

Untitled Lesson
Presentation
•
Computers
•
9th Grade
•
Practice Problem
•
Hard
Super Heng
FREE Resource
155 Slides • 6 Questions
1
วิชา คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา
รหัส 21910-2018
2
จุดประสงค์รายวิชา เพื่อให้
1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการท างานและการใช้งานอุปกรณ์
คอมพิวเตอร์
2. ประกอบ และบ ารุงรักษาคอมพิวเตอร์
3. ตรวจสอบและแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรมอรรถประโยชน์
4. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีในการใช้คอมพิวเตอร์
3
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการท างานของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
ต่อพ่วง
2. ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งโปรแกรมตามลักษณะงาน
3. บ ารุงรักษาอุปกรณ์ และแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรม
อรรถประโยชน์
4
ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการท างานของอุปกรณ์
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ประกอบเครื่อง
คอมพิวเตอร์และติดตั้งโปรแกรมตามลักษณะงาน การ
บ ารุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ตรวจและก าจัดไวรัส
แก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรมอรรถประโยชน์
ส ารองและป้องกันความเสียหายของข้อมูล การกู้คืนข้อมูล
5
เนื้อหาวิชา
หน่วยที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
หน่วยที่ 2 การท างานของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
หน่วยที่ 3 การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
หน่วยที่ 4 การติดตั้งและถอดถอนโปรแกรม
หน่วยที่ 5 การบ ารุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
หน่วยที่ 6 โปรแกรมอรรถประโยชน์
6
Open Ended
ให้นักเรียนพิมพ์ E-Mail ของตนเอง
7
หน่วยที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ความหมายและคุณลักษณะที่สำคัญของคอมพิวเตอร์
ยุคของคอมพิวเตอร์
ประเภทของคอมพิวเตอร์
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านต่าง ๆ
วิธีเปิดและปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
หลักการใช้คอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพ
8
ความหมายและคุณลักษณะที่ส าคัญของคอมพิวเตอร์
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความหมาย
ของคอมพิวเตอร์ไว้ว่า “เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ท าหน้าที่
เหมือนสมองกล ใช้ส าหรับแก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน
โดยวิธีทางคณิตศาสตร์”
9
Open Ended
ให้นักเรียนบอกความหมายของคอมพิวเตอร์ตามความเข้าใจของนักเรียน
10
ยุคของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ยุคที่ 1 (First Generation Computer) พ.ศ.
2488-2501 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสุญญากาศ ซึ่งใช้
ก าลังไฟฟ้าสูง จึงมีปัญหาเรื่องความร้อนและหลอดขาดบ่อย ๆ การสั่งให้
คอมพิวเตอร์ท างานต้องใช้ภาษาเครื่อง ซึ่งมีรหัสเป็นตัวเลข มีความยุ่งยากซับซ้อน
เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 1 นี้มีขนาดใหญ่ เช่น มาร์ค วัน (Mark I), อีนีแอค
(ENIAC), ยูนิแวค (UNIVAC)
11
หลอดสุญญากาศ เครื่อง Mark I
เครื่อง ENIAC
เครื่อง UNIVAC
12
ยุคที่ 2 Second Generation Computer พ.ศ. 2502-2506
เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ใช้ทรานซิสเตอร์ โดยมีแกนเฟอร์ไรท์เป็น
หน่วยความจ ามีอุปกรณ์เก็บข้อมูลส ารองในรูปของสื่อบันทึกแม่เหล็ก เช่น จาน
แม่เหล็กส่วนทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีการพัฒนาดีขึ้นโดยสามารถเขียนโปรแกรม
ด้วยภาษาระดับสูงซึ่งเป็นภาษาที่เขียนเป็นประโยคที่คนสามารถเข้าใจได้ เช่น
ภาษาฟอร์แทรน ภาษาโคบอล เป็นต้น ภาษาระดับสูงนี้ได้มีการพัฒนาและใช้
งานมาจนถึงปัจจุบัน
ทรานซิสเตอร์ (Transistor)
13
ยุคที่ 3 Third Generation Computer พ.ศ. 2507-2512
มีการประดิษฐ์คิดค้นเกี่ยวกับวงจรรวม (IC Integrated Circuit)
วงจรเหล่านี้สามารถวางลงบนชิปเล็ก ๆ เพียงแผ่นเดียวและน า ชิปเหล่านี้มาใช้แทน
ทรานซิสเตอร์ ทำให้ประหยัดพื้นที่ได้มาก
แผงวงจรรวม (IC : Integrated Circuit)
14
ยุคที่ 4 Fourth Generation Computer พ.ศ. 2513-2532
คอมพิวเตอร์ในยุคที่ 4 นี้
ใช้วงจรรวมความจุสูงมาก เช่น ไมโครโปรเซสเซอร์ที่บรรจุทรานซิสเตอร์จ านวน
มาก ท าให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง
วงจรรวมความจุสูง (VLSI : Very Last Scale
Integrated Circuit)
15
ยุคที่ 5 Fifth Generation Computer พ.ศ. 2533 – ปัจจุบัน
คอมพิวเตอร์ในยุคที่ 5 นี้ มุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถในการ
ท างานของระบบคอมพิวเตอร์ และความสะดวกสบายในการใช้
คอมพิวเตอร์ มีการพัฒนาสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาขนาด
เล็ก
เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา
16
Multiple Choice
จากอดีตสู่ปัจจุบันแบ่งคอมพิวเตอร์ออกเป็นทั้งหมดกี่ยุค
1
3
5
7
17
Multiple Choice
ปัจจุบันเราอยู่ในยุคใดของคอมพิวเตอร์
7
5
3
1
18
ประเภทของคอมพิวเตอร์แบ่งตามลักษณะของการประมวลผลได้ 3 ประเภท
อนาล็อกคอมพิวเตอร์ (Analog Computer) คือ เครื่องค านวณ
อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ใช้ค่าตัวเลขเป็นหลักของการค านวณ แต่
จะใช้ระดับแรงดันไฟฟ้าแทน
สัญญาณอนาล็อก
19
ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ (Digital Computer) หรือ ไมโครคอมพิวเตอร์
(Microcomputer) หรือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC : Personal
Computer)
สัญญาณดิจิตอล
20
ไฮบริดคอมพิวเตอร์ (Hybrid Computer)คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่
นำลักษณะการทำงานของอนาล็อกคอมพิวเตอร์และดิจิตอล
คอมพิวเตอร์มาผสมกัน
21
Multiple Choice
ประเภทของคอมพิวเตอร์แบ่งตามลักษณะของการประมวลผลได้กี่ประเภท
1
2
3
4
22
Multiple Choice
ข้อใดคือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่นักเรียนใช้อยู่ในปัจจุบัน
AC COMPUTER
PC COMPUTER
DC COMPUTER
TC COMPUTER
23
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
ซอฟต์แวร์ (Software)
บุคลากรทางคอมพิวเตอร์ (People wares)
ข้อมูลสารสนเทศ (Data Information)
24
การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านต่าง ๆ
การใช้คอมพิวเตอร์ในสถานศึกษา
การใช้คอมพิวเตอร์ในโรงพยาบาล
การใช้คอมพิวเตอร์ในงานคมนาคมและการสื่อสาร
การใช้คอมพิวเตอร์ในส่วนราชการ
25
การใช้คอมพิวเตอร์ในงานธนาคาร
การใช้คอมพิวเตอร์ในงานวิศวกรรม
การใช้คอมพิวเตอร์ในองค์กรธุรกิจ
การใช้คอมพิวเตอร์ในงานสังคมศาสตร์
การใช้คอมพิวเตอร์ในงานร้านค้าปลีก
26
การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกต้อง
ตรวจสอบปลั๊กว่าเสียบถูกต้องเรียบร้อย
กดสวิทช์ที่จอภาพ
กดสวิทช์ที่เคส
กรุณารอสักครู่ ที่จอภาพจะปรากฏข้อความเพื่อตรวจสอบระบบต่าง ๆ
จะมีเสียงดัง 1 ครั้ง
จะปรากฏค าว่า “Windows” ที่หน้าจอ เป็นการเริ่มต้นการใช้เครื่อง เพราะเครื่อง
คอมพิวเตอร์จะต้องเรียกโปรแกรมควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ชื่อว่า “Window” ก่อน
จะปรากฏ Icon, Shortcut ที่เดสท็อป เพื่อให้ผู้ใช้เลือกใช้งานได้สะดวก
27
การปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
คลิกที่ปุ่ม Start
เลื่อนเมาส์ไปที่ Shut Down
คลิก OK
กรุณารอสักครู่ เครื่องคอมพิวเตอร์จะท าการปิดระบบต่าง ๆ ของเครื่อง
คอมพิวเตอร์
เครื่องจะดับ
ปิดสวิทช์ที่จอ
28
หลักการใช้คอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพ
ปรับอุณหภูมิของห้องปฏิบัติการให้สบายไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป
นั่งให้ห่างจากจอภาพประมาณ 45–60 เซนติเมตร ขอบจอภาพอยู่ระดับสายตา
เก้าอี้ที่นั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์ควรปรับความสูง-ต ่าได้เพื่อให้การนั่งพิมพ์อยู่ในท่า
ที่สบาย
วางข้อมือให้อยู่ในต าแหน่งที่เป็นธรรมชาติไม่ควรเอียงข้อมือไปทางซ้ายหรือ
ทางขวา
ยกแป้นที่อยู่ข้างใต้แป้นคีย์บอร์ดขึ้นเพื่อความสะดวกสบายในการพิมพ์
29
วางคีย์บอร์ดและเมาส์อยู่ในระดับเดียวกัน
เลือกใช้คีย์บอร์ดและเมาส์ที่มีคุณภาพดี
หมั่นเอาใจใส่ในการรักษาความสะอาดของเครื่องคอมพิวเตอร์สม ่าเสมอ
อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ปรับค่าความสว่างของจอภาพ (Brightness) และความคมชัด (Contrast) ให้
พอเหมาะพอดี
เมื่อมีอาการเมื่อยล้าสายตาควรมองไปยังที่ที่อยู่ไกลๆ เพื่อพักสายตาและหา
ทัศนียภาพที่สบาย
30
หน่วยที่ 2 การท างานของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
หลักการท างานของคอมพิวเตอร์
หน้าที่และหลักการท างานของอุปกรณ์ต่อพ่วง
31
หลักการท างานของคอมพิวเตอร์
32
หน้าที่และหลักการท างานของอุปกรณ์ต่อพ่วง
1. แผงแป้นอักขระ (Keyboard) เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการน าข้อมูลลงในเครื่อง
คอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นแป้นตัวอักษรเหมือนแป้นเครื่องพิมพ์ดีดเป็นอุปกรณ์น า
ข้อมูลเข้าพื้นฐานที่ต้องใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องคีย์บอร์ดจะมีแป้นตัวเลขแยก
ไว้ต่างหาก
33
2. เมาส์ (Mouse) คือ อุปกรณ์ที่ท าหน้าที่ป้อนข้อมูลอย่างหนึ่ง แต่ที่เห็นการท างานโดยทั่วไป
จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมลูกศรให้เคลื่อนที่ไปยังต าแหน่งต่าง ๆ บนจอภาพ เหมาะกับการใช้
งานที่ต้องเลือก หรือ เลื่อนวัตถุต่าง ๆ บนจอคอมพิวเตอร์
34
3. แผ่นรองสัมผัส (Touch pad) คือ แผ่นรองสัมผัส (Touch pad) คือ อุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็น
แผ่นสี่เหลี่ยมบาง ๆ ติดตั้งไว้อยู่ในคอมพิวเตอร์แบบพกพาเพื่อใช้ท างานแทนเมาส์ เมื่อกด
สัมผัสหรือใช้นิ้วลากผ่านบริเวณดังกล่าวก็สามารถท างานแทนกันได้ ส่วนมากจะติดตั้งไว้
บริเวณด้านล่างของแป้นพิมพ์
35
4. ก้านควบคุม (Joy Stick) คือ อุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นคันโยก มีปุ่มบังคับที่ด้ามคันโยก
เพื่อการควบคุมต าแหน่งบนจอคอมพิวเตอร์
36
5. ลูกกลมควบคุม (Trackball) คือ อุปกรณ์ที่ใช้น าเข้าข้อมูล
ลักษณะการท างานคล้ายเมาส์ แต่เอาลูกบอลมาวางอยู่ด้านบน
นิยมใช้กับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค
37
6. แท่งชี้ควบคุม (Track point) อยู่ตรงกลางแป้นพิมพ์ ใช้
นิ้วหัวแม่มือบังคับเพื่อเลื่อนต าแหน่งของ Pointer บน
จอคอมพิวเตอร์ ลักษณะการท างานคล้ายเมาส์
38
7. ปากกาแสง (Light pen) คือ อุปกรณ์รับข้อมูลชนิดหนึ่งที่มีเซลล์แบบ photoelectric มีความ
ไวต่อแสง ท างานคล้ายกับเมาส์ที่ใช้ในการติดต่อกับคอมพิวเตอร์ มีรูปร่างเหมือนปากกา และ
มีแสงอยู่ตอนปลาย มีสาย สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้
39
8. เครื่องอ่านพิกัด (Digitizing tablet) เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลที่มักจะใช้ใน
งาน CAD/CAM มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเท่ากับจอคอมพิวเตอร์ และ
มีอุปกรณ์ชี้ต าแหน่งคล้ายเมาส์วางบนแผ่นสี่เหลี่ยม เรียกว่า
ทรานส์ดิวเซอร์ เมื่อเลื่อนตัวชี้ต าแหน่งไปบนกระดาน จะมีการส่ง
สัญญาณจากตะแกรงใต้แผ่นกระดานไปให้คอมพิวเตอร์
40
9. หน้าจอสัมผัส (Touch Screen) คือ การใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์น าเข้าข้อมูล ซึ่ง
จะใช้แรงกด ผู้ใช้โต้ตอบกับคอมพิวเตอร์ด้วยการสัมผัสภาพหรือค าบนหน้าจอ
41
10. เครื่องอ่านบาร์โค้ด (Bar Code Reader) รหัสแถบ (Bar
code) คือ แถบเส้นด ายาวที่พิมพ์เรียงเป็นแถวบนตัวภาชนะ
ส าหรับบรรจุสินค้าที่วางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต การใช้รหัส
แถบบวกกับเครื่องอ่านรหัสแถบท าให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว
และมีความแม่นย าในการท างานได้มาก
42
หน่วยที่ 3 การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
การเลือกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
ข้อควรพิจารณาในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง
ข้อดีและข้อเสียของการประกอบเครื่องด้วยตนเอง
ขั้นตอนการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
43
การเลือกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
การเลือกซื้อเคส (Case)
1. มีความแข็งแรง ทนทาน ตัวเคสไม่บิดงอง่าย ทดลองน าเคสวางลงบนพื้นที่
ราบเรียบ ถ้าโยกเยกได้แสดงว่าตัวเคสอาจมีการบิดงอ จะมีผลกับการติดตั้ง
เมนบอร์ด อาจท าให้เมนบอร์ดบิดงอ และเกิดความเสียหายกับอุปกรณ์บน
เมนบอร์ดได้
2. เปิดด้านข้างได้ เพื่อความสะดวกในการติดตั้งอุปกรณ์
3. ท าจากวัสดุที่ไม่เป็นสื่อน าไฟฟ้า
44
4.
ขอบเคสไม่แหลมคม เพราะถ้าของเคสแหลมคมจะบาดมือเวลาถอดหรือใส่
อุปกรณ์ต่าง ๆ
5.
มีขนาดใหญ่เพียงพอกับการติดตั้งอุปกรณ์และมีพื้นที่ว่างพอที่จะระบายความ
ร้อนภายในได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการท างานในห้องที่ไม่ได้ติดตั้ง
เครื่องปรับอากาศ ฮาร์ดดิสก์ 1 ลูก อาจมีอุณหภูมิสะสมถึง 70 องศา และถ้า
ต้องการติดตั้งอุปกรณ์ภายในเคสมาก ควรมองหาเคสขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า
เคสแบบตั้งขนาดใหญ่ (Full Size Tower)
45
6. ต้องระบายความร้อนได้ดี ถ้าความร้อนภายในเคสสูงจะท าให้อุปกรณ์ต่าง ๆ
ในเคสมีอุณหภูมิสูงตามไปด้วย เพราะไม่สามารถถ่ายเทความร้อนออกไป
ภายนอกเคสได้ เคสที่ดีควรจะมีการไหลเวียนของอากาศได้อย่างสะดวก
พิจารณาดูว่าสามารถติดตั้งพัดลมเพิ่มเติมได้หรือไม่
7. เคสที่ท าด้วยเหล็กจะมีความคงทนมากกว่าเคสที่ท าด้วยอะลูมิเนียม
8. เคสแบบตั้ง (Tower Case) เป็นเคสที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน เพราะสะดวก มี
รูปลักษณ์สวยงาม
46
การเลือกซื้อเมนบอร์ด
1. ยี่ห้อ ปัจจุบันมีผู้ผลิตเมนบอร์ดมากมายหลายยี่ห้อ บางยี่ห้ออาจมีราคาถูก แต่ไม่
มีคุณภาพ ผู้ซื้อหรือผู้ประกอบเครื่องควรค านึงถึงประสิทธิภาพของเมนบอร์ด
เป็นส าคัญ รวมถึงความเสถียรของเมนบอร์ดด้วย (พจนานุกรมไทย มานิต
มานิตเจริญ ให้ความหมายของ เสถียร : แข็งแรง มั่นคง) ปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิต
เมนบอร์ดจะรับประกันการท างาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี
2. ซ็อกเก็ต หรือ สลอตซีพียู คือ ฐานรองเพื่อบรรจุซีพียูเข้ากับแผงวงจรหลัก
(Mainboard) ซอกเกตแต่ละรุ่นจะมีลักษณะเฉพาะออกแบบมาให้ใช้ซีพียู
ร่วมกัน ไม่สามารถน าซ็อกเก็ตแบบหนึ่ง ไปใช้ร่วมกับซีพียูที่ออกแบบมาอีก
แบบหนึ่งได้
47
3. ชิปเซตที่อยู่บนเมนบอร์ดสนับสนุนการท างานในเรืองอะไรบ้าง เพราะชิปเซตจะเป็น
ตัวที่ระบุประสิทธิภาพการท างานของเมนบอร์ด
4. สลอตต่าง ๆ สลอต (Slot) คือ ช่องเสียบอุปกรณ์ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ที่เตรียมไว้
เพื่อให้เสียบแผงวงจร (Card) เพิ่มลงไปในเมนบอร์ด หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า
Expansion Slot ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการท างานของเครื่องคอมพิวเตอร์
5. หน่วยความจ ารอมไบออส (BIOS : Basic Input Output System) หรือ อาจเรียกว่า
CMOS (Complementary metal oxide semi-conductor) เป็นชิปหน่วยความจ าหนึ่งที่ใช้
เก็บข้อมูลและโปรแกรมที่มีขนาดเล็กซึ่งจ าเป็นต่อการบูตของระบบคอมพิวเตอร์
48
การเลือกซื้อซีพียู
1. ราคาและประสิทธิภาพการใช้งานเป็นสิ่งส าคัญ เพราะยี่ห้อของซีพียูที่
ต่างกัน ความเร็วในเมกะเฮิรตซ์ไม่เท่ากัน แต่อาจมีประสิทธิภาพการท างาน
ที่เท่ากันหรือใกล้เคียงกัน เพราะซีพียูแต่ละยี่ห้อมีโครงสร้างการท างาน
ภายในซีพียูแตกต่างกัน ท าให้ความเร็วในการท างานแตกต่างกัน
2. ควรเลือกซื้อซีพียูที่มีหน่วยความจ าแคชมาก ๆ เพราะสามารถลดปัญหาคอ
ขวดอันเกิดจากความเร็วของหน่วยความจ าหลักต ่ากว่าความเร็วของแคช
มาก
49
3. อินเตอร์เฟส (Interface) ของซีพียู สลอต (Slot) ที่ใช้ในการติดตั้งหรือถอด
ซีพียูออกจากเมนบอร์ด สลอตนี้จะติดตั้งมากับเมนบอร์ดและมีหลายแบบ
แต่ละแบบจะต้องใช้ซีพียูถูกต้องและตรงกัน
4. ควรพิจารณาว่าจะน าคอมพิวเตอร์ไปใช้ท างานอะไร แล้วจึงก าหนดว่าจะใช้
ซีพียูชนิดใด ความเร็วเท่าไรจึงจะเหมาะสมกับการประมวลมากที่สุด ถ้าซื้อ
ซีพียูประสิทธิภาพสูงมาใช้ แต่กลับน ามาใช้งานพื้นฐานธรรมดาก็จะเป็นการ
สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์
5. พัดลมระบายความร้อนของ CPU
50
การเลือกซื้อแรม
1. ควรเลือกซื้อแรมที่ใช้ระยะเวลาในการเข้าหน่วยความจ าน้อย
2. ความเร็วในการท างานของแรม
51
การเลือกซีดีรอม
1. ความเร็ว 48-50X หน่วยความจ า 128-256 KB
2. เลือกไดร์ฟชนิดดีวีดีรอม (DVD-ROM) ที่สามารถอ่านแผ่นซีดีอาร์
ได้ด้วย
3. ซีดีรอมไดร์ฟที่นิยมใช้ ได้แก่ Aopen, Asus, CTX, LG, Phillip,
Pioneer, Sony ฯลฯ
52
อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
ไขควงสี่แฉก กล่องส าหรับใส่นอต คู่มือเมนบอร์ด คีมปากจิ้งจก คีมตัด
เข็มขัดรัดสายไฟและสายสัญญาณต่าง ๆ
ซิลิโคลน (Silicone) คือ สารประกอบที่มีความหลากหลายในรูปร่างและการ
ใช้งาน โดยทั่วไปจะใช้กับงานที่ต้านทานความร้อน และงานที่ใช้เป็นวัสดุ
ยืดหยุ่น
คัตเตอร์ (Cutter) อุปกรณ์ที่ใช้ตัดสายไฟ
บัตรเติมเงิน (พลาสติก) อุปกรณ์ใช้ปาดซิลิโคลน
จัดเตรียมฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ
53
ข้อควรพิจารณาในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง
1.
งบประมาณ
2.
ความต้องการของตนเอง ว่าต้องการน าคอมพิวเตอร์ไปใช้งานอะไร
เช่น ใช้งานเกี่ยวกับมัลติมีเดีย เช่น ตัดต่อภาพ แชตกับเพื่อน เล่นเกม
3.
เลือกใช้ซีพียูที่เหมาะสมกับงาน ซีพียู หรือ ไมโครโปรเซสเซอร์เป็น
อุปกรณ์ที่ส าคัญ การเลือกซื้อซีพียูที่
4.
เหมาะสมจะท าให้เครื่องคอมพิวเตอร์ท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5.
เลือกกราฟิกการ์ดที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น เล่นเกม ดูภาพยนตร์
ชมวีดีโอ
54
ข้อดีของการประกอบเครื่องด้วยตนเอง
1. มีความภาคภูมิใจ
2. สะสมประสบการณ์ด้านฮาร์ดแวร์ สามารถน าความรู้และ
ประสบการณ์ไปประกอบธุรกิจร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นอาชีพ
อิสระ
3. มั่นใจได้ว่า อุปกรณ์ที่ซื้อมาได้สเปกตามต้องการ
4. ในอนาคตต้องการจะอัพเกรดเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถท าได้ง่าย
เพราะมีประสบการณ์แล้ว
55
ข้อเสียของการประกอบเครื่องด้วยตนเอง
1. เทคนิคการประกอบเครื่องยังไม่ดีพอ เพราะขาดประสบการณ์
อุปกรณ์บางตัวใส่ไม่แน่น เก็บสายไฟไม่เรียบร้อย รกรุงรัง
2. บอร์ดหล่น ฮาร์ดดิสก์หล่น เปลี่ยนไม่ได้
3. เสียบสายไฟหรือใส่อุปกรณ์ผิด เกิดความเสียหาย เสียค่าใช้จ่าย
4. เสียเวลา
56
ขั้นตอนการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
57
1. ขั้นแรกให้เตรียมอุปกรณ์ที่จ าเป็นส าหรับการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
เช่น ไขควงสี่แฉก ไขควงปากแบน คีมปากจิ้งจก กล่องใส่น๊อต คู่มือเมนบอร์ด
ที่ใช้ในการติดตั้ง
58
2. เริ่มจากการติดตั้งซีพียูก่อน โดยง้างขาล็อกของซ็อกเก็ตขึ้น
59
3. น าซีพียูมาใส่ลงไปในซ็อกเก็ต
60
4. เมื่อวางซีพียูตรงล็อกกับซ็อกเก็ตแล้ว จากนั้นให้กดขาล็อกลงไปเหมือนเดิม
แล้วน าซิลิโคนมาทา
61
5. ท าการเกลี่ยซิลิโคนให้ทั่ว ซีพียู พร้อมกับท าการล็อก ซีพียูเข้ากับ ซ็อกเก็ต
62
6.
ติดตั้งฮีทซิงค์และพัดลมลงไปบนซีพียู ติดล็อกให้เรียบร้อย และที่
ส าคัญฮีทซิงค์ของพัดลมจะต้องแนบสนิทกับซีพียู
63
7. ท าการยึดฮีทซิงค์กับซีพียูให้แน่น เพื่อการระบายความร้อนที่ดี
64
8. เสียบสายไฟของพัดลมเข้ากับขั้ว CPU FAN โดยดูจากคู่มือเมนบอร์ด
65
9. น าแรมมาเสียบเข้ากับซ็อกเก็ตแรมโดยให้ตรงกับร่องของซ็อกเก็ต
จากนั้นจึงกดลงไปจนด้านล็อกทั้ง 2 ด้านดีดขึ้นมา (บางเมนบอร์ดตัวล็อกทั้ง
สองด้านอาจไม่จ าเป็นต้องดีดขึ้นมาก็ได้ให้ดูว่าเข้าล็อกดีดขึ้นมาก็ได้ให้ดูว่า
เข้าล็อกกันก็พอ)
66
10. น าเมนบอร์ดที่ได้ติดตั้งซีพียูและแรมวางลงไปบนเคส จากนั้นขันน็อตยึด
เมนบอร์ดเข้ากับตัวเคสให้ครบทุกตัว
67
11. ท าการติดตั้ง Power Supply
68
12. ติดตั้งสายสัญญาณต่างๆ โดยดูจากคู่มือเมนบอร์ด
69
13. ติดตั้ง DVD เข้ากับตัวเคส
70
14. เสียบสายสัญญาณและสายไฟเข้ากับตัว DVD
71
15. ติดตั้ง ฮาร์ดดิสก์ เข้ากับตัวเคส
72
16. เสียบสายสัญญาณและสายไฟเข้ากับ ฮาร์ดดิสก์
73
17. เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เราลองส ารวจดูว่ามีนอตหรืออุปกรณ์อื่นๆ
ตกค้างอยู่บนเมนบอร์ดหรือไม่ เพราะอาจท าให้เกิดกระแสไฟลัดวงจรจนเกิด
ความเสียหายต่อเมนบอร์ดและอุปกรณ์ต่างๆ บนเมนบอร์ดได้ นอกจากนี้ควร
ตรวจสอบ การติดตั้งทั้งหมดว่าเรียบร้อยดีแล้ว
74
หน่วยที่ 4 การติดตั้งและถอดถอนโปรแกรม
การตรวจคุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์
คุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะติดตั้ง Windows 7
วิธีท าแผ่น Windows 7 “System Recovery Disc”
การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 7
โปรแกรมที่ติดตั้งมาพร้อมกับ Windows 7
การถอดถอนโปรแกรมออกจาก Windows 7
การติดตั้งไดร์ฟเวอร์
75
การตรวจคุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์
อยู่ที่ Desktop
76
คลิกขวาที่ไอคอน Computer
77
เลือก Properties จะปรากฏหน้าต่าง System ดังภาพ
78
คุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะติดตั้ง Windows 7
1. CPU ความเร็วขั้นต ่า 1 GHz (Gigahertz) (32 bit หรือ 64 bit)
2. RAM ไม่น้อยกว่า1 GB (Gigabyte)
3. มีพื้นที่ว่างใน Hard disk ไม่น้อยกว่า 16 GB
4. Graphic Card มีหน่วยความจ าขั้นต ่า 128 MB และควรสนับสนุน
DirectX9
5. Drive DVD-R/W (Read/Write) ส าหรับการลง Windows 7 ด้วย
แผ่น DVD
79
วิธีท าแผ่น Windows 7 “System Recovery Disc”
เปิดใช้งาน Windows 7 ตามปกติ
ใส่แผ่น DVD ในช่อง DVD Writer
คลิกเมนู Start พิมพ์ค าว่า “Backup” ในช่อง
80
จะปรากฏหน้าต่าง
• คลิกหัวข้อ Backup and Restore
81
จะปรากฏหน้าต่างBackup and Restore คือ การท าส าเนาตัวระบบปฏิบัติการ
เก็บไว้ (Backup) และ เมื่อเกิดปัญหากับระบบปฏิบัติก็สามารถเรียกคืน
(Restore) จากไฟล์ที่ได้ท าส ารองไว้ ซึ่งสะดวกและรวดเร็วกว่าการลง
Windows ใหม่ให้เกิดการยุ่งยากและเสียเวลา
82
คลิกหัวข้อ “Create a system repair disk” จะปรากฏหน้าต่าง
83
เลือก DVD (Digital Versatile Disk) drive
คลิกปุ่ม “Create Disc”
รอจนกระทั่งเสร็จสิ้น
ทดสอบโดยการ Restart Windows (ควรก าหนด BIOS ให้สามารถบูท
จากแผ่น CD (Compact Disc)/DVD (Digital Versatile Disk) ได้ก่อน)
84
การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 7
1. เมื่อบูทแผ่นวินโดวส์เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะปรากฏหน้าต่างส าหรับ
เริ่มต้นการติดตั้ง Windows 7 จะปรากฏภาพด้านล่าง ในส่วนนี้
สามารถกด Next ได้เลย
85
2.
จะเข้าสู่หน้าต่างที่ปรากฏตราสัญลักษณ์หรือโลโก้ Windows 7 ใต้โลโก้จะมีข้อความว่า
Install Now ให้คลิกที่ปุ่ม Install Now
86
3. อ่าน License (สิทธิการด าเนินการ) ของโปรแกรม แล้วคลิกที่ I accept
the license terms แล้วคลิกปุ่ม Next
87
4. คลิกเลือกที่หัวข้อCustom(advanced)
88
5. จะปรากฏไดร์ฟต่าง ๆ ของฮาร์ดดิสก์ จะเข้าสู่การฟอร์แมทเพื่อลบ
ข้อมูลเก่าของวินโดว์ทิ้งไป โดยเลือกที่ Drive option (advanced)
89
6. จะปรากฏเมนู Delete, Format, New และ Extend เพิ่มขึ้นมา ให้คลิก
ไดร์ฟ C จากนั้นคลิกที่ไอคอน
90
7. ไดร์ฟที่เลือกแล้วจะปรากฏ Free space ขึ้นมาพอ ๆ กับ Total space
แสดงว่าข้อมูลถูกลบไปเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกที่ฮาร์ดดิสก์ Partition แล้ว
คลิก Next
91
8. ระบบจะท าการติดตั้ง windows 7 ให้ทันที
92
9. เมื่อระบบท าการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะท าการ รีสตาร์ต
(Restart) เครื่องเอง 1 ครั้ง
93
10. จะเข้าสู่โหมดการเซตค่าต่าง ๆ ของเครื่อง
94
11. ระบบจะให้ตั้งชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้สามารถตั้งชื่ออะไรก็
ได้ เมื่อกรอกชื่อเรียบร้อยแล้ว กด Next
95
12. จะเข้าสู่หน้าต่างการก าหนดรหัสผ่าน หรือ Password ก่อนเข้าสู่
Windows ถ้าไม่ต้องการก าหนดรหัสผ่าน สามารถกด Next ผ่านไป
ได้
96
13. ระบบจะถาม Product Key (รหัสของผลิตภัณฑ์) ของตัววินโดวส์ ผู้ใช้
สามารถหา Product Key ได้จากกล่องของแผ่น Window 7 ที่ซื้อมา หากยังไม่
ต้องการกรอกในขณะนี้ ให้ติ๊กถูกที่ Automatically Activate Windows when
I’m online ออก จากนั้นคลิก Next
97
14. คลิกเลือก Ask me later
98
15. จะเข้าสู่หน้าต่างการตั้งเวลา Time zone ให้คลิกเลือกเขตเวลา
ของกรุงเทพฯ คือ (UTC + 07.00) Bangkok, ฮานอย (Hanoi),
จาการ์ตา (Jakarta) แล้วคลิก Next
16. เสร็จสิ้นการลง Window 7 ระบบจะท าการโหลดเข้าสู่หน้าจอวินโดวส์
99
โปรแกรมที่ติดตั้งมาพร้อมกับ Windows 7
Internet Explorer
Windows DVD Maker โปรแกรมส าหรับสร้าง DVD ส่วนตัว
Windows Fax and Scan : โปรแกรมส าหรับใช้ส่งแฟกซ์ และสแกนภาพ
Windows Media Center : โปรแกรมส าหรับใช้เป็นศูนย์รวมความบันเทิง
Windows Media Player : โปรแกรมดูหนัง ฟังเพลง
Windows Update : โปรแกรมส าหรับอัพเดต Windows
100
การถอดถอนโปรแกรมออกจาก Windows 7
1. Start > Control Panel จะปรากฏหน้าต่าง Control Panel >
2. เลือก Programs and Feature จะปรากฏหน้าต่าง
3. เลือกโปรแกรมที่ต้องการลบ จะปรากฏหน้าต่าง
4. หากต้องการลบโปรแกรม ให้ยืนยันการลบโดยกด Yes
หรือคลิกขวาที่ชื่อโปรแกรมที่ต้องการลบ แล้วเลือก
Uninstall
101
การติดตั้งไดร์ฟเวอร์
การติดตั้งไดร์ฟเวอร์ (Driver) เป็นซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมชนิดหนึ่งที่ใช้
เป็นตัวกลางระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware) กับ ระบบปฏิบัติการ
(OS : Operating System) เพื่อให้ระบบปฏิบัติการสามารถใช้งานอุปกรณ์
เหล่านั้นได้ ทุกครั้งที่ซื้ออุปกรณ์มาใหม่ เช่น หากต้องการจะติดตั้งการ์ด
แสดงผลยี่ห้อหนึ่ง คอมพิวเตอร์ไม่สามารถรู้ได้ว่าการ์ดแสดงผลนั้นชื่อ
อะไร ยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร จึงจ าเป็นต้องลงโปรแกรมเพื่อแจ้งให้
คอมพิวเตอร์ทราบรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ซื้อมาใหม่ โปรแกรมนั้นก็คือ
ไดร์ฟเวอร์ (Driver) ไดร์ฟเวอร์ (Driver) คือ ซอฟต์แวร์ หรือ โปรแกรม
ประเภทหนึ่งที่ใช้เป็นตัวกลางประสานเชื่อมต่อระหว่างฮาร์ดแวร์กับ
ระบบปฏิบัติการให้สามารถใช้อุปกรณ์เหล่านั้นได้
102
หน่วยที่ 5 การบ ารุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
การตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์
การบ ารุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์
103
การตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์
1. ตรวจสอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ว่าอยู่ครบหรือไม่
2. ตรวจการท างานของเครื่องว่าใช้งานได้หรือไม่
3. หากพบว่าเครื่องท างานไม่ปกติ ให้ถอดปลั๊กและแจ้งครูผู้สอนทราบทันที
4. ท าความสะอาดภายนอกเคส คีย์บอร์ด จอ เมาส์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
5. ตรวจสายไฟ และสายสัญญาณต่าง ๆ เช่น ไฟติด ๆ ดับ ๆ สายไฟ สาย
สัญญาหลวม หรือหัก ควรเปลี่ยนใหม่
104
6. ตรวจสอบสภาพของฮาร์ดดิสก์ว่ามี Bad Sector หรือไม่ โดยใช้โปรแกรม
ประเภท Disk Defragment Bad Sector คือ สัญญาณเตือนภัยอย่างหนึ่งที่แสดง
ให้เห็นว่าฮาร์ดดิสก์นั้นมีข้อบกพร่อง เช่น เกิดการชนกันของหัวอ่าน หัวอ่าน
อาจได้รับความเสียหาย อาจท าให้เกิดรอยขีดข่วนบนแผ่นดิสก์เพิ่มขึ้น
7. เป่าฝุ่นหรือก าจัดฝุ่นที่อยู่บนตัวเครื่อง โดยใช้แปรงทาสีที่มีขนอ่อน หรือเครื่อง
เป่าฝุ่น เครื่องเป่าลมไล่ฝุ่นออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์
8. ควรติดตั้งเครื่องส ารองไฟฟ้าและปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ (UPS :
Uninterruptable Power Supply)
9. ตรวจเช็คความเรียบร้อยภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ตรวจพัดลมระบายความ
ร้อนและสายไฟที่อยู่ภายในว่าอยู่ในสภาพดีใช้งานได้
105
10.
วางคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากก าแพง หรือมีช่องว่างด้านหลังประมาณ 1
ฟุต
11.
ตรวจไวรัสและสแกนไวรัสสม ่าเสมอ
12.
ลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งาน ตลอดจนโฟลเดอร์และไฟล์ที่ไม่ได้ใช้แล้ว
13.
ศึกษาวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง
14.
การจัดเรียงข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์
106
การบ ารุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์
การบ ารุงรักษาแป้นคีย์บอร์ด
1) คว ่าคีย์บอร์ดลง แล้วเคาะด้านหลังเพื่อเอาฝุ่นออก
2) ใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออก หรือใช้สเปรย์ลมที่เป็นกระป๋ อง แล้วฉีด
ตามซอกของแป้นคีย์บอร์ด
3) แกะแป้นอักษรต่าง ๆ ออก แล้วใช้ส าลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดแป้นต่าง ๆ
107
การบ ารุงรักษาจอคอมพิวเตอร์
1) ระวังวัตถุหรือน ้าไปกระทบกับหน้าจอคอมพิวเตอร์
2) เปิดสวิทช์ที่จอก่อนจึงเปิดสวิทช์ที่เคสเพื่อบูตเครื่อง
3) ไม่ควรเปิด-ปิดเครื่องในเวลาที่ใกล้เคียงกัน
4) ควรปรับแสงสว่างของจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับสภาพของห้องท างาน เพราะ
ถ้าจอคอมพิวเตอร์สว่างมากเกินไปจะท าให้จอภาพมีอายุการใช้งานได้น้อยลง
5) ควรใช้โปรแกรม Screen Saver เพื่อยืดอายุการใช้งานของจอคอมพิวเตอร์
6) ห้ามหัน/หมุนหน้าจอไปมา
108
การบ ารุงรักษาเครื่องพิมพ์ Inkjet
1) รักษาความสะอาดหัวพิมพ์ของเครื่องพิมพ์ให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อมิให้หัวพิมพ์อุดตัน
2) ควรเปิดเครื่องพิมพ์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันหัวพิมพ์อุดตัน
3) ควรทดสอบประสิทธิภาพการพิมพ์เดือนละ 1 – 2 ครั้ง
4) หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดฝุ่นใกล้เครื่องพิมพ์
5) ควรเปิด-ปิดเครื่องพิมพ์ด้วยสวิทช์ดีกว่าการถอดปลั๊ก
6) ใส่คลับหมึกไว้ที่เครื่องพิมพ์ตลอดเวลา ถ้าเครื่องพิมพ์ไม่มีตลับหมึก จะท าให้อากาศ
เข้าไปท าให้หัวพิมพ์เกิดการอุดตันได้
7) หมั่นอัพเดตไดร์ฟเวอร์และซอฟต์แวร์ของเครื่องพิมพ์ เพราะซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ จะถูก
ปรับปรุงให้ดีขึ้นและมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้งานเครื่องพิมพ์
109
การบ ารุงรักษาดอตเมทริกซ์
1) อ่านคู่มือการรักษาเครื่องพิมพ์ให้ละเอียด
2) ดูดเศษผง เศษกระดาษที่ตกค้างอยู่ภายในเครื่องพิมพ์ออก
3) ตรวจความตึงของสายพาน
4) ใช้ผ้าแห้ง นุ่ม ท าความสะอาดทั้งในส่วนเส้นทางเดินของกระดาษ
และริบบอนทุก ๆ เดือน
5) หยอดน ้ามันหล่อลื่นบริเวณแกนเลื่อนหัวพิมพ์ มีลักษณะเป็นแท่ง
โลหะทรงกระบอกยาว
110
6) น ้ามันที่ใช้ในหล่อลื่นควรเป็นน ้ามันหล่อลื่นแบบเทฟลอน (Teflon)
เทฟลอน (Teflon) คือ น ้ามันที่ใช้เคลือบภาชนะ เครื่องใช้ในครัวเรือน
บรรจุภัณฑ์ของอาหาร เสื้อผ้า แว่นตา สายไฟ เตารีด และหลังคา
7) การรักษาหัวพิมพ์ให้เย็นอยู่เสมอ
8) ไม่วางสิ่งของใด ๆ ซ้อนทับเครื่องพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหัวพิมพ์
9) อย่าหมุนลูกบิด ลูกกลิ้ง (Roller) ในขณะที่เครื่องพิมพ์ก าลังท างานอยู่
เพราะลูกกลิ้งเลื่อนกระดาษจะถูกควบคุมการหมุนด้วยสเตปเปอร์มอเตอร์
เครื่องพิมพ์จะใช้การหมุนของสเตปเปอร์เป็นตัวช่วยระบุต าแหน่งหรือระยะ
ของกระดาษ การหมุนลูกบิดควบคุมลูกกลิ้งจะท าให้ต าแหน่งที่ระบุนั้น
ผิดเพี้ยนไป และอาจเกิดความเสียหายแก่เครื่องพิมพ์ได้
111
การบ ารุงรักษาเครื่องพิมพ์เลเซอร์
1) เมื่อพิมพ์ครบ 3,500 หน้า ควรเปลี่ยนคาร์ทริดจ์
2) บ ารุงรักษา โทเนอร์ (Toner) คือ สารที่มีลักษณะเหมือนหมึกพิมพ์สีด าที่ใช้
กับเครื่องพิมพ์
3) พรินต์ดรัม (Print drum) คือ อุปกรณ์อย่างหนึ่งของตลับหมึก ที่มีส่วนส าคัญ
ในการถ่ายแบบ สร้างภาพและพิมพ์งานเอกสารต่าง ๆ
4) ตั้งเครื่องพิมพ์ให้มีอากาศถ่ายเทได้เพียงพอ เพราะเครื่องพิมพ์เลเซอร์
จะมีความร้อนออกมาค่อนข้างสูง
5) ไม่ควรใช้คาร์ทริดจ์แบบเติมซ ้า
112
การบ ารุงรักษาสแกนเนอร์
1) ถอดสาย USB ออกจากเครื่องสแกนเนอร์ และเครื่องคอมพิวเตอร์
2) ใช้ผ้าชุบน ้ายาซักผ้าอ่อน ๆ เช็ดท าความสะอาดภายนอกเครื่องสแกนเนอร์
3) เมื่องานสแกนภาพหรือเอกสารสกปรก ควรท าความสะอาดภายในเครื่องง
สแกนเนอร์
4) ใช้ Cleaning Sheet ที่มาพร้อมกับเครื่องสแกนเนอร์เท่านั้น
5) ป้องกันมิให้ของเหลวหรือน ้าหกใส่ตัวเครื่องสแกนเนอร์
6) ห้ามใช้สเปรย์หล่อลื่นฉีดพ่นภายในเครื่องสแกนเนอร์
113
การบ ารุงรักษาโน้ตบุ๊ก
1) ถอดสาย USB ออกจากเครื่องสแกนเนอร์ และเครื่องคอมพิวเตอร์
2) ใช้ผ้าชุบน ้ายาซักผ้าอ่อน ๆ เช็ดท าความสะอาดภายนอกเครื่องสแกนเนอร์
3) เมื่องานสแกนภาพหรือเอกสารสกปรก ควรท าความสะอาดภายในเครื่อง
สแกนเนอร์
4) ใช้ Cleaning Sheet ที่มาพร้อมกับเครื่องสแกนเนอร์เท่านั้น
5) ป้องกันมิให้ของเหลวหรือน ้าหกใส่ตัวเครื่องสแกนเนอร์
6) ห้ามใช้สเปรย์หล่อลื่นฉีดพ่นภายในเครื่องสแกนเนอร์
114
การบ ารุงรักษาโน้ตบุ๊ค
1. อย่าใช้งานเกินไป เพราะโน้ตบุ๊กมีพื้นที่ในการระบายความร้อนที่จ ากัด ความ
ร้อนนี้อาจส่งผลต่อการท างานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่องจะมีอายุ
การใช้งานน้อยลง หากใช้งานเกิน 5-6 ชั่วโมง ควรหยุดพักเครื่องบ้าง หากมี
ความจ าเป็นต้องใช้งานจริง ควรหาตัวระบายความความร้อนรองใต้เครื่อง ราคา
ประมาณ 300 – 400 บาท
2. หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือน การเคลื่อนย้ายโน้ตบุ๊ค ควรใส่โน้ตบุ๊คไว้ใน
กระเป๋ าเพื่อป้องกันโน้ตบุ๊คได้รับการกระทบกระเทือน
115
3. จึงเป็นสิ่งที่ควรกระท าเป็นอย่างยิ่ง
4. ควรแบ็คอัพข้อมูลไว้ก่อน เพราะฮาร์ดแวร์อาจเกิดความบกพร่องได้
เสมอ หรือไวรัสอาจจะเข้าไปท าลายข้อมูล ดังนั้น การแบ็คอัพข้อมูล
หรือการส ารองข้อมูล
116
5. ไม่ควรเสียบชาร์จแบตเตอรี่ตลอดเวลา ควรจะใช้แบตเตอรี่ให้หมดก่อนจึงจะชาร์จใหม่
เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ บางรุ่นจะน าแนะน าว่าทุก 2-3 เดือนให้ใช้แบตเตอรี่
จนหมดหรือเกือบหมดก่อนจึงชาร์จใหม่ และสิ่งที่เกี่ยวข้องที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ
อแดปเตอร์ ปลั๊กของอแดปเตอร์ที่เสียบกับไฟตามบ้าน หรือตามส านักงาน หากเสียบไม่
แน่น หรือปลั๊กที่จ่ายไฟหลวม ท าให้เกิดไฟกระชากเป็นสาเหตุให้อแดปเตอร์เสียหาย เช่น
ฟิวส์ขาดได้
6. การบ ารุงรักษาจอ LCD หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วหรือของแข็งสัมผัสหน้าจอ เพราะโครงสร้าง
ภายในของจอ LCD ประกอบด้วยชั้นแก้วบาง ๆ ผลึกคริสตัลเหลว และชั้นโพลาไลซ์
กรองแสง ท าให้จอ LCD เป็นจอภาพที่ค่อนข้างบอบบางต่อการกระทบกระเทือน และแรง
กดจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้นิ้วมือหรือของแข็งสัมผัสหน้าจอ
117
7. ท าความสะอาดจออย่างถูกวิธี โดยใช้น ้ายา และผ้าที่ใช้ท าความสะอาด
หน้าจอโดยเฉพาะ หรืออาจใช้ผ้าชุบน ้าหมาด ๆ มาเช็ดท าความสะอาด
หน้าจอก็ได้
8. ห้ามฉีดน ้าหรือน ้ายาลงหน้าจอโดยเด็ดขาด ควรฉีดน ้าหรือน ้ายาลงบน
ผ้าก่อนแล้วจึงน าผ้าไปเช็ดที่หน้าจอ
9. หลีกเลี่ยงสิ่งสกปรก ขณะใช้โน้ตบุ๊ค ไม่ควรน าอาหาร น ้าดื่ม เข้ามา
รับประทาน หรือวางใกล้ โน้ตบุ๊ค ทั้งนี้เพราะความชื้นหรือเศษอาหาร
อาจหลุดเข้าไปท าความเสียหายให้กับโน้ตบุ๊คได้
118
10. หลีกเลี่ยงการใช้แผ่นดิสก์หรือแผ่นซีดีหรือดีวีดีที่ไม่สมบูรณ์ เพราะ
อาจท าให้น าแผ่นดิสก์หรือแผ่นซีดีหรือดีวีดีออกจากไดร์ฟไม่ได้
11. อย่าซน ไม่ควรถอด แคะ แกะชิ้นส่วนต่าง ๆ ของโน้ตบุ๊คโดยเด็ดขาด
เพราะอาจท าให้เครื่องได้รับความเสียหาย
12. หากโน้ตบุ๊คมีปัญหาควรส่งศูนย์ซ่อมทันที
119
13. หลังจากใช้คอมพิวเตอร์แล้วไม่ควรปิดฝาเครื่องในทันที เพราะหาก
ปิดฝาเครื่องทันทีทันใดจะท าให้ความร้อนที่เกิดระหว่างที่เปิด
เครื่องใช้งานสะสมอยู่ในเครื่องนานกว่าที่ควรจะเป็น เพราะตัวเครื่อง
มีเวลาไม่เพียงพอที่จะคลายความร้อนออกมาได้ทั้งหมด จึงควรเปิด
ฝาเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 4 – 5 นาที เพื่อให้เครื่องมีเวลาที่จะระบาย
ความร้อน ในช่วงที่เปิดใช้งานให้หมดก่อน จากนั้นจึงปิดฝาเครื่อง
เพื่อป้องกันฝุ่นละอองต่าง ๆ ลงบนเครื่อง
14. หากจ าเป็นต้องเคลื่อนย้ายโน้ตบุ๊คควรปิดฝาเครื่องก่อน
120
หน่วยที่ 6 โปรแกรมอรรถประโยชน์
ความหมายและหน้าที่ของโปรแกรมอรรถประโยชน์
ชนิดและการใช้โปรแกรมอรรถประโยชน์ในการแก้ปัญหา
คอมพิวเตอร์
การกู้คืนข้อมูล
121
ความหมายและหน้าที่ของโปรแกรมอรรถประโยชน์
ความหมายของโปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utilities Program) คือ
โปรแกรมที่ท างานบนระบบปฏิบัติการเพื่อบ ารุงรักษาและเพิ่ม
ประสิทธิภาพการท างานของคอมพิวเตอร์
หน้าที่ของโปรแกรมอรรถประโยชน์
1) บ ารุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2) เพิ่มประสิทธิภาพการท างานของเครื่องคอมพิวเตอร์
122
ชนิดของโปรแกรมอรรถประโยชน์
1. โปรแกรมอรรถประโยชน์ส าหรับระบบปฏิบัติการ
2. โปรแกรมอรรถประโยชน์อื่น ๆ
123
การสแกนดิสก์ (Disk Scanner)
คลิกขวาที่ปุ่ม Start
เลือก Open Windows Explorer
เลือก Computer
124
คลิกขวาไดร์ฟที่ต้องการ Scandisk
เลือก Properties
125
เลือก Tools
126
เลือก Check now…
คลิก ที่ Scan for and attempt recovery of bad sectors
คลิก Start
127
การท า Disk Defragment ใน Windows 7
1) คลิกที่ Start แล้วเลือก Accessories แล้วไปที่ System Tool แล้วเลือก Disk Defragment
ดังรูป
128
2) จะปรากฏหน้าต่างให้เลือกรายละเอียดว่าจะท าที่ไดรฟ์อะไร ดังรูป
3) เลือกไดรฟ์ที่ต้องการ แล้วกดปุ่ม Defragment Disk
129
การรักษาหน้าจอ (Screen Saver)
Start > Control Panel
Personalization จะปรากฏหน้าต่าง ดังรูป
130
เลือก
จะปรากฏหน้าต่าง ดังรูป
•
131
เลือกชนิดของ Screen saver
กด OK
132
1.โปรแกรมอรรถประโยชน์อื่น ๆ
โปรแกรมป้องกันไวรัส (Anti Virus Program)
AVG Antivirus Free Edition 2011
Avira AntiVirus Personal Free Edition
Avast Free Antivirus
PC Tools AntiVirus Free
Microsoft Security Essentials
ThreatFire Antivirus Free Edition
Emsisoft Anti-Malware 5.0
133
Panda Cloud Antivirus Free
Multi Virus Cleaner 2009
Avast-Virus Cleanner and Worm Removal Tool
Norton Antivirus
134
AVG Antivirus Free Edition 2011
135
Avira AntiVirus Personal Free Edition
136
Avast Free Antivirus
137
PC Tools AntiVirus Free
138
Microsoft Security Essentials
139
ThreatFire Antivirus Free Edition
140
Emsisoft Anti-Malware 5.0
141
Panda Cloud Antivirus Free
142
Multi Virus Cleaner 2009
143
Avast-Virus Cleanner and Worm Removal Tool
144
Norton Antivirus
145
วิธีป้องกันการถูกโจมตีจากสปายแวร์
1) ติดตั้งโปรแกรม Anti-Spyware ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้ Anti-Spyware
ตรวจหา Spyware ในเครื่องคอมพิวเตอร์และเตือนให้ผู้ใช้ท าการลบ
2) ไม่ดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลหรือโปรแกรมจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
3) ตรวจสอบและ Update โปรแกรม Antivirus ปัจจุบันมีการสร้างโปรแกรม
ประเภท Virus หรือ
สปายแวร์ออกมาเผยแพร่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา ท าให้
บางครั้ง การอัพเดทหรือปรับปรุง antivirus program หรือ Anti-Spyware
อย่างไม่สม ่าเสมอหรือนาน ๆ ปรับปรุงครั้งก็อาจถูกโจมตีจาก Virus หรือ
Spyware ได้เช่นกัน
146
โปรแกรมไฟร์วอลล์(Firewall)
ไฟร์วอลล์(Firewall) เป็นคอมโพเนนต์หรือกลุ่มของคอมโพเนนต์ที่ท า
หน้าที่ในการควบคุมการเข้าถึงระหว่างเน็ตเวิร์กภายนอก หรือเน็ตเวิร์กที่ไม่
มีความปลอดภัยกับเน็ตเวิร์กภายในหรือเน็ตเวิร์กที่ต้องการจะป้องกัน โดยที่
คอมโพเนนต์นั้นอาจเป็นเราท์เตอร์ (Router) หรือเน็ตเวิร์กประกอบกันก็ได้
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการหรือ Firewall Architecture ที่ใช้ เช่น สามารถก าหนด
ได้ว่าจะให้มีการเข้ามาใช้บริการอะไรได้บ้าง จากที่ไหน ฯลฯ
147
ไฟร์วอลล์สามารถเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบได้ ดังนี้
1) บังคับใช้นโยบายด้านความปลอดภัย โดยการก าหนดกฎเกณฑ์ให้กับไฟร์วอลล์
ว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใช้บริการชนิดใด
2) ท าให้การดูแลด้านความปลอดภัยของระบบสะดวกยิ่งขึ้น เพราะการติดต่อ
กับเน็ตเวิร์กภายนอกจะต้องผ่านไฟร์วอลล์ก่อน
3) บันทึกข้อมูลและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านเน็ตเวิร์กได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4) ป้องกันเน็ตเวิร์กบางส่วนจากการเข้าถึงของเน็ตเวิร์กภายนอก เช่น มีบางส่วน
ของเน็ตเวิร์กภายในที่ต้องการให้เน็ตเวิร์กภายนอกเข้ามาใช้บริการได้ กรณีนี้
ไฟร์วอลล์ช่วยจัดการได้
5) ไฟร์วอลล์บางชนิดสามารถป้องกันไวรัสได้ โดยจะท าการตรวจไฟล์ที่โอนย้าย
ผ่านทางโปรโตคอล HTTP, FTP และ SMTP
148
การกู้คืนข้อมูล
การกู้คืนข้อมูล หมายถึง การกู้คืนข้อมูลที่ได้ถูกลบไปแล้ว
หรือโดยไวรัสท าให้เกิดความเสียหายแก่ข้อมูล ซึ่งจะมี
วิธีการกู้คืนข้อมูลอยู่ 2 วิธี คือ
149
การกู้คืนที่ถังขยะ (Recycle Bin)
1) ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอนที่ Recycle Bin
2) จะปรากฏกรอบ Recycle Bin ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่ถูกลบไว้ทั้งหมด
150
3. ถ้าเป็นชื่อไฟล์ ให้คลิกที่เมาส์ข้างขวาบริเวณชื่อไฟล์ที่ต้องการกู้คืน แล้วคลิกที่ Restore
151
4. ไฟล์ที่ถูกลบก็จะถูกกู้คืน โดยไปปรากฏในแหล่งข้อมูลเดิม
152
5. ในกรณีที่เป็นโฟลเดอร์ ก็เช่นเดียวกัน
153
การกู้คืนโดยใช้โปรแกรม
โปรแกรมกู้ข้อมูล Recuva ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ผู้ใช้งานได้มีโอกาส
ดาวน์โหลดมาใช้งานกันแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เป็นโปรแกรมส าหรับกู้
ข้อมูลจากพื้นที่เก็บข้อมูลหลัก ไม่ว่าจะเป็น Harddisk (ฮาร์ดดิสก์), Flash
Drive หรือ USB และอุปกรณ์ประเภทอื่นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่รวมอุปกรณ์
เก็บข้อมูลประเภท CD/DVD
154
ขั้นตอนแรกให้ท าการดาวน์โหลดโปรแกรมกู้ข้อมูล Recuva มา
ติดตั้ง (Recuva รองรับภาษาไทยด้วย)
155
เมื่อติดตั้งซอฟต์แวร์กู้ข้อมูลเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไป ให้เปิดโปรแกรมกู้
ข้อมูล Recuva แล้วเลือกประเภทไฟล์ที่ต้องการจะกู้คืนข้อมูล แนะน าให้เลือก
ให้ตรง เพราะว่าจะท าให้การกู้ข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
มากกว่าการเลือก “ไฟล์ทั้งหมด” ในที่นี้จะยกตัวอย่างการกู้คืนไฟล์
ประเภท “เพลง”
156
จากนั้นให้เลือกที่อยู่ของไฟล์ที่ลบไป หากจ าไม่ได้ก็ให้เลือก “ฉันไม่
แน่ใจ” แต่ถ้าจ าที่อยู่ของไฟล์ได้ ก็จะช่วยให้โปรแกรมกู้ข้อมูลท างานได้เร็วขึ้น
อีกเช่นกัน ในที่นี้ได้ทดสอบลบไฟล์จากถังขยะ จึงเลือกแบบ “ในถังขยะรี
ไซเคิล”
157
หลังจากนั้น โปรแกรม Recuva จะท าการ Scan หาไฟล์ที่ต้องการ
จะกู้คืนตามที่ได้ตั้งค่าไว้โดยมีหน้าต่างดังตัวอย่างรูปด่านล่างนี้
158
เมื่อท าการ Scan หาไฟล์เสร็จ จะขึ้นหน้าตาแบบนี้ ซึ่งก็เจอไฟล์ที่ได้ท าการ
ทดสอบลบจากถังขยะไปด้วย ให้เลือกที่ไฟล์ที่ต้องการจะกู้ข้อมูล จากนั้นคลิก
ที่ “กู้คืน…” ที่มุมขวาด้านล่างตามรูปภาพประกอบ และเลือกที่อยู่ที่ต้องการจะ
บันทึกไฟล์ จากนั้นจด “OK” ในที่นี้จะเก็บไฟล์ไว้หน้า Desktop เพื่อให้สังเกต
ได้ง่าย
159
เมื่อท าการกด OK ไปแล้ว โปรแกรมก็จะเริ่มต้นประมวลผลข้อมูลและท าการกู้ข้อมูล
ให้ ซึ่งหากไม่ได้กู้หลายๆไฟล์หรือไฟล์ขนาดไม่ใหญ่ ก็จะกู้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว โดยจาก
ตัวอย่างที่น ามาทดสอบกับโปรแกรม Recuva ก็คือการกู้ไฟล์เพลงกลับมานั่นเอง โดยมี
ความเร็วบอกดังรูปภาพด้านล่างนี้
160
ทั้งนี้ การป้องกันที่ดีที่สุดที่จะไม่ท าให้ข้อมูลสูญหาย หรือไม่สามารถ
กู้คืนได้ คือการเก็บส ารองข้อมูล ซึ่งสามารถที่จะท าการส ารองข้อมูล
ได้ที่โฟลเดอร์อื่น ไดร์ฟอื่น แฟลชไดร์ฟ และการเก็บข้อมูลใน iCloud
ซึ่งจะมีหลายแหล่งข้อมูลที่อ านวยความสะดวกในเรื่องนี้ เช่น Google
Drive, DropBox, iTunes, Youtube เป็นต้น
161
วิชา คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา
รหัส 21910-2018
Show answer
Auto Play
Slide 1 / 161
SLIDE
Similar Resources on Wayground
97 questions
สุขศึกษา พลศึกษา บทที่ 1 ม.ปลาย
Lesson
•
12th Grade
95 questions
นฤทุมนาการ
Lesson
•
2nd Grade
93 questions
ม.1ประวัติศาสตร์สุโขทัย
Lesson
•
2nd Grade
86 questions
บทเรียนเรื่องประโยชน์ของเซลล์ไฟฟ้าเคมี
Lesson
•
11th Grade
94 questions
จำนวนเต็ม
Lesson
•
1st Grade
112 questions
Cloud & gg form
Lesson
•
University
102 questions
เลขยกกำลัง
Lesson
•
7th - 11th Grade
96 questions
พุทธประวัติ และชาดก
Lesson
•
10th Grade
Popular Resources on Wayground
7 questions
History of Valentine's Day
Interactive video
•
4th Grade
15 questions
Fractions on a Number Line
Quiz
•
3rd Grade
20 questions
Equivalent Fractions
Quiz
•
3rd Grade
25 questions
Multiplication Facts
Quiz
•
5th Grade
22 questions
fractions
Quiz
•
3rd Grade
15 questions
Valentine's Day Trivia
Quiz
•
3rd Grade
20 questions
Main Idea and Details
Quiz
•
5th Grade
20 questions
Context Clues
Quiz
•
6th Grade
Discover more resources for Computers
10 questions
Exploring Valentine's Day with Charlie Brown
Interactive video
•
6th - 10th Grade
18 questions
Valentines Day Trivia
Quiz
•
3rd Grade - University
20 questions
El Verbo IR Practice
Quiz
•
9th Grade
10 questions
Valentine's Day History and Traditions
Interactive video
•
6th - 10th Grade
20 questions
Graphing Inequalities on a Number Line
Quiz
•
6th - 9th Grade
20 questions
Exponent Properties
Quiz
•
9th Grade
21 questions
Presidents Day Trivia
Quiz
•
6th - 12th Grade
10 questions
Valentine's Day: History and Modern Celebration
Interactive video
•
9th - 12th Grade