Search Header Logo
แรงงานสัมพันธ์

แรงงานสัมพันธ์

Assessment

Presentation

History

3rd Grade

Medium

Created by

สกลวรรธน์ ดันไทร

Used 20+ times

FREE Resource

40 Slides • 10 Questions

1

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518

​เนื้อหาสาระสำคัญ

- ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

- ข้อพิพาทแรงงานและการระงับข้อพิพาทแรงงาน

- องค์กรในทางแรงงาน

- การบริหารแรงงานสัมพันธ์

- การกระทำอันไม่เป็นธรรม

2

​ประวัติความเป็นมา

เมื่อมีการปฏิวัติโดยจอมพลสฤษฎ์ ธนรัชต์ พ.ศ. 2501 ได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 ยกเลิกพระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ. 2499 บรรดาสหภาพแรงงานที่ได้จัดตั้งขึ้นต้องยุบเลิกไป หากมีปัญหาการพิพาท แรงงานก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งเป็นผู้วินิจฉัย

ต่อมา พ.ศ. 2508 สืบเนื่องจากได้มีการพิพาทแรงงานและการนัดหยุดงานเกิดขึ้นมาก รัฐบาล จึงได้ออกพระราชบัญญัติก าหนดวิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน พ.ศ. 2508 ขึ้น โดยบัญญัติถึงขั้นตอนในการเรียกร้อง การเจรจาต่อรอง การไกล่เกลี่ยและวิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน แต่ยังไม่บัญญัติถึงสิทธิในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน

พ.ศ. 2515 คณะปฏิวัติ (จอมพลถนอม กิตติขจร) ได้ออกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 และพระราชบัญญัติกำหนดวิธีการระงับข้อพิพาทแรงงาน พ.ศ. 2508 ขณะเดียวกันประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวได้ให้อำนาจกระทรวงมหาดไทยออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การแรงงานสัมพันธ์ โดยนำหลักการแรงงานสัมพันธ์ในพระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ. 2499 มาใช้อีก

แต่ปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ให้สิทธิลูกจ้างจัดตั้งองค์กรของตนขึ้นได้ แต่เรียกว่า สมาคมลูกจ้าง

3

​ประวัติความเป็นมา

พระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ. 2499 ซึ่งใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2500 นับเป็นกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ฉบับแรกของประเทศไทย มีเหตุผลในการออกกฎหมาย เพื่อประสานความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกัน ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง และคำนึงถึงการที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ แต่แรกตั้ง (พ.ศ. 2462) เป็นการแสดงความสนใจของประเทศไทยต่อการใช้แรงงานส่งเสริมความเป็นธรรมแห่ง

สังคมตามคัลลองแห่งระบอบเสรีประชาธิปไตย ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณา อย่างกว้างขวาง โดยรัฐบาลได้ปรึกษาหารือร่วมกันทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ตลอดจน รับฟังมติของมหาชน กฎหมายฉบับนี้บัญญัติทั้งเรื่องการ คุ้มครองแรงงานและเรื่องการแรงงานสัมพันธ์ ในส่วนของแรงงานสัมพันธ์บัญญัติเรื่องการเรียกร้อง การเจรจาระหว่าง นายจ้างกับลูกจ้าง การระงับข้อพิพาทแรงงาน การจัดตั้งสหภาพแรงงาน ตลอดจนเรื่อง การกระทำอันไม่เป็นธรรม นับว่าได้นำระบบแรงงานสัมพันธ์สมัยใหม่เข้ามาใช้

4

Multiple Choice

1 ในปี พ.ศ. 2499 บรรดาสหภาพแรงงานที่ได้จัดตั้งขึ้นต้องถูกยุบเลิกไป เนื่องจากการปฏิวัติของผู้ใด

1

นายถนอม กิตติขจร

2

จอมพลสฤษฎ์ ธนรัชต์

3

จอมพล ป.   

พิบูลสงคราม

4

นายถนอม  ธนรัชต์

5

วัตถุประสงค์ของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์

1. กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนเกี่ยวกับการแจ้งข้อเรียกร้องและการระงับข้อพิพาทแรงงาน ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง

2. ให้สิทธิแก่นายจ้างและลูกจ้างในการจัดตั้งองค์กรของตนเพื่อแสวงหาและคุ้มครองประโยชน์ เกี่ยวกับการจ้างและการทำงาน และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองฝ่าย

3. ให้สิทธิแก่ลูกจ้างในการจัดตั้งคณะกรรมการลูกจ้าง เพื่อให้นายจ้างได้หารือในกิจการ  ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจกันและกัน

4. ให้ความคุ้มครองแก่นายจ้างและลูกจ้าง ที่ดำเนินกิจกรรมตามพระราชบัญญัติฉบับนี้          และป้องกัน มิให้เกิดการกระทำอันไม่เป็นธรรม

6

นิยามศัพท์ (มาตรา 5)

นายจ้าง หมายถึง ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้และหมายรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายจ้างให้ทำการแทน ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคลให้หมายถึงผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล นั้น และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลให้กระทำการแทน

ลูกจ้าง หมายถึง ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้าง

สภาพการจ้าง หมายถึง เงื่อนไขในการจ้างหรือการทำงาน กำหนดวันและเวลาทำงาน ค่าจ้าง สวัสดิการและการเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นของนายจ้างหรือลูกจ้างอันเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน

7

นิยามศัพท์ (มาตรา 5)

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หมายถึง ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเกี่ยวกับสภาพ การจ้าง

ข้อพิพาทแรงงาน หมายถึง ข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

การปิดงาน หมายถึง การที่นายจ้างปฏิเสธไม่ยอมให้ลูกจ้างทำงานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาท แรงงาน

การนัดหยุดงาน หมายถึง การที่ลูกจ้างร่วมกันไม่ทำงานชั่วคราว เนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน

8

​สิทธิและหน้าที่นายจ้างลูกจ้าง

1. กำหนดโดยกฎหมาย (statute)

2. กำหนดโดยความตกลงร่วมกัน

(mutual agreement)

9

Multiple Choice

Question image

2 การที่นายจ้างปฏิเสธไม่ยอมให้ลูกจ้างทำงานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน ตรงตามข้อใด

1

ข้อพิพาทแรงงาน

2

การนัดหยุดงาน

3

การปิดงาน

10

ข้อตกลงในสัญญาจ้าง

ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างแต่ละคน(individual) เกี่ยวกับการจ้างการทำงาน มีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญา

การแก้ไขถือหลัก “สัญญาในทางแพ่ง”

จะแก้ไขได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอม

จากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง

11

​กรณีถือเป็นข้อตกลงฯ

​ฎีกา 833/2530 นายจ้างตกลงให้ลูกจ้างมีสิทธิเข้าพัก

อาศัยอยู่ในหอพักของนายจ้าง อันเป็นการจัดสวัสดิการ

และถือเป็นข้อตกลง ฯ

ฎีกา 2514/2533 นายจ้างตกลงจ่ายเงินสงเคราะห์ให้

ลูกจ้างออกจากงานเพราะเกษียณอายุฯ เป็นการจ่ายเงิน

สวัสดิการหรือประโยชน์อื่นของลูกจ้างเกี่ยวกับการจ้าง

การทำงาน ถือเป็นข้อตกลงฯ

​ฎีกา 1306/2557 ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับสหภาพ

แรงงานระบุว่า นายจ้างใช้การจ้างแรงงานจากบริษัท

ผู้รับเหมาช่วงไม่เกิน 25% ของจำนวนลูกจ้าง ถ้าจำเป็น

เพิ่มขึ้นได้ไม่เกิน 30% ถือเป็นเงื่อนไขการจ้างหรือ

ประโยชน์อื่นของนายจ้างลูกจ้าง เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับ

สภาพการจ้าง ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 5

เนื่องจากหากนายจ้างจ้างแรงงานรับเหมาช่วงไปเรื่อยๆ

จะทำให้สัดส่วนลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงลดลงไป

ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าจ้างและสวัสดิการของลูกจ้าง

12

​กรณีไม่ถือเป็นข้อตกลงฯ

​ฎีกา 3680/2532 ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับสหภาพ

แรงงานให้นายจ้างหักเงินค่าจ้างของลูกจ้างที่เป็นสมาชิก

สหภาพแรงงานเป็นค่าบำรุง ค่าฌาปนากิจแล้วนำส่ง

สหภาพแรงงาน เป็นข้อตกลงอย่างอื่น ไม่ใช่เป็นข้อตกลง

เกี่ยวกับสภาพการจ้าง 

ฎีกา 4503/2545 ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับสหภาพ

แรงงานให้ใช้สถานที่ของนายจ้างเป็นทีทำการสหภาพ

แรงงาน เป็นเรื่องการให้ความสะดวก แก่สหภาพแรงงาน

ไม่ใช่เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง 

media

13

​ประเภทของข้อตกลง

1. ข้อตกลงที่ไม่ได้เกิดจากการแจ้งข้อเรียกร้อง

(Informal CBA)

ฎีกา 9403-9495/2538 การตกลงอันจะก่อให้เกิดสัญญา

จ้างแรงงาน ซึ่งรวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

นั้น หาได้จำต้องเฉพาะการตกลงโดยชัดแจ้งไม่อาจ

มีการตกลงโดยปริยายก็ได้

ฎีกา 12088/2547 นายจ้างประกาศจ่ายค่าเที่ยวแก่ลูกจ้าง

รถบรรทุกหัวลากแต่ฝ่ายเดียวแล้ว มีการถือปฏิบัติจ่าย

ค่าเที่ยวเรื่อยมา ถือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

โดยปริยาย

ฎีกา 9488/2551 นายจ้างจ่ายเงินรางวัลพนักงานดีเด่นและ

หัวหน้างานดีเด่นประจำเดือนตั้งแต่ปี 2541 ถึงสิงหาคม 2545

เงินรางวัลพนักงานดีเด่นและหัวหน้างานดีเด่นประจำเดือน

เป็นสภาพการจ้างตามมาตรา 5 และเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับ

สภาพการจ้างโดยปริยาย

2. ข้อตกลงฯที่เกิดจากการแจ้งข้อเรียกร้อง (Formal CBA)

เป็นข้อตกลงที่เกิดจากการปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการดังที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ

14

​1. ขอบเขตการบังคับใช้

มิให้ใช้บังคับแก่

1 ราชการส่วนกลาง

2 ราชการส่วนภูมิภาค

3 ราชการส่วนท้องถิ่น

4 ราชการกรุงเทพมหานคร

5 กิจการรัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

6 กิจการอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

media

15

2. ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

2.1 สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพ การจ้างไว้เป็นหนังสือ หากไม่ได้จัดทำไว้ ให้ถือว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง (ม.10)

2.2 อายุของข้อตกลง มีผลใช้บังคับภายในระยะเวลาที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันแต่ ไม่เกิน 3 ปี ถ้าไม่กำหนดเวลาไว้ ให้ถือว่ามีผลใช้บังคับ 1 ปี นับแต่วันที่ได้ตกลงกัน หรือนับจากวันที่รับลูกจ้างเข้าทำงาน แล้วแต่กรณี เมื่อข้อตกลงสิ้นสุดและมิได้มีการเจรจาตกลงกันใหม่ให้มีผลใช้บังคับต่อไปอีกคราวละ 1 ปี (ม.12)

16

3. การกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

3.1 การยื่นข้อเรียกร้อง ต้องทำเป็นหนังสือแจ้งอีกฝ่ายหนึ่งทราบ (ม.13)

3.2 ถ้าเป็นข้อเรียกร้องของฝ่ายลูกจ้าง ต้องมีรายชื่อและลายมือชื่อของลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า 15% ของลูกจ้างทั้งหมด ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องนั้น ระบุชื่อผู้แทนซึ่งจะต้องเป็นลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง กับข้อเรียกร้องนั้น หรือเป็นกรรมการสหภาพแรงงาน หรือกรรมการสหพันธ์แรงงาน จำนวนไม่เกิน 7 คน หากจะตั้งที่ปรึกษาก็ได้ แต่ไม่เกิน 2 คน (ม.13 , 14 , 17)

3.3 ถ้าสหภาพแรงงานแจ้งข้อเรียกร้องแทน จะต้องมีสมาชิกเป็นลูกจ้างไม่น้อยกว่า 1/5ของ ลูกจ้างทั้งหมด (ม.15)

3.4 เมื่อได้รับข้อเรียกร้องแล้ว ให้ฝ่ายรับข้อเรียกร้องแจ้งชื่อผู้แทนให้ฝ่ายเรียกร้องทราบ (ม.16)

17

Multiple Choice

4. ข้อใดไม่ถูกต้องในการกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

1

ถ้าสหภาพแรงงานแจ้งข้อเรียกร้องแทน จะต้องมีสมาชิกเป็นลูกจ้างไม่น้อยกว่า 1/5ของ ลูกจ้างทั้งหมด

2

นายจ้างต้องนำข้อตกลงไปจดทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ตกลงกันได้

3

ทั้งสองฝ่ายต้องเริ่มเจรจากันภายใน 7 วัน นับแต่วันได้รับข้อเรียกร้อง

4

เมื่อได้รับข้อเรียกร้องแล้ว ให้ฝ่ายรับข้อเรียกร้องแจ้งชื่อผู้แทนให้ฝ่ายเรียกร้องทราบ

18

3. การกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

3.5 ที่ปรึกษาที่ทั้งสองฝ่ายจะแต่งตั้งได้ จะต้องเป็นที่ปรึกษาที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว โดยมี อายุ 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียน แต่สามารถขอจดทะเบียนต่อได้อีก (มาตรา 17.17 ทวิ)

3.6 ทั้งสองฝ่ายต้องเริ่มเจรจากันภายใน 3 วัน นับแต่วันได้รับข้อเรียกร้อง (ม.16)

3.7 หากตกลงกันได้ ให้ดำเนินการดังนี้ (ม.18)

ก. ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้แทนในการเจรจาของทั้งสองฝ่าย

ข. ให้นายจ้างประกาศข้อตกลงโดยเปิดเผยไว้ ณ สถานที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่เป็นเวลา 30 วัน โดยเริ่มประกาศภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ตกลงกัน

ค. นายจ้างต้องนำข้อตกลงไปจดทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ตกลงกันได้

19

Multiple Choice

3. อายุของข้อตกลงสภาพการจ้าง หากไม่มีการกำหนดระยะเวลาให้มีผลใช้บังคับกี่ปี

1

1 ปี

2

2 ปี

3

3 ปี

4

4 ปี

20

3. การกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

3.8 ผลข้อตกลงจะผูกพันนายจ้างและลูกจ้างทุกคนซึ่งลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องและลูกจ้าง ทุกคนซึ่งเลือกตั้งผู้แทน (ม.19)

หากเป็นข้อตกลงที่กระทำโดยนายจ้างหรือสมาคมนายจ้าง กับสหภาพแรงงานหรือลูกจ้าง ซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกัน โดยมีลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันเป็นสมาชิกหรือร่วมในการเรียกร้องเกินกว่าสองในสามของลูกจ้างทั้งหมด ข้อตกลงจะผูกพันนายจ้างและลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันนั้นทุกคน

3.9 เมื่อมีข้อตกลงแล้ว ห้ามมิให้นายจ้างทำสัญญาจ้างแรงงานกับลูกจ้างขัดหรือแย้งกับข้อตกลง เว้นแต่สัญญาจ้างนั้นจะเป็นคุณแก่ลูกจ้างยิ่งกว่า (ม.20)

21

4. วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน

4.1 ถ้าไม่มีการเจรจากันภายใน 3 วัน หรือ เจรจากันแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ ให้ถือว่ามีข้อพิพาท แรงงานเกิดขึ้น ถ้าฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องยังประสงค์จะดำเนินการต่อไปให้แจ้งต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน เป็นหนังสือ ภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่พ้นก าหนดหรือที่ตกลงกันไม่ได้ เพื่อให้ไกล่เกลี่ยให้ (ม.21)

4.2 พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน ดำเนินการไกล่เกลี่ยให้ตกลงกันภายใน 5วัน นับแต่ วันที่ได้รับแจ้ง (ม.22)

4.3 ถ้าตกลงกันได้ ให้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ (ประกาศ, นำไปจดทะเบียน) ถ้าตกลงกันไม่ได้ ถือว่าเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ (ม.22)

22

4. วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน

4.5 เมื่อมีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ในกิจการ

ก. การรถไฟ

ข. การท่าเรือ

ค. การโทรศัพท์หรือการโทรคมนาคม

ง. การผลิตหรือจำหน่ายพลังงานหรือกระแสไฟฟ้าแก่ประชาชน

จ. การประปา

ฉ. การผลิตหรือการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง

ช. กิจการโรงพยาบาลหรือกิจการสถานพยาบาล

ซ. กิจการอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง

1) กิจการทุกประเภทของรัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

2) กิจการของวิทยาลัยเอกชนและของโรงเรียนราษฎร์

3) กิจการสหกรณ์

4) กิจการขนส่งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ รวมตลอดถึงกิจการบริการเสริมการขนส่งหรือเกี่ยวเนื่องกับการขนส่ง สถานที่ขนส่ง ท่าเทียบเรือ ท่าอากาศยานและ กิจการท่องเที่ยว

5) กิจการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (ม.23)

23

4. วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน

4.4 เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ หากกิจการนอกข่าย ม. 23 ทั้งสองฝ่ายอาจดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

ก. ตกลงกันทั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานโดยสมัครใจ 44

ข. นายจ้างปิดงาน จะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อต้องมีหนังสือแจ้งเจ้าหน้าที่ และอีกฝ่ายหนึ่ง ทราบล่วงหน้า (ม.22 , 34)

ค. ลูกจ้างนัดหยุดงานต้องมีหนังสือแจ้งเจ้าหน้าที่และอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง กรณีที่สหภาพแรงงานจะใช้สิทธินัดหยุดงาน ต้องจัดประชุมใหญ่เพื่อขอมติ โดยต้องมีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดลงคะแนนเสียงให้ใช้สิทธินัดหยุดงานได้ และต้องลงคะแนนเสียงเป็นการลับ (มาตรา 103)

24

5. ข้อห้ามสำหรับนายจ้าง

เมื่อได้มีการแจ้งข้อเรียกร้องแล้วและอยู่ระหว่างการเจรจา การไกล่เกลี่ยหรือการชี้ขาด ห้ามมิให้เลิกจ้างหรือโยกย้ายหน้าที่การงานของลูกจ้าง ผู้แทนลูกจ้าง กรรมการหรือสมาชิกสหภาพแรงงาน หรือกรรมการ หรืออนุกรรมการสหพันธ์แรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง เว้นแต่บุคคลดังกล่าว

ก. ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง

ข. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

ค. ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายโดยนายจ้างได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงไม่จำเป็นต้องเตือน ทั้งนี้ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งจะต้องไม่ออกมาเพื่อขัดขวางมิให้บุคคลดังกล่าวดำเนินการเกี่ยวกับข้อเรียกร้อง

ง. ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3วัน ทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

(โทษจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ) (ม.136)

25

4. วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน

4.6 ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นว่าข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้รายใด อาจมีผลกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจของประเทศ หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน ก็มีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการ แรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานนั้นได้ คำชี้ขาดเป็นที่สุดทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตาม (ม.24)

4.7 ในกรณีที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือกรณีที่ประเทศประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้เข้าสู่การชี้ขาดจากคณะบุคคลที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง เมื่อชี้ขาดแล้ว ให้ถือเป็นที่สุดทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตาม (มาตรา 25)

4.8 กรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เห็นว่าการปิดงานหรือการนัดหยุดงานใดอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศ หรืออาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน หรือ อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ หรืออาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนจะมีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานและจ่ายค่าจ้างอัตราที่เคยจ่ายให้แก่ลูกจ้างนั้น สั่งให้ลูกจ้างที่นัดหยุดงานกลับเข้าทำงาน จัดบุคคลเข้าทำงานแทนลูกจ้างที่ถูกปิดงานหรือนัดหยุดงาน และสั่งให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานนั้น (มาตรา 35)

26

6. คณะกรรมการลูกจ้าง

6.1 สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ลูกจ้างอาจจัดตั้งคณะกรรมการลูกจ้างได้ (ม.45)

6.2 ถ้าลูกจ้างในสถานประกอบการนั้นเกิน 1/5 ของลูกจ้างทั้งหมดเป็นสมาชิกของสหภาพ แรงงาน สหภาพแรงงานสามารถแต่งตั้งกรรมการลูกจ้างมีจำนวนมากกว่ากรรมการอื่นที่มิได้เป็นสมาชิกสหภาพ 1 คน และถ้าลูกจ้างเกินกึ่งหนึ่งของลูกจ้างทั้งหมด เป็นสมาชิกสหภาพ สหภาพอาจแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้าง ทั้งคณะได้ (ม.45)

6.3 วาระของการเป็นกรรมการลูกจ้าง

      1. กรรมการลูกจ้างอยู่ในตำแหน่งคราวละ 3 ปี แต่อาจได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งใหม่ ก็ได้

      2. นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระกรรมการลูกจ้างย่อมพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

ก. ตาย

27

Multiple Choice

Question image

5. ลูกจ้างนัดหยุดงานต้องมีหนังสือแจ้งเจ้าหน้าที่และอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่ากี่ชั่วโมง

1

12 ชั่วโมง 

2

24 ชั่วโมง

3

48 ชั่วโมง

4

18 ชั่วโมง

28

6. คณะกรรมการลูกจ้าง

ข. ลาออก

ค. เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

ง. ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

จ. ลูกจ้างเกินกึ่งหนึ่งของลูกจ้างทั้งหมดมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง

ฉ. ศาลแรงงานมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง

ช. มีการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งกรรมการลูกจ้างใหม่ทั้งคณะ

6.4 ข้อกำหนดให้มีการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งกรรมการลูกจ้างใหม่ทั้งคณะ

       1. จำนวนลูกจ้างในสถานประกอบการนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงเกินกึ่งหนึ่งของ  จำนวนลูกจ้างที่มีอยู่เดิม

       2. กรรมการลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งเกินกึ่งหนึ่ง

       3. ลูกจ้างเกินกึ่งหนึ่งมีมติให้พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

       4. ศาลแรงงานมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

29

6. คณะกรรมการลูกจ้าง

6.5 นายจ้างต้องจัดให้มีการประชุมหารือกับคณะกรรมการลูกจ้าง อย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง หรือเมื่อกรรมการลูกจ้างเกินกึ่งหนึ่งหรือสหภาพร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร เพื่อ

ก. จัดสวัสดิการแก่ลูกจ้าง

ข. ปรึกษาหารือเพื่อกำหนดข้อบังคับในการทำงาน

ค. พิจารณาคำร้องทุกข์ของลูกจ้าง

ง. หาทางปรองดองระงับข้อขัดแย้งในสถานประกอบการ (ม.50)

6.6 สิทธิของนายจ้างเกี่ยวกับคณะกรรมการลูกจ้าง นายจ้างมีสิทธิร้องขอให้ศาลแรงงาน มีคำสั่งให้กรรมการลูกจ้างคนใด หรือทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งได้ เมื่อปรากฎว่ากรรมการลูกจ้างผู้นั้นหรือกรรมการลูกจ้างทั้งคณะ

1. ไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยสุจริต

2. การทำการอันไม่สมควรอันเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือ

3. เปิดเผยความลับของนายจ้างเกี่ยวกับการประกอบกิจการโดยไม่มีเหตุผลสมควร

30

Multiple Choice

6. ในสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่กี่คนขึ้นไป ลูกจ้างอาจจัดตั้งคณะกรรมการลูกจ้างในสถานประกอบกิจการนั้นได้

1

ตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป

2

ตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป

3

ตั้งแต่ 25 คนขึ้นไป

4

ตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป

31

Multiple Choice

Question image

7. กรรมการลูกจ้างอยู่ดำรงตำแหน่งได้กี่ปี

     

1

1 ปี

2

2 ปี

3

3 ปี

4

4 ปี

32

6. คณะกรรมการลูกจ้าง

6.7 ข้อห้ามสำหรับนายจ้างต่อคณะกรรมการลูกจ้าง

ก. ห้ามเลิกจ้าง ลดค่าจ้าง ลงโทษ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการลูกจ้าง หรือ กระทำการใด ๆ อันอาจเป็นผลให้กรรมการลูกจ้างไม่สามารถทำงานต่อไปได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล แรงงาน (ม.52)

ข. ห้ามให้หรือตกลงจะให้เงินหรือทรัพย์สินแก่กรรมการลูกจ้าง เว้นแต่ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด โบนัส เงินปันผลหรือประโยชน์ที่กรรมการลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามปกติในฐานะลูกจ้าง (ม. 53)

33

Multiple Choice

Question image

8. ข้อใดไม่ใช่การกำหนดให้มีการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งกรรมการลูกจ้างใหม่ทั้งคณะ

1

จำนวนลูกจ้างในสถานประกอบการนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนลูกจ้างที่มีอยู่เดิม

2

กรรมการลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งเกินกึ่งหนึ่ง

3

 3. ลูกจ้างเกินกึ่งหนึ่งมีมติให้พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

4

ศาลมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

34

7. สมาคมนายจ้าง

7.1 วัตถุประสงค์ของสมาคมนายจ้าง เพื่อแสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพ การจ้าง ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง และนายจ้างด้วยกัน (ม.54)

7.2 การขอจดทะเบียนสมาคมนายจ้าง ต้องไม่น้อยกว่า 3 คน เป็นผู้เริ่มก่อการ พร้อมด้วยร่าง ข้อบังคับ 3 ฉบับ เมื่อได้รับจดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคล (ม.57)

7.3 สมาชิกสมาคมนายจ้าง ต้องเป็นนายจ้างที่ประกอบกิจการประเภทเดียวกัน (ม.63)

7.4 การสิ้นสมาชิกภาพสมาคมนายจ้าง เมื่อตาย ลาออก ที่ประชุมใหญ่ให้ออก หรือตามที่ กำหนดในข้อบังคับ (ม.65)

35

7. สมาคมนายจ้าง

7.5 อำนาจนายทะเบียนสั่งให้กรรมการ คณะกรรมการออกจากตำแหน่ง เมื่อปรากฎว่า (ม.73)

ก. กระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน ประนอมข้อพิพาทแรงงาน ผู้ชี้ขาด หรือคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

ข. ดำเนินกิจการไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ อันเป็นการขัดต่อกฎหมายหรือความ สงบเรียบร้อยของประชาชน หรืออาจเป็นภัยต่อเศรษฐกิจ หรือความมั่นคงของประเทศ

ค. ให้ หรือยินยอมให้ผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งมิใช่กรรมการ เป็นผู้ดำเนินการของสมาคมนายจ้าง

36

7. สมาคมนายจ้าง

7.6 การเลิกสมาคมนายจ้าง ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังนี้ (ม.82)

ก. ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

ข. มติที่ประชุมใหญ่

ค. นายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิก

ง. ล้มละลาย

7.7 อำนาจนายทะเบียนสั่งเลิกสมาคมนายจ้าง ในกรณีดังนี้ (ม.83)

ก. ดำเนินการขัดต่อวัตถุประสงค์ ขัดต่อกฎหมายหรือเป็นภัยต่อเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ข. เมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งให้เลือกตั้งกรรมการขึ้นใหม่ทั้งคณะและไม่ดำเนินการเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนขยายให้

ค. ไม่ดำเนินกิจการติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี

37

8. สหภาพแรงงาน

8.1 วัตถุประสงค์ของสหภาพแรงงาน แสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้าง ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างและระหว่างลูกจ้างด้วยกัน (ม.86)

8.2 ประเภทของสหภาพแรงงาน

ก. สหภาพแรงงานที่มีสมาชิกเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกัน

ข. สหภาพแรงงานที่มีสมาชิกเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกัน โดยไม่คำนึงว่าจะมีนายจ้างกี่คน (ม.88) นอกจากนี้กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ยังแบ่งสหภาพแรงงานออกเป็น 2 ระดับ (ม.95)

ก. สหภาพแรงงานที่มีสมาชิกเป็นลูกจ้างในระดับผู้บังคับบัญชา มีอำนาจในการจ้าง การลดค่าจ้าง การเลิกจ้าง การให้บำเหน็จหรือการลงโทษ

ข. สหภาพแรงงานที่มีสมาชิกเป็นลูกจ้าง ซึ่งไม่มีอำนาจบังคับบัญชา

8.3 การขอจดทะเบียน ไม่น้อยกว่า 10 คน เป็นผู้เริ่มก่อการพร้อมร่างข้อบังคับ 3 ฉบับ เมื่อได้รับการจดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคล

38

8. สหภาพแรงงาน

8.4 หน้าที่ของผู้เริ่มก่อการ

ก. เมื่อได้รับการจดทะเบียนแล้ว ให้จัดประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายใน 120 วัน เพื่อเลือกตั้งกรรมการและมอบหมายการทั้งปวงให้แก่คณะกรรมการและอนุมัติร่างข้อบังคับ ที่ได้ยื่นต่อนายทะเบียน

ข. เมื่อดำเนินการแล้ว ให้นำสำเนาข้อบังคับและกรรมการไปจดทะเบียนภายใน 14 วัน (ม.93)

8.5 คุณสมบัติของสมาชิก (ม.95)

ก. เป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียว หรือเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันกับ ผู้ขอจดทะเบียน และทำงานในระดับเดียวกับผู้ขอจัดตั้ง

ข. มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป

39

8. สหภาพแรงงาน

8.6 การสิ้นสุดสมาชิกภาพ เมื่อ (ม.97)

ก. ตาย

ข. ลาออก

ค. ที่ประชุมใหญ่ให้ออก

ง. ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

8.7 คุณสมบัติของกรรมการหรืออนุกรรมการ (ม.101)

ก. เป็นสมาชิกของสหภาพนั้น

ข. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

ค. อายุไม่ต่ำกว่า 20

40

8. สหภาพแรงงาน

8.8 อำนาจหน้าที่ของสหภาพแรงงาน

ก. เรียกร้อง เจรจาทำความตกลง และรับทราบคำชี้ขาด หรือทำข้อตกลงกับนายจ้าง

ข. ดำเนินการเพื่อให้สมาชิกได้รับประโยชน์ ทั้งนี้ภายใต้บังคับของวัตถุประสงค์ของสหภาพ

ค. จัดให้มีบริการสนเทศ เพื่อให้สมาชิกมาติดต่อเกี่ยวกับการจัดหางาน

ง. จัดให้มีบริการให้คำปรึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาหรือข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการทำงาน

จ. จัดให้มีการบริการเกี่ยวกับการจัดสรรเงินหรือทรัพย์สินเพื่อสวัสดิการของสมาชิกหรือ เพื่อสาธารณประโยชน์ ตามที่ที่ประชุมใหญ่เห็นควร

ฉ. เรียกหรือเก็บเงินค่าสมัครเป็นสมาชิก และเงินบำรุงตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของสหภาพ

41

8. สหภาพแรงงาน

8.9 กิจการที่กระทำได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ (ม.103)

ก. แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ

ข. ดำเนินกิจการอันอาจกระทบกระเทือนถึงส่วนได้เสียของสมาชิกเป็นส่วนรวม

ค. เลือกตั้งกรรมการ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี รับรองงบดุล รายงานประจำปีและงบประมาณ

ง. จัดสรรเงินหรือทรัพย์สิน เพื่อสวัสดิการของสมาชิกหรือเพื่อสาธารณประโยชน์

จ. การเลิกสหภาพแรงงาน

ฉ. การควบคุมสหภาพแรงงาน

ช. ก่อตั้งสหพันธ์แรงงาน หรือเป็นสมาชิกสหพันธ์แรงงาน

42

8. สหภาพแรงงาน

8.10 ความคุ้มกันของลูกจ้าง สหภาพแรงงาน กรรมการ อนุกรรมการ และเจ้าหน้าที่ของสหภาพ แรงงาน จากการกล่าวหาหรือฟ้องร้องทางแพ่ง อาญา (ม.99)

ก. เข้าร่วมเจรจาทำความตกลง เพื่อเรียกร้องสิทธิหรือประโยชน์ที่สมาชิกควรได้รับ ข. นัดหยุดงานหรือช่วยเหลือ ชักชวน หรือสนับสนุนให้สมาชิกหยุดงาน

ค. ชี้แจงหรือโฆษณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงาน

ง. จัดให้มีการชุมนุม หรือเข้าร่วมโดยสงบในการนัดหยุดงาน

8.11 สิทธิพิเศษของกรรมการสหภาพแรงงาน ลูกจ้างซึ่งเป็นกรรมการสหภาพแรงงานมีสิทธิลา เพื่อดำเนินการสหภาพแรงงาน ในฐานะผู้แทนลูกจ้างในการเจรจาการไกล่เกลี่ย การชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน และมีสิทธิไปร่วมประชุมตามที่ทางราชการกำหนดได้โดยให้ลูกจ้างแจ้งให้นายจ้างทราบล่วงหน้าถึงเหตุที่ลาพร้อมหลักฐานที่ เกี่ยวข้องถ้ามี และให้ถือว่าวันลานั้นเป็นวันทำงาน (ม.102)

43

8. สหภาพแรงงาน

8.12 อำนาจนายทะเบียนสั่งให้กรรมการ/คณะกรรมการออกจากตำแหน่งเมื่อปรากฎว่า (ม.106)

ก. กระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานตามหน้าที่ของพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน หรือคณะกรรมการ แรงงานสัมพันธ์

ข. ดำเนินกิจการไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของสหภาพแรงงานอันเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรืออาจเป็นภัยแก่เศรษฐกิจหรือ ความมั่นคงของประเทศ

ค. ให้หรือยินยอมให้ผู้ใดผู้หนึ่งมิใช่กรรมการเป็นผู้ดำเนินการของสหภาพแรงงาน​

44

8. สหภาพแรงงาน

8.13 การเลิกสหภาพแรงงาน

ก. ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของสหภาพแรงงาน

ข. เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้เลิก

ค. เมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิก

ง. เมื่อล้มละลาย

8.14 อำนาจนายทะเบียนสั่งเลิกสหภาพแรงงาน

ก. การดำเนินการของสหภาพแรงงานขัดต่อวัตถุประสงค์ ขัดต่อกฎหมายหรือเป็นภัยต่อเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ข. เมื่อนายทะเบียนมีคาสั่งให้เลิกตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่ทั้งคณะและ ไม่ดำเนินการเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนขยายระยะให้

ค. เมื่อสหภาพแรงงานไม่ดำเนินการติดต่อกันเป็นเวลาเกิน 2 ปี

45

Multiple Choice

Question image

9. ข้อใดเป็นการเลิกสหภาพแรงงาน 

1

ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของสหภาพแรงงาน

2

เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้เลิก

3

เมื่อล้มละลาย

4

ถูกทุกข้อ

46

9. สหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงาน

9.1 สหพันธ์นายจ้าง

สมาคมนายจ้างตั้งแต่ 2 สมาคมขึ้นไปที่สมาชิกประกอบกิจการประเภทเดียวกันอาจรวมกันจดทะเบียนจัดตั้งสหพันธ์นายจ้าง เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมนายจ้าง และคุ้มครองผลประโยชน์ของสมาคมนายจ้างและนายจ้างได้ (ม.112)

9.2 สหพันธ์แรงงาน

สหภาพแรงงานตั้งแต่ 2 สหภาพขึ้นไป และแต่ละสหภาพแรงงานมีสมาชิกเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกัน หรือมีสมาชิกเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกัน อาจรวมกันจดทะเบียนจัดตั้งสหพันธ์แรงงาน เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี ระหว่างสหภาพแรงงาน และคุ้มครองผลประโยชน์ของสหภาพแรงงานและลูกจ้าง (ม.113)

9.3 การจัดตั้งหรือการเป็นสมาชิกของสหพันธ์นายจ้างหรือสหพันธ์แรงงานจะกระทาได้ต่อเมื่อ ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจานวนสมาชิกทั้งหมดของแต่ละสมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงาน

9.4 สหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงานที่จดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคล

47

10. สภาองค์การนายจ้าง

สมาคมนายจ้างหรือสหพันธ์นายจ้างไม่น้อยกว่า 5 แห่ง อาจจัดตั้งสภาองค์การนายจ้าง เพื่อส่งเสริมการศึกษาและส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ได้ เมื่อจดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคล (ม.119)

​11. สภาองค์การลูกจ้าง

สหภาพแรงงานหรือสหพันธ์แรงงานไม่น้อยกว่า 15 แห่ง อาจจัดตั้งสภาองค์การลูกจ้าง เพื่อ ส่งเสริมการศึกษาและการแรงงานสัมพันธ์ได้ เมื่อจดทะเบียนแล้ว เป็นนิติบุคคล

48

​12. การกระทำอันไม่เป็นธรรม

ลักษณะที่เรียกว่า “การกระทำอันไม่เป็นธรรม”

12.1 การที่นายจ้างเลิกจ้าง เพราะเหตุที่

ก. ลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานนัดชุมนุม ทำคำร้องแจ้งข้อเรียกร้องเจรจาดำเนินการฟ้องร้อง หรือเป็นพยาน หรือให้หลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือต่อศาลแรงงาน หรือเพราะเหตุที่ลูกจ้างหรือ สหภาพแรงงานกำลังจะกระทำการดังกล่าว

ข. ลูกจ้างเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน (ม. 121)

12.2 นายจ้างกระทำการอันอาจเป็นผลให้ลูกจ้างไม่สามารถทนทำงานอยู่ต่อไปได้เพราะเหตุที่

ก. ลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานนัดชุมนุม ทำคำร้อง แจ้งข้อเรียกร้องเจรจาดำเนินการ ฟ้องร้อง หรือเป็นพยานหรือให้หลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือต่อศาลแรงงานหรือเพราะเหตุที่ลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานกำลังกระทำการดังกล่าว

ข. ลูกจ้างเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน (ม.121)

49

​12. การกระทำอันไม่เป็นธรรม

​12.3 นายจ้าง

ก. ขัดขวางการเป็นสมาชิกหรือการใช้สิทธิของสมาชิก

ข. ให้ลูกจ้างออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน (ม. 122)

12.4 นายจ้างขัดขวางหรือเข้าแทรกแซงการดาเนินการของสหภาพแรงงาน

​12.5 นายจ้างให้หรือตกลงจะให้เงินหรือทรัพย์สินแก่ลูกจ้างหรือเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน (ม.121)

12.6 ผู้ใดกระทำการอันอาจเป็นผลให้นายจ้างฝ่าฝืนตามข้อ 12.1 ถึง 12.5 (ม.122)

12.7 ผู้ใดบังคับขู่เข็ญโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้ลูกจ้างเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานหรือต้องออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน (ม.122)

50

Multiple Choice

10. สภาองค์การลูกจ้างจะต้องมีการรวมตัวสหภาพแรงงานหรือสหพันธ์แรงงานไม่น้อยกว่ากี่แห่ง

1

15 แห่ง

2

20 แห่ง

3

25 แห่ง

4

30 แห่ง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518

​เนื้อหาสาระสำคัญ

- ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

- ข้อพิพาทแรงงานและการระงับข้อพิพาทแรงงาน

- องค์กรในทางแรงงาน

- การบริหารแรงงานสัมพันธ์

- การกระทำอันไม่เป็นธรรม

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 50

SLIDE