

ส่วนประกอบของภาษา
Presentation
•
Other
•
KG
•
Practice Problem
•
Hard
อัษฎางค์ นันประดิษฐ์
Used 1+ times
FREE Resource
27 Slides • 0 Questions
1
สวนประกอบของภาษา
สาระที่ ๔ หลักการใชภาษา
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษา การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลัง
ของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ
ตัวชี้วัด ม. ๔-๖/๑ อธิบายธรรมชาติของภาษา พลังของภาษาและลักษณะของ
ภาษา
2
สวนประกอบของภาษา
คํากับบริบท
ประโยค
เสียงหนัก
เสียงเบา
วรรณยุกต
สระ
พยัญชนะ
3
สวนประกอบของ
ภาษา
ภาษาเปนถอยคําที่ใชเสียงสื่อความหมาย
สวนประกอบที่เล็กที่สุดของภาษาคือ “หนวยเสียง” แตละภาษามีหนวยเสียงแตกตางกัน
ภาษาไทย มีหนวยเสียง ๓ ประเภท คือหนวยเสียง
๑.พยัญชนะ ๒.หนวยเสียงสระ ๓.หนวยเสียงวรรณยุกต หนวยเสียงเหลานี้จะประกอบกัน
เปนพยางคและคํา คําประกอบกันเปนกลุมคําและประโยค
4
ภาษาที่ใชพูดในโลกนี้มีนับพันภาษา
แตมีเพียงบางภาษาเทานั้นที่มีการเขียน
เปนสัญลักษณแทนเสียงของภาษา
เรียกวา ภาษาเขียน
5
ภาษาเขียนมีวิวัฒนาการมาตามยุคสมัย
ซึ่งครอบคลุมถึงลักษณะตอไปนี้
๑. การขีดเขียนสัญลักษณตางๆเพื่อสื่อความหมายใหผูที่มิไดอยูตรงนั้น
รับรูและเพื่อใหคนรุนหลังรับทราบเชนการขีดเขียนลงบนแผนหิน
๒. การเขียนภาพเพื่อสื่อความหมาย เชน ภาพตามผนังถํ้าที่คนโบราณเขียนไว
๓. ตัวเขียนที่ใชแทนพยางค คือ ตัวเขียนแตละตัวออกเสียงเปนพยางค
(มีทั้งพยัญชนะและสระ) เชน ซา โย นา ระ ในภาษาญี่ปุน
๔. ตัวเขียนที่ใชแทนเสียง เรียกวา อักษร เชน ภาษาไทย ตัวอักษรหนึ่งตัว
ใชแทนเสียงหนึ่งเสียง แมจะมีตัวอักษรจํานวนจํากัด แตสามารถนํา
ตัวอักษรมาประสมกันเปนคําใหมไดไมจํากัด
6
ภาษาไทยมีตัวอักษรที่ใชเขียนแทนหนวยเสียง
ทั้ง ๓ ประเภท ดังนี้
พยัญชนะ
วรรณยุกต
สระ
7
พยัญชนะ
พยัญชนะในภาษาไทยมี ๔๔ รูป
ใชแทนหนวยเสียงพยัญชนะตน ๒๑ หนวยเสียง
ใชแทนหนวยเสียงพยัญชนะทาย (ตัวสะกด) ๘ หนวยเสียง
8
ตารางแสดงพยัญชนะตน
หนวยเสียงพยัญชนะ
พยัญชนะตน
ตัวอยางคํา
/ก/
ก
กิน
/ค/
ข ฃ ค ฅ ฆ
เขียว เคียว เฆี่ยน
/ง/
ง
งอก
/จ/
จ
เจา
/ช/
ฉ ช ฌ
เฉย เชย เฌอ
/ซ/
ซ ศ ษ ส
ซุม ศุกร บริษัท สุด
/ย/
ญ ย
ญาติ ยาน
9
ตารางแสดงพยัญชนะตน
หนวยเสียงพยัญชนะ
พยัญชนะตน
ตัวอยางคํา
/ด/
ฎ ฑ ด
ฎีกา บัณฑิต ดิน
/ต/
ฏ ต
กุฏิ กติกา
/ท/
ฐ ฑ ฒ ถ ท ธ
ฐานะ มณฑล วุฒิบัตร ถัก ทอง ธง
/น/
ณ น
ณรงค นที
/บ/
บ
บาน
/ป/
ป
ป
/พ/
ผ พ ภ
ผูใหญ พูกัน แมลงภู
10
ตารางแสดงพยัญชนะตน
หนวยเสียงพยัญชนะ
พยัญชนะตน
ตัวอยางคํา
/ฟ/
ฝ ฟ
ใฝ ไฟ
/ม/
ม
โมง
/ร/
ร
รอน
/ล/
ล ฬ
ลีลา จุฬา
/ว/
ว
วาน
/อ/
อ
โอบ
/ฮ/
ห ฮ
เห เฮฮา
11
ตารางแสดงพยัญชนะทาย (ตัวสะกด)
12
ตัวอยาง
“คูนแคขิงขาขึ้นเคียงกัน”
☺
มีพยัญชนะตน ๒ หนวยเสียง
ไดแก /ค/ คือคําวา คูน แค ขิง ขา ขึ้น เคียง
และ /ก/ คือคําวา กัน
☺
มีพยัญชนะทาย ๒ หนวยเสียง
ไดแก /น/ คือคําวา คูน ขึ้น กัน
และ /ง/ คือคําวา ขิง เคียง
13
ขอสังเกต
รูปพยัญชนะบางรูปไมออกเสียง เชน
๑. พยัญชนะที่มีเครื่องหมายทัณฑฆาต ( ) กํากับ เชน ศุกร เสาร อัศจรรย
๒. “ร” หรือ “ห” ที่อยูกับพยัญชนะทายบางคํา เชน สามารถ ปรารถนา พรหม
๓. “ธ” หรือ “ร” ที่เปนตัวตามพยัญชนะทายบางคํา เชน พุทธ จักร
๔. “ร” ในอักษรควบไมแท เชน จริง ไซร
๕. “ห” หรือ “อ” ที่นําอักษรตํ่าเดี่ยว เชน หลาย อยาง
๖. คําบางคําไมปรากฏรูปพยัญชนะแตมีเสียงพยัญชนะ เชน
จํา มีเสียง “ม” สะกดแตไมมีรูป
ใจ มีเสียง “ย” สะกดแตไมมีรูป
เขา มีเสียง “ว” สะกดแตไมมีรูป
14
สระ
สระมี ๒๑
หนวยเสียง
สระประสม ๓ หนวย
เสียง
สระเดี่ยว ๑๘ หนวย
เสียง
เสียงยาว ๙ หนวยเสียง
เสียงสั้น ๙ หนวยเสียง
15
ตารางสระเดี่ยว
กลุม
สระเสียงสั้น
สระเสียงยาว
ตัวอยาง
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
อะ
อิ
อึ
อุ
เอะ
แอะ
เออะ
โอะ
เอาะ
อา
อี
อือ
อู
เอ
แอ
เออ
โอ
ออ
จะ จา
สิ สี
ยึด ยืด
ลุก ลูก
เอ็น เอน
แพะ แพ
เจอะ เจอ
โตะ โต
เหาะ หอ
16
สระประสม หรือสระเลื่อน
☺
เกิดจากการนําสระแทหรือสระเดี่ยว ๒ เสียงมาประสมกัน
เกิดเสียงเลื่อนหรือเสียงประสมกันมี ๓ หนวยเสียง ดังนี้
สระอี
สระอือ
สระอู
สระอา
สระอา
สระอา
สระอัว
สระเอือ
สระเอีย
17
คําที่ใชสระประสมนี้ไมวาจะออกเสียงสั้นหรือยาว แตถายังรักษาเสียงพยัญชนะตน เสียง
วรรณยุกต และเสียงพยัญชนะทายใหคงเดิม คํานั้นก็จะยังคงมีความหมายเดิม เชน เปยะ ยัวะ
สวน อํา ใอ ไอ เอา ปจจุบันจัดเปนพยางค เนื่องจากมีเสียงพยัญชนะประสมอยูดวย
อํา =
อะ + ม
ใอ ไอ =
อะ + ย
เอา =
อะ + ว
ฤ =
ร + อึ ร + อือ
ฦ =
ล + อึ ล + อือ
18
วรรณยุกต
เสียงวรรณยุกตในภาษาไทย มี ๕ เสียง
สวนรูปวรรณยุกตมี ๔ รูป ดังนี้
เสียงสามัญ
เสียงเอก
เสียงตรี
เสียงจัตวา
ไมเอก ( )
ไมมีรูป
ไมตรี ( )
ไมโท ( )
เสียงโท
ไมจัตวา ( )
การใชวรรณยุกตจะเปลี่ยนไปตามกลุมของพยัญชนะวาเปนอักษรกลาง ตํ่า สูง เชน ปา คา ขา
19
เสียงหนักเสียงเบา
ถาสังเกตการออกเสียงคําตางๆ ในภาษาไทย จะเห็นวาแตละพยางค
ออกเสียงหนักเบาไมเทากัน ซึ่งมีขอสังเกต ดังนี้
๑. คําที่มีพยางคเดียวจะออกเสียงหนักหรือเบาขึ้นอยู
กับความหมายและหนาที่ของคําในประโยค เชน
ฉันเชื่อวาเธอตองทําได
(ได ออกเสียงหนัก)
ฉันสุขใจจริงที่ไดมาที่นี่
(ได ออกเสียงเบา)
20
๒. คําที่มี ๒ พยางค มักจะออกเสียงหนักที่พยางคที่ ๒ เชน ชนะ สบาย รองเทา
๓. คําที่มี ๓ พยางค มักจะออกเสียงหนักที่พยางคที่ ๓ และถาพยางคที่ ๑ หรือ ๒
ประสมดวยสระเสียงยาวหรือมีตัวสะกดก็จะออกเสียงหนักดวย เชน ปฏิบัติ
พยายาม รับประทาน
๔. คําที่มี ๔ พยางค มักจะออกเสียงหนักที่พยางคสุดทาย สวนพยางคอื่น ๆ ขึ้นอยู
กับสวนประกอบของคํา เชน ประเจิดประเจอ มหรสพ มกราคม พิธีรีตอง
21
คํากับบริบท
คําในภาษาไทยเกิดจากการนําหนวยเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกตมาประสมกัน มีทั้งคํามูล
คําประสม คําซํ้า คําซอน
และคําสมาส ซึ่งคําเหลานี้จะแบงเปนชนิดตาง ๆ ไดคือ คํานาม
คําสรรพนาม คํากริยา คําวิเศษณ คําบุพบท คําสันธาน คําอุทาน
เมื่อนําคําเหลานี้มาเรียบเรียงเปนประโยคจะตองเลือกใชคําใหถูกตองเหมาะสมเพื่อจะไดสื่อความ
หมายชัดเจน
22
เนื่องจากคําในภาษาไทย
ไมมีการเปลี่ยนแปลงรูปคําเพื่อแสดงเพศ พจน
(จํานวน) และกาล (เวลา) เหมือนในบางภาษา เชน ภาษาอังกฤษ ดังนั้น การ
ทําความเขาใจความหมายของคําหรือความสัมพันธกับคําอื่นในประโยคตอง
พิจารณาจากบริบท บริบท คือ คําหรือขอความแวดลอม เพื่อชวยใหเขาใจ
ความหมาย
23
ตัวอยาง๑
การพิจารณาความหมายของคําโดยใชบริบทในประโยค
๑. ลูกของผมโตแลว
๒. ลูกของผมโตเปนสาวแลว
ประโยคที่ ๑ ไมสามารถบอกไดวา “ลูก” เปนหญิงหรือชาย
ประโยคที่ ๒ เขาใจไดทันทีวา “ลูก” เปนหญิง เพราะมีคําวา “สาว”
24
ตัวอยาง ๒
การพิจารณาความหมายของคําโดยใชบริบทในประโยค
ฉันชอบขันเงินใบนี้ (หมายถึง ภาชนะสําหรับตักหรือใสนํ้า)
ฉันขันนอตที่ตูใหแนน (หมายถึง ทําใหตึงหรือใหแนนดวยวิธีหมุนกวดเรงเขาไป)
การพิจารณาคําที่มีหลายความหมายซึ่งอยูในประโยคก็ตอง
อาศัยบริบทในประโยคชวยแปลความ เชน คําวา ขัน ดังตัวอยาง
ไกขันปลุกฉันทุกเชา (หมายถึง อาการรองอยางหนึ่งของไก)
ฉันขันนองที่พูดไมชัด (หมายถึง หัวเราะ)
25
การฝกสังเกตคําและบริบทของคําอยูเสมอจะทําใหเขาใจความ
หมายสามารถแปลความและตีความไดอยางถูกตอง
การสื่อสารจึงมีประสิทธิภาพ ไมเกิดความเขาใจผิด
26
ประโยค
เมื่อนําคําในภาษามาเรียงกันเพื่อบอกใหทราบวาใครทําอะไร
ใครเปนอยางไร เรียกวา ประโยค การเลือกใชคําและการเรียง
ลําดับคําในประโยคขึ้นอยูกับเจตนาของผูสงสาร
27
ตัวอยาง
ถาตองการถามจะใชคําที่แสดงคําถาม
ใครสงบัตรอวยพรมาใหฉัน
ไมวาเจตนาของประโยคจะเปนอยางไร แตโครงสรางพื้นฐานของประโยคจะตองมี
ประธานและกริยา บางประโยคอาจมีกรรมและสวนขยายเพื่อใหประโยคชัดเจนยิ่งขึ้น หรือ
มีความซับซอนไปตามบริบทของการสื่อสาร
ตัวอยาง
ถาตองการขอความชวยเหลือจะใชคําที่แสดงการขอรอง
คุณแมใหผมไปเพชรบูรณดวยเถอะนะครับ
สวนประกอบของภาษา
สาระที่ ๔ หลักการใชภาษา
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษา การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลัง
ของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ
ตัวชี้วัด ม. ๔-๖/๑ อธิบายธรรมชาติของภาษา พลังของภาษาและลักษณะของ
ภาษา
Show answer
Auto Play
Slide 1 / 27
SLIDE
Similar Resources on Wayground
22 questions
การเขียนรายงาน
Presentation
•
6th Grade
21 questions
ยุคภูมิธรรม
Presentation
•
11th Grade
20 questions
วิเคราะห์โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์
Presentation
•
6th - 8th Grade
24 questions
เครื่องเสียง 1-1
Presentation
•
KG - University
20 questions
กรรมในพระพุทธศาสนา
Presentation
•
University
21 questions
คำสันธาน
Presentation
•
5th Grade
20 questions
แบบทดสอบหลักภาษาไทย
Presentation
•
University
20 questions
วรรณคดีสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (รัชกาลที่ ๑ - ๓)
Presentation
•
10th - 12th Grade
Popular Resources on Wayground
28 questions
US History Regents Review
Quiz
•
11th Grade
36 questions
Biology Regents Review
Quiz
•
9th - 10th Grade
20 questions
Math Review
Quiz
•
3rd Grade
38 questions
Regents Life Science General Review
Quiz
•
9th Grade
20 questions
Math Review
Quiz
•
6th Grade
21 questions
EOY Grade 6 Benchmark Assessment - Content Skills
Quiz
•
6th Grade
20 questions
Inferences
Quiz
•
4th Grade
20 questions
Figurative Language Review
Quiz
•
6th Grade
Discover more resources for Other
59 questions
SS Final Exam Review
Quiz
•
KG - University
19 questions
Disney Movies
Quiz
•
KG - 8th Grade
23 questions
super heros
Quiz
•
KG - Professional Dev...
15 questions
Music 2016
Quiz
•
KG - 12th Grade
63 questions
Sight Words
Quiz
•
KG
41 questions
End of the YEAR Trivia FUN!
Quiz
•
KG - 3rd Grade
20 questions
Place Value
Quiz
•
KG - 3rd Grade