wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Research Method For Public Administration

Total questions: 28

Worksheet time: 31mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่ความหมายของการวิจัย

a)

การค้นคว้าหาความจริงที่ได้กระทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกระทั่งได้ข้อสรุปที่พึงพอใจ

b)

เป็นกระบวนการในการเสาะหาข้อเท็จจริง โดยใช้วิธีเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้ความรู้ใหม่

c)

เป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับค้นหาข้อเท็จจริงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา แล้วสรุปเป็นกฎเกณฑ์ขึ้นมาใหม่

d)

เป็นการศึกษาค้นคว้าหาข้อเท็จจริงด้วยระบบอันถูกต้องเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ในสิ่งที่วิจัยนั้น

2.

ข้อใดไม่ใช่ประเภทของการวิจัยเมื่อพิจารณาจากเทคนิคและวิธีการดำเนินการวิจัย

a)

การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์

b)

การวิจัยเชิงบรรยายหรือพรรณนา

c)

การวิจัยเชิงทดลอง

d)

การวิจัยเชิงประยุกต์

3.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะงานวิจัยที่ดี

a)

ไม่มีความเอนเอียง

b)

ใช้เครื่องมือและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เที่ยงตรงเชื่อถือได้

c)

ผู้วิจัยต้องมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ทำการวิจัย

d)

การวิจัยไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลใหม่ ถ้าเป็นเรื่องที่มีผู้จัยอื่นเคยทำไว้ก่อนแล้ว

4.

ข้อใดคือประโยชน์ของการวิจัย

a)

ช่วยให้ค้นพบข้อค้นพบใหม่ๆ

b)

นำผลงานวิจัยไปเป็นผลงานของตนเอง ทำให้ผู้บริหารเชื่อถือมากขึ้น

c)

นำผลที่ได้จากการทำวิจัยไปกำหนดนโยบายหรือหลักปฏิบัติงานต่างๆได้

d)

สามารถนำความรู้ที่ได้จากการวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง

5.

การตั้งสมมุติฐานการวิจัยมีความจำเป็นอย่างไร

a)

การคาดคะเนคำตอบ

b)

บอกแนวทางการแก้ปัญหา

c)

บอกให้ทราบถึงรูปแบบการวิจัย

d)

เป็นการกำหนดค่าสถิติของงานวิจัย

6.

การตั้งสมมติฐานหลัก (Null Hypothesis) ควรตั้งอย่างไร

a)

เป็นสมมติฐานที่แสดงให้เห็นว่าไม่มีความแตกต่างระหว่างค่าสถิตินั้นๆ

b)

เป็นสมมติฐานที่แสดงความแตกต่างระหว่างค่าสถิตินั้นๆ

c)

เป็นสมมติฐานที่อธิบายถึงความสัมพันธ์ของตัวแปร โดยระบุว่า ตัวแปร 2 ตัวนั้น ไม่มีความสัมพันธ์กัน หรือไม่แตกต่างกัน

d)

เป็นสมมติฐานที่เราไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าทิศทางของความสัมพันธ์ได

7.

ข้อใดคือพฤติกรรมที่นักวิจัยกระทำผิดจรรยาบรรณ

a)

เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ร่วมงานและบุคคลทั่วไป

b)

ทำวิจัยอย่างเต็มความสามารถด้วยความเสียสละ ขยัน และอดทน

c)

มีอิสระทางวิชาการ โดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการทำวิจัย

d)

นำผลงานของผู้วิจัยอื่นเป็นของตนเอง

8.

ข้อใดไม่ใช่คำถามวิจัย(Research Question)

a)

อะไรคือพฤติกรรมแปลกแยกของนิสิต/นักศึกษาที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศ?

b)

ผู้บริหารโรงพยาบาลศูนย์ดีเด่นและไม่ดีเด่น มีพฤติกรรมการบริหารงานด้านภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง(transformational leadership) ในเรื่อง การจัดการ การตัดสินใจ และการติดต่อสื่อสารแตกต่างกันหรือไม่?

c)

อัตมโนทัศน์ของนักเรียนมีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหรือไม่?

d)

ผลการเรียนเดิมเกรดเฉลี่ย(GPA)ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำนายความสำเร็จในการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีได้อย่างแม่นตรงได้ในทิศทางบวก

9.

การทบทวนวรรณกรรมสามารถนำมาใช้กับงานวิจัยในช่วงใด

a)

ก่อนเริ่มทำวิจัย

b)

ระหว่างทำวิจัย

c)

สรุปผลการวิจัย

d)

ทั้งสามช่วงของการทำวิจัย

10.

การทบทวนวรรณกรรมมีความสำคัญอย่างไรกับงานวิจัย

a)

ช่วยสร้างความชัดเจนให้กับหัวข้อวิจัย

b)

ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของเรื่องที่จะศึกษา

c)

สนับสนุนการอภิปรายผล

d)

ถูกทุกข้อ

11.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับกรอบแนวคิดในการวิจัย (Conceptual Framework)

a)

แบบจำลองที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสร้างขึ้นโดยใช้

ทฤษฎี ข้อสรุปเชิงประจักษ์ ข้อมูลจากสมมติฐานและผลงานวิจัย นำมา

สังเคราะห์เพื่อให้ผู้วิจัยเกิดมุมมองภาพรวมของงานวิจัยเรื่องนั้น

b)

คำตอบสรุปของผลการวิจัยที่ผู้วิจัยคาดการณ์หรือพยากรณ์ไว้ล่วงหน้า ก่อนการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยมีรากฐานของทฤษฎี ผลการศึกษาค้นคว้าหรือผลการวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น

c)

การใช้ทฤษฎีหรือแนวคิดต่างๆมาอธิบายหรือให้ความหมายของตัวแปรเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในลักษณะเชิงนามธรรม ซึ่งผู้วิจัยไม่อาจสังเกตหรือวัดได้โดยตรง

d)

ความสามารถในการวัดกลุ่มเนื้อหาที่ต้องการจะวัดได้ครอบคลุมและเป็นตัวแทนของสิ่งที่ต้องการวัด

12.

การสุ่มตัวอย่างรูปแบบใดที่งานวิจัยเชิงสังคมศาสตร์นิยมใช้

a)

การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย

b)

การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง

c)

การสุ่มตัวอย่างแบบระดับชั้น

d)

การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน

13.

ถ้างานวิจัยมีความต้องการวัดความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ สติปัญญา หรือความถนัดของผู้เข้าทดสอบ และให้ผลเป็นตัวเลข ควรใช้เครื่องมือใดในการเก็บรวบรวมข้อมูล

a)

แบบทดสอบ

b)

แบบสอบถาม

c)

แบบสัมภาษณ์

d)

แบบสังเกตุ

14.

การเลือกใช้เครื่องมือวิจัย "แบบสัมภาษณ์" เหมาะสมกับงานวิจัยในลักษณะใด

a)

การวิจัยเชิงบรรยาย/ทดลอง

b)

การวิจัยเชิงปริมาณ

c)

การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์

d)

การวิจัยเชิงคุณภาพ

15.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

a)

ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) โดยผู้เชี่ยวชาญ 0.5 ขึ้นไป

b)

มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.8 ขึ้นไป

c)

ไม่ต้องมีการทดสอบเครื่องมือ (Try Out)

d)

มีความเเม่นยำและเที่ยงตรงของข้อมูล

16.

ข้อใดไม่ใช่เครื่องมือเก็บข้อมูลวิจัยเชิงคุณภาพ

a)

เเบบสอบถาม

b)

แบบสัมภาษณ์เชิงลึก

c)

การสังเกตุการณ์แบบมีส่วนร่วม

d)

Focus Group

17.

ถ้าต้องการค้นหาความจริงจากเหตุการณ์

สภาพแวดล้อมตามความเป็นจริง

ซึ่งมีหัวใจหลักคือการวิเคราะห์ความสัมพันธ์                      

ระหว่างเหตุการณ์กับสภาพแวดล้อม

เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ (Insight)

จากภาพรวมที่มาจากหลากหลายมิติหรือมุมมองหมายถึงระเบียบวิธีวิจัยประเภทใด

a)

การวิจัยเชิงคุณภาพ  

b)

การวิจัยเชิงทดลอง

c)

การวิจัยเชิงปริมาณ

d)

การวิจัยเชิงผสมผสาน

18.

การตรวจสอบสามเส้า หรือ วิธีการตรวจสอบสามเส้า (triangulation) หมายถึงข้อใด

a)

ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่างๆ ในรูปแบบนั้น ส่วนต่างๆ ประกอบกันขึ้น มีลักษณะเป็นบูรณาการและมีปฏิกิริยาสัมพันธ์กันทั้งหมด โดยที่แต่ละส่วนเชื่อมโยงสัมพันธ์กับส่วนอื่นๆ อีกหลายส่วน มากกว่าที่จะถูกเชื่อมโยงเป็นแบบลำดับขั้นตอนเป็นเส้นตรงหรือเป็นวงกลม

b)

การศึกษาปัจจัยที่เน้นการเข้าใจปรากฏการณ์การตีความหมายของโลกหรือสิ่งที่ต้องการศึกษา ด้วยวิธีการศึกษาและเครื่องมือในการเก็บข้อมูลที่หลากหลาย โดยมีเครื่องมือที่สำคัญ คือ ผู้วิจัย

c)

การรวบรวมข้อมูลจากการสนทนากับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลในประเด็นที่เฉพาะเจาะจง โดยมีผู้ดำเนินการสนทนา เป็นผู้คอยจุดประเด็นในการสนทนาเพื่อชักจูงให้กลุ่มเกิดแนวคิดและแสดงประเด็นหรือแนวทางการสนทนาอย่างกว้างขวางละเอียดลึกซึ้ง

d)

การเปรียบเทียบข้อค้นพบ (Finding) ของปรากฏการณ์ที่ทำการศึกษา (Phenomenon) จากแหล่งและมุมมองที่แตกต่างกัน

19.

ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการวิจัยแบบผสมผสาน

a)

เพื่อเสริมความสมบูรณ์หรือเติมเต็มประเด็นที่แตกต่างของปรากฏการณ์ที่ศึกษา

b)

เพื่อค้นหาประเด็นหรือข้อค้นพบที่ปกติ ธรรมดา ไม่มีความขัดแย้ง หรือ เป็นทัศนะใหม่

c)

เพื่อขยายงานวิจัยให้มีขอบเขตกว้างขวาง และมีความลุ่มลึกมากขึ้น

d)

เพื่อนำผลการศึกษาในระยะหนึ่งไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในอีกระยะหนึ่งของการวิจัย

20.

“การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) คือ รูปแบบหนึ่งของ การวิจัยที่มีการค้นคว้า และหาความรู้ตามหลักการของการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์แบบเดิม ๆ ต่างกันเพียงแต่ว่า PARนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

a)

การวิจัยที่แสวงหาความจริงในสภาพที่เป็นอยู่โดยธรรมชาติ ซึ่งเป็นการสอบสวน โดยมองภาพรวมทุกมิติ ด้วยตัวของผู้วิจัยเองเพื่อค้นหาความสัมพันธ์ของปรากฏการณ์ที่สนใจกับสภาพแวดล้อมนั้น

b)

การศึกษาปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยไม่มุ่งเน้นถึงรายละเอียดที่เจาะลึกแต่เน้นอาศัยข้อมูลที่เป็นตัวเลข และใช้วิธีการทางสถิติ มาเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อค้นหาคำตอบหรืออธิบายปรากฏการณ์ และรวมถึงการทดสอบแนวคิดและทฤษฎีต่างๆ

c)

การแก้ปัญหาในการพัฒนา และเป็นการวิจัยที่ดำเนินไปด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน ผู้ร่วมงาน รวมทั้งในกระบวนการวิจัย และในการมีหุ้นส่วนใช้ประโยชน์ของการวิจัย”

d)

การผสมผสานของวิธีวิทยาการวิจัยในระดับปรัชญาหรือ พื้นฐานของความเชื่อเกี่ยวกับความจริงและวิธีค้นหาความจริง

21.

(1)   การทดสอบสมมติฐานที่เป็นค่าเฉลี่ย กรณีประชากรกลุ่มเดียว ใช้สถิติ t-test ข้อใดถูกต้อง

a)

โปรแกรม SPSS

จะใช้คำสั่ง= Analyze > Compare Means > Independent-Sample T Test

b)

 โปรแกรม SPSS จะใช้คำสั่ง

Analyze > Compare Means > One-Way ANOVA

c)

โปรแกรม SPSS

จะใช้คำสั่ง  = Analyze > Compare Means > One-Sample T Test

d)

โปรแกรม SPSS จะใช้คำสั่ง

          Analyze > Descriptive Statistics > Crosstabs

22.

การกำหนดตัวแปรข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ตัวแปรตัน หรือตัวแปรอิสระ (Dependent Variables) หมายถึง ตัวแปรที่เกิดขึ้นมาก่อนและเป็นตัวแปรที่มีอิทธิพลให้ตัวแปรตามเปลี่ยนแปลงไป

b)

ตัวแปรตาม (Dependent Variables) หมายถึง ตัวแปรที่จะผันแปรไปตามตัวแปรต้นหรือตัวแปอิสระ เป็นผลหรือได้รับอิทธิพลมาจากตัวแปรต้น

c)

ตัวแปรตามจะมีลักษณะทิศทางเดียวกับตัวแปรต้นเสมอ

d)

ลักษณะหรือปัจจัยสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ผู้วิจัยต้องการจะตีค่าออกมาเพื่อตอบคำถามของงานวิจัยนั้น ๆ ตัวแปรหนึ่งตัวจะต้องมีค่าย่อย ๆ อยู่ในตัวแปรอย่างน้อย 2 คู่ และทุกค่าจะต้องมีความหมายที่แตกต่างกัน

23.

การสร้างบ้านที่มั่นคงต้องอาศัย “รากฐาน” ที่แข็งแรง ...................................

คือรากฐานสำคัญ สำหรับงานวิจัย ข้อความที่เว้นวรรคไว้ หมายถึงข้อใด

a)

การทบทวนวรรณกรรม

b)

คำถามวิจัย

c)

กรอบเเนวคิดในการวิจัย

d)

สมมุติฐานในการวิจัย

24.

หน่วยที่เราต้องการจะศึกษาทั้งหมด  ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นคน  สัตว์  สิ่งของ  หรือวัตถุ  แต่ต้องเป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นหรือเก็บข้อมูลได้ โดยที่ คุณลักษณะของประชากรจะมีลักษณะอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับขอบเขตของการวิจัยที่กำหนดไว้ หมายถึงข้อใด

a)

กลุ่มตัวอย่าง

b)

ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ

c)

ประชากร

d)

การสุ่มตัวอย่าง

25.

การประเมินผลการวิจัย การตีความผลการวิจัยโดยเชื่อมโยงกับข้อคำถามงานวิจัย วัตถุประสงค์การวิจัย แนวคิดทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่ได้มีการศึกษา หมายถึงข้อใด

a)

สรุปผลการวิจัย

b)

ผลการวิจัย

c)

การอภิปรายผลการวิจัย

d)

ข้อเสนอแนะ

26.

ข้อใดไม่ถูกต้องในการให้ความหมายของ การอภิปรายผลของการวิจัย ที่หมายถึง "หัวใจของการวิจัย"

a)

การรายงานข้อจำกัดงานวิจัยนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อ่านงานวิจัยได้ตัดสินใจ เรื่องความเที่ยงตรง (validity) ของผลการวิจัยและข้อจำกัดของงานวิจัยที่เขียนจะนำไปสู่การนำเสนอ ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไปรวมถึงการนำผลการวิจัยไปใช้โดยการเขียนข้อเสนอแนะจากการวิจัยนั้น นักวิจัยต้องเสนอแนะอยู่บนพื้นฐานของผลการวิจัยโดยปราศจากการเตรียมข้อเสนอแนะไว้ล่วงหน้า

b)

การอภิปรายให้เหตุผล โดยอาศัยหลักการ แนวคิด ทฤษฎีที่ผู้วิจัยใช้สร้างกรอบความคิดในการวิจัยมาอภิปรายผลการวิจัย หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจในสิ่งนั้น

c)

ต้องทำการเชื่อมโยงผลงานวิจัยของนักวิจัยที่ค้นพบ ด้วยวิธีการเปรียบเทียบผลงานวิจัยของนักวิจัยกับผลงานวิจัยของนักวิจัยท่านอื่นที่ทำในอดีต และเชื่อมโยงทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการยืนยันองค์ความรู้เดิมและ/หรือต่อยอดองค์ความรู้เดิม

d)

ขั้นตอนของการแปลผลการวิจัยเพื่อเขียนยืนยันความแตกต่างหรือสอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัย

27.

ข้อใดไม่ใช่หลักในการเขียนรายงานวิจัย

a)

ใช้สำนวนที่อ่านเข้าใจง่าย ไม่แปลกพิสดาร ควรใช้สรพนามแทนตัวเองว่าผู้วิจัย

b)

เนื้อหาที่นำเสนอต้องถูกต้อง ตรงประเด็น และครอบคลุมวัตถุประสงค์การวิจัย

c)

การอ้างอิงข้อมูลใดๆ ควรมีแหล่งที่มา ใช้แหล่งซ้อมูลที่น่าเชื่อถือ และไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความทันสมัยของข้อมูลที่นำมาใช้ในการอ้างอิงด้วย

d)

จัดเรียงลำดับเนื้อหาให้เหมาะสม ไม่วกวนจนน่าเวียนหัว ต้องมีการเชื่อมโยงเนื้อหาในแต่ละช่วงให้เข้ากันมีความกลมกลิ่นเป็นเรื่องเดียวกัน

28.

อธิบายกระบวนการสร้างองค์ความรู้การวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์

(a)