wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บทที่4 การบูรณาการเรียนรู้แบบเรียนรวม

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏให้ความหมายการศึกษาแบบรวมตรงกับข้อใด

a)

การศึกษาสำหรับทุกคนโดยรับเข้ามาเรียนรวมกัน ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษาและจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล

b)

เป็นกระบวนการที่เกี่ยวพันและตอบสนองต่อความหลากหลายของผู้เรียนที่มีลักษณะของความต้องการที่แตกต่างกันของผู้เรียน

c)

การจัดการเรียนการสอนที่ยึดปรัชญาของการอยู่รวมกัน

d)

การที่ครูจะต้องสอนผู้เรียนในเนื้อหาที่แตกต่างกัน เนื้อหานั้นจะต้องเหมาะกับเด็กแต่ละคน

2.

ข้อใดคือความหมายการศึกษาแบบรวม

a)

การศึกษาสำหรับทุกคนโดยรับเข้ามาเรียนรวมกัน ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษาและจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล

b)

แนวคิดการศึกษาที่สถานศึกษาจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนโดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเด็กปกติหรือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

c)

การจัดการศึกษาให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษได้เรียนร่วมกับเด็กปกติ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคลความบกพร่องทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา

d)

เป็นกระบวนการที่เน้นให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลักสูตรหรือเนื้อหาที่จะนำมาใช้สอนเด็ก

3.

การศึกษาแบบเรียนรวม เป็นกระบวนการที่เกี่ยวพันและตอบสนองต่อความหลากหลายของผู้เรียนที่มีลักษณะของความต้องการที่แตกต่างกันของผู้เรียนเป็นแนวคิดของใคร

a)

สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ

b)

ไคลเวอร์

c)

ยูเนสโก

d)

ภูฟ้า เสวกพันธ์

4.

ภูฟ้า เสวกพันธ์ให้ความหมายการศึกษาแบบร่วมตรงกับข้อใด

a)

การที่เด็กที่มีความต้องการพิเศษได้รับโอกาสเข้าเรียนร่วมกับเด็กทั่วไปโดยได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากบุคลากรในโรงเรียน

b)

การที่ครูจะต้องสอนผู้เรียนในเนื้อหาที่แตกต่างกัน เนื้อหานั้นจะต้องเหมาะกับเด็กแต่ละคน

c)

การจัดการศึกษาให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษได้เรียนร่วมกับเด็กปกติ

d)

การให้บริการทางการศึกษากับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษประเภทต่าง ๆ

5.

เด็กที่มีความต้องการพิเศษ หมายถึง เด็กที่มีความต้องการทาง การศึกษาที่แตกต่างไปจากปกติทั่วไป ทั้งในด้านเนื้อหา วิธีการเรียนการสอน การประเมินผล และเครื่องมืออุปกรณ์การสอนเป็นแนวคิดของใคร

a)

ผดุง อารยะวิญญู

b)

ศรียา นิยมธรรม

c)

ภูฟ้า เสวกพันธ์

d)

สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ

6.

สำนักงานคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการให้ความหมายเด็กที่มีความต้องการพิเศษอย่างไร

a)

เด็กที่มีความต้องการแตกต่างไปจากเด็กปกติ จำเป็นต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือเป็นพิเศษ

b)

เด็กที่มีความต้องการทาง การศึกษาที่แตกต่างไปจากปกติทั่วไป ทั้งในด้านเนื้อหา วิธีการเรียนการสอน การประเมินผล และเครื่องมืออุปกรณ์การสอน

c)

การมีข้อจำกัดใด ๆ หรือการขาดความสามารถอันเป็นผลมาจากการให้การช่วยเหลือและการสอนตามปกติทั้งนี้มีสาเหตุจากสภาพความบกพร่องทางร่างกายสติปัญญา และอารมณ์ จำเป็นต้องได้รับการ กระตุ้น ช่วยเหลือ การบำบัด ฟื้นฟูและให้การเรียนการสอนที่เหมาะ กับลักษณะ และความต้องการของเด็ก

d)

เด็กที่ไม่อาจพัฒนาความ สามารถได้เท่าที่ควรจากการเรียนการสอนตามปกติ

7.

ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ มีกี่กลุ่ม อะไรบ้าง

a)

2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเด็กที่มีความสามารถสูง หรือมีความเป็นเลิศทางสติปัญญา และกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่อง

b)

3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเด็กที่มีความสามารถสูงหรือมีความเป็นเลิศทางสติปัญญา , กลุ่มเด็กที่มีความบกพร่อง และกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

c)

4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเด็กที่มีความสามารถสูงหรือมีความเป็นเลิศทางสติปัญญา , กลุ่มเด็กที่มีความบกพร่อง

กลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน, และกลุ่มเด็กเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

d)

5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเด็กที่มีความสามารถสูงหรือมีความเป็นเลิศทางสติปัญญา , กลุ่มเด็กที่มีความบกพร่อง

กลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน , กลุ่มเด็กเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ,และกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

8.

กลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

a)

2 ประเภท ได้แก่ ความบกพร่องทางสติปัญญา และความบกพร่องทางการได้ยิน

b)

4 ประเภท ได้แก่ ความบกพร่องทางสติปัญญา , ความบกพร่องทางการได้ยิน และความบกพร่องทางการเห็น

c)

5 ประเภท ได้แก่ ความบกพร่องทางสติปัญญา , ความบกพร่องทางการได้ยิน , ความบกพร่องทางการเห็น และความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

d)

9 ประเภท ได้แก่ ความบกพร่องทางสติปัญญา , ความบกพร่องทางการได้ยิน , ความบกพร่องทางการเห็น,

ความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ,ความบกพร่องทางการพูดและภาษา ,ความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์,

ความบกพร่องทางการเรียนรู้ ,เด็กออทิสติก และเด็กพิการซ้อน

9.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

a)

เด็กที่มีระดับสติปัญญา หรือเชาว์ปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์

b)

เด็กที่มีลักษณะท่าทาง รูปร่างหน้าตาไม่สมประกอบ

c)

เด็กที่มีลักษณะการพูด การทำความเข้าใจ การตัดสินใจช้า

d)

เด็กที่มีพัฒนาการ การเรียนรู้ปกติตามเกณฑ์ของเด็กทั่วไป

10.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม

a)

เป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้ได้รับการศึกษาในโรงเรียนปกติ

b)

เป็นการแบ่งแยกทางการศึกษาระหว่างเด็กพิเศษ กับเด็กปกติ

c)

เป็นการจัดการศึกษา ให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

d)

เป็นการจัดให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษหรือเด็กพิการได้เรียนรู้และได้ทำกิจกรรมร่วมกับเด็กทั่วไป

11.

พัฒนาการด้านการจัดการศึกษาแบบเรียนร่วมในประเทศไทย พ.ศ. 2482 – 2551 มีกี่ด้านอะไรบ้าง

a)

1 ด้าน คือ ด้านกฎหมาย

b)

2ด้าน คือ ด้านกฎหมาย และด้านนโยบาย

c)

3ด้าน คือ ด้านกฎหมาย ด้านนโยบาย และด้านผลการดำเนินการ

d)

4ด้าน คือ ด้านกฎหมาย ด้านนโยบาย ด้านการศึกษา และด้านผลการดำเนินการ

12.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะของเด็กสมาธิสั้น

a)

อยู่ไม่นิ่ง

b)

ซนมากผิดปกติ

c)

เคลื่อนไหวตลอดเวลา

d)

ท่องจำได้แม้นยำ

13.

ข้อใดคือแนวคิดของนักวิชาการด้านการศึกษาพิเศษเกี่ยวกับการเรียนรวม

a)

ความยุติธรรมในสังคม กล่าวคือ เด็กทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคน

b)

เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาเท่ากัน

c)

การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมเพื่อจุดประสงค์ของประเทศชาติ

d)

นโยบายจากรัฐบาล เด็กจะได้รับการศึกษาแบบเรียนรวม


14.

รูปแบบของการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมมีกี่รูปแบบ ได้แก่อะไรบ้าง

a)

2 รูปแบบ ได้แก่ การเรียนรวมเต็มเวลา การเรียนแยกเวลา

b)

5 รูปแบบ ได้แก่ การเรียนรวมเต็มเวลา การเรียนรวมแยกเวลา การเรียนรวมบางเวลา การเรียนรวมแบบตัวเอง การเรียนรวมแบบมีครูผู้ช่วย

c)

4 รูปแบบ ได้แก่ การเรียนรวมเต็มเวลา การเรียนรวมแยกเวลา การเรียนรวมบางเวลา การเรียนรวมแบบมีครูผู้ช่วย

d)

3 รูปแบบ การเรียนรวมเต็มเวลา การเรียนรวมบางเวลาประเภทห้องเสริมวิชาการ การเรียนรวมเต็มเวลาประเภทมีครูผู้ช่วย

15.

ข้อใดคือหลักการและแนวคิดของการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม

a)

ความยุติธรรมในสังคม กล่าวคือ เด็กทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคน

b)

เด็กที่มีความต้องการพิเศษถือเป็นทรัพยากรบุคคลของสังคม หากได้รับการส่งเสริมอย่างถูกต้องย่อมมีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพที่จะประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

c)

การเรียนรู้ เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตามศักยภาพของตนเองไม่ว่าจะเป็นเด็กปกติหรือเด็กพิการ

d)

การจัดการศึกษาเป็นการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ดังนั้น การศึกษาแบบเรียนรวมเป็นการศึกษารูปแบบหนึ่งที่ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพึงกระทำ

16.

ข้อใดคือความหมายของการเรียนเต็มเวลา

a)

การที่ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนในลักษณะเดียวกับเด็กปกติตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียน

b)

การเรียนรวมกันในบางเวลาและแยกกันเรียนบางเวลา

c)

เรียนเฉพาะวิชาที่เรียนรวมกันไม่ได้เพราะทักษะในวิชานั้นแตกต่างกันมาก

d)

เวลาส่วนใหญ่เรียนรวมกันเวลาส่วนน้อยเท่านั้นที่แยกกันเรียน


17.

ข้อใดคือความหมายของการเรียนรวมเต็มเวลาประเภทมีครูผู้ช่วย

a)

การเรียนรวมกันในบางเวลาและแยกกันเรียนบางเวลา

b)

ครูจะจัดให้มีเด็กที่มีความต้องการพิเศษ 1 หรือ 2 หรือ 3 คนในห้องหนึ่ง เด็กกลุ่มนี้นั่งเรียนที่โต๊ะเดียวกันหรือโต๊ะติดกัน มีครูผู้ช่วยประจำอยู่ในห้อง

c)

การที่ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนในลักษณะเดียวกับเด็กปกติตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียน

d)

เรียนเฉพาะวิชาที่เรียนรวมกันไม่ได้เพราะทักษะในวิชานั้นแตกต่างกันมาก

18.

ข้อใดคือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพิเศษ

a)

กฎหมายการศึกษาสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546

b)

พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546

c)

พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545

d)

พระราชบัญญัติการศึกษาการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2551

19.

หลักสูตรเพื่อการเรียนรวม จัดขึ้นเพื่อนักเรียนแบบใด

a)

จัดขึ้นเพื่อเด็กเรียนเก่ง

b)

จัดขึ้นเพื่อเด็กเรียนไม่เก่ง

c)

จัดขึ้นเพื่อเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

d)

จัดขึ้นเพื่อเด็กเกเร

20.

หลักสูตรเพื่อการเรียนรวม ระดับก่อนการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรียกว่าอะไร

a)

แผนให้บริการเฉพาะครอบครัว

b)

Early Intervention

c)

แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

d)

Individualized Education Plan

21.

หลักสูตรเพื่อการเรียนรวม ระดับศูนย์เด็กเล็ก เรียกว่าอะไร

a)

แผนให้บริการเฉพาะครอบครัว

b)

แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

c)

การช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม

d)

Individualized Education Plan

22.

หลักสูตรเพื่อการเรียนรวม ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรียกว่าอะไร

a)

Individualized Family Service Plan

b)

การช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม

c)

แผนให้บริการเฉพาะครอบครัว

d)

แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

23.

การจัดทำแผนให้บริการเฉพาะครอบครัวหรือเอกสารทางกฎหมาย ที่จัดทำขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อใคร

a)

เพื่อดูแลเด็กพิการอย่างเหมาะสมและถูกต้อง

b)

เพื่อดูแลเด็กที่อายุ 6 ปี

c)

เพื่อดูแลเด็กที่ไม่ได้อยุ่กับผู้ปกครอง

d)

เพื่อดูแลเด็กที่ครอบครัวแตกแยก

24.

แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล เกิดจากการออกกฎหมายโดยรัฐบาลกลางของประเทศอะไร

a)

ไทยแลนด์

b)

สหรัฐอเมริกา

c)

สิงคโปร์

d)

ญี่ปุ่น

25.

แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) กระบวนการตรวจสอบและกระบวนการสอนตาม IEP แบ่งออกเป็นกี่ขั้นตอนใหญ่ อะไรบ้าง

a)

3 ขั้นตอนใหญ่ /1. ขั้นส่งต่อ 2. ขั้นตรวจสอบ 3. ขั้นการเรียนการสอน

b)

2 ขั้นตอนใหญ่ /1. ขั้นตรวจสอบ 2. ขั้นการเรียนการสอน

c)

3 ขั้นตอนใหญ่ /1. ขั้นส่งต่อ 2. ขั้นตรวจสอบ 3. การส่งต่อและการวางแผนในระยะเริ่มต้น

d)

2 ขั้นตอนใหญ่ /1. ขั้นส่งต่อ 2. ขั้นตรวจสอบ


26.

แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) กระบวนการตรวจสอบและกระบวนการสอนตาม IEP แบ่งออกเป็นกี่ขั้นตอนใหญ่ อะไรบ้าง

a)

3 ขั้นตอนใหญ่ /1. ขั้นส่งต่อ 2. ขั้นตรวจสอบ 3. ขั้นการเรียนการสอน

b)

2 ขั้นตอนใหญ่ /1. ขั้นตรวจสอบ 2. ขั้นการเรียนการสอน

c)

3 ขั้นตอนใหญ่ /1. ขั้นส่งต่อ 2. ขั้นตรวจสอบ 3. การส่งต่อและการวางแผนในระยะเริ่มต้น

d)

2 ขั้นตอนใหญ่ /1. ขั้นส่งต่อ 2. ขั้นตรวจสอบ

27.

ขั้นการเรียนการสอนประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

การปฏิบัติตามแผนการสอน / การประเมินโดยคณะสหวิทยาการ

b)

การติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน

c)

การปฏิบัติตามแผนการสอน / การติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน

d)

การปฏิบัติตามแผนการสอน

28.

งานบริการสนับสนุนสำหรับนักศึกษาพิการ คืออะไร

a)

บริการสำหรับนักศึกษาพิการที่มีความบกพร่องทางการเห็น

b)

งานบริการสนับสนุนทางการศึกษา ที่ช่วยให้นักศึกษาพิการสามารถเข้าถึงระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยได้อย่างเท่าเทียม กับนักศึกษาทั่วไป

c)

บริการสำหรับนักศึกษาพิการที่มีความบกพร่องทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย

d)

เป็นการจัดการศึกษาที่ตระหนักถึงสิทธิและความเท่าเทียมของนักศึกษาพิการที่จะได้รับโอกาสในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และคำนึงถึงการพัฒนาให้นักศึกษาพิการมีคุณสมบัติของบัณฑิตที่พึงประสงค์

29.

บริการสำหรับนักศึกษาพิการที่มีความบกพร่องทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย มีกี่ข้อ อะไรบ้าง

a)

มี4ข้อ 1.บริการล่ามภาษามือ 2.บริการผู้ช่วยจดคำบรรยาย 3.สื่อ อุปกรณ์เพื่อช่วยการเรียนรู้ 4.บันทึกและสำเนาเทป วีดิทัศน์ การเรียนการสอน

b)

มี3ข้อ 1.บริการล่ามภาษามือ 2.บริการผู้ช่วยจดคำบรรยาย 3.สื่อ อุปกรณ์เพื่อช่วยการเรียนรู้

c)

มี4ข้อ 1.บริการ Scan หนังสือ 2.บริการผู้ช่วยจดคำบรรยาย 3.สื่อ อุปกรณ์เพื่อช่วยการเรียนรู้ 4.บันทึกและสำเนาเทป วีดิทัศน์ การเรียนการสอน

d)

มี3ข้อ 1.บริการล่ามภาษามือ 2.บริการพิมพ์เอกสาร word 3.สื่อ อุปกรณ์เพื่อช่วยการเรียนรู้

30.

นักจิตวิทยาประจำโรงเรียน หมายถึง

a)

ผู้ที่ได้รับการศึกษา และฝึกอบรมมาทางด้านจิตวิทยา สามารถทำการตรวจสอบทางจิตวิทยา ปรับพฤติกรรมเด็กพิการ

b)

ผู้ที่ได้รับการศึกษา และฝึกอบรมให้มีความสามารถสอนพูดและภาษาให้กับเด็กพิการ

c)

ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในการตรวจและวินิจฉัย ทางจิตวิทยา

d)

ผู้ที่ได้รับการศึกษา และฝึกอบรมทางด้านสังคมสงเคราะห์ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ พ่อ แม่ ครู และตัวเด็กเอง

31.

บิดา มารดา ผู้ปกครอง บุตร สามี ภรรยา ญาติ พี่น้องหรือบุคคลอื่นใดที่รับดูแลหรือ อุปการะคนพิการ มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ครูการศึกษาพิเศษ

b)

ผู้ปกครองคนพิการ

c)

ผู้อุปการะคนพิการ


d)

ผู้ดูแลคนพิการ

32.

การจัดให้คนพิการได้เข้าศึกษาในระบบการศึกษาทั่วไปทุกระดับและหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการจัดการศึกษา ให้สามารถรองรับการเรียนการสอนสำหรับคนทุกกลุ่มรวมทั้งคนพิการ มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ

b)

การเรียนร่วม

c)

การจัดการศึกษาเฉพาะทาง

d)

การจัดการศึกษาพิเศษ

33.

หน่วยงานใดมีหน้าที่จัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล โดยให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของคนพิการ

a)

ครู

b)

สถานศึกษา

c)

สำนักงานเขตพื้นที่

d)

สำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ

34.

การจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน (หูหนวก) ต้องใช้วิธีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจด้วยรูปแบบใด

a)

การสื่อสารด้วยภาษากาย

b)

การสื่อสารด้วยภาษามือ

c)

การสื่อสารด้วยภาษาและสายตา

d)

การสื่อสารด้วยเครื่องช่วยฟัง

35.

ข้อใดเป็นสื่อบริการและความช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น

a)

ไม้ค้ำยัน

b)

เก้าอี้เลื่อน

c)

เครื่องพิมพ์ดีดเบลล์

d)

เครื่องช่วยฟัง


36.

เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาควรมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

a)

เครื่องมือในการบันทึกเสียง เพื่อแก้ไขการพูดโดยเฉพาะ

เครื่องดนตรีประกอบจังหวะ

เครื่องมือและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็น

b)

เตียงตรงปกติ และเตียงลาดเอียง

เปลสำหรับใช้ในการเคลื่อนย้ายเด็ก

เตียงออกกำลังกาย

ไม้กระดานฝึกการทรงตัว

c)

ดินสอขนาดใหญ่

ที่เปิดหน้าหนังสือ

เครื่องช่วยเดิน

d)

เครื่องขยายตัวอักษร

โต๊ะเว้า

เก้าอี้เลื่อน

37.

เครื่องช่วยพิเศษมีกี่ประเภท

a)

2 ประเภท 1. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น 2. เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ

b)

3 ประเภท 1. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น 2. เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ 3. เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

c)

4 ประเภท 1. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น 2. เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ 3. เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน 4. เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

d)

5 ประเภท 1. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น 2. เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ 3. เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน 4. เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา 5. เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านอื่น ๆ

38.

สื่อบริการและความช่วยเหลือทางการศึกษาเริ่มพ.ศ.ใด

a)

พ.ศ.2541

b)

พ.ศ.2543

c)

พ.ศ.2545

d)

พ.ศ.2560

39.

สำหรับเด็ก LD ครูควรทดสอบ 3 วิชา มีอะไรบ้าง

a)

ภาษาไทย คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ

b)

ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา

c)

คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์

d)

ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และภาษาไทย

40.

การจัดการศึกษาสำหรับประชาชนไทยระบุตามพระราชบัญญัติกรศึกษาแห่งชาติพุทธศักราชใด

a)

พ.ศ.2540

b)

พ.ศ.2542

c)

พ.ศ.2550

d)

พ.ศ.2553