wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบกลางภาค ป.5

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

แหล่งน้ำคืออะไร

a)

บริเวณที่มีน้ำอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก

b)

บริเวณที่มีน้ำใต้ดินและน้ำบนดินอยู่รวมกัน

c)

บริเวณที่มีน้ำใต้ดินอยู่รวมกันจำนวนมาก

d)

บริเวณที่มีแหล่งน้ำจืดอยู่รวมกันจำนวนมาก

2.

โลกปกคลุมด้วยน้ำร้อยละเท่าใด

a)

60

b)

70

c)

80

d)

90

3.

ปริมาณน้ำของโลกทั้งหมดเป็นน้ำชนิดใดมากกว่ากัน และคิดเป็นร้อยละเท่าใด

a)

น้ำจืด ร้อยละ 97.5

b)

น้ำเค็ม ร้อยละ 97.5

c)

น้ำจืด ร้อยละ 70

d)

น้ำเค็ม ร้อยละ 70

4.

ปริมาณแหล่งน้ำจืดที่มากที่สุดในโลกคือ

a)

ธารน้ำแข็งและพืดน้ำแข็ง

b)

น้ำใต้ดิน

c)

ทะเลสาบ

d)

แม่น้ำ

5.

แหล่งน้ำในธรรมชาติเกิดจาก

a)

น้ำทะเลที่ซึมเข้าในชั้นหิน

b)

น้ำฝนที่ตกสู่พื้นโลก

c)

น้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำ ลำคลอง

d)

ถูกทุกข้อ

6.

น้ำที่ซึมลงไปในดินแล้วสะสมอยู่ตามช่องว่างของเม็ดดิน เรียกว่า

a)

น้ำในดิน

b)

น้ำบาดาล

c)

น้ำใต้ดิน

d)

น้ำบ่อ

7.

น้ำที่แทรกอยู่ตามช่องว่างของตะกอนหรือรอยแตกในชั้นหิน เรียกว่า

a)

น้ำในดิน

b)

น้ำบาดาล

c)

น้ำใต้ดิน

d)

น้ำบ่อ

8.

พระราชดำริ กังหันน้ำชัยพัฒนา ช่วยแก้ปัญหาน้ำเสียได้อย่างไร

a)

เพิ่มออกซิเจนในน้ำเสีย

b)

ลดขยะในน้ำเสีย

c)

กรองน้ำให้สะอาด

d)

ปลูกพืชในน้ำเสีย

9.

ข้อใดกล่าวผิด

a)

หมอกเป็นละอองน้ำซึ่งมีสถานะเป็นของเหลว

b)

เมฆและหมอกเกิดในที่เดียวกัน

c)

เมฆมีสถานะเป็นได้ทั้งของเหลวและของแข็ง

d)

เมฆและหมอกมีสถานะเหมือนกัน

10.

ข้อใดกล่าวผิด

a)

เมฆและหมอกเกิดจากไอน้ำในอากาศควบแน่นเป็นละอองน้ำ โดยมีฝุ่นละออง ควัน เป็นแกนกลาง

b)

น้ำค้าง เกิดจากการควบแน่นของอากาศในวันที่มีอากาศร้อน

c)

น้ำค้างและน้ำค้างแข็ง คือ หยดน้ำที่เกาะที่วัตถุใกล้ผิวโลก

d)

น้ำค้างแข็ง เกิดจากการเปลี่ยนสถานะของน้ำค้าง

11.

ข้อใดคือหยาดน้ำฟ้า

a)

เมฆ หมอก

b)

น้ำค้าง น้ำค้างแข็ง

c)

ฝน ลูกเห็บ

d)

หิมะ น้ำค้าง

12.

ข้อใดกล่าวถึงการเกิดฝนได้อย่างถูกต้อง

a)

ไอน้ำในอากาศรวมตัวกันเป็นเมฆและตกลงมาเป็นฝน

b)

ละอองน้ำในเมฆรวมตัวกันและตกลงมาเป็นฝน

c)

ไอน้ำเกิดการระเหิดกลับตกลงมาเป็นฝน

d)

ไอน้ำพัดวนในเมฆและตกลงมาเป็นฝน

13.

บริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ ไอน้ำจะเกิดการระเหิดกลับเกิดเป็น

a)

ฝน

b)

น้ำค้าง

c)

หิมะ

d)

ลูกเห็บ

14.

ลูกเห็บเกิดจากการพัดหยดน้ำภายในเมฆ................... ที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ทำให้หยดน้ำเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็ง

ลูกเห็บเกิดในเมฆใด

a)

คิวมูโลนิมบัส

b)

สเตรโตคิวมูลูส

c)

คิวมูลูส

d)

นิมโบสเตรตัส

15.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

หิมะและลูกเห็บมีลักษณะการเกิดเหมือนกัน

b)

หิมะและลูกเห็บสามารถเกิดได้ในประเทศเขตหนาวเท่านั้น

c)

ฝน หิมะ น้ำค้าง และลูกเห็บ จัดเป็นหยาดน้ำฟ้า

d)

หยาดนำฟ้า คือ น้ำทุกสถานะที่ตกลงมาจากฟ้า

16.

ข้อใดกล่าวผิด เกี่ยวกับวัฏจักรน้ำ

a)

การหมุนเวียนของอนุภาคน้ำในแหล่งต่างๆ

b)

การหมุนเวียนของน้ำในแหล่งต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนสถานะหรือไม่เปลี่ยนสถานะก็ได้

c)

การหมุนเวียนของน้ำไปตามแหล่งต่างๆเกิดขึ้นพร้อมกัน

d)

อนุภาคน้ำสามารถหมุนกลับมาที่เดิมได้

17.

เรียกดาวเคราะห์ว่าเป็นดาวใด เพราะเหตุใด

a)

ดาวพเนจร เนื่องจากดาวเคราะห์ใช้เวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์แตกต่างกันและอยู่ใกล้โลกมาก

b)

ดาวประจำที่ เนื่องจากดาวเคราะห์ใช้เวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์แตกต่างกันและอยู่ไกลโลกมาก

c)

ดาวพเนจร เนื่องจากดาวฤกษ์อยู่ไกลจากโลกมาก จึงมองเห็นดาวเหล่านี้เคลื่อนที่ได้ง่ายเมื่อมองจากโลก

d)

ดาวประจำที่ เนื่องจากดาวฤกษ์อยู่ไกลจากโลกมาก จึงมองเห็นดาวเหล่านี้ไม่เคลื่อนเมื่อมองจากโลก

18.

เรียกฤกษ์ว่าเป็นดาวใด เพราะเหตุใด

a)

ดาวพเนจร เนื่องจากดาวเคราะห์ใช้เวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์แตกต่างกันและอยู่ใกล้โลกมาก

b)

ดาวประจำที่ เนื่องจากดาวเคราะห์ใช้เวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์แตกต่างกันและอยู่ไกลโลกมาก

c)

ดาวพเนจร เนื่องจากดาวฤกษ์อยู่ไกลจากโลกมาก จึงมองเห็นดาวเหล่านี้เคลื่อนที่ได้ง่ายเมื่อมองจากโลก

d)

ดาวประจำที่ เนื่องจากดาวฤกษ์อยู่ไกลจากโลกมาก จึงมองเห็นดาวเหล่านี้ไม่เคลื่อนเมื่อมองจากโลก

19.

เราสามารถมองเห็นดาวเคราะห์ได้เพราะเหตุใด

a)

เพราะ ดาวเคราะห์มีแสงสว่างในตัวเอง

b)

เพราะ แสงจากดวงอาทิตย์ตกกระทบดาวเคราะห์แล้วสะท้อนเข้าตาเรา

c)

เพราะ แสงจากดวงอาทิตย์สะท้อนเข้าดาวเคราะห์แล้วสะท้อนเข้าตาเรา

d)

เพราะแสงจากดวงจันทร์ตกกระทบดาวเคราะห์แล้วสะท้อนเข้าตาเรา

20.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับดวงอาทิตย์

a)

เป็นดาวฤกษ์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะ

b)

เป็นดาวฤกษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

c)

ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของเอกภพ

d)

ถูกทุกข้อ

21.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับกลุ่มดาว

a)

กลุ่มดาว คือกลุ่มของดาวฤกษ์ที่อยู่ชิดติดกัน

b)

การบอกตำแหน่งกลุ่มดาวบนท้องฟ้าต้องใช้มุมทิศ และมุมเงย

c)

การตั้งชื่อกลุ่มดาว ตั้งตามชื่อผู้ค้นพบ

d)

จุดเหนือศีรษะ คือจุดที่สูงที่สุดบนท้องฟ้า

22.

มุมทิศคือ

a)

มุมในแนวราบที่ทำกับทิศเหนือมีค่าตั้งแต่ 0 - 360 องศา

b)

มุมในแนวราบที่ทำกับทิศใต้มีค่าตั้งแต่ 0 - 360 องศา

c)

มุมในแนวตั้งที่ทำกับทิศเหนือมีค่าตั้งแต่ 0 - 90 องศา

d)

มุมในแนวตั้งที่ทำกับทิศใต้มีค่าตั้งแต่ 0 - 90 องศา

23.
a)

ดาวฤกษ์ A ทำมุมเงย 15° ทางทิศตะวันตก

b)

ดาวฤกษ์ B ทำมุมเงย 20° ทางทิศตะวันออก

c)

ดาวฤกษ์ A และดาวฤกษ์ B อยู่ห่างกัน 5° ทางทิศตะวันตก

d)

ดาวฤกษ์ A และดาวฤกษ์ B อยู่ห่างกัน 3° ทางทิศตะวันออก

24.
a)

เส้นขอบฟ้า

b)

เส้นเมริเดียน

c)

เส้นศูนย์สูตร

d)

เส้นลองจิจูล

25.

มุมเงยมีขนาดเท่าใด

a)

20

b)

30

c)

40

d)

50

26.

นักเรียนดูดาวด้วยมุมเงย B เมื่อดูแผนที่ดาวตรงกับตัวอักษรใดในภาพ

a)

b)

c)

d)

27.

ถ้าเรามองดูท้องฟ้าตลอดคืน เห็นดาวเคลื่อนที่จากท้องฟ้าซีกหนึ่งไปอีกซีกหนึ่ง เพราะอะไร

a)

โลกหมุนรอบตัวเอง

b)

ดาวโคจรรอบโลก

c)

โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์

d)

ดาวโคจรรอบอาทิตย์

28.

ดาวมีการเคลื่อนที่อย่างไร

a)

เคลื่อนจากทิศตะวันออก ไปทิศตะวันตก

b)

เคลื่อนจากทิศตะวันตก ไปทิศตะวันออก

c)

เคลื่อนจากทิศเหนือ ไปทิศใต้

d)

เคลื่อนจากทิศใต้ ไปทิศเหนือ

29.

ในวันที่ 1 มกราคม เวลา 01.00 พบกลุ่มดาว A ที่มุมเงย 60 องศา มุมทิศ 120 องศา ในวันถัดไปถ้าสังเกตท้องฟ้าในเวลาเดิมจะพบกลุ่มดาว A มีลักษณะอย่างไร

a)

เปลี่ยนตำแหน่งไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อย

b)

เปลี่ยนตำแหน่งไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย

c)

อยู่ที่ตำแหน่งเดิม

d)

หายไปจากท้องฟ้า

30.

ในวันที่ 1 มกราคม เวลา 01.00 พบกลุ่มดาว A ที่มุมเงย 60 องศา มุมทิศ 120 องศา ในปีถัดไปถ้าสังเกตท้องฟ้าในวันและเวลาเดิมจะพบกลุ่มดาว A มีลักษณะอย่างไร

a)

เปลี่ยนตำแหน่งไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อย

b)

เปลี่ยนตำแหน่งไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย

c)

อยู่ที่ตำแหน่งเดิม

d)

หายไปจากท้องฟ้า