wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Page 1

Total questions: 50

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

ภาวะเงินเฟ้อมักเกิดขึ้นเมื่อใด

a)

ราคาสินค้าและบริการโดยรวมสูงขึ้น

b)

ราคาสินค้าลดลงต่อเนื่อง

c)

เงินมีค่ามากขึ้น

d)

ประชาชนรายได้เพิ่มขึ้น

2.

สาเหตุสำคัญของภาวะเงินเฟ้อคือข้อใด

a)

การใช้แรงงานลดลง

b)

การส่งออกลดลง

c)

ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมาก

d)

ประชาชนออมเงินมากขึ้น

3.

เงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยอย่างไร

a)

มีอำนาจซื้อเพิ่มขึ้น

b)

คุณภาพชีวิตดีขึ้น

c)

รายจ่ายเพิ่มขึ้น

d)

ไม่มีผลกระทบ

4.

ข้อใดเป็นตัวอย่างของสาเงินเฟ้อ

a)

ประชาชนไม่กล้าใช้จ่าย

b)

สินค้าที่อุปโภคบริโภคขาดแคลนต่อเนื่อง

c)

รัฐบาลยกเลิกการอำนวยความสะดวก

d)

ราคาข้าวสารลดลงทั่วประเทศ

5.

หากเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นกว่าราคาสินค้า จะเกิดผลอย่างไร

a)

ประชาชนมีค่าจ้างซื้อเท่าเดิม

b)

ค่าครองชีพลดลง

c)

ค่าแรงจริงชะลอตัว

d)

การออมเพิ่มขึ้น

6.

เงินเฟ้อระดับใดถือว่าเหมาะสมต่อเศรษฐกิจ

a)

เงินฝืดมาก

b)

เงินเฟ้อที่ต่ำอย่างต่อเนื่อง

c)

เงินเฟ้อสูงมาก

7.

แนวทางใดช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อได้มากที่สุด

a)

อุดหนุนราคาสินค้าทุกประเภท

b)

ควบคุมปริมาณเงินเข้าสู่ระบบ

c)

เพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มทั่วประเทศ

d)

ลดการผลิตสินค้าจำเป็น

8.

เมื่อเกิดเงินเฟ้อ สิ่งใดที่ผู้บริโภคควรทำเป็นอันดับแรก

a)

นำเงินออมไปใช้ทั้งหมด

b)

หยุดซื้อสินค้าทั้งหมด

c)

ปรับงบประมาณรายจ่าย

d)

เพิ่มหนี้เพื่อบริโภคทันที

9.

ภาวะเงินฝืดแตกต่างจากเงินเฟ้ออย่างไร

a)

เงินสูญเสียมูลค่ารวดเร็ว

b)

รายได้ประชาชนสูงขึ้น

c)

ราคาสินค้าลดลงต่อเนื่อง

d)

การใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

10.

ข้อใดสะท้อนผลของเงินเฟ้อต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวม

a)

การผลิตขยายตัวเสมอ

b)

ความไม่แน่นอนทางราคาเพิ่มขึ้น

c)

การลงทุนระยะยาวเพิ่มขึ้น

d)

การว่างงานลดลงทันที

11.

หน่วยงานใดมีบทบาทสำคัญในการควบคุมเงินเฟ้อ

a)

ธนาคารแห่งประเทศไทย

b)

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

c)

กระทรวงวัฒนธรรม

d)

กระทรวงศึกษาธิการ

12.

นโยบายใดช่วยลดภาวะเงินเฟ้อได้มากที่สุด

a)

เพิ่มการพิมพ์ธนบัตร

b)

เพิ่มการใช้จ่ายของรัฐ

c)

ลดอัตราดอกเบี้ย

d)

ควบคุมปริมาณเงิน

13.

ภาวะเงินเฟ้อทำให้ผู้มีรายได้น้อยเสียประโยชน์ที่สุดเพราะเหตุใด

a)

ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเร็วกว่า

b)

ผู้บริโภคมีตัวเลือกเพิ่ม

c)

ผู้ประกอบการได้ไม่แน่นอน

d)

ผู้มีรายได้คงที่

14.

ภาวะเงินเฟ้อสูงมักสอดคล้องไปกับปัญหาใด

a)

เงินมีมูลค่ามากขึ้น

b)

ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น

c)

การว่างงานลดลง

d)

เศรษฐกิจขยายตัวมั่นคง

15.

เงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเรียกว่า

a)

เงินเฟ้ออุปสงค์

b)

เงินเฟ้อต้นทุน

c)

เงินฝืด

d)

เงินเฟ้อคาดหวัง

16.

เครื่องมือหลักของธนาคารกลางที่ใช้ควบคุมเงินเฟ้อคือข้อใด

a)

ราคาเพดานสินค้า

b)

นโยบายการเงิน

c)

นโยบายการคลัง

d)

ภาษีทางการค้า

17.

หากรัฐบาลเพิ่มการใช้จ่ายอย่างมาก ผลต่อเงินเฟ้อมักเป็นอย่างไร

a)

อุปทานลดลงทันที

b)

อุปสงค์เพิ่มขึ้น

c)

ค่าเงินแข็งค่าทันที

d)

ราคาสินค้าลดลง

18.

การขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีผลอย่างไรต่อการบริโภคภาคครัวเรือน

a)

เพิ่มราคาสินค้าจำเป็น

b)

ทำให้รายได้เพิ่มทันที

c)

ชะลอการกู้และการใช้จ่าย

d)

กระตุ้นการใช้จ่ายมากขึ้น

19.

ผู้ได้รับประโยชน์ช่วงเงินเฟ้อมักเป็นกลุ่มใด

a)

ผู้บริโภคที่ลดการซื้อ

b)

ผู้มีรายได้คงที่

c)

ผู้กู้เงินระยะยาว

d)

ผู้ขายได้กำไรน้อยลง

20.

มาตรการควบคุมราคาสินค้าจำเป็นอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงใด

a)

สินค้าเหลือท่วมตลาด

b)

คุณภาพสินค้าเพิ่มขึ้น

c)

เกิดตลาดมืดและการขาดแคลน

d)

รายได้ประชาชนเพิ่มทันที

21.

การขึ้นราคาน้ำมันส่งผลต่อเงินเฟ้ออย่างไร

a)

ไม่มีผล

b)

ทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่ม

c)

ทำให้เงินฝืด

d)

ทำให้ประชาชนถอนเงินมากขึ้น

22.

ข้อใดไม่ใช่ผลกระทบของเงินเฟ้อ

a)

ค่าครองชีพสูงขึ้น

b)

รายได้จริงลดลง

c)

การออมยิ่งมีค่าเท่าเดิม

d)

เงินเลื่อนชำระต้องลดลง

23.

หากรัฐบาลต้องการลดเงินเฟ้อ ควรทำอย่างไร

a)

ลดภาษีทุกประเภท

b)

เพิ่มค่าใช้จ่ายภาครัฐ

c)

เพิ่มปริมาณเงิน

d)

ควบคุมการใช้จ่าย

24.

เงินเฟ้อกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างไร

a)

ไม่กระทบเลย

b)

มีรายได้เพิ่มขึ้น

c)

วางแผนได้ง่ายขึ้น

d)

ต้องปรับแผนค่าใช้จ่าย

25.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

a)

เกิดขึ้นเฉพาะประเทศยากจน

b)

มีผลต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ

c)

ไม่มีวิธีแก้ไข

d)

เกิดจากปัจจัยเดียวเท่านั้น

26.

เงินเฟ้อส่งผลต่อการออมอย่างไร

a)

ทำให้ออมเพื่อดอกเบี้ย

b)

ทำให้มูลค่าเงินออมลดลง

c)

ทำให้ดอกเบี้ยคงที่ตลอด

d)

ส่งเสริมการออม

27.

การเงินเฟ้อหมายถึงข้อใด

a)

ราคาสินค้าคงค่อยๆลดลง

b)

รายได้ประชาชนเพิ่ม

c)

เงินมีค่ามากขึ้น

d)

ราคาสินค้าทั่วไปเพิ่ม

28.

สาเหตุสำคัญของเงินเฟ้อคือ

a)

ปริมาณเงินเพิ่ม

b)

ประชาชนไม่กล้ารวย

c)

ดอกเบี้ยสูงขึ้น

d)

ประชาชนใช้จ่ายมาก

29.

เงินเฟ้อมีผลต่อธุรกิจอย่างไร

a)

มีกำไรมากขึ้น

b)

ขยายการลงทุน

c)

ขายสินค้าได้ต่อรอง

d)

ต้นทุนตลอดเสมอ

30.

ภาวะเงินเฟ้อเกิดขึ้นในช่วงใด

a)

เศรษฐกิจเฟื่องฟู

b)

เศรษฐกิจชะลอตัว

c)

การลงทุนสูง

d)

เงินเฟ้อต่ำ

31.

ผลกระทบของเงินเฟ้อต่อแรงงานคือ

a)

รายได้เพิ่ม

b)

ไม่มีผล

c)

ค่าจ้างเพิ่มขึ้น

d)

การว่างงานเพิ่ม

32.

เมื่อปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้นมาก จะเกิดผลใดตามมา

a)

ราคาสินค้าลดลง

b)

อำนาจซื้อเงินลดลง

c)

รายได้จริงเพิ่มขึ้น

d)

ดอกเบี้ยลดลงทันที

33.

หากราคาสินค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประชาชนควรทำสิ่งใดเพื่อรักษาความเป็นอยู่

a)

เลิกออมทั้งหมด

b)

ลดรายได้ทางเลือก

c)

กู้เงินบริโภคเพิ่ม

d)

ปรับงบประมาณครัวเรือน

34.

สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เงินเฟ้อส่งผลต่อการตั้งราคาสินค้าอย่างไร

a)

ต้องปรับขึ้นอย่างเหมาะสม

b)

ลดราคาตามคู่แข่ง

c)

ตรึงราคาไม่เปลี่ยนแปลง

d)

เพิ่มส่วนลดสูงมาก

35.

ในช่วงเศรษฐกิจเฟื่องฟูและเงินเฟ้อสูง รัฐควรดำเนินนโยบายใด

a)

ตรึงราคาทุกรายการ

b)

ลดการใช้จ่ายภาครัฐ

c)

เพิ่มเงินอุดหนุนทันที

d)

ขยายโครงการใหญ่

36.

แรงงานเผชิญเงินเฟ้อสูง ควรวางแผนอย่างไร

a)

เลิกทักษะใหม่ทั้งหมด

b)

ใช้หนี้เพิ่มขึ้น

c)

หยุดทำงานชั่วคราว

d)

เรียกร้องปรับค่าจ้าง

37.

ข้อใดเป็นข้อดีของเงินเฟ้อ

a)

ร้านค้าลดราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง

b)

ประชาชนมีหนี้สินค้าง

c)

ค่าแรงเพิ่มขึ้น

d)

เงินในระบบเพิ่ม

38.

เงินเฟ้อส่งผลต่อเศรษฐกิจประเทศอย่างไร

a)

รายได้รัฐเพิ่ม

b)

เศรษฐกิจขยายขนาด

c)

ราคาสูงขึ้น

d)

เศรษฐกิจถดถอยทันที

39.

วิธีแก้เงินเฟ้อที่เหมาะสมคือ

a)

เพิ่มกำลังกายและใช้จ่าย

b)

ลดอัตราดอกเบี้ย

c)

ลดภาษีใช้อย่างทั่วถึง

d)

เพิ่มภาษี

40.

เงินเฟ้อส่งผลต่อผู้ถือเงินสดอย่างไร

a)

เสียประโยชน์

b)

ได้ประโยชน์

c)

ไม่ได้รับผลกระทบ

d)

ต้องเลิกออมทันที

41.

เงินเฟ้อทำให้ประชาชนมีกิจกรรมอย่างไร

a)

กู้เงินเพิ่ม

b)

ใช้ง่ายมากขึ้น

c)

ชะลอการใช้จ่าย

d)

ลงทุนมากขึ้น

42.

ภาวะเงินเฟ้อล้านสัมพันธ์กับปัญหาใด

a)

เงินฝืด

b)

การลงทุนต่ำ

c)

ดอกเบี้ยสูง

d)

การว่างงาน

43.

ข้อใดอธิบายว่าทำไมค่าแรงเพิ่มในช่วงเงินเฟ้อ

a)

สินค้ามีมากเกินไป

b)

ภาษีลดลงมาก

c)

ค่าครองชีพสูงขึ้น

d)

อัตราแลกเปลี่ยนคงที่

44.

เมื่อราคาสูงขึ้น ผู้ถือเงินสดควรทำอย่างไร

a)

หยุดใช้จ่ายทั้งหมด

b)

แปลงเป็นสินทรัพย์

c)

เก็บเงินสดไว้ยาว

d)

กู้เพิ่มเพื่อใช้จ่าย

45.

การเพิ่มภาษีเพื่อแก้เงินเฟ้อมีเป้าหมายอะไร

a)

ขยายสินเชื่อธนาคาร

b)

เร่งการบริโภคภาคเอกชน

c)

เพิ่มรายได้ครัวเรือน

d)

ลดกำลังซื้อรวม

46.

ข้อใดเป็นผลพวงที่ประชาชนมักทำในช่วงเงินเฟ้อ

a)

เลื่อนการซื้อสินค้า

b)

เร่งซื้อเพื่อเลี่ยงแพง

c)

ลดเงินออมระยะสั้น

d)

โอนเงินไปต่างประเทศ

47.

ข้อใดไม่ใช่ผลเสียของเงินฝืด

a)

การว่างงานสูงขึ้น

b)

เงินมีค่ามากขึ้น

c)

ธุรกิจขาดทุนเพิ่มขึ้น

d)

เศรษฐกิจชะลอตัวลง

48.

เงินฝืดเกิดจากอุปสงค์หรืออุปทานใด

a)

อุปทานเพิ่มอย่างเดียว

b)

อุปสงค์ลดลงรวดเร็ว

c)

อุปสงค์เพิ่มขึ้นมาก

d)

อุปทานลดลงต่อเนื่อง

49.

เงินฝืดกระจายผลกระทบต่อประเทศอย่างไร

a)

ประชาชนรวยขึ้นทันที

b)

ขยายผลต่อทุกภาคส่วน

c)

ไม่มีผลต่อระบบโดยรวม

d)

พัฒนาเศรษฐกิจดีขึ้น

50.

การลดอัตราดอกเบี้ยมีผลต่อเงินฝืดอย่างไร

a)

ทำให้เงินฝืดหนักกว่าเดิม

b)

กระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่ม

c)

ไม่กระทบเศรษฐกิจ

d)

ทำให้เงินเฟ้อรุนแรงขึ้น