักษาไข้หวัดได้ทันที

12.

การดื่มน้ำมากๆ ช่วยป้องกันโรคไข้เลือดออกได้หรือไม่?

a)

ช่วยได้

b)

ไม่แน่ใจ

c)

ใช่

d)

ไม่

13.

การแปรงฟันควรทำบ่อยแค่ไหน?

a)

วันละ 2 ครั้ง

b)

ทุกวันก่อนนอน

c)

สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

d)

วันละ 1 ครั้ง

14.

โรคในช่องปากสามารถเกิดจากการติดเชื้อได้หรือไม่?

a)

ไม่แน่ใจ

b)

ไม่ใช่

c)

ใช่

d)

อาจจะใช่

15.

การหลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ช่วยลดอาการโรคลมพิษได้หรือไม่?

a)

ต้องทานอาหารให้ครบ

b)

อาจจะไม่ช่วย

c)

ใช่

d)

ไม่แน่ใจ

16.

การใช้ยาต้านไวรัสช่วยรักษาไข้หวัดได้หรือไม่?

a)

ช่วยลดอาการไข้หวัด

b)

ไม่สามารถรักษาไข้หวัดได้

c)

สามารถรักษาไข้หวัดได้

d)

ยาต้านไวรัสมีผลต่อไข้หวัด

17.

การทำความสะอาดบ้านช่วยป้องกันโรคไข้เลือดออกได้หรือไม่?

a)

ใช่ การทำความสะอาดบ้านช่วยป้องกันโรคไข้เลือดออกได้

b)

ไม่แน่ใจ การทำความสะอาดบ้านอาจทำให้โรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น

c)

ไม่ การทำความสะอาดบ้านไม่มีผลต่อโรคไข้เลือดออก

d)

อาจจะ แต่ไม่ใช่วิธีที่มีประสิทธิภาพ

18.

การใช้ไหมขัดฟันมีประโยชน์อย่างไร?

a)

ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่นตลอดวัน.

b)

ช่วยให้ฟันขาวขึ้นและสดชื่น.

c)

ช่วยทำความสะอาดระหว่างฟันและป้องกันฟันผุและโรคเหงือก.

d)

เพิ่มความแข็งแรงให้กับฟันและเหงือก.

19.

โรคในช่องปากสามารถส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมได้หรือไม่?

a)

ไม่ โรคในช่องปากไม่มีผลต่อสุขภาพโดยรวม

b)

โรคในช่องปากส่งผลเฉพาะต่อฟันเท่านั้น

c)

บางครั้ง โรคในช่องปากอาจไม่ส่งผลต่อสุขภาพ

d)

ใช่ โรคในช่องปากสามารถส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมได้

20.

การรักษาโรคลมพิษมีวิธีใดบ้าง?

a)

การใช้สมุนไพรและการปรับอาหาร

b)

การทำกายภาพบำบัดและการฝังเข็ม

c)

การใช้ยาปฏิชีวนะและยาลดไข้

d)

การใช้ยาแก้แพ้และยาสเตียรอยด์