wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบกลางภาค I20202

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ถ้านักเรียนต้องการเขียนรายงานเรื่อง "ปัญหาขยะในโรงเรียน" หัวข้อใดควรเป็น "หัวข้อรอง" ของ "สาเหตุของปัญหา" (วิเคราะห์)

a)

การรณรงค์ทิ้งขยะให้ลงถัง

b)

สถิติปริมาณขยะย้อนหลัง 3 ปี

c)

ความมักง่ายและขาดจิตสำนึกของนักเรียน

d)

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน

2.

ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการวางโครงร่างแบบ "ลำดับเวลา" (Chronological Order) ได้ถูกต้องที่สุดสำหรับการเขียนรายงานเรื่อง "ประวัติหมู่บ้านของฉัน" (สังเคราะห์)

a)

สภาพปัจจุบัน -> การก่อตั้ง -> บุคคลสำคัญ -> แนวโน้มในอนาคต

b)

การก่อตั้ง -> เหตุการณ์สำคัญในอดีต -> สภาพปัจจุบัน -> แนวโน้มในอนาคต

c)

บุคคลสำคัญ -> สภาพปัจจุบัน -> การก่อตั้ง -> ปัญหาที่พบ

d)

แนวโน้มในอนาคต -> สภาพปัจจุบัน -> เหตุการณ์สำคัญ -> การก่อตั้ง

3.

พิจารณาโครงร่างต่อไปนี้:

1. ประโยชน์ของสมุนไพร 1.1 ฟ้าทะลายโจร 1.2 กระชายขาว 1.3 วิธีการปลูกสมุนไพร

โครงร่างนี้มีความบกพร่องในเรื่องใด (ประเมินค่า)

a)

ขาดความสมบูรณ์ของเนื้อหา

b)

การจัดลำดับหัวข้อสับสน

c)

หัวข้อ 1.3 ไม่เป็นเอกภาพกับหัวข้อหลัก

d)

ใช้ภาษาไม่เป็นทางการ

4.

หากต้องการวางโครงร่างเพื่อเปรียบเทียบ "การเรียนออนไลน์" กับ "การเรียนในห้องเรียน" ควรใช้รูปแบบโครงร่างใดจึงจะเห็นภาพชัดเจนที่สุด (นำไปใช้)

a)

โครงร่างแบบเหตุผล (Cause and Effect)

b)

โครงร่างแบบเปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง (Comparison and Contrast)

c)

โครงร่างแบบลำดับขั้นตอน (Process)

d)

โครงร่างแบบพรรณนา (Descriptive)

5.

ข้อใดคือประโยชน์สูงสุดของการเขียน "โครงร่างแบบประโยคสมบูรณ์" (Sentence Outline) ที่มีเหนือกว่า "โครงร่างแบบหัวข้อ" (Topic Outline) (วิเคราะห์)

a)

ช่วยให้เห็นประเด็นใจความสำคัญที่ชัดเจนและตรวจสอบความต่อเนื่องได้ดีกว่า

b)

เขียนได้รวดเร็วกว่าและประหยัดเวลา

c)

เหมาะสำหรับรายงานที่มีเนื้อหาน้อย

d)

สามารถปรับเปลี่ยนหัวข้อได้ง่ายกว่า

6.

นักเรียนจะนำข้อมูลจากการ "สัมภาษณ์ปราชญ์ชาวบ้าน" มาใส่ในส่วนใดของโครงร่างรายงานการศึกษาค้นคว้า (นำไปใช้)

a)

บทที่ 1 บทนำ

b)

บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

c)

บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน

d)

บทที่ 4 ผลการศึกษาค้นคว้า

7.

หากหัวข้อใหญ่คือ "โรคระบาดในศตวรรษที่ 21" ข้อใด ไม่ควร จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับหัวข้อ "COVID-19" และ "โรคไข้หวัดนก" (วิเคราะห์)

a)

โรคซาร์ส (SARS)

b)

โรคเมอร์ส (MERS)

c)

โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

d)

โรคเบาหวาน (Diabetes)

8.

การกำหนด "วัตถุประสงค์ของการศึกษา" ในขั้นตอนการวางโครงร่าง มีความสัมพันธ์โดยตรงกับส่วนใดมากที่สุด (วิเคราะห์)

a)

บรรณานุกรม

b)

สรุปผลการศึกษา

c)

กิตติกรรมประกาศ

d)

คำนำ

9.

ข้อใดเป็นเกณฑ์ที่สำคัญที่สุดในการประเมินว่าโครงร่างรายงานนั้น "ดี" หรือไม่ (ประเมินค่า)

a)

ความยาวของโครงร่าง

b)

ความสวยงามของการจัดรูปแบบ

c)

จำนวนหัวข้อย่อยที่มีมากที่สุด

d)

ความสอดคล้องสัมพันธ์กันของหัวข้อและลำดับเนื้อหา

10.

ถ้านักเรียนพบว่าข้อมูลที่ค้นคว้ามา "ไม่เพียงพอ" ที่จะเขียนตามโครงร่างที่วางไว้ สิ่งแรกที่ควรทำคืออะไร (แก้ปัญหา/นำไปใช้)

a)

ตัดหัวข้อนั้นทิ้งทันที

b)

แต่งข้อมูลขึ้นเองให้ครบถ้วน

c)

ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น

d)

เปลี่ยนหัวข้อรายงานใหม่

11.

ข้อใดใช้ภาษาในการเขียนรายงานเชิงวิชาการได้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด (ประเมินค่า)

a)

จากการศึกษาพบว่า ปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว

b)

ผู้เขียนคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทย

c)

ปัญหานี้แก้ยังไงก็ไม่หาย เป็นปัญหาโลกแตกจริงๆ

d)

รัฐบาลควรจัดงบประมาณมาช่วยตรงนี้เยอะๆ หน่อย

12.

ส่วนประกอบใดของรายงานที่ทำหน้าที่ "บอกที่มาของปัญหาและเหตุผลที่ต้องทำเรื่องนี้" (ความจำ/นำไปใช้)

a)

วัตถุประสงค์

b)

ขอบเขตของการศึกษา

c)

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

d)

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

13.

หากเนื้อหาในบทที่ 2 (เอกสารที่เกี่ยวข้อง) มีการคัดลอกข้อความมาจากเว็บไซต์โดยไม่อ้างอิง จะส่งผลเสียร้ายแรงที่สุดในเรื่องใด (วิเคราะห์)

a)

ผิดรูปแบบการจัดหน้ากระดาษ

b)

เนื้อหาไม่น่าเชื่อถือ

c)

ผิดจริยธรรมทางวิชาการ

d)

ทำให้รายงานมีความยาวน้อยลง

14.

การเขียน "บทคัดย่อ" ที่ดี ควรมีลักษณะอย่างไร (สังเคราะห์)

a)

เขียนขอบคุณผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือในการทำโครงงาน

b)

สรุปสาระสำคัญของทั้ง 5 บท อย่างย่อ ให้ผู้อ่านเข้าใจภาพรวมทั้งหมด

c)

อธิบายรายละเอียดของทฤษฎีทั้งหมดที่ใช้

d)

คัดลอกบทนำและบทสรุปมาต่อกัน

15.

พิจารณาข้อความ:

"สมชาย. (2565). การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น."

ข้อความนี้คือส่วนประกอบใดและควรปรากฏอยู่ที่ไหน (วิเคราะห์)

a)

บรรณานุกรม / ท้ายเล่ม

b)

การอ้างอิงในเนื้อหา / บทที่ 2

c)

ภาคผนวก / ท้ายเล่ม

d)

กิตติกรรมประกาศ / หน้าส่วนนำ

16.

ถ้าผลการศึกษาขัดแย้งกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ผู้เขียนควรทำอย่างไรใน "บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผล" (ประเมินค่า)

a)

แก้ไขสมมติฐานให้ตรงกับผลการศึกษา

b)

บิดเบือนผลการศึกษาให้ตรงกับสมมติฐาน

c)

ตัดส่วนสมมติฐานทิ้งไปเลย

d)

นำเสนอผลตามจริงและอภิปรายสาเหตุที่ผลไม่เป็นไปตามสมมติฐาน

17.

ข้อใดคือความแตกต่างสำคัญระหว่าง "บทที่ 4 ผลการศึกษา" กับ "บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา" (วิเคราะห์)

a)

บทที่ 4 เสนอข้อมูลดิบหรือผลวิเคราะห์ตามจริง / บทที่ 5 สรุปใจความสำคัญและข้อเสนอแนะ

b)

บทที่ 4 เขียนเป็นความเรียง / บทที่ 5 เขียนเป็นตาราง

c)

บทที่ 4 เป็นความคิดเห็นส่วนตัว / บทที่ 5 เป็นข้อเท็จจริง

d)

บทที่ 4 ไม่ต้องมีอ้างอิง / บทที่ 5 ต้องมีอ้างอิง

18.

การเขียนอ้างอิงแทรกในเนื้อหาแบบนาม-ปี (Author-date) ข้อใดถูกต้อง (นำไปใช้)

a)

(2565, สมชาย ใจดี)

b)

(สมชาย ใจดี, 2565)

c)

[สมชาย ใจดี: 2565]

d)

สมชาย ใจดี (2565) กล่าวว่า...

19.

ส่วนใดของรายงานที่อนุญาตให้ผู้เขียนแสดง "ความคิดเห็นเชิงวิชาการ" ประกอบกับทฤษฎีเพื่อขยายความผลการศึกษา (วิเคราะห์)

a)

บทนำ

b)

วิธีการดำเนินงาน

c)

ผลการศึกษา

d)

การอภิปรายผล

20.

หากนักเรียนต้องการรวบรวมภาพถ่ายขณะลงพื้นที่เก็บข้อมูล แบบสอบถามตัวจริง และหนังสือขอความอนุเคราะห์ ควรนำไปไว้ที่ส่วนใด (นำไปใช้)

a)

บทที่ 3

b)

บรรณานุกรม

c)

ภาคผนวก

d)

บทคัดย่อ

21.

การกำหนด "ขอบเขตของการศึกษา" มีประโยชน์อย่างไรต่อผู้ทำรายงาน (วิเคราะห์)

a)

ช่วยให้รายงานมีความหนามากขึ้น

b)

ช่วยให้การค้นคว้าไม่กว้างเกินไปและปฏิบัติงานได้จริงตามเวลาที่กำหนด

c)

ช่วยให้ประหยัดงบประมาณในการทำรูปเล่ม

d)

ช่วยให้ไม่ต้องเขียนบรรณานุกรมเยอะ

22.

ข้อใด ไม่ใช่ แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับการนำมาอ้างอิงในรายงานเชิงวิชาการ (ประเมินค่า)

a)

บทความจากวารสารวิชาการ

b)

เว็บไซต์ของหน่วยงานราชการ (.go.th)

c)

ความคิดเห็นท้ายข่าวในโซเชียลมีเดีย

d)

วิทยานิพนธ์จากฐานข้อมูลมหาวิทยาลัย

23.

หากรายงานกำหนดความยาว 2,500 คำ นักเรียนควรบริหารจัดการเนื้อหาอย่างไรให้เหมาะสมที่สุด (สังเคราะห์)

a)

เน้นเนื้อหาสำคัญในบทที่ 2 และ 4 ให้ครอบคลุม ตัดส่วนขยายความที่ฟุ่มเฟือยออก

b)

เขียนบทนำให้ยาวที่สุดเพื่อให้ครบจำนวนคำ

c)

คัดลอกเนื้อหาจากหนังสือมาใส่ให้มากที่สุด

d)

ใช้รูปภาพแทนข้อความจำนวนมาก

24.

ข้อใดคือลักษณะของ "ข้อเสนอแนะ" ที่ดีในบทที่ 5 (ประเมินค่า)

a)

เสนอแนะในสิ่งที่ตนเองทำไม่ได้

b)

เสนอแนะให้ผู้อื่นมาช่วยทำงานแทน

c)

เสนอแนะให้ยกเลิกการทำโครงงานเรื่องนี้

d)

เสนอแนะประเด็นที่ควรศึกษาต่อ หรือแนวทางปรับปรุงจากข้อจำกัดที่พบ

25.

การเรียบเรียงเนื้อหาโดยนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาประมวลและเขียนใหม่ด้วยสำนวนของตนเอง เรียกว่าทักษะใด (สังเคราะห์)

a)

การคัดลอก (Copying)

b)

การสรุปความ (Summarizing)

c)

การแปลความ (Translating)

d)

การสังเคราะห์และเรียบเรียง (Synthesis and Paraphrasing)

26.

ถ้านักเรียนต้องนำเสนอเรื่อง "วิวัฒนาการของเทคโนโลยี" ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย สื่อประเภทใดเหมาะสมที่สุด (วิเคราะห์)

a)

แผนภูมิวงกลม (Pie Chart)

b)

ไทม์ไลน์ (Timeline) หรือ Infographic

c)

ตารางแสดงตัวเลข

d)

ภาพถ่ายสิ่งประดิษฐ์วางเรียงกันโดยไม่ระบุปี

27.

ในการนำเสนอปากเปล่า (Oral Presentation) ข้อใดเป็นพฤติกรรมที่ ควรหลีกเลี่ยง มากที่สุด (ประเมินค่า)

a)

สบตาผู้ฟังอย่างทั่วถึง

b)

ยืนตัวตรงและใช้ภาษามือประกอบ

c)

อ่านตามข้อความบนสไลด์ทุกตัวอักษร

d)

แต่งกายสุภาพเรียบร้อย

28.

หากข้อมูลที่ค้นพบเป็น "สถิติเปรียบเทียบ" ระหว่างปี พ.ศ. 2565 กับ 2566 ควรเลือกใช้กราฟแบบใดนำเสนอจึงจะเข้าใจง่ายที่สุด (นำไปใช้)

a)

ข้อความบรรยายยาวๆ

b)

แผนที่ความคิด (Mind Map)

c)

แผนภูมิองค์กร (Organization Chart)

d)

กราฟแท่ง (Bar Chart)

29.

กฎ "10-20-30" ของ Guy Kawasaki ในการนำเสนอด้วย PowerPoint สื่อถึงอะไร (วิเคราะห์)

a)

10 สไลด์, 20 นาที, ฟอนต์ขนาด 30

b)

10 นาที, 20 สไลด์, ฟอนต์ขนาด 30

c)

10 คนฟัง, 20 นาที, 30 หน้า

d)

10 หัวข้อ, 20 ภาพ, 30 นาที

30.

เมื่อเผชิญคำถามจากผู้ฟังที่ตอบไม่ได้ทันที ผู้นำเสนอควรทำอย่างไรจึงจะดูเป็นมืออาชีพ (แก้ปัญหา/นำไปใช้)

a)

แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินคำถาม

b)

ตอบมั่วๆ ไปก่อนเพื่อรักษาหน้า

c)

กล่าวขอบคุณ ยอมรับว่าไม่มีข้อมูลจุดนี้ และขอไปค้นคว้ามาตอบภายหลัง

d)

โยนคำถามให้เพื่อนในกลุ่มตอบแทนทันที

31.

การนำเสนอแบบ Panel Presentation (อภิปรายหมู่) ต้องอาศัยทักษะใดมากที่สุดเพื่อให้การนำเสนอราบรื่น (สังเคราะห์)

a)

ทักษะการพูดเสียงดัง

b)

ทักษะการทำงานเป็นทีมและการส่งต่อประเด็น

c)

ทักษะการทำสไลด์สวยงาม

d)

ทักษะการแต่งกายเหมือนกัน

32.

สื่อประสม (Multimedia) ในข้อใดช่วยดึงดูดความสนใจและอธิบายกระบวนการที่ซับซ้อนได้ดีที่สุด (ประเมินค่า)

a)

ภาพนิ่งขาวดำ

b)

วีดิทัศน์หรือ แอนิเมชันสาธิตขั้นตอน

c)

แผ่นพับแจกผู้ฟัง

d)

กระดานไวท์บอร์ด

33.

ข้อใดคือการ "วิเคราะห์ผู้ฟัง" ก่อนการเตรียมสื่อนำเสนอ (วิเคราะห์)

a)

ข้อใดคือการ "วิเคราะห์ผู้ฟัง" ก่อนการเตรียมสื่อนำเสนอ (วิเคราะห์)

b)

ไม่สนใจผู้ฟัง เน้นสิ่งที่เราอยากพูด

c)

ลือกใช้สื่อที่ราคาแพงที่สุด

d)

พิจารณาว่าผู้ฟังเป็นใคร มีพื้นความรู้แค่ไหน เพื่อเลือกใช้ภาษาและสื่อที่เหมาะสม

34.

หากสไลด์นำเสนอมี "ตัวอักษรมากเกินไป" (Text-heavy) จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อการสื่อสาร (วิเคราะห์)

a)

ผู้ฟังจะเข้าใจเนื้อหาได้ละเอียดขึ้น

b)

ช่วยให้ประหยัดจำนวนสไลด์

c)

ผู้นำเสนอจะดูมีความรู้มาก

d)

ผู้ฟังจะเบื่อหน่ายและมัวแต่อ่านหนังสือแทนที่จะฟังผู้นำเสนอ

35.

การสรุปจบการนำเสนอ (Closing) ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร (สังเคราะห์)

a)

เปิดเผยข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยพูดมาก่อน

b)

ขอโทษผู้ฟังที่เตรียมตัวมาไม่ดี

c)

สรุปประเด็นสำคัญอีกครั้ง (Recap) และฝากข้อคิดหรือสิ่งที่น่าจดจำ (Call to Action)

d)

จบด้วยการบอกว่า "จบแล้วครับ" แล้วเดินลงเวทีทันที

36.

เทคนิค Storytelling มีประโยชน์อย่างไรในการนำเสนอรายงานวิชาการ (วิเคราะห์)

a)

ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลยากๆ ให้เป็นเรื่องราวที่น่าติดตามและจำง่าย

b)

ทำให้การนำเสนอกลายเป็นนิทานหลอกเด็ก

c)

ทำให้ข้อมูลวิชาการมีความน่าเชื่อถือน้อยลง

d)

ใช้เวลาเล่าเรื่องนานเกินไป

37.

ในการเตรียมตัวก่อนนำเสนอ (Rehearsal) สิ่งใดสำคัญที่สุด (ประเมินค่า)

a)

การท่องจำบทพูดให้ได้ทุกคำ

b)

การจับเวลาและซ้อมเสมือนจริงเพื่อตรวจสอบความพร้อมของเนื้อหาและอุปกรณ์

c)

การเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่

d)

การทำสไลด์ให้เสร็จก่อนเวลา 5 นาที

38.

หากต้องนำเสนอผ่านระบบออนไลน์ (Virtual Presentation) ข้อควรระวังเพิ่มเติมจากปกติคือข้อใด (นำไปใช้)

a)

การสบตา (มองที่เลนส์กล้องแทนหน้าจอ) และคุณภาพของเสียง/อินเทอร์เน็ต

b)

ต้องตะโกนเสียงดังกว่าปกติ

c)

ไม่ต้องเตรียมสื่อประกอบก็ได้

d)

สามารถอ่านบทได้เต็มที่เพราะไม่มีใครเห็น

39.

การใช้ "Infographic" สรุปผลการศึกษาค้นคว้า มีจุดเด่นกว่าการเขียนบรรยายอย่างไร (วิเคราะห์)

a)

ทำได้ง่ายกว่า

b)

สามารถแปลงข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจได้ง่ายด้วยภาพและสัญลักษณ์

c)

บรรจุข้อมูลได้มากกว่า

d)

ไม่ต้องมีการอ้างอิงข้อมูล

40.

"บุคลิกภาพภายใน" ที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการนำเสนอมากที่สุดคือข้อใด (วิเคราะห์)

a)

หน้าตาดี

b)

การมีน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก

c)

การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนม

d)

ความมั่นใจและความเชื่อมั่นในสิ่งที่พูด